- หน้าแรก
- พลังของฉันเปลี่ยนใหม่ทุกสัปดาห์!
- บทที่ 320 เห็นตัวเลขบนหัวอีกแล้ว
บทที่ 320 เห็นตัวเลขบนหัวอีกแล้ว
บทที่ 320 เห็นตัวเลขบนหัวอีกแล้ว
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
บทที่ 320 เห็นตัวเลขบนหัวอีกแล้ว
18 มกราคม, วันจันทร์
เหลือเวลาอีกแค่เจ็ดวันก่อนจะถึงวันสอบในวันจันทร์หน้า
พลังพิเศษของเฉินหยวนรีเฟรชแล้ว
แต่เขาก็ยังไม่รู้ว่ามันคือพลังอะไร
ส่วนสัปดาห์ที่แล้ว เพราะเขาได้เชื่อมต่อกับเซี่ยซินหยู่ และในฐานะผู้ใช้พลังสัปดาห์แรกจึงไม่ต้องใช้พลังกาย เขาจึงเรียนรู้ไปพร้อมกันสองทาง ทำให้วิชาที่เคยอ่อนมีพัฒนาการขึ้นไม่น้อย
โดยเฉพาะวิชาภาษาจีน หลังจากรู้ว่าข้อห้ามใหญ่หลวงในการเรียนภาษาจีนคือการพยายามหาตรรกะในวิชาสายศิลป์แล้วเถียงแบบข้างๆ คู ๆ ความแม่นยำในการทำข้อสอบของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
และเฉินหยวนก็ช่วยเซี่ยซินหยู่เพิ่มขีดจำกัดบน ขณะเดียวกันก็รักษาความคุ้นเคยในการทำโจทย์ของตัวเองไปด้วย ตอนที่ตะลุยโจทย์คณิตศาสตร์ยาก ๆ เหล่านั้น ก็น่าจะช่วยซินหยู่ทลายจุดอ่อนของเธอไปได้พอสมควร
ต่อให้ครั้งนี้ข้อสอบจะออกมาโคตรยาก วางกับดักไว้อย่างแยบยล ซินหยู่ก็ไม่น่าจะคะแนนตกฮวบฮาบ อย่างเช่นจากคะแนนเกือบ 140 ร่วงลงมาเหลือ 120
แต่เฉินหยวนก็ไม่รู้ว่าความยากของข้อสอบครั้งนี้จะเป็นยังไงกันแน่
ตามความคิดของคนปกติแล้ว การสอบรวมทั่วทั้งเมืองครั้งแรก ทุกคนโดยพื้นฐานก็เพิ่งเรียนจบหลักสูตรมัธยมปลายได้ไม่นาน ไม่น่าจะออกข้อสอบยากเกินไปนักหรอกมั้ง?
แน่นอนว่า อันนี้ก็ต้องดูว่าคนออกข้อสอบเป็นคนหรือพวกใจหมา
ถ้าคนออกข้อสอบมันเล่นแง่ งั้นก็จนปัญญาจริง ๆ คงทำได้แค่ก้มหน้ารับผลทั้งน้ำตาต่อหน้าซินหยู่แล้วล่ะ
พอดีช่วงนี้ไม่ค่อยเจริญอาหารเท่าไหร่ หาอะไรอร่อยๆ มากินกับข้าวเยอะๆสักสองชามใหญ่ ๆ ดีกว่า
ส่วนสัปดาห์นี้ ไม่มีความช่วยเหลือจากซินหยู่ และซินหยู่ก็ไม่มีตัวช่วยจากเขาเหมือนกัน ทำได้เพียงอาศัยความสามารถที่แท้จริง ตั้งใจเรียนกันไปตามลำพัง
ตอนนี้ ทั้งสองคนต่างก็มีเป้าหมายของตัวเอง
ของซินหยู่คือการเพิ่มคะแนนให้ถึง 650
ส่วนเฉินหยวนคือ จาก 660 คะแนน บวกคะแนนพิเศษอีก 10 คะแนน เพิ่มเป็น 690 ซึ่งเป็นเกณฑ์คะแนนระดับท็อป หรือเกือบจะถึงเกณฑ์นั้น
ในเวลาหนึ่งเดือน เพิ่มคะแนน 20 แต้ม... ครั้งนี้ยากที่สุด
เพราะไม่ได้ใช้พลังพิเศษเสริมอย่างอื่นที่แข็งแกร่งกว่าเลย แค่แชร์การเรียนรู้ของซินหยู่เท่านั้นเอง
จะทำได้หรือเปล่านะ...
