เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 91 ปิ่นงาม (3)

บทที่ 91 ปิ่นงาม (3)

บทที่ 91 ปิ่นงาม (3)


เมื่อครู่นางไม่ได้โกหก คืนนี้นางมีหลายอย่างที่ต้องจัดการ ก่อนหน้านี้ที่อยู่จวนอ๋อง ตอนกลางคืนยังพอมีเวลาอยู่บ้าง การเดินทางครั้งนี้แม้จะเขียนบันทึกมาตลอดทาง แต่ส่วนมากก็มักจะใช้เวลาอยู่กับเด็กๆ

เสิ่นเยว่กลับไปนั่งที่โต๊ะ

ท่านลุงท่านป้ารู้ว่านางคุ้นเคยกับการเขียนอ่านหนังสือ จึงจัดเตรียมโต๊ะไว้ในห้องนาง จะได้ใช้ได้สะดวก

เสิ่นเยว่หยิบสมุดที่ยังจัดการไม่เสร็จออกมาจากห่อผ้า ขณะที่กำลังจะเขียนต่อก็เห็นปิ่นอัญมณีสีแดงชิ้นนั้น สายตาแสดงออกถึงความตกตะลึง

ก่อนหน้านี้จัวหย่วนฝากปิ่นอัญมณีสีแดงนี้ไว้กับนางก่อน บอกว่าเป็นรางวัลหงฮวาดอกใหญ่ให้กับนาง รอเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิแล้วค่อยใช้ปิ่นนำไปแลก ของสำคัญเช่นนี้พกติดตัวไว้จะดีกว่า หากนานวันเข้าทำหายไปคงจะชดใช้ไม่ไหว

มุมปากนางบิดโค้งขึ้นเล็กน้อย

ประจวบเหมาะที่หน้าโต๊ะมีกระจก จู่ๆ เสิ่นเยว่ก็ดึงปิ่นดอกเหมยออกมา แล้วปักปิ่นอัญมณีสีแดงนี้ลงไปบนผม

ท่านป้าพูดไว้ไม่มีผิด ปิ่นอัญมณีสีแดงนี้ดูเข้ากันมากกว่า

เสิ่นเยว่ยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้ดึงปิ่นปักผมออก เมื่อครู่ก็ไม่มีใครเห็น อีกเดี๋ยวเมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าค่อยถอดปิ่นออกมาแล้วเก็บให้ดี

เสิ่นเยว่รวบรวมสมาธิอีกครั้งแล้วเริ่มทำงาน

จวงซื่อกลับห้อง เหลียงโหย่วเหวยเองก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง

เมื่อเห็นจวงซื่อกลับมาจึงเอ่ยถาม "ทำไมไปนานขนาดนี้?"

จวงซื่อยิ้ม "ดูอาเยว่ลองชุด ขนาดพอดีตัวอย่างที่คาดไว้ไม่มีผิด"

จวงซื่อปลดเสื้อตัวนอกออกพลางกล่าว "สตรีหน้าตาเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เมื่อครู่ที่เปลี่ยนเสื้อผ้า ข้าแต่งหน้าทำผมให้นาง เมื่อโตเป็นสาวเต็มตัวแล้วก็ยิ่งงาม เสียก็เพียงไม่มีจริตจะก้านแม้สักนิด ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ข้าว่าควรจะมีคู่ครองได้แล้ว"

เหลียงโหย่วเหวยตกตะลึง

ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จู่ๆ ก็นึกถึงวันนี้ในตอนที่เสิ่นเยว่เอ่ยถึงจัวหย่วนด้วยท่าทางสนิทสนม...จัวหย่วนเป็นถึงอ๋องผิงหย่วน ไม่ควรที่จะเรียกด้วยท่าทีปกติเช่นนี้

ขณะที่กำลังครุ่นคิด ก็ได้ยินจวงซื่อเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง "ยัยหนูกำลังยุ่งอยู่ นางเป็นคนทำอะไรจริงจังมาแต่ไหนแต่ไร บอกว่าพรุ่งนี้หรือไม่ช้าสุดก็มะรืนนี้เด็กๆ ในจวนอ๋องจะเดินทางไปเมืองสวี่ เกรงว่านางคงจะทำงานจนดึกดื่น พรุ่งนี้จะเอาของไปส่ง"

เหลียงโหย่วเหวยหลุดจากภวังค์ ไม่ได้คิดฟุ้งซ่านอีก ตอบกลับ "ปล่อยนางไปเถอะ นางทำเรื่องที่ตนเองชอบ อดตาหลับขับตานอนมาแต่ไหนแต่ไร ยุ่งสักหน่อยก็ดีแล้ว"

จวงซื่อคิดดูแล้วก็เห็นด้วย จึงไม่ได้ถามสิ่งใดอีก

เมื่อจวงซื่อเดินไปล้างหน้าบ้วนปากที่ห้องมุม เหลียงโหย่วเหวยถึงวางหนังสือในมือลง ในใจเกิดความรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา จวนอ๋องผิงหย่วน ตระกูลเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ตระกูลต่ำต้อยเช่นพวกเขาจะสามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้...

