- หน้าแรก
- บ่มเพาะความเป็นอมตะ เริ่มต้นจากรักในวัยเด็ก
- บทที่ 32 วันเกิดเจ็ดขวบ
บทที่ 32 วันเกิดเจ็ดขวบ
บทที่ 32 วันเกิดเจ็ดขวบ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หวังซวนลาออกจากตำแหน่งราชครูของอาณาจักรอู๋ เตรียมจะพาฉินชิงหว่านออกจากจวนสกุลฉิน
ในวันที่ฉินชิงหว่านจากไป มีเพียงเฉินซู่หยา สวี่หมิง และหวังเฟิ่ง สวี่พั่งต้า ไปส่ง
นอกจากนี้ไม่มีใครรู้ว่าวันนี้ฉินชิงหว่านจะไป แม้แต่บิดาของฉินชิงหว่านก็ไม่รู้
นี่เป็นความประสงค์ของท่านหญิงใหญ่ฉิน
หากคนอื่นๆ ในจวนสกุลสวี่และจวนสกุลฉินรู้ว่าชิงหว่านจะจากไป พวกเขาจะต้องจัดงานส่งอย่างยิ่งใหญ่แน่นอน
ถึงตอนนั้นคนใหญ่คนโตต่างๆ ก็จะมากัน
ท่านหญิงใหญ่ฉินไม่ต้องการเช่นนั้น ลูกสาวของตนไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตองมากมายขนาดนั้น
นางเพียงต้องการให้ลูกสาวมีเวลาบอกลาเพื่อนๆ มากขึ้น
สวี่หมิงและพวกมองส่งหวังซวนพาฉินชิงหว่านออกจากจวนสกุลสวี่
เพียงแต่ฉินชิงหว่านเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็วิ่งกลับมา
สวี่หมิงยังไม่ทันตั้งตัว ฉินชิงหว่านก็หยุดอยู่ตรงหน้าสวี่หมิง เขย่งปลายเท้าจูบเขาหนึ่งที
จากนั้นฉินชิงหว่านก็วิ่งหนีไปด้วยใบหน้าแดงก่ำ
สวี่หมิงงุนงงลูบแก้มที่เพิ่งถูกจูบ
ตลอดสองชาติภพของตน คนที่จูบตนเองกลับเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ เช่นนี้
แต่สวี่หมิงรู้ว่าความรู้สึกที่ฉินชิงหว่านมีต่อตนเองนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงมิตรภาพในวัยเด็กเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วเด็กเล็กขนาดนี้จะเข้าใจความรักของชายหญิงได้อย่างไร
เมื่อฉินชิงหว่านค่อยๆ เติบโตขึ้น เมื่อฉินชิงหว่านบ่มเพาะ ระดับพลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เธอจะได้พบกับผู้คนมากมาย
ข้างกายเธอจะได้พบกับอัจฉริยะต่างๆ
แล้วความทรงจำในวัยเด็กนี้ เธอจะจดจำได้มากน้อยแค่ไหนกัน?
แล้วจะมีใครจดจำเรื่องราวของตนเองก่อนอายุหกขวบได้มากน้อยแค่ไหนกัน?
บอกว่าจะนัดพบกันอีกครั้งหลังจากสิบปี
สิบปีต่อมา เมื่อทุกคนได้พบกัน คงทำได้แค่ยิ้มและพยักหน้าให้กันเท่านั้น
และในอีกสิบปีต่อมา เด็กหญิงอายุหกขวบคนนี้ก็จะเติบโตเป็นหญิงสาววัยสิบหกแล้ว
สวี่หมิงอยากเห็นจริงๆ ว่าถึงตอนนั้นเธอจะงดงามจนน่าทึ่งเพียงใด
สวี่หมิงกลับมาที่ลานบ้าน พบว่าใต้หมอนในห้องของตนเองวาง 《เคล็ดวิชาหัวใจเทียนซวน》 เล่มนั้นอยู่
“ยัยเด็กโง่เอ๊ย หนังสือแบบนี้จะให้ใครสุ่มสี่สุ่มห้าได้หรือไง?”