พูดตามตรงว่า เป็นครั้งที่เขาไม่มั่นใจที่สุดเลย
คงต้องรอดูข้อสอบครั้งนี้แล้ว
ถ้าความยากยังคงระดับเดียวกับการสอบร่วมเจ็ดโรงเรียน เฉินหยวนก็มั่นใจอย่างน้อยเจ็ดส่วน แน่นอนว่า ถ้าข้อสอบตั้งโจทย์ยากขึ้น เกณฑ์คะแนนก็จะลดลงเล็กน้อย เกณฑ์คะแนนระดับท็อปก็จะลดต่ำลงตามไปด้วย
แต่เฉินหยวนก็ยังหวังว่า เมื่อรวมคะแนนพิเศษแล้วจะสามารถไปถึง 690 ได้ เป็นระดับที่เกือบจะเจ็ดร้อยคะแนน เทียบชั้นสี่จตุรเทพแห่งโรงเรียนมัธยมสิบเอ็ด
รอดูกัน ช่วงนี้วิชาฟิสิกส์ก้าวหน้าไปไม่น้อย ส่วนภาษาจีนก็รับมือได้สบายขึ้น ถ้าวิชาอื่นไม่เปลี่ยนแปลง สองวิชานี้ถ้ามีพัฒนาการแบบก้าวกระโดด ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
แต่กับวิชาภาษาจีนนี่ ฉันจะทำได้จริง ๆ เหรอ?
เสี่ยวหยวน แกทำได้อยู่แล้ว! อดทนไว้ อย่าไปเถียง!
แต่เรื่องแบบนี้... มันยากเกินไปจริง ๆ ตอนเด็ก ๆ ที่เคยเถียงกับเพื่อนที่สวนสาธารณะอยู่ครึ่งค่อนวันแล้วสุดท้ายเป็นฝ่ายชนะ ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่เฉินหยวนได้สัมผัสถึงความสุขสุดยอดในระดับจิตวิญญาณของมนุษย์
บางที ฉันอาจจะเป็นเซียนแห่งการเถียงโดยแท้
ช่างเถอะ อย่าไปคิดมากเรื่องคะแนนเลย
เฉินหยวนลุกจากเตียง เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็เดินออกจากห้องนอน
ในตอนนั้น เซี่ยซินหยู่ก็ออกมาจากห้องของเธอเช่นกัน
"อรุณสวัสดิ์ ที่รัก" เซี่ยซินหยู่ที่ยังดูง่วง ๆ อยู่เล็กน้อยทักทายขึ้นก่อน
ส่วนเฉินหยวน กลับยืนนิ่งงันอยู่กับที่ จ้องมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
รวมทั้ง... ตัวเลขสีแดง ‘1’ ที่ปรากฏอยู่เหนือหัวของเธอด้วย
หลังจากนิ่งไปครู่ใหญ่ เขาก็กระชากเซี่ยซินหยู่เข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน
บ้าเอ๊ย!
นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย?
ฉันช่วยเธอสำเร็จแล้วไม่ใช่เหรอ?
อย่ามาหักมุมโหด ๆ แบบนี้ในเวลาแบบนี้สิวะ!
เขากอดเซี่ยซินหยู่ไว้แน่น ราวกับกำลังปกป้องคนรักสุดหัวใจไม่ให้ถูกเคียวของยมทูตพรากไป เฉินหยวนออกแรงมากเสียจน...
เซี่ยซินหยู่รู้สึกเจ็บหน้าอกขึ้นมา
มันแน่นเกินไปแล้ว
แต่เขาก็ไม่พูดอะไร ยังคงกอดเธอไว้แน่นอย่างนั้น ราวกับกลัวว่าเธอจะจากไป
"หยวน นายเป็นอะไรไป?"
เฉินหยวนไม่พูดอะไร ยังคงกอดเธอไว้แน่น ซบหน้าลงกับอกของเธอ ราวกับได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง บรรยากาศรอบตัวเขาทั้งหมดพลันหม่นหมองลง
น่ากลัวนิดหน่อย...
เซี่ยซินหยู่ค่อยๆ วางมือบนแผ่นหลังของเขาตบเบา ๆ อดทนต่อความเจ็บหน้าอกจาง ๆ ปลอบโยนอย่างอ่อนโยน: "เป็นอะไรไปเหรอ?"
เฉินหยวนยังคงไม่พูด
เซี่ยซินหยู่จึงตบไหล่เขาเบา ๆ : "หยวนที่รัก...ฉันเจ็บนิดหน่อยนะ"
ตอนนี้เอง เฉินหยวนถึงคลายอ้อมแขนออก
จากนั้น เซี่ยซินหยู่ก็เงยหน้าขึ้น ก่อนที่สายตาของอีกฝ่ายจะหลบเลี่ยง เธอก็โน้มตัวเข้าไปทันที จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขา
แล้วเซี่ยซินหยู่ก็ตกตะลึงไป
ในดวงตาของเฉินหยวน มีประกายใส ๆ เอ่อคลออยู่...
