- หน้าแรก
- ห้าปีในคุกหญิง สร้างยอดมังกรผงาดสยบโลก
- บทที่ 4 - แม่ยายสุดโหด
บทที่ 4 - แม่ยายสุดโหด
บทที่ 4 - แม่ยายสุดโหด
"ชิงซวง!" ทันทีที่เห็นลูกสาวลืมตาขึ้นมา หหวังฉินก็ยกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองอย่างแรงเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ฝันไป... ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะอาบไปด้วยความปีติยินดีสุดขีด เธอหันไปตะโกนลั่นคอแหกตรงประตูห้อง "เจี้ยนกั๋ว!"
"เจี้ยนกั๋ว!"
"รีบเข้ามาดูเร็วเข้า... ลูกสาวเราฟื้นขึ้นมาแล้วจริงๆ!"
ทว่า... เสียงที่ตอบกลับมา กลับไม่ใช่เสียงวิ่งของเย่เจี้ยนกั๋ว แต่เป็นเสียงหัวเราะเยาะแหลมปรี๊ด
"น้องสะใภ้เอ๊ย... ฉันก็เข้าใจนะ ว่าการตายของชิงซวงมันสะเทือนใจเธอมากน่ะ"
"แต่คนตายไปแล้วมันฟื้นกลับมาไม่ได้หรอกนะ... นี่เธอเสียใจจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงฮึ!"
สิ้นเสียงถากถาง... คู่แม่ลูกคู่หนึ่งก็เดินกรีดกรายขึ้นบันไดมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสะใจและสมน้ำหน้า... พวกเธอคือ 'เจี่ยงเหม่ยจวน' พี่สะใภ้ใหญ่ของเย่เจี้ยนกั๋ว กับ 'เย่ชิงหลาน' ผู้เป็นหลานสาวนั่นเอง
ทางด้านเย่เจี้ยนกั๋วที่เพิ่งจะได้ยินเสียงเมียตะโกนเรียกและรีบวิ่งกระหืดกระหอบตามขึ้นมา... พอเหลือบไปเห็นสองแม่ลูกคู่นี้เข้า ใบหน้าของเขาก็ถมึงทึงขึ้นมาทันที "พวกคุณ... มาทำไมที่นี่?"
"แหม... ดูพูดเข้าสิ"
"หลานสาวตายไปทั้งคน... ฉันกับลูกจะแวะมาไว้อาลัยหน่อยไม่ได้หรือไงจ๊ะ?"
"ทำไมล่ะ... หรือว่าพอได้ลูกเขยแต่งเข้าบ้านเป็นถึงขี้คุก ก็เลยอับอายจนไม่กล้าสู้หน้าพวกฉันล่ะฮึ?" เจี่ยงเหม่ยจวนลอยหน้าลอยตากัดจิกอย่างเจ็บแสบ
"นี่พวกเธอ...!" เย่เจี้ยนกั๋วโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม แต่ก็จุกอกจนเถียงไม่ออก
ถึงแม้ว่าหลายปีมานี้... ครอบครัวของพี่ใหญ่ 'เย่เจี้ยนจวิน' จะคอยใช้อำนาจกดหัว เหยียบย่ำครอบครัวเขาจมดินมาตลอด... ต่อให้เป็นทรัพยากรดีๆ หรือผลประโยชน์ก้อนโตของตระกูล ก็โดนบ้านนั้นแย่งชิงไปจนหมดเกลี้ยง
แต่เขาไม่เคยคิดจะอิจฉาเลยสักนิด... นั่นก็เพราะเขามี 'เย่ชิงซวง' ลูกสาวสุดที่รักเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิตมาโดยตลอด! ทั้งตำแหน่งสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเจียงเป่ย... และหนึ่งในสิบเยาวชนดีเด่นแห่งต้าเซี่ย
อายุ 20 ก็คว้าปริญญาเอกจาหาวิทยาลัยเคมบริดจ์มาครอง... พออายุ 22 ก็ก่อตั้ง 'บริษัทเครื่องสำอางซวงเหยียน' ปลุกปั้นแค่ปีเดียวก็ดันมูลค่าบริษัททะลุร้อยล้านได้สำเร็จ... เธอคือลูกรักของสวรรค์ตัวจริงเสียงจริง!
