- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 560 - ผู้คนที่ไม่อยากเชื่อ เผ่าต่างดาวที่หลบหนี
บทที่ 560 - ผู้คนที่ไม่อยากเชื่อ เผ่าต่างดาวที่หลบหนี
บทที่ 560 - ผู้คนที่ไม่อยากเชื่อ เผ่าต่างดาวที่หลบหนี
บทที่ 560 - ผู้คนที่ไม่อยากเชื่อ เผ่าต่างดาวที่หลบหนี
ในขณะนี้
บนสมรภูมิรบสถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณสั่นสะเทือนอย่างไม่หยุดหย่อน
หลังจากกองกำลังหนุนเดินทางมาถึง เขตแดนเสียงหลากสีสันของเฉินซีอินก็หดตัวลงเหลือเพียงสิบกว่ากิโลเมตรเพื่อลดการใช้พลังเสียง เขาเข้าต่อสู้พัวพันกับเผ่าต่างดาวระดับแปดทั้งสามอย่างซ่าต้านฮั่ว
"เกิดอะไรขึ้น หลี่เทียนสยง ทัพหน้าของพวกนาย.... ใกล้จะต้านไม่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?"
กวนอวิ๋นซาน ผู้บัญชาการที่เพิ่งตามมาถึง สั่งให้กองกำลังแต่ละหน่วยเข้าร่วมสมรภูมิเพื่อไล่ล่าเผ่าต่างดาวไปพลาง ขณะเดียวกันก็ตามหาหลี่เทียนสยงพลาง เอ่ยด้วยใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
หลี่เทียนสยงที่ราวกับเพิ่งตื่นจากฝัน ใบหน้าแดงก่ำ และยังคงอยู่ในอาการตื่นเต้น เขากระหน่ำโจมตีเผ่าต่างดาวที่แตกฮือหนีไปรอบๆ อย่างบ้าคลั่ง หันกลับมามองกวนชิงเซิง ออกท่าออกทาง เล่าเหตุการณ์อย่างออกรสออกชาติถึงการปรากฏตัวของเฉินซีอิน ที่สามารถโจมตีระดับเจ็ดจำนวนมากให้บาดเจ็บสาหัสได้ในคราวเดียว และพลิกสถานการณ์ของทั้งสมรภูมิ
"พระเจ้า... ก็หมายความว่า.... เฉินซีอิน... เขา.. เขาเพียงคนเดียวเปลี่ยนสถานการณ์ทั้งหมดเลยเหรอ?!"
กวนอวิ๋นซานเบิกตากว้าง รู้สึกเหมือนโลกทัศน์พังทลาย ในฐานะที่เขาอยู่ในอันดับห้าของทำเนียบคนดังระดับเจ็ดมานานกว่าสี่ร้อยปี แม้แต่เขาก็ยังห่างไกลจากการทำแบบนี้ได้
แม้แต่ฉินเฟยที่เคยเป็นอันดับหนึ่ง ก็ยังไม่มีพลังต่อสู้ขนาดนี้
เฉินซีอินแห่งต้าเซี่ยคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว!
"ตาเฒ่ากวน ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ รีบไปร่วมมือกับพวกเขากำจัดมารต่างดาวลายรุ้งระดับแปดสามตัวนั้นให้ได้เร็วเข้า!" หลี่เทียนสยงตบบ่ากวนอวิ๋นซาน ชี้ไปยังสมรภูมิที่อยู่ห่างออกไปกว่าสองร้อยกิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดที่เฉินซีอินและเฉินชูอินกำลังต่อสู้อยู่
"น้องชาย แกก็ประเมินฉันสูงเกินไป... นั่นมันเผ่าต่างดาวลายรุ้งระดับแปด เทียบเท่ากับยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ระดับแปดคลาส SSS เชียวนะ แถมยังเป็นมารต่างดาวอีก!"
