- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 609 - พลังแห่งเทพรุนแรงเกินต้าน! ถอย!
บทที่ 609 - พลังแห่งเทพรุนแรงเกินต้าน! ถอย!
บทที่ 609 - พลังแห่งเทพรุนแรงเกินต้าน! ถอย!
บทที่ 609 - พลังแห่งเทพรุนแรงเกินต้าน! ถอย!
"ดีนะที่ตัดสินใจไว"
เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ มาเหมิน·ชุนก็รีบกลับมาที่จัตุรัส ยืนมองเหตุการณ์ข้างนอกผ่านประตูเทเลพอร์ตขนาดห้าเมตรพลางถอนใจอย่างโล่งอก
โชคดีนะที่ไหวตัวทัน!
ถึงจะมีเกราะห้วงมารคุ้มกัน แต่โดนระดับเทพซัดเข้าให้ ก็คงรับได้ไม่กี่ดอกหรอก
ก็แหม... พลังมันคนละชั้นกันเลยนี่นา!
ความหัวรั้นก็ต้องมีขอบเขตเหมือนกันนะ!
ทันใดนั้น
"เร็วเข้า! รีบปิดประตูเทเลพอร์ตบานนี้เดี๋ยวนี้!"
มาเหมิน·ชุนที่กำลังวิ่งถอยหลัง ตาลีตาเหลือกตะโกนสั่งพวกต่างดาวที่คุมค่ายกลให้ตัดการจ่ายพลังวิญญาณทันที
ไม่สนเลยว่ายังมีพวกต่างดาวอีกหลายคนที่ยังกลับมาไม่ถึง
สำหรับมันแล้ว พวกเผ่าพันธุ์ชั้นต่ำพวกนี้ตายก็ตายไปเถอะ ขืนปล่อยให้ไอ้ระดับเทพนั่นทะลวงเข้ามาในเมือง แล้วรู้ที่ซ่อนของโลกใบเล็กนี้เข้าล่ะก็ ฉิบหายแน่
มารก็อบลินในโถงสังเกตการณ์รับคำสั่ง ถึงจะแอบสงสารเพื่อนร่วมเผ่า แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง รีบรัวนิ้วตัดพลังวิญญาณผ่านโต๊ะคริสตัลมารทันที
ที่จัตุรัส พลังวิญญาณที่ส่งไปยังประตูเทเลพอร์ตของภูเขาซวีหลิงลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
ขอบประตูเริ่มบิดเบี้ยว เลือนลาง แสงสว่างริบหรี่ลง และหดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดในพริบตา
ในเวลาเดียวกัน
พอจักรพรรดิซวีข่าหลัวเท่อโผล่มา พวกต่างดาวที่กำลังสู้อยู่นอกม่านพลังและค่ายกลก็หน้าถอดสี สิ้นหวังไปตามๆ กัน
พวกต่างดาวระดับกลางและระดับล่างที่ยังขุดหินมิติอยู่ในเหมือง ก็รู้สึกเหมือนฟ้าถล่มดินทลาย
จังหวะนั้นเอง อุปกรณ์สื่อสารที่ทำจากคริสตัลมารก็ดังขึ้น สั่งให้ล่าถอยด่วน
"เวรเอ๊ย! ไอ้ลิงจากฝั่งกลางนี่หว่า! มันมาโผล่ที่นี่ได้ไงวะ ไอ้พวกมารก็อบลินงี่เง่านั่นมันเฝ้าจอกันประสาอะไร!"
"บัดซบ รอข้าด้วยสิโว้ย! ให้ข้าเข้าไปหน่อย ให้ข้าเข้าไปในประตูที!"
"เชี่ย! อย่าเพิ่งปิด ขอเวลาอีก 2 วินาที เวรเอ๊ย แค่ 2 วินาทีเอง!!"
พวกต่างดาวเค้นพลังวิญญาณสุดขีด วิ่งหนีตายสุดชีวิตมุ่งหน้าไปที่ประตูเทเลพอร์ต ภาพที่เห็นราวกับปลาวาฬสูบน้ำ หวังเพียงจะได้กลับไปที่จัตุรัสของเมืองต่างดาว
แต่ทว่า ส่วนใหญ่ก็ทำไม่สำเร็จ
ลูกบอลพลังวิญญาณสีทองแย่งซีนไปหมดแล้ว
ม่านพลัง ค่ายกล และเวทป้องกันต่างๆ ที่กางไว้ด้วยเสาคริสตัลมารและผลึกลายระดับต่างๆ ราวกับถุงน่องที่ถูกฉีกกระชากอย่างรุนแรง แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา
วินาทีต่อมา
ก็ไม่ได้มีการระเบิดของพลังวิญญาณหรือคลื่นกระแทกอย่างที่คิด
ลูกบอลพลังวิญญาณสีทองขนาดยักษ์ที่พังทลายทุกสิ่ง ภายใต้การควบคุมของจักรพรรดิซวีข่าหลัวเท่อ ก็แตกตัวออกเป็นลูกบอลสีทองขนาดเล็กนับไม่ถ้วน พุ่งทะลวงเข้าใส่ฝูงต่างดาวที่กำลังหนีตายอย่างบ้าคลั่ง
ที่ใดที่มันพาดผ่าน อากาศก็เกิดเสียงดังซี๊ดซ้าด ราวกับถูกแผดเผา
เกราะระดับเจ็ดระดับแปดที่พวกต่างดาวใส่อยู่ แทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย โดนลูกบอลทองคำทะลวงร่างทะลุไปแบบไม่ได้ส่งเสียงร้องสักแอะ ก็ขาดใจตายคาที่ไปซะแล้ว
——ตุบ ตุบ!