ดังนั้น... ต่อให้เขาจะต้องโดนนายท่านผู้เฒ่าเมินเฉย เย็นชาใส่ในตระกูลมากแค่ไหน... แต่เขาก็ยังเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า ว่าขอแค่มีลูกสาวคนนี้อยู่ อนาคตของครอบครัวเขาจะต้องยิ่งใหญ่ทะลุเพดานสกุลเย่ และเปล่งประกายเจิดจรัสได้อย่างแน่นอน!
ทว่า... ตอนนี้ลูกสาวตายไปแล้ว ความหวังทุกอย่างมันพังทลายลงหมดสิ้น... แถมยังต้องมาได้ไอ้ขี้คุกมาเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านอีก บอกเลยว่าโคตรจะอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนแล้ว!
ยิ่งคิดเย่เจี้ยนกั๋วก็น้ำโหขึ้น... ในใจเขาด่ากราดสับฉู่เทียนไปเป็นร้อยๆ รอบ! ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้ตัวซวยอย่างฉู่เทียนโผล่มาล่ะก็... เขาคงไม่ต้องมายืนโดนเจี่ยงเหม่ยจวนชี้หน้าด่ากราด ถากถางให้ช้ำใจเล่นแบบนี้หรอก!
"พี่สะใภ้... ลูกเขยฉันเคยติดคุกน่ะมันก็เรื่องจริง"
"แต่เขาเป็นคนรักพวกพ้องและกตัญญู... การที่เขาตกลงมาเป็นลูกเขยบ้านฉันเนี่ย มันคือความโชคดีของฉันต่างหากล่ะ!"
"แล้วเรื่องอะไร... ที่ฉันจะต้องอับอายจนไม่กล้าสู้หน้าพวกเธอด้วยล่ะฮึ!" จังหวะนั้นเอง... เสียงตวาดฉะฉานและหนักแน่นของหวังฉินก็ดังแหวกอากาศออกมา! พร้อมกับร่างของเธอกับฉู่เทียนที่ก้าวพ้นประตูห้องออกมาเผชิญหน้า
"หึๆ!" เย่ชิงหลานแค่นเสียงหัวเราะหยัน "คุณอาสอง... หนูว่าคุณอาคงจะสติหลุดไปแล้วจริงๆ นั่นแหละ"
"เมื่อกี้เพ้อเจ้อว่าพี่ใหญ่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาก็ฮาพอแล้วนะ..."
"แต่ตอนนี้นี่สิ... ถึงขนาดเอาไอ้ขี้คุกมาเชิดชูเป็นความภูมิใจอีก"
"เฮอะ! ทำตัวได้โคตรจะขายขี้หน้าสกุลเย่เลยจริงๆ!"
เจี่ยงเหม่ยจวนจีบปากจีบคอเสริมทัพทันที "น้องสะใภ้... ที่ชิงหลานพูดมันก็ถูกเป๊ะเลยนะ"
"เบื้องลึกเบื้องหลังของไอ้ฉู่เทียนคนนี้... พวกฉันไปสืบมาจนไส้กิ่วหมดแล้ว"
"ก็แค่ไอ้ขี้คุกกระจอกๆ ที่ตัวเต็มไปด้วยเสนียดจัญไร..."
"ระวังเถอะ... กะจะแต่งเข้ามาแก้เคล็ดดึงความมงคล แต่สุดท้ายจะกลายเป็นชักศึกเข้าบ้าน หอบเอาความฉิบหายมาใส่ตัว... ถึงตอนนั้นมันจะซวยซ้ำซวยซ้อนจนกู่ไม่กลับเอานะจ๊ะ!"
หหวังฉินหน้าตึงเปรี๊ยะขึ้นมาทันที "เจี่ยงเหม่ยจวน! พูดจาแบบนี้มันหมายความว่ายังไง... นี่แกกำลังแช่งบ้านฉันอยู่ใช่ไหม!"
เจี่ยงเหม่ยจวนแค่นหัวเราะเยาะ "แหม... ฉันก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเองจ้ะ"
"นายท่านผู้เฒ่าสั่งให้พวกเธอหาเขยมาแต่งเข้าเพื่อแก้เคล็ด... แต่ไม่ได้สั่งให้ไปคว้าเอาไอ้ตัวเสนียดขี้คุกที่ไหนมาทำผัวนี่นา"
"ขอเตือนด้วยความหวังดีนะ... รีบๆ ไล่ตะเพิดมันออกไปจากบ้านซะ ไม่อย่างนั้นถ้ามันนำพาความซวยมาสู่สกุลเย่ล่ะก็... คอยดูเถอะว่าคุณปู่จะจัดการพวกเธอยังไง!"