กวนอวิ๋นซานใช้สัมผัสทางจิตรับรู้ถึงสมรภูมิที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งมีเขตแดนห้าแบบตัดสลับกันอยู่ เขาหัวเราะเจื่อนๆ พลางส่ายหน้า "ฉันขืนเข้าไปมีแต่จะไปเกะกะ.. สู้ไปไล่ล่าพวกเผ่าต่างดาวระดับเจ็ดก่อนดีกว่า..... แกไปพักเถอะ"
พูดจบ
กวนอวิ๋นซานก็ไม่รั้งรอ ถือดาบด้ามยาวสีฟ้า วาดเป็นวงกลม ออกแรงที่เท้า กระทืบความว่างเปล่าอย่างแรง กลายเป็นลำแสงสีฟ้า พุ่งทะยานเข้าหาพวกเผ่าต่างดาวระดับเจ็ดที่กำลังถอยร่นไปพลางสู้ไปพลาง
"พักบ้าอะไรล่ะ นี่มันความดีความชอบทั้งนั้น!"
หลี่เทียนสยงส่ายหน้า ชุดเกราะด้านหลังพ่นเปลวไฟสีฟ้าออกมา พาให้ร่างของเขาราวกับดาวตก พุ่งเข้าหาเผ่าต่างดาวที่กำลังหลบหนี
เผ่ามนุษย์ระดับเจ็ดกว่าสามพันคนที่เพิ่งเข้าร่วมใหม่ ได้นำพากองกำลังที่แข็งแกร่งมาเสริมทัพ เมื่อรวมกับทัพหน้าดั้งเดิมแล้ว พลังรบระดับสูงก็เหนือกว่าเผ่าต่างดาวไปแล้ว
ในเวลานี้ช่างเป็นภาพของการบุกโจมตีแบบเต็มกำลังอย่างแท้จริง
นัยน์ตาของเผ่ามนุษย์เปล่งประกายด้วยความบ้าคลั่ง พวกเขาไล่ล่าเผ่าต่างดาวที่แตกหนีไปคนละทิศคนละทางอย่างไม่คิดชีวิต
นักรบระยะประชิดแนวหน้ากำดาบในมือแน่น ชูขึ้นสูง ก่อนจะฟาดฟันเข้าใส่เผ่าต่างดาวที่กำลังหลบหนีอย่างโหดเหี้ยม
คมดาบแหวกอากาศจนเกิดเสียงร้องแหลม ฟันเข้าที่แผ่นหลังและลำคอของเผ่าต่างดาว เลือดสาดกระเซ็น พรากเอาชีวิตของพวกมันไป
บางคนออกแรงมากเกินไปจนเซถลาเกือบล้ม แต่ยังไม่ทันตั้งตัวได้ ก็พุ่งเข้าหาเป้าหมายต่อไปแล้ว
สำหรับพวกเขาแล้ว นี่มันความดีความชอบและของที่ระลึกจากสงครามที่ได้มาฟรีๆ ชัดๆ!
เผ่ามนุษย์ในทัพหน้าดั้งเดิมที่ทำหน้าที่โจมตีระยะไกลอยู่แนวหลังก็พุ่งขึ้นมาข้างหน้า ใครจะไปสนล่ะว่าพลังวิญญาณจะพอหรือไม่!
ยอดฝีมือสายธาตุบางคนดึงพลังวิญญาณที่เหลืออยู่น้อยนิดในร่างกายออกมาใช้ สองมือตวัดไม่หยุดหย่อน การโจมตีด้วยพลังวิญญาณอันริบหรี่กระหน่ำเข้าใส่เผ่าต่างดาวอย่างไม่ขาดสาย
เผ่ามนุษย์ที่ใช้ธนูจำนวนไม่น้อยฝืนทนกับความปวดเมื่อยที่ท่อนแขน ง้างธนูจนสุดสาย ปลายศรเล็งไปยังเผ่าต่างดาวที่กำลังหลบหนี ลูกธนูพกพาแสงวิญญาณพุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมาย
เหล่าสายรักษาจำนวนมากทุ่มเทสุดกำลัง ไม่สนว่าพลังวิญญาณของตัวเองใกล้จะหมดลง แม้ว่าจะเพิ่มความเร็วได้เพียงเล็กน้อย หรือฟื้นฟูพละกำลังได้เพียงนิดเดียว พวกเขาก็กัดฟันร่ายทักษะวิญญาณเสริมพลังให้เพื่อนร่วมทีม
—ตูม ตูม!