สวี่หมิงลูบปก 《เคล็ดวิชาหัวใจเทียนซวน》 พลางส่ายหน้า
ในใจของสวี่หมิงได้จินตนาการถึงภาพเด็กสาวตัวเล็กๆ แอบย่องเข้ามาในห้องของตนเอง วางหนังสือไว้ใต้หมอนด้วยความประหม่า
และหลังจากฉินชิงหว่านจากไป เพื่อนของสวี่หมิงก็เหลือเพียงห่านเทียนซวนและสวี่พั่งต้า หนึ่งห่านหนึ่งคน
ควรจะพูดว่าหนึ่งคน
เพราะห่านตัวนั้นยังนอนอยู่
แม้กระทั่งตอนไปส่งฉินชิงหว่าน ห่านตัวนี้ก็ยังฝืนใจ
หลังจากส่งฉินชิงหว่านเสร็จ ห่านตัวนี้ก็กลับไปนอนอีก
หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากฉินชิงหว่านจากไป
แม้ว่าสำนักจื้อซิงจะปิดตัวลงแล้ว แต่สวี่พั่งต้าก็ไม่ได้หยุดยั้งความกระหายในการเรียนรู้
จวนสกุลสวี่และจวนสกุลฉินต่างก็มีโรงเรียนสอนส่วนตัว
แต่โรงเรียนสอนส่วนตัวของจวนสกุลสวี่และจวนสกุลฉินนั้นเป็นเหมือนสถานที่เล่นสนุกของลูกเศรษฐี
ไม่มีบรรยากาศการเรียนรู้ อาจารย์ก็สักแต่ว่าให้ผ่านไปวันๆ
ดังนั้นหวังเฟิ่งจึงขอความช่วยเหลือจากคนรู้จัก พา สวี่พั่งต้า และ สวี่หมิง ไปยังโรงเรียนสอนส่วนตัวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเมืองหลวง ชื่อว่า “สำนักชิงเฟิง”
สวี่หมิงไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจของท่านหญิงใหญ่หวัง
แม้ว่าตนเองจะไม่สามารถเข้าร่วมการสอบจอหงวนได้ แต่การอ่านหนังสือให้มากขึ้นก็ยังมีประโยชน์ และตนเองอาจจะสามารถมองเห็นวิธีการบำเพ็ญเพียรของลัทธิขงจื๊อ ใช้แต้มคุณสมบัติ “ปราณแห่งความชอบธรรม” นับหมื่นของตนเองได้
บางทีสวี่พั่งต้าอาจจะรู้สึกว่าฉินชิงหว่านจากไปแล้ว สวี่หมิงไม่มีเพื่อน
สวี่พั่งต้ากลัวว่าสวี่หมิงจะเบื่อ ทุกวันจึงนำของกินมาให้สวี่หมิง
มิฉะนั้นก็คือตอนทำการบ้าน สวี่พั่งต้าจะมาที่ลานบ้านของสวี่หมิง
สวี่พั่งต้าอ่านหนังสือ ส่วนสวี่หมิงก็ออกกำลังกาย
สวี่หมิงทุกวันจะอ่าน 《เคล็ดวิชาหัวใจเทียนซวน》 หนึ่งชั่วยาม จากนั้นสวี่หมิงก็จะฝึกฝน 《วิชากระบี่น้ำแข็งสุริยัน》 อีกสองชั่วยาม
ส่วนใหญ่เป็นเพราะ 《เคล็ดวิชาหัวใจเทียนซวน》 สวี่หมิงอ่านได้มากที่สุดแค่หนึ่งชั่วยามก็จะเวียนศีรษะ
ส่วน 《วิชากระบี่น้ำแข็งสุริยัน》 หากฝึกเกินสองชั่วยาม สวี่หมิงจะรู้สึกเหมือนร่างกายถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง จนต้องหยุด
เวลาอื่นๆ สวี่หมิงจะอ่านหนังสือของโลกนี้
นอกจากคัมภีร์ขงจื๊อแล้ว สวี่หมิงยังอ่านหนังสือของสำนักอื่นๆ ในโลกนี้ด้วย แต้มคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นก็แตกต่างกันไป
ตัวอย่างเช่น หนังสือเกี่ยวกับกลไกและสิ่งประดิษฐ์ของสำนักม่อ แต้มคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นคือ “พรสวรรค์ด้านกลไก”
หนังสือของสำนักเกษตร แต้มคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นคือ “ความต้านทานพิษ”
สิ่งที่ทำให้สวี่หมิงรู้สึกเสียดายเพียงอย่างเดียวคือ สวี่หมิงยังไม่เคยเจอหนังสือเกี่ยวกับเซียวหลิวเป้ยเลย ไม่รู้ว่าเซียวหลิวเป้ยเพิ่มแต้มคุณสมบัติอะไร
หลังจากอ่านหนังสือ สวี่หมิงก็จะออกกำลังกายต่อไป