หวังฉินเดือดปุดๆ ในอกทันที... หลายปีมานี้ เป็นเพราะครอบครัวเธอไม่เป็นที่โปรดปรานของคุณปู่ ก็เลยต้องคอยก้มหน้ายอมโดนบ้านของเจี่ยงเหม่ยจวนกลั่นแกล้งข่มเหงมาโดยตลอด... เมื่อก่อนเธอยังพอทนกัดฟันเงียบได้ แต่ตอนนี้นี่สิ... กล้ามาเหยียบย่ำด่าลูกเขยเธอปาวๆ แบบนี้ บอกเลยว่าไม่ทนแม้มิลลิเมตรเดียวโว้ย!
ทว่า... ยังไม่ทันที่หวังฉินจะอ้าปากด่าสวน ฉู่เทียนก็ก้าวขึ้นมาขวางข้างหน้าหนึ่งก้าว
"ผมจะนำพาความฉิบหายมาให้สกุลเย่หรือเปล่าน่ะ... ผมไม่รู้หรอกนะ"
"แต่ที่แน่ๆ... พวกคุณกำลังจะมีความฉิบหายมาเยือนในอีกไม่กี่วินาทีนี้แล้วล่ะ... แถมยังเป็นเคราะห์เลือดตกยางออกซะด้วยสิ"
เจี่ยงเหม่ยจวนเบ้ปากแค่นยิ้มหยัน "เฮอะ! สันดานขี้คุกจริงๆ ด้วย... พอเถียงสู้ไม่ได้ก็เริ่มเล่นบทแช่งชักหักกระดูกซะแล้ว"
"แต่น่าเสียดายนะจ๊ะ... พวกฉันเป็นถึงคนสกุลเย่ ในแผ่นดินเจียงเป่ยนี้ ยังไม่มีใครหน้าไหนมันกล้ามาแตะต้องพวกฉันแม้แต่ปลายก้อยเลยล่ะ!"
เย่ชิงหลานเชิดหน้าขึ้นอย่างจองหอง "ถูกต้อง! อำนาจและบารมีของสกุลเย่พวกเรา... มันไม่ใช่สิ่งที่ไอ้ขี้คุกชั้นต่ำอย่างแกจะจินตนาการถึงได้หรอกนะ"
"ยังจะมีหน้ามาขู่เรื่องเคราะห์เลือดตกยางออกอีกเหรอ?"
"เหอะ! อยู่ไหนล่ะ... ไม่เห็นจะโผล่มาสักหยดเลย!"
เพียะ!!
สิ้นคำท้าทาย... ฝ่ามือหนาของฉู่เทียนก็ตวัดตบฉาดเข้าที่หน้าของเย่ชิงหลานอย่างจัง! แรงกระแทกอันมหาศาลทำเอาหัวของเธอหันขวับตามแรงตบจนคอแทบเคล็ด... พร้อมกับเลือดสดๆ ที่ไหลซึมออกมาจากมุมปากทันที! เธอยกมือขึ้นกุมแก้มที่บวมเป่ง เบิกตาโตอย่างตื่นตะลึงแทบไม่เชื่อสายตา "ก... แก! แกกล้าตบฉันงั้นเหรอ!"
"ไอ้เดรัจฉาน! แกวอนตายซะแล้ว!" เจี่ยงเหม่ยจวนกรีดร้องลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง เธอง้างฝ่ามือเตรียมจะพุ่งเข้าไปตบสวนคืน!
เพียะ!!
แต่ความเร็วของฉู่เทียนเหนือกว่านังป้าคนนี้เป็นร้อยเท่า... ฝ่ามือของเขาตวัดฟาดลงบนหน้าของเจี่ยงเหม่ยจวนซ้ำอีกฉาด ดังก้องกังวานและสะใจสุดๆ! สภาพไม่ต่างกัน... แก้มของเธอแดงเถือกบวมเป่ง พร้อมกับเลือดสดๆ ที่ไหลทะลักออกจากปาก
"ผมบอกแล้วไง... ว่ามีเคราะห์เลือดตกยางออก ก็ต้องมีเคราะห์เลือดตกยางออกสิ"
"เป็นไงล่ะ... คราวนี้พวกคุณยอมเชื่อหรือยัง?" ฉู่เทียนเอ่ยเสียงเรียบกริบเยือกเย็น
กล้ามาทำกร่าง เสนอหน้ามาแผดเสียงในเขตบ้านแม่ยายเขาเนี่ยนะ? ...ใครมันสั่งใครมันสอนให้มั่นหน้าขนาดนี้วะ!