"อ๊ะ ทำไมร้องไห้ซะล่ะ?"
นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยซินหยู่เห็นเฉินหยวนร้องไห้ ผู้ชายที่เข้มแข็ง แข็งแกร่ง และดูถูกพวกไอดอลหน้าใสเป็นอย่างยิ่งคนนี้ กำลังจะมีท่าทีว่าจะร้องไห้ เธอจึงประหลาดใจมาก
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็พลันยิ้มแล้วพูดว่า: "ฝันร้ายเหรอ?"
"..." เฉินหยวนมองเลข 1 บนหัวของเซี่ยซินหยู่
เขาคิดว่า นี่แหละคือฝันร้ายที่น่ากลัวที่สุด
เหมือนกับการนับถอยหลังอายุขัยในตอนนั้น
หรือว่า พลังพิเศษมันสลับกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว?
แถมหลังจากพลังพิเศษอ่อนแอลง มันก็เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่ปรากฏขึ้นมาเอง แต่จะปรากฏแถบพลังชีวิตเมื่อสิ่งมีชีวิตเข้าสู่สภาวะใกล้ตาย
เพราะงั้น ก่อนหน้านี้ฉันถึงไม่ทันสังเกตอายุขัยของเซี่ยซินหยู่ ก็ไม่นับว่าแปลก
แต่ว่า ทำไมล่ะ?
จริงสิ
พลังมองอนาคต ต้องใช้พลังมองอนาคตดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...
"ฉันเข้าใจแล้ว ต้องฝันร้ายแน่ ๆ " เซี่ยซินหยู่ตัดสิน แล้วปลอบว่า "ในฝันมันเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งนั้น ดูสิ ฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เหรอ?"
"..."
"ว่าแต่ นายฝันร้ายเรื่องอะไรเหรอ?"
เซี่ยซินหยู่จ้องตาเฉินหยวน ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น: "ฉันทิ้งนายไป หรือว่าฉัน... ตายเหรอ?"
"..."
"โอเค ๆ ฉันไม่พูดแล้ว แย่จริง แย่จริง" เซี่ยซินหยู่รีบถอนคำพูดแล้วไปเคาะไม้
จากนั้น ก็จูงมือเฉินหยวน เดินไปทางห้องน้ำ: "ไม่ต้องกลัว ๆ ฉันอยู่นี่แล้ว ฝันร้ายถูกขับไล่ไปหมดแล้วล่ะ"
ถึงท่าทางเธอตอนนี้จะเหมือนหนานกงเวิ่นหย่ามาก... แต่ใครจะมีอารมณ์มาแขวะกันล่ะ
"เดี๋ยวคืนนี้ฉันนอนเป็นเพื่อนนะ จะได้ไม่ฝันร้ายอีก"
"...อืม"
"ในที่สุดก็ยอมพูดแล้วเหรอ?" เซี่ยซินหยู่ทำหน้าทะเล้น เย้าแหย่ "สมแล้วที่เป็นเจ้าคนลามก ไม่มีทางไม่หลงกลมุกนี้หรอก"
"เอาล่ะ แปรงฟันได้แล้ว"
เฉินหยวนใช้หลังมือเช็ดตา ไม่พูดถึงเรื่องนี้ต่อ
ในเมื่อการนับถอยหลังปรากฏขึ้นแล้ว และอนาคตก็สามารถแทรกแซงได้ ตราบใดที่ฉันยังอยู่ เลข ‘1’ ของซินหยู่ก็จะไม่มีวันกลายเป็น 0
นอกจากว่าเธอจะเป็นโรคร้ายแรงที่รักษาไม่หาย...
ขณะที่เฉินหยวนกำลังคิดเช่นนี้ เขายืนอยู่หน้ากระจก และพบว่าการนับถอยหลังของตัวเองก็ปรากฏขึ้นมาด้วย
เป็นเลข 2
ฉันเห็นของตัวเองได้ด้วยเหรอเนี่ย?!
แถมยังเป็นเลข 2 อีก
นั่นหมายความว่าพรุ่งนี้ซินหยู่จะตาย และฉันที่ทนรับจุดจบนี้ไม่ได้ ก็จะตามไป ตายตามเพื่อความรัก
"แปรงฟันสิที่รัก มัวเหม่ออะไรอยู่?"