ร่างของพวกต่างดาวร่วงหล่นลงมาราวกับต้นข้าวสาลีที่ถูกเคียวเกี่ยว บ้างก็ทรุดลงกับพื้น บ้างก็ดิ่งพสุธาจากบนฟ้า
เลือดสารพัดสีไหลทะลักออกจากบาดแผล นองเป็นแอ่งเลือดเกลื่อนพื้นดิน
ชั่วพริบตาเดียว ไม่ว่าจะเป็นพวกต่างดาวที่ยอมบีบผลึกลายราชันมารระดับเก้าทิ้ง หรือพวกที่รวมพลังกันสร้างเกราะป้องกัน ล้วนพบกับจุดจบเดียวกันหมด
พลังแห่งเทพรุนแรงเกินต้าน!
ขณะเดียวกัน
จักรพรรดิซวีข่าหลัวเท่อมองประตูเทเลพอร์ตที่กำลังหดเล็กลง นึกคิดเพียงวูบเดียว เส้นทางแห่งกฎความยาวกว่า 6,000 เมตรที่อยู่ด้านหลังก็เปล่งแสงเจิดจ้า อักขระวิ่งพล่านรอบตัวราวกับลูกอ๊อด ปลดปล่อยรังสีอำมหิตออกมา
"หมัดทะลวงมิติ!"
พริบตานั้น
จักรพรรดิซวีข่าหลัวเท่อก็วาร์ปมาโผล่ใกล้ๆ ประตูที่หดเหลือแค่ 50 เซนติเมตร ง้างหมัดขึ้นสูง
หมัดที่อัดแน่นด้วยพลังวิญญาณสุดสยอง ห่อหุ้มด้วยแสงสีทองอร่าม ปล่อยคลื่นพลังวิญญาณขนาดมหึมาพุ่งทะยานออกไป
——เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
คลื่นแสงสาดไปที่ไหน มิติก็แตกกราวเป็นรอยร้าวสีดำ พริบตาเดียวก็กลืนกินจุดที่ประตูตั้งอยู่ คลื่นพลังงานกระแทกผืนดินราวกับเสาทองคำยักษ์พุ่งปักทะลุโลก
ณ จุดตกกระทบ แผ่นดินกระเพื่อมราวกับน้ำเดือด สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างบ้าคลั่ง
รอยแยกและคลื่นความสั่นสะเทือนแผ่ขยายออกไปทุกทิศทางอย่างเกรี้ยวกราด
ผืนดินที่เคยราบเรียบ ผุดเป็นเนินดินสูงชันนับไม่ถ้วน ฝุ่นคลุ้งตลบไปทั่วฟ้า
เฉินซีอินกับพวกซวีจางคงมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ใจเต้นไม่เป็นส่ำ
ถ้าไอ้การโจมตีแบบนี้มาโดนตัวเอง คงแหลกละเอียดไม่เหลือแม้แต่เศษเนื้อแน่ๆ?!
วินาทีต่อมา
พอประตูเทเลพอร์ตหายไป
จักรพรรดิซวีข่าหลัวเท่อก็หรี่ตาลง ยืนนิ่งอยู่กับที่ ยกมือขึ้นทำท่ากำหลวมๆ ราวกับมีมือยักษ์ที่มองไม่เห็นลอยลงมาจากฟ้า
ลูบคลำผืนดินในรัศมีร้อยลี้จนเรียบกริบ กลับคืนสู่ความสงบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มีเพียงศพพวกต่างดาวที่เกลื่อนกลาด กับสีหน้าตกตะลึงของพวกเฉินซีอิน ที่ยืนยันว่ามันเพิ่งลงมือไปเมื่อกี้
จากนั้น จักรพรรดิซวีข่าหลัวเท่อก็จ้องมองจุดที่ประตูเทเลพอร์ตหายไป แววตาฉายอารมณ์ประหลาด
ไม่ใช่ว่ามันจะฉวยโอกาสมุดประตูเทเลพอร์ต บุกเข้าไปในถิ่นของพวกต่างดาวไม่ได้นะ
แต่มันหวาดกลัววิธีที่พวกต่างดาวใช้ฆ่าจักรพรรดิซวีซือเหนียวเผิงต่างหาก
เกิดมีกับดักรออยู่ แล้วมันบุกเข้าไปตัวเดียว จะรอดกลับมาได้หรือเปล่าก็ไม่รู้
ขนาดจักรพรรดิซวีปัวปี่สยงเมื่อกี้ยังเจ็บหนัก เส้นทางแห่งกฎหักไปตั้งสองเส้น ถ้าไม่ใช่เพราะมันถึกทน คงตายโหงไปแล้ว
และไอ้พลังที่โจมตีใส่จักรพรรดิซวีปัวปี่สยง ก็เหมือนกับพลังที่ฆ่าจักรพรรดิซวีซือเหนียวเผิงเป๊ะเลย!