เผ่ามนุษย์ที่ทำหน้าที่ยิงปืนใหญ่ดวงตาแดงก่ำจับจ้องไปยังเผ่าต่างดาวที่หลบหนี สองมือบรรจุกระสุนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงคำรามที่ดังขึ้น ลูกปืนใหญ่ก็พกพาควันโขมงและพลังกระแทกอันรุนแรงพุ่งทะยานไปยังจุดที่มีเผ่าต่างดาวหนาแน่น
เมื่อลูกปืนใหญ่ตกลงพื้น ก็เกิดพายุเลือดขึ้นในพริบตา ชิ้นส่วนแขนขาปลิวว่อนไปทั่วฟ้า พื้นดินถูกระเบิดจนกลายเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ ดินและเลือดผสมปนเปกัน ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง
—ปัง ปัง ปัง!
เผ่ามนุษย์ที่ควบคุมอาวุธปืนวิญญาณ นิ้วมือกดไกปืนแน่น เสียงปืนคำรามไม่หยุด เปลวไฟที่พ่นออกมาจากปากกระบอกปืนราวกับงูพิษที่แลบลิ้น กระสุนปืนห่าใหญ่สาดกระหน่ำเข้าใส่เผ่าต่างดาวราวกับพายุฝน
—ปัง ปัง!
เผ่ามนุษย์ที่ขับเครื่องบินรบพลิ้วไหวไปมากลางอากาศ ก้มมองดูสมรภูมิที่วุ่นวายเบื้องล่าง รอจังหวะที่เหมาะสม แล้วกดปุ่มยิง
ขีปนาวุธและระเบิดที่แขวนอยู่ใต้ปีกพุ่งทะยานออกไป ทิ้งหางเปลวไฟยาวเหยียด พุ่งเสียบเข้ากลางวงเผ่าต่างดาวราวกับสายฟ้าแลบ ตามมาด้วยการระเบิด แสงไฟพุ่งขึ้นฟ้า ระเบิดเผ่าต่างดาวจนแหลกสลาย เลือดสาดกระเซ็น
เผ่าต่างดาวที่โชคดีรอดจากการระเบิดมาได้ ก็ไม่วายต้องจบชีวิตลงในเงื้อมมือของมนุษย์คนอื่นๆ ที่ไล่ตามมาอยู่ดี
อีกด้านหนึ่ง เฉินเย่หัวนำขบวนตระกูลเฉินเข้าห้ำหั่นอย่างห้าวหาญ ริบบิ้นวิญญาณที่พลิ้วไหวไม่หยุดหย่อน เงาดาบแตงโมที่บดบังท้องฟ้า เงาหอกสีดำขนาดมหึมา พายุทอร์นาโดที่หมุนวน เงาง้าวที่กวาดล้างไปทั่วสารทิศ..... การโจมตีด้วยพลังวิญญาณหลากหลายรูปแบบกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง....
ดาบแตงโมในมือเฉินฮ่าวหนานร่ายรำจนเกิดพายุ ทำให้เกิดฝนเลือดคละคลุ้ง เขากวาดตามองไปรอบๆ ถกเถียงกับผู้คนอย่างเมามัน แล้วตะโกนด้วยความตื่นเต้น
"ผงาดฟ้าท้าลม~ ข้าลุยไปทั่ว~ ผู้คนแหงนมอง~ คุณชายรองยังห้าวหาญขนาดนี้ แล้วพวกเราจะล้าหลังได้ยังไง!?"
"แน่นอนอยู่แล้ว ไป๋เฉี่ยน รีบใช้วิชาผนึกสามภพควบคุมพวกมันเอาไว้ อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้!"
"ร่ายรำเทพมารของเฟิ่งเซียน ทำลายล้างเผ่าต่างดาวระดับเจ็ดตัวนี้ซะ!"
"อวิ๋นฉาง! ฟันดาบลาก ดาบมัน ฟันมันให้ตาย เสวียนเต๋อ เลิกร้องเพลงได้แล้ว รีบฮาซากิใส่พวกมันเร็วเข้า!"
เสียงตะโกนที่วุ่นวายแต่เปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิมดังก้องไปทั่วทั้งสมรภูมิ
..........
"จงไปตายซะดีๆ!"