เซี่ยซินหยู่เห็นเฉินหยวนยังดูเหม่อ ๆ เลยใช้มือตีก้นเขาเบา ๆ เอ่ยเตือนพร้อมรอยยิ้ม
"วันนี้... เราทำกันก่อนเลยไหม?"
เฉินหยวนที่ถือแปรงสีฟันยังไม่ทันได้ใส่เข้าปาก หันไปมองเซี่ยซินหยู่ที่อยู่ข้าง ๆ แล้วถามขึ้นมาทันที
"เอ๋?" เซี่ยซินหยู่ไม่ค่อยเข้าใจ ทำหน้างุนงง "ทำอะไรเหรอ?"
ถ้าไม่รีบทำ เดี๋ยวพอเกมโอเวอร์แล้วจะไม่มีโอกาสได้ทำนะโว้ย!
และในตอนนั้นเอง โจวหยูก็เดินผ่านหน้าประตูห้องน้ำ ร้องอยู่สองสามครั้ง และตัวเลขบนหัวของมันยิ่งชวนตกใจกว่าเดิม—— 0
เชี่ย นี่มันน้อยกว่าตัวเลขบนเจ้าหมาคราวก่อนอีก!
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เฉินหยวนตกอยู่ในความสับสน
ตอนนั้นเอง เขานึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังมีพลังพิเศษนับถอยหลังความตายเวอร์ชันอ่อนแออยู่
เขาจึงเปิดใช้งานมันทันที
จากนั้น เขาก็เห็นแถบพลังชีวิตของเซี่ยซินหยู่
ยาวมาก ยาวมาก ๆ
หากเทียบเป็นตัวเลข ก็คงเป็นตัวเลขที่ยาวมาก ๆ เช่นกัน
นี่สิถึงเรียกว่าอายุขัย!
เพื่อยืนยัน เขาลองมองตัวเองในกระจกด้วยพลังนับถอยหลังเวอร์ชันอ่อนแอ
แน่นอนว่า มันแสดงผลไม่ได้
พูดอีกอย่างคือ ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายถึงอายุขัย
และก็ไม่ใช่การนับถอยหลังด้วย
เพราะหยูโจวเป็น 0 แล้ว ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แล้วไอ้ตัวเลขนี่มันคืออะไรกันแน่?
ซินหยู่คือ 1 ตัวฉันคือ 2 หยูโจวคือ 0
ด้วยความสงสัยเช่นนี้ หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ทั้งสองคนก็ออกจากอพาร์ตเมนต์
จากนั้น เฉินหยวนก็เห็นตัวเลขภายในขอบเขต 3 ปรากฏอยู่บนหัวของผู้คนที่เดินผ่านไปมาไม่น้อย ส่วนใหญ่เป็น 1 กับ 2 และ 0 ก็มีไม่น้อยเช่นกัน
แน่นอนว่า ก็มีตัวเลขที่ใหญ่กว่านั้นอยู่บ้าง ถึงระดับ 4 หรือ 5 และใหญ่สุดคือ 8
แล้วดูเหมือนว่า ยิ่งอายุมากขึ้น ตัวเลขก็จะยิ่งสูงขึ้น
เด็กประถมที่เดินตามถนนโดยพื้นฐานแล้วเป็น 0 ส่วนน้อยที่เป็น 1 กับ 2
เอาล่ะ เด็กฉลาดน่าจะเดาออกแล้วใช่ไหมว่าตัวเลขนี้หมายถึงอะไร?
ถูกต้อง มันหมายถึงจำนวนครั้งที่ชักว่าวต่อสัปดาห์ไงล่ะ
หือ เดี๋ยวนะ ที่รักไม่มีไอ้นั่นนี้ เธอไปชักที่ไหนวะ?
หรือว่าการคาดเดาของฉันมันไม่ค่อยถูกต้อง มีความเป็นไปได้อื่นอีก...
มันคืออะไรกันแน่นะ?
ไม่สิ นี่มันเห็น ๆ อยู่ว่าเป็นจำนวนครั้งที่เคยมีแฟนไม่ใช่เหรอ?
พูดบ้าอะไรวะ เสียงผู้บรรยายนั่น! ถ้ามันคือจำนวนครั้งที่เคยมีแฟน ฉันจะเป็น 2 ได้ไงวะ?!
ให้ตายสิ! ถ้าฉันเคยมีแฟนมาก่อนหน้านี้แม้แต่คนเดียว ฉันยอมไปตายเลยดีกว่า โอเค้?