"สวยงามมาก!!"
"ตบได้สะใจที่สุดเลยลูก!"
เห็นฉากเด็ดคาตาแล้ว หหวังฉินถึงกับปรบมือรัวๆ พลางตะโกนเชียร์ลั่น... สายตาที่มองฉู่เทียนยิ่งทวีความปลื้มปริ่มจนแทบจะทะลักออกมา สมแล้วที่เป็นลูกเขยสุดที่รักของแม่... โคตรจะได้ใจ โคตรจะลูกผู้ชายเลย!
ทางด้านเย่เจี้ยนกั๋วเองก็แอบสะใจจนแทบจะหุบยิ้มไม่อยู่เหมือนกัน... แต่เพียงเสี้ยวอึดใจ ความกังวลก็กลับมาเกาะกินหัวใจอีกครั้ง
ตอนนี้ลูกสาวก็ตายไปแล้ว... ลำพังความสามารถอันน้อยนิดของเขา คงทำได้แค่ประคองครอบครัวให้รอดไปวันๆ เท่านั้น ถ้าไปเปิดศึกแตกหักกับบ้านของพี่ใหญ่เข้าล่ะก็... จะต้องโดนตามล้างตามเช็ดจนพินาศแน่ๆ เผลอๆ ถึงตอนนั้นอาจจะไม่มีแม้แต่ข้าวจะกรอกหม้อด้วยซ้ำ!
พอคิดได้แบบนี้ ใบหน้าของเขาก็เครียดขรึมลงทันที เขาหันไปตวาดใส่ฉู่เทียน "ไอ้เดรัจฉานที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! ใครให้ความกล้าแกไปลงมือตบตีพวกเขาน่ะฮึ!... ยังไม่รีบคลานเข่าเข้าไปก้มหัวขอโทษพวกเขากันอีก!"
หหวังฉินหันขวับมาแผดเสียงด่าผัวตัวเองทันที "ไอ้แก่เฮงซวย! ตลอดหลายปีที่ผ่านมาแกเอาแต่ก้มหัวหงอให้คนอื่น เป็นไอ้ขี้แพ้ไม่มีน้ำยามาตลอดมันก็เกินพอแล้วนะ!"
"ลูกเขยฉันทำอะไรผิดตรงไหน... แล้วทำไมเขาต้องไปก้มหัวขอโทษพวกมันด้วยล่ะฮึ!"
"วันนี้อย่าว่าแต่ตบสั่งสอนสองแม่ลูกนี่ไปแค่คนละฉาดเลย... ถ้าพวกมันยังกล้ามาปากหมาใส่ลูกเขยฉันอีกล่ะก็ ขืนบีบให้ฉันหมดความอดทนเมื่อไหร่... คอยดูเถอะว่าแม่จะพุ่งเข้าไปกัดกระซวกคอพวกมันให้ตายตกไปตามกันเลย... แกกล้าลองดีไหมล่ะ!"
ยืนมองภรรยาที่กำลังเดือดจัดจนเส้นเลือดขึ้นคอแล้ว... เย่เจี้ยนกั๋วก็โกรธจนหน้าเขียวคล้ำ เขาไม่นึกเลยจริงๆ ว่าผู้หญิงที่ร่วมหอลงโรง ใช้ชีวิตด้วยกันมากว่ายี่สิบปี... จะยอมแตกหัก แผดเสียงด่าเขาฉาดใหญ่เพียงเพื่อปกป้องคนนอกคนหนึ่ง!
ฉู่เทียนหันไปมองหวังฉินด้วยแววตาประหลาดใจ... เขาไม่คิดเลยจริงๆ ว่าผู้หญิงคนนี้จะยอมออกตัว กางปีกปกป้องเขาอย่างสุดชีวิตขนาดนี้... ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลอาบท่วมหัวใจ 'การที่มีผู้ใหญ่คอยกางปีกปกป้อง คอยให้ความรักเนี่ย... มันเป็นความรู้สึกที่ดีโคตรๆ เลยจริงๆ'
สองแม่ลูกเจี่ยงเหม่ยจวนกับเย่ชิงหลานที่กำลังโกรธจนตัวสั่น... พอโดนหวังฉินชี้หน้าด่ากราดก็แอบผงะไปนิดหนึ่ง พวกเธอรู้กิตติศัพท์นิสัยของหวังฉินดี... ว่าถ้าไปแตะโดนจุดเดือดสูงสุดของนังนี่เข้าเมื่อไหร่ มันก็เป็นนังบ้าที่กล้าแลกชีวิต กล้ากัดไม่ปล่อยจริงๆ นั่นแหละ!