จากนั้น
จักรพรรดิซวีข่าหลัวเท่อก็หันไปมองเฉินซีอินที่ลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าไปหา
......
อีกด้านหนึ่ง
ถึงประตูเทเลพอร์ตจะหดตัวอย่างรวดเร็ว แต่คลื่นแสงขนาด 50 เซนติเมตรก็ยังเล็ดลอดทะลวงเข้ามาอัดกระแทกพื้นจัตุรัสของพวกต่างดาวจนได้
จังหวะนั้นเอง สัญญาณเตือนภัยสีแดงก็สว่างวาบขึ้นทั่วโถงสังเกตการณ์
"เตือนภัย! เตือนภัย! ตรวจพบคลื่นพลังวิญญาณแห่งกฎ!"
"ฉิบหายแล้ว! รีบเปิดม่านพลังป้องกันวิญญาณเร็วเข้า ไม่งั้นประตูบานอื่นก็พังไปด้วยแน่!"
มารก็อบลินตัวหนึ่งที่ดูแลระบบตะโกนลั่น
พวกมารก็อบลินตัวอื่นๆ ได้ยินคำสั่งก็รีบยกมือขึ้น แต่ก็ไม่ทันการณ์แล้ว
วินาทีต่อมา แสงสีทองเจิดจ้าก็สาดส่องลงบนจอภาพผลึกเสียงเงาของเมืองจนตาพร่ามัว
——ตูม!!
คลื่นแสงที่มุดลงดิน ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ระเบิดดินกระจุย ราวกับลูกโป่งที่ถูกเป่าจนแตก ตามมาด้วยการระเบิดครั้งใหญ่ระดับทำลายล้าง
เกิดเป็นกลุ่มควันรูปดอกเห็ดที่ปล่อยคลื่นกระแทกออกมาเป็นระลอก!
สิ่งก่อสร้างของพวกต่างดาวรอบๆ จัตุรัส ทนแรงระเบิดไม่ไหว ถล่มครืนลงมา หินกระเด็นไปทั่ว
ค่ายกลอักขระบนพื้นก็พังยับไปกว่าครึ่ง เสาคริสตัลมารที่ปล่อยม่านพลังก็แตกกระจายไม่เหลือซาก
เกิดเป็นลูกโซ่ระเบิดขนาดย่อมๆ ซ้ำเติมความเสียหายให้หนักขึ้นไปอีก
พวกต่างดาวบางส่วนที่เพิ่งกลับมาจากประตูบานอื่น และยังไม่ได้ออกจากจัตุรัส ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
ยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็โดนลูกหลง ร้องโหยหวนกันระงม พวกที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางระเบิดก็แหลกเป็นผุยผงไปเลย!
มาเหมิน·ชุนเองก็กระเด็นลอยละลิ่ว หมุนคว้างกลางอากาศราวกับใบไม้ร่วงในพายุ
โชคดีที่มีเกราะห้วงมารคุ้มกัน แถมมันก็ถอยหลังมาตลอด และคลื่นแสงก็หมดพลังไปก่อน ไม่งั้นความเสียหายคงบานปลายกว่านี้
พอฝุ่นควันจางลง
มาเหมิน·ชุนมองดูจัตุรัสที่พังพินาศไปกว่าครึ่ง แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว
ไอ้พวกสัตว์เดรัจฉานเอ๊ย!
แค่เสี้ยววินาทีก็สร้างความพินาศได้ขนาดนี้เชียว!
จากนั้น มันก็กวาดสายตามองไปที่ประตูเทเลพอร์ตบานอื่นๆ เห็นประตูเริ่มกะพริบ เพราะพลังวิญญาณขาดตอน ก็หน้าซีดเผือด
"แย่แล้ว รีบส่งข่าวให้มาเหมิน·ซินกับพวกมันกลับมาด่วน เลิกขุดได้แล้ว!"
"ขอรับ... ขอรับ..."
(จบแล้ว)