พูดตามตรง จริง ๆ แล้วเฉินหยวนเดาได้แล้วว่านี่คือจำนวนครั้งที่เคยมีแฟน
ตอนที่เห็นหมาตัวผู้กับหมาตัวเมียสบตากัน ตัวเลขบนหัวของหมาทั้งสองต่างก็บวกเพิ่มหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มผสมพันธุ์กัน เขาก็ยิ่งยืนยันการคาดเดาของตัวเอง
แต่ว่า ฉันเป็น 2 ไม่ได้นี่หว่า
ลองคิดดู ตอนเด็ก ๆ ...
สมัยอนุบาล มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอาขนมมาให้กิน แล้วยังบอกว่าโตขึ้นจะเป็นภรรยาของฉัน แต่เฉินหยวนปฏิเสธไป
เพราะการรับขนม ≠ การเป็นสามีของเธอ
สมัยประถม โดยพื้นฐานไม่มีเรื่องชู้สาวอะไร
สมัยมัธยมต้น มีผู้หญิงสองสามคนชอบฉันอยู่ แต่ก็ปฏิเสธไปหมด หนึ่งในนั้นถึงกับตามมาถึงหน้าประตูบ้าน ซึ่งเฉินหยวนก็เลือกที่จะปิดประตูไม่ยอมออกไปเจอ
ดังนั้น ไอ้ที่เรียกว่ารักแรก หรือแฟนเก่า อะไรพวกนั้น มันไม่มีอยู่จริงหรอกนะ
ต้องเป็นที่มาตรฐานการตัดสินมันมีปัญหาแน่ ๆ อาจจะนับรวมช่วงเวลาคลุมเครือเข้าไปด้วย...
แต่ตัวฉันเอง ก็น่าจะไม่เรียกว่าคลุมเครือนะ?
ตอนมัธยมต้นเคยชอบรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งจริง ๆ แต่ฉันก็ไม่ได้สารภาพรัก
ถือว่าไม่นับ ไม่นับเลยจริง ๆ
ตอนที่เฉินหยวนกำลังคิดเรื่องพวกนี้ เซี่ยซินหยู่กำลังตกตะลึงกับอีกเรื่องหนึ่ง
เมื่อกี้เฉินหยวนหยิบหนังสือชีววิทยาขึ้นมาดูจริง ๆ แต่ในหัวของเธอกลับไม่ได้แชร์ภาพอะไรมาเลย...
ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ ความสามารถในการแชร์นี่ ไม่ปรากฏขึ้นมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ระหว่างนั้นเฉินหยวนอ่านไปบทหนึ่ง ภาพก็ไม่ได้ปรากฏในสมองของเธอเลย
พูดอีกอย่างคือ ความสามารถนี้หายไปแล้ว?!
อ๋า ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ...
เซี่ยซินหยู่รู้สึกหดหู่เล็กน้อย เพราะเธอรู้สึกว่าสัปดาห์ที่แล้วเธอเรียนรู้ได้ผลดีมาก
แล้ว ทำไมพลังพิเศษของฉันถึงมาติดอยู่ที่ปรากฏวันจันทร์ จบวันอาทิตย์ หรือว่ามันถูกรีเฟรชไปแล้ว?
แล้วฉันจะมีพลังพิเศษใหม่หรือเปล่า?
เซี่ยซินหยู่สับสนมาก
ยังรู้สึกแปลก ๆ เหมือนจู่ ๆ มีเทพเจ้าประทานพลังอย่างหนึ่งให้เธอ แล้วก็มาบอกกะทันหันว่า ‘ขอโทษ ๆ มีบั๊กต้องแก้ไขหน่อย’ ผลก็คือถูกยึดคืนไป
มันประหลาดเสียจนทำให้เธอคิดไปว่า หรือว่าระบบประสาทของฉันมีปัญหา?
เซี่ยซินหยู่ผู้สับสน ลงจากรถเมล์ที่ป้ายโรงเรียนมัธยมสี่
คนที่ขึ้นมาต่อคือโจวฟู่
ทันทีที่เฉินหยวนเห็นเธอ เขาก็ภาวนาในใจขอให้บนหัวเธอไม่มีตัวเลข
ถ้าพูดถึงความสนิทสนม ตัวเขากับแม่ฟู่สนิทกันที่สุดแน่นอน
แต่เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่เคยมีแฟนมาก่อน
ถ้าหากฉันเป็น 2 ส่วนเธอเป็น 1 งั้นก็หมายความว่าเลข 1 ของเธอ ก็มาจากฉันงั้นสิ?
เปิดฮาเร็ม หลักฐานคาตา!
แต่โชคดีมากที่ บนหัวของโจวฟู่เป็นเลข 0
“อรุณสวัสดิ์” โจวฟู่นั่งลงข้าง