เฉินซีอินที่เหลือพลังเสียงเพียง 10% วาร์ปมาปรากฏตัวตรงหน้าซ่าต้านฮั่ว นิ้วมือเกี่ยวสายผีผา คลื่นเสียงระลอกหนึ่งถาโถมออกไปพร้อมกับกล่าวเสียงเย็น
"ไม่! เป็นไปไม่ได้! เป็นไปได้อย่างไร มนุษย์ระดับเจ็ดตัวจ้อยจะมีพลังมหาศาลถึงเพียงนี้!?"
ซ่าต้านฮั่วที่มีบาดแผลเต็มตัวถูกคลื่นเสียงกระแทกจนเซถลา เปลวเพลิงรอบกายหม่นหมองลงเล็กน้อย บนใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ มันคำรามอย่างสิ้นหวัง การโจมตีด้วยพลังวิญญาณในมือถูกปล่อยออกมาอย่างสะเปะสะปะ
มังกรไฟยักษ์ห้าตัวที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง กางกรงเล็บและเขี้ยวพุ่งเข้าใส่เฉินซีอิน
"แค่ทักษะปลายแถว บังอาจมาอวดเก่งต่อหน้าฉัน"
เฉินซีอินแค่นเสียงเย็น มือซ้ายตวัดผ่านผีผา คลื่นเสียงห้าสายกลายเป็นมือยักษ์ที่จับต้องได้ คว้าจับมังกรไฟทั้งห้าที่กำลังดิ้นรน
จากนั้นเขาก็ตวัดมือขึ้นดีดสายพิณ ปล่อยคมมีดเสียงออกไปอีกครั้ง กรีดลึกจนเห็นกระดูกที่หน้าอกของซ่าต้านฮั่ว เลือดสีดำพุ่งกระฉูด
อีกด้านหนึ่ง
อีลี่ตานตี๋กับซ่าเก๋ออั้นสบตากัน มองเห็นความตื่นตระหนกในแววตาของกันและกัน เฉินซีอินที่จู่ๆ ก็โผล่มาทำไมถึงได้น่ากลัวขนาดนี้?
แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาให้คิดมากนัก พวกมันตนหนึ่งรับมือกับเฉินชูอิน อีกตนหนึ่งรับมือกับ 【เสี่ยวจื้อ】 ล้วนแต่ตกเป็นรองแล้วทั้งสิ้น
อีลี่ตานตี๋กวาดตามองรอบๆ พบว่ามีเผ่าต่างดาวระดับเจ็ดฉีกมิติหลบหนีออกจากสมรภูมิอย่างต่อเนื่อง บ้างก็บีบคริสตัลมิติเพื่อถอยทัพ.... สารพัดวิธีหนีเอาตัวรอดปรากฏขึ้นอย่างไม่ขาดสาย
ภาพเบื้องหน้าทำให้มันตระหนักได้อย่างถ่องแท้ว่า การต่อสู้ครั้งนี้ได้พังพินาศลงแล้ว ต้องหนีแล้ว
"ซ่าเก๋ออั้น ซ่าต้านฮั่ว เลิกสู้ได้แล้ว รีบกลับเมืองลวี่มู่เร็วเข้า!"
ยังไม่ทันสิ้นเสียง
—วืด!
อีลี่ตานตี๋ระดับแปดปล่อยลำแสงสีทองออกจากมือซ้าย บังคับให้เสี่ยวจื้อที่ยิงลำแสงจากหน้าผากต้องถอยร่น มือขวาของมันตวัดขึ้น วงแหวนแสงขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ภาพภายในวงแหวนคือท้องถนนของเมืองลวี่มู่ที่แดงฉานไปด้วยเลือดและเต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวน
จากนั้น มันก็วาร์ปถอยกลับเข้าไปข้างใน มองดูซ่าต้านฮั่วและซ่าเก๋ออั้นที่ยังคงต่อสู้อยู่พลางตะโกน
"ไปเร็ว ขืนช้ากว่านี้จะหนีไม่ทันแล้ว!!"
ในขณะเดียวกัน
เฉินซีอินยกยิ้มมุมปาก สายตาจับจ้องไปที่อีลี่ตานตี๋พลางแอบหัวเราะในใจ
หึหึ.... ไอ้หน้าโง่.. รอให้แกเปิดประตูเทเลพอร์ตอยู่พอดีเลย
(จบแล้ว)