ในจวนสกุลสวี่ จริงๆ แล้วมีหนังสือเกี่ยวกับวิชาหมัดมากมาย ท้ายที่สุดแล้วอาณาจักรอู๋ก่อตั้งประเทศด้วยกำลังทหาร แม้แต่บ้านชาวบ้านธรรมดาก็ยังมีหนังสือเกี่ยวกับการฝึกวรยุทธ์
แต่สวี่หมิงยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งวรยุทธ์อย่างเป็นทางการ
ขอบเขตของผู้ฝึกยุทธ์แบ่งออกเป็นสิบขอบเขต
ได้แก่—
สามขอบเขตหลอมรวมร่างกาย: ขอบเขตร่างกายดุจดินเหนียว, ขอบเขตร่างกายดุจไม้, ขอบเขตร่างกายดุจเหล็ก
สามขอบเขตหลอมรวมลมปราณ: ขอบเขตวิญญาณวีรชน, ขอบเขตวิญญาณครอบงํา, ขอบเขตเจตจํานง
สามขอบเขตหลอมรวมจิตวิญญาณ: ขอบเขตกายทอง, ขอบเขตท่องแดนไกล, ขอบเขตยอดเขาสูง
ขอบเขตที่สิบ: ขอบเขตสิ้นสุด (แบ่งออกเป็นสามขั้น)
ขอบเขตร่างกายดุจดินเหนียวคือการสร้างรูปร่างร่างกายมนุษย์เบื้องต้น
นี่เทียบเท่ากับการชำระล้างร่างกาย
และร่างกายมนุษย์ก่อนอายุแปดขวบนั้นอ่อนแอเกินไป
การฝึกวรยุทธ์ก่อนอายุแปดขวบ จะทำให้รากฐานไม่มั่นคง เนื่องจากพลังเลือดไม่เพียงพอ
อาจถึงขั้นเส้นลมปราณในร่างกายเสียหาย ไม่สามารถทนทานต่อพลังปราณของผู้ฝึกยุทธ์ จนร่างกายระเบิดตายได้
สวี่หมิงไม่อยากเสี่ยง
แต่สวี่หมิงอยากหาหนังสือเกี่ยวกับการบ่มเพาะเรียนรู้วิชาง่ายๆ ก็พอ
สวี่พั่งต้าเมื่อรู้เรื่องนี้ ก็รีบไปขอร้องแม่ของตนเองทันที
วันที่สาม สวี่พั่งต้าก็แบกหนังสือมาเต็มหลังอย่างมีความสุขมาที่ลานบ้านของสวี่หมิง
แต่สวี่หมิงพบว่าวิชาเหล่านี้ ขอบเขตต่ำสุดที่ต้องการคือขอบเขตการบ่มเพาะขั้นที่สาม—ขอบเขตจุดเตาหลอม
แต่ถึงแม้สวี่หมิงจะบำเพาะไม่ได้ แต่แต้มคุณสมบัติก็ยังเพิ่มขึ้นได้
ตัวอย่างเช่น วิชาที่สวี่หมิงอ่านเล่มนี้ชื่อ 《วิชาควบคุมไฟ》 ทุกๆ หนึ่งในสิบส่วนที่อ่าน แต้มคุณสมบัติ “ความคุ้นเคยกับไฟ +0.5”
เนื่องจากเขาไม่สามารถฝึกฝนวิชาง่ายๆ เหล่านี้ได้ ดังนั้นถ้าสวี่หมิงอยากจะต้องการเพิ่มระดับพลัง เขายังคงต้องพึ่งพา 《วิชากระบี่น้ำแข็งสุริยัน》
แต่สวี่หมิงก็สงสัย
ระดับของ 《วิชากระบี่น้ำแข็งสุริยัน》 สูงมากอย่างแน่นอน
แต่ทำไมการบ่มเพาะของ 《วิชากระบี่น้ำแข็งสุริยัน》 ถึงไม่มีข้อกำหนดด้านระดับพลัง?
ครึ่งปีต่อมา เมื่อเกิดเสียงกึกก้องในร่างของสวี่หมิง กระแสความอบอุ่นก็ไหลเวียนในร่างกายของสวี่หมิงอีกครั้ง สวี่หมิงก้าวเข้าสู่ขอบเขตการบ่มเพาะขั้นที่สอง—ขอบเขตจิตใจกระจ่าง
และในเดือนที่สองหลังจากสวี่หมิงก้าวเข้าสู่ขอบเขตจิตใจกระจ่าง สวี่หมิงก็ได้ยินข่าวหนึ่ง
อาจารย์เซียวถูกถอดถอนเนื่องจากสนับสนุนการปฏิรูป แต่จักรพรรดิทรงกดดันเรื่องนี้ไว้
ได้ยินจากท่านหญิงใหญ่ฉินว่าการต่อสู้ในราชสำนักรุนแรงมาก
สวี่หมิงไม่ได้สนใจ เรื่องแบบนี้ไกลตัวเกินไป
อีกสี่เดือนต่อมา เป็นวันเกิดเจ็ดขวบของสวี่หมิง
วันนี้ หวังเฟิ่งและสวี่พั่งต้า รวมถึงท่านหญิงใหญ่ฉิน มาที่ลานเสี่ยวชุนเพื่อฉลองวันเกิดให้สวี่หมิง
และในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นสวี่เสวี่ยโน่ว หรือฉินชิงหว่าน ต่างก็ไม่ได้ส่งของขวัญวันเกิดมาให้สวี่หมิง
(จบตอน)
เซียวหลิวเป้ย小刘备 (ทับศัพท์คำสแลง) = หนังสือผู้ใหญ่