ความกร่างเมื่อครู่จึงลดฮวบลงไปหลายส่วน... เจี่ยงเหม่ยจวนชี้หน้าหวังฉินพลางแผดเสียงเสียงหลง "ดีๆๆ! ในเมื่อแกตั้งใจจะเข้าข้างไอ้ขี้คุกนี่ให้ถึงที่สุดใช่ไหม!"
"ได้เลย... บัญชีแค้นวันนี้ ฉันกับลูกจะสลักลึกไว้ในกระดูกเลยคอยดู!"
"ในเมื่อตอนนี้เย่ชิงซวงมันก็ตายโหงไปแล้ว... บ้านแกยังมีน้ำยาอะไรไปสร้างคลื่นลมได้อีกฮึ!"
"ลองหันมาดูหลานสาวตัวจริงอย่างลูกฉันนี่! ไม่เพียงแต่จะเชื่อมสัมพันธ์ติดกับกลุ่มธุรกิจซิงหลานได้แล้วเท่านั้น... แต่อีกไม่กี่วันข้างหน้า ลูกสาวฉันกำลังจะได้ขึ้นแท่นเป็นถึงประธานกรรมการบริหารของเครือสกุลเย่โว้ย!"
"ถึงตอนนั้นเมื่อไหร่... คอยดูเถอะว่าพวกฉันจะเหยียบย่ำ บดขยี้ครอบครัวพวกแกให้ตายทั้งเป็นยังไง!"
เจี่ยงเหม่ยจวนทำหน้าตาเหี้ยมเกรียม... ดวงตาสองข้างแทบจะลุกเป็นไฟ เย่ชิงหลานถลึงตาอาฆาตมองฉู่เทียนกับหวังฉินอย่างเคียดแค้น ก่อนจะแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างจองหอง
ลูกผู้ชายแก้แค้น... สิบปีก็ยังไม่สาย รอให้เธอได้ก้าวขึ้นไปนั่งเก้าอี้กุมบังเหียนเครือสกุลเย่ให้เรียบร้อยก่อนเถอะ... ค่อยกลับมาคิดบัญชี ถอนรากถอนโคนพวกมันให้หนำใจก็ยังไม่สาย!
เย่เจี้ยนกั๋วถึงกับสะท้านไปทั้งอก... เย่ชิงหลานกำลังจะได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลแล้ว? แถมยังได้แบ็คอัปเป็นถึงกลุ่มธุรกิจซิงหลานอีก? ...ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ครอบครัวเขาไม่โดนบีบจนฉิบหายวายปวงไปหมดแล้วเหรอวะ!
แต่หวังฉินกลับไม่ได้รู้สึกรู้สาหรือหวาดกลัวอะไรเลย... อย่างมากที่สุด ก็แค่เก็บกระเป๋ากลับไปใช้ชีวิตเป็นตระกูลคนธรรมดาก็เท่านั้นเอง แต่ที่แน่ๆ... ลูกเขยของเธอจะต้องไม่โดนใครหน้าไหนมากดหัวให้เจ็บช้ำน้ำใจเด็ดขาด!
หวังฉินแววตาเย็นชา... เตรียมจะอ้าปากสั่งให้บอดี้การ์ดเข้ามาลากคอสองแม่ลูกนี่โยนออกไป
"ป้าใหญ่... ทุกคำพูดที่คุณพูดออกมาในวันนี้ ฉันจดจำเอาไว้ในสมองหมดเกลี้ยงแล้วล่ะค่ะ"
"และในอนาคต... ฉันก็จะเป็นคนเหยียบย่ำ บดขยี้ครอบครัวป้าให้พินาศจมดินด้วยตัวเองเหมือนกัน..."
ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง เสียงพูดของหญิงสาวที่ทั้งเย็นเยียบและทรงพลังก็ดังก้องกังวานขึ้นมาแหวกอากาศ! พร้อมกับร่างของ 'เย่ชิงซวง' ที่ค่อยๆ ก้าวเดินอย่างมั่นคง พ้นขอบประตูห้องออกมาสู่สายตาของทุกคน!