แต่เมื่อนึกอีกครั้งก็อดส่ายหน้าเล็กน้อยไม่ได้ ความคิดของอาเยว่ไม่เคยใฝ่หาการมีอำนาจ

ส่วนอ๋องผิงหย่วน...เมื่อตอนที่อยู่ในเมืองหลวงก็เคยได้ยินเรื่องราวของลูกหลานตระกูลขุนนางจวนอื่นเกี่ยวกับเรื่องความมักมากในกาม แต่ไม่เคยได้ยินเรื่องอ๋องผิงหย่วน และไม่เคยได้ยินเรื่องแอบมีพันธะเชิงชู้สาว พื้นฐานครอบครัวปกติดี

เหลียงโหย่วเหวยคิด ตนอาจคิดมากไป

เวลาค่อยๆ ผ่านไป แสงไฟในเรือนก็ดับลง

ทางด้านเสิ่นเยว่กำลังใจจดจ่ออยู่กับการเขียน

วันนี้ไถ่ถามสารทุกข์กับคนในครอบครัวแล้ว คืนนี้ต้องเร่งทำงาน ไม่มีคนมารบกวนนาง นางมีเวลาทั้งคืนในการตั้งใจทำงานให้เสร็จสิ้น

เมื่อเปลี่ยนไส้ตะเกียงอีกครั้งก็น่าจะใกล้ยามจื่อแล้ว

เสิ่นเยว่หาวเล็กน้อย และรู้สึกว่าความเร็วเริ่มลดลง เพียงแต่หลังจากหาวแล้วก็ยังทำงานต่อ

ทันใดนั้นก็คล้ายจะได้ยินเสียงเรียกนางจากด้านนอกห้อง

เสิ่นเยว่รู้สึกตกใจ เริ่มคิดว่าอาจหูฝาดไป ต่อมาก็มั่นใจว่าได้ยินเสียงเรียก ‘แม่นางเสิ่น’ สามคำนี้...

แน่นอนว่าในครอบครัวไม่มีใครเรียกนางว่าแม่นางเสิ่น เสิ่นเยว่ที่นึกขึ้นได้จึงชะงักไป แต่เมื่อเสียงดังขึ้นอีกครั้ง เสิ่นเยว่จำได้ว่าเป็นเสียงของจัวเย่

จัวเย่?

เสิ่นเยว่ประหลาดใจ

เป็นเพราะจำได้ว่าเป็นเสียงจัวเย่ จึงไม่รู้สึกกลัว ยันตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ข้างหน้าต่าง จริงดั่งที่คิด เป็นจัวเย่

จัวเย่เห็นนาง คล้ายกับจะตกตะลึงไปเล็กน้อย ประจวบเหมาะที่เอ่ยถาม "ท่านมาได้อย่างไร?"

อีกทั้งดูท่าทางแล้วคงจะปีนกำแพงข้ามมา ไม่คิดกลัวว่าจะทำให้ผู้อื่นตกใจบ้างหรือ

จัวเย่หลุดจากภวังค์ "แม่นางเสิ่น คืนนี้คุณหนูเก้าร้องไห้ไม่หยุด ท่านอ๋องปลอบอย่างไรก็ไม่เป็นผล หากคืนนี้คุณหนูเก้าไม่ได้พบท่านก็จะร้องไห้ไม่หยุด..."

"..." เดิมทีเสิ่นเยว่อยากพูดว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนี้ แต่รู้ว่าจัวเย่เองก็คงไม่แน่ใจในสถานการณ์

จัวเย่กล่าวอีกครั้ง "ท่านอ๋องจนปัญญา คุณหนูเก้ารับปากว่าหากได้พบแม่นางเสิ่นก็จะนอน ดังนั้นท่านอ๋องจึงพาคุณหนูเก้าออกมาจากอี้กว่าน แต่ดึกมากแล้ว เกรงว่าหากเข้าประตูหลักจะสร้างเรื่องยุ่งยากที่ไม่จำเป็น ดังนั้นจึงให้ข้ามาหาแม่นางเสิ่น"

"ท่านหมายถึง...ตอนนี้?" เสิ่นเยว่ประหลาดใจ

จัวเย่เองก็ลำบากใจ "ขอรับ ท่านอ๋องพาคุณหนูเก้ารออยู่บนรถม้า อยู่ถัดไปอีกสองถนน อีกประเดี๋ยวข้าค่อยมาส่งแม่นางเสิ่น...ประเด็นสำคัญคือครั้งนี้คุณหนูเก้าบอกว่าแม่นางเสิ่นกลับบ้านแล้ว จากนี้ก็ไม่ได้เจอแล้ว..."

เสิ่นเยว่เข้าใจในทันที เถาเถารู้สึกไม่ปลอดภัย

หากเถาเถาร้องไห้จริงก็สามารถร้องไห้จนคอบวมได้

เสิ่นเยว่รู้สึกปวดใจ "รอสักครู่"

เสิ่นเยว่เองก็ไม่สนใจสิ่งอื่นใด ยื่นมือไปหยิบเสื้อคลุมกันหนาวด้านข้าง ผลักประตูออกไปอย่างเบามือ แล้วปิดประตูลงอีกครั้งโดยไม่รบกวนผู้ใด

จบบทที่ บทที่ 91 ปิ่นงาม (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว