- หน้าแรก
- เกิดใหม่หมื่นภพ ข้าก็ยังไร้เทียมทาน
- บทที่ 97 กลับมาพบฉู่เทียนเกออีกครั้ง
บทที่ 97 กลับมาพบฉู่เทียนเกออีกครั้ง
บทที่ 97 กลับมาพบฉู่เทียนเกออีกครั้ง
ภายในธงหมื่นวิญญาณ
"วะฮ่าฮ่าฮ่า แม่นางน้อยช่างน่ารักน่าชังเสียจริง!"
"นายท่านคนใหม่ช่างดีต่อพวกเราเหลือเกิน!"
"พวกเรายินดีถวายหัวทุ่มเทชีวิตเพื่อนายท่านคนใหม่!"
"นางเป็นถึงแม่นางน้อยขั้นวิญญาณก่อกำเนิดเชียวหรือเนี่ย ยอดเยี่ยมไปเลย!"
"ข้ายังไม่เคยลิ้มรสชาติของแม่นางน้อยขั้นวิญญาณก่อกำเนิดมาก่อนเลย!"
"แม่นางน้อย พี่ชายผู้นี้เป็นคนหยาบกระด้าง หวังว่าเจ้าจะผ่อนปรนให้กันบ้าง หากมีสิ่งใดที่เจ้าต้องการจากข้า ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือในภายภาคหน้า ขอเพียงแค่เอ่ยปาก พี่ชายผู้นี้จะทุ่มเทสุดกำลังและจะไม่มีวันทำให้เจ้าต้องผิดหวังอย่างแน่นอน!"
"ราชันวิญญาณ นางอยู่ถึงขั้นวิญญาณก่อกำเนิด พวกเราจะไม่ถูกนางฆ่าตายเอาหรือ"
"หากเจ้ากลัวก็ถอยไปอยู่ข้างหลัง พลังบำเพ็ญเพียรของนางถูกนายท่านผนึกเอาไว้แล้ว มีอะไรต้องกลัวกัน"
คืนนั้น เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรวิญญาณจำนวนมากได้สั่งสอนตัวอักษรทั้งที่พบเห็นได้ทั่วไปและที่ลึกลับซับซ้อนมากมายให้แก่สตรีทั้งสองนาง อย่างเช่น...
...
...
"ฉู่เทียนเกอบรรลุถึงขั้นครึ่งก้าวสู่ขั้นตัดวิญญาณแล้วงั้นหรือ"
"สำนักจินฉือมีเฒ่าประหลาดขั้นมหายานอยู่จริงๆ ด้วย"
เย่เฟิงได้รับข้อมูลที่เขาต้องการรู้จากปากของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรวิญญาณ
ในขณะเดียวกัน เขายังได้รับทรัพยากรสำหรับการบำเพ็ญเพียรจำนวนมหาศาลมาจากแหวนมิติของฉู่หลินหลางอีกด้วย
จนกว่าจะบรรลุถึงขั้นวิญญาณก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์แบบ เขาจะไม่ขาดแคลนทรัพยากรสำหรับการบำเพ็ญเพียรอีกต่อไป
ในขณะเดียวกัน ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับเก็บตัวบำเพ็ญเพียรภายในสำนักจินฉือ
ฉู่เทียนเกอรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก
ความรู้สึกนี้เกือบจะทำให้เขาธาตุไฟแตกซ่านเลยทีเดียว
"นายน้อย ท่านเป็นอะไรไปหรือ"
เมื่อเห็นฉู่เทียนเกอออกจากสถานที่เก็บตัว ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักจินฉือก็เอ่ยถามขึ้น
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักจินฉือผู้นี้อยู่เบื้องปลายของขั้นแปลงวิญญาณ
"ผู้อาวุโสจี้ ข้ารู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก หากข้ายังคงฝืนบำเพ็ญเพียรต่อไป เกรงว่าอาจจะเสี่ยงต่อการธาตุไฟแตกซ่านได้"
ฉู่เทียนเกอไม่ได้ปิดบังสิ่งใดและอธิบายปัญหาที่เขาเผชิญอยู่ให้ฟังโดยตรง
"โอ้ ให้ข้าตรวจดูหน่อยเถิด"
เมื่อกล่าวจบ ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นแปลงวิญญาณเบื้องปลายก็วางมือลงบนไหล่ของฉู่เทียนเกอ พลังวิญญาณของเขาพุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างกายของเด็กหนุ่มเพื่อตรวจสอบดูทุกซอกทุกมุม
ทว่าไม่ว่าเขาจะตรวจสอบอย่างไร ก็ไม่อาจค้นหาสาเหตุพบ
ในขณะที่ผู้อาวุโสสูงสุดกำลังขมวดคิ้วมุ่น ศิษย์ผู้ทำหน้าที่ดูแลป้ายวิญญาณประจำตัวก็รีบร้อนวิ่งหน้าตั้งเข้ามา
"นาย... นายน้อย ป้ายวิญญาณของเทพธิดาหลินหลางแตกสลายแล้วขอรับ!"
เมื่อมองดูเศษซากป้ายวิญญาณที่แตกสลายในมือของอีกฝ่าย ฉู่เทียนเกอก็กระอักเลือดออกมาคำโต
"มันเป็นใคร! กล้าสังหารน้องสาวข้า ข้าจะทำให้วิญญาณของมันแตกซ่านและจิตวิญญาณแหลกสลายไปอย่างแน่นอน!"
เสียงคำรามของฉู่เทียนเกอดังกึกก้องกังวานไปทั่วฟ้า ชั่วขณะนั้น ผู้คนทั่วทั้งสำนักจินฉือต่างหันมองมาด้วยความตกตะลึง
"เทียนเกอ!"
เมื่อเห็นว่าฉู่เทียนเกอมีแนวโน้มที่จะตกอยู่ในความลุ่มหลงแห่งมาร ผู้อาวุโสจี้ก็ตวาดเสียงดัง ดึงสติฉู่เทียนเกอกลับมาจากเส้นทางสายมาร
แววตาของฉู่เทียนเกอกลับมากระจ่างใสอีกครั้ง ทว่าความโกรธเกรี้ยวบนใบหน้ายังคงไม่จางหายไป
"แหวนมิติของหลินหลางถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษโดยทางสำนัก สามารถระบุตำแหน่งได้ด้วยวิถีลับเฉพาะ ตัวหลินหลางเองก็ไม่ล่วงรู้เรื่องนี้"
ผู้อาวุโสจี้กล่าว
"ตอนนี้ ข้าจะพาเจ้าไปยังสถานที่ที่แหวนมิติของหลินหลางตั้งอยู่เอง"
เมื่อกล่าวจบ ผู้อาวุโสสูงสุดก็คว้าตัวฉู่เทียนเกอ กระโจนทะยานขึ้นสู่ฟ้า และลอยละลิ่วออกจากสำนักจินฉือไป
ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นตัดวิญญาณสามารถเดินทางไกลนับหมื่นลี้ได้ในชั่วพริบตา
ดังนั้น เพียงชั่วเวลาจิบชา ทั้งสองก็มาถึงดินแดนลี้ลับที่เย่เฟิงอยู่
คมดาบสายลมที่อยู่ภายนอกดินแดนลี้ลับไม่อาจสร้างความเสียหายใดๆ ให้กับคนทั้งสองได้เลย
เมื่อก้าวเข้าสู่ดินแดนลี้ลับ ผู้อาวุโสจี้ก็ใช้สัมผัสเทวะกวาดตรวจสอบ และระบุตำแหน่งของเย่เฟิงได้ในทันที
ในเวลานี้ เนื่องจากพรสวรรค์บอสของเขาอยู่ระดับสูงสุดแล้ว จิตวิญญาณเทวะของเย่เฟิงจึงแข็งแกร่งเป็นพิเศษ
ดังนั้น เมื่อสัมผัสเทวะของผู้อาวุโสจี้กวาดผ่านมา เขาก็สัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของผู้อาวุโสจี้เช่นกัน
"แย่แล้ว!"
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัว เย่เฟิงก็พบว่าผู้อาวุโสจี้และฉู่เทียนเกอได้มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเขาแล้ว
ในขณะที่ผู้อาวุโสจี้ตั้งใจจะยกมือขึ้นเพื่อสะกดข่มเย่เฟิง ฉู่เทียนเกอกก็ส่งเสียงตะโกนลั่น
"เดี๋ยวก่อน!"
ผู้อาวุโสจี้มองฉู่เทียนเกอด้วยความงุนงง
"ผู้อาวุโสจี้ โปรดปล่อยให้ข้าเป็นคนจัดการมันด้วยตัวเองเถิด! มิฉะนั้น มารในใจของข้าคงยากจะขจัดปัดเป่าทิ้งไปได้!"
ฉู่เทียนเกอมองเย่เฟิงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
น้องสาวเพียงคนเดียวของเขาต้องมาตายด้วยน้ำมือของไอ้สารเลวผู้นี้!
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเห็นแหวนมิติของน้องสาวยังสวมอยู่บนนิ้วมือของอีกฝ่ายด้วย!
"ทำไมเจ้าถึงฆ่าหลินหลาง!"
ฉู่เทียนเกอมองเย่เฟิงและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"นางไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นหน้าข้า และคิดจะฆ่าข้า แล้วข้าจะฆ่านางไม่ได้หรือยังไง"
เย่เฟิงแค่นเสียงเยาะขณะตอบกลับฉู่เทียนเกอ ในเวลาเดียวกัน ในหัวก็รีบคิดหาวิธีฆ่าตัวตายอย่างรวดเร็ว
ใช่แล้ว ฟังไม่ผิดหรอก ฆ่าตัวตายนั่นแหละ
เขาอาจจะพอต่อกรกับฉู่เทียนเกอได้ แต่ตาแก่ที่อยู่ข้างๆ ฉู่เทียนเกอมีระดับการบำเพ็ญเพียรสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด!
เย่เฟิงสัมผัสได้ว่าเขาไม่มีพลังพอที่จะต่อต้านเมื่ออยู่ในเงื้อมมือของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
หากเขาถูกอีกฝ่ายจับตัวไปและถูกค้นวิญญาณรวมถึงนำไปหลอม เขาจะอยู่ในสภาวะที่อยู่ไม่สู้ตายและถูกจองจำไปชั่วกัปชั่วกัลป์ นั่นต่างหากล่ะคือจุดจบที่เลวร้ายที่สุด
"การที่น้องสาวข้าอยากจะฆ่าเจ้านั้น ถือเป็นเกียรติสำหรับเจ้าแล้ว!"
"ไอ้เศษสวะอย่างเจ้า ไม่เพียงแต่ขัดขืนน้องสาวข้า แต่ยังกล้าสังหารนางอีก!"
เมื่อเย่เฟิงได้ยินดังนั้น เขาก็หัวเราะเบาๆ
ช่างสมกับเป็นพี่น้องกันเสียจริง
เย่เฟิงคาดเดาว่าคนในสำนักจินฉือทั้งสำนักคงไม่มีใครเป็นคนดีเลยกระมัง
ในเมื่อต่างฝ่ายต่างฉีกหน้ากากเข้าหากันแล้ว เย่เฟิงก็ย่อมไม่คิดจะเอาใจอีกฝ่ายอย่างแน่นอน
"อันที่จริงข้าก็ทำดีกับน้องสาวของเจ้าไม่น้อยเลยนะ"
จู่ๆ เย่เฟิงก็เอ่ยขึ้น
"ท่อนแขนหยกคู่หนึ่งให้ผีพันตนได้หนุนนอน ริมฝีปากสีชาดคู่หนึ่งให้ผีหมื่นตนได้ลิ้มลอง"
"มาสิ มาดูหน้าน้องสาวของเจ้าหน่อยเป็นไร!"
เย่เฟิงกล่าวพลางหัวเราะลั่น ขณะที่ธงหมื่นวิญญาณขยับไหว วิญญาณก่อกำเนิดของฉู่หลินหลางก็ล่องลอยออกมาจากภายในนั้น
ทว่าในเวลานี้ วิญญาณก่อกำเนิดของฉู่หลินหลางกลับมีสภาพราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่แตกร้าว เต็มไปด้วยรอยปริแตกทั่วร่าง และตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งภายในและภายนอก ล้วนอัดแน่นไปด้วยปราณหยินอันหนาแน่น
ในสภาพเช่นนี้ ต่อให้ต้าหลัวจินเซียนเสด็จลงมา ก็ไม่อาจช่วยเหลือนางได้
"หลินหลาง!"
เมื่อเห็นน้องสาวตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ดวงตาของฉู่เทียนเกอกก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำในทันที
"ดูสิ เจ้ากำลังร้อนรนอีกแล้วนะ!"
เย่เฟิงหัวเราะร่วน
"ในเมื่อเจ้าทนเห็นนางเจ็บปวดทรมานไม่ได้ ถ้างั้นข้าจะสงเคราะห์ให้นางไปสบายอย่างรวดเร็วก็แล้วกัน!"
เมื่อกล่าวจบ เย่เฟิงก็ยกมือขึ้นและสะบัดเบาๆ วิญญาณก่อกำเนิดของฉู่หลินหลางก็เริ่มแตกซ่านและจิตวิญญาณแหลกสลายไปในทันที
"ไม่นะ!"
ฉู่เทียนเกอต้องการจะเข้าไปขัดขวาง แต่เขาก็ไม่อาจทำได้
อย่าว่าแต่ฉู่เทียนเกอจะหยุดมันไม่ได้เลย แม้แต่ผู้อาวุโสจี้ขั้นแปลงวิญญาณเบื้องปลายที่อยู่ข้างๆ ก็ยังไม่อาจขัดขวางได้เช่นกัน
วิญญาณก่อกำเนิดของฉู่หลินหลางอยู่ในสภาวะใกล้ดับสูญอยู่แล้ว และร่างกายของนางก็เต็มไปด้วยปราณหยินปริมาณมหาศาลจากธงหมื่นวิญญาณ
ปราณหยินของธงหมื่นวิญญาณล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเย่เฟิงทั้งสิ้น
เพียงแค่เย่เฟิงนึกคิด มันก็สามารถระเบิดปะทุขึ้นภายในวิญญาณก่อกำเนิดของอีกฝ่ายได้ทันที
เป็นเช่นนี้แล้ว จะเอาอะไรไปขัดขวางได้เล่า
วิญญาณก่อกำเนิดของฉู่หลินหลางนั้นเกินเยียวยาแล้ว
สิ่งนี้รับรู้ได้จากการที่ฉู่เทียนเกอส่งเสียงเรียกนาง แต่นางกลับไม่อาจตอบสนองใดๆ ได้เลย
"ข้าจะสับร่างเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้น และจะทำให้เจ้าต้องทนทุกข์ทรมานมากกว่าน้องสาวข้าเป็นพันเท่าหมื่นเท่า!"
ฉู่เทียนเกอคำรามลั่นและเตรียมที่จะลงมือ ทว่าเย่เฟิงกลับโยนบางสิ่งออกมาเสียก่อน
ป้ายหยกชิ้นหนึ่งระเบิดกลางอากาศ จากนั้นลำแสงกระบี่ที่แฝงไปด้วยเจตจำนงกระบี่อันแหลมคมก็พุ่งทะลวงหมู่เมฆ
"อะไรกัน!"
ฉู่เทียนเกออุทานด้วยความตกใจ เขาหมายจะปัดป้อง ทว่าก็สายเกินกว่าจะป้องกันได้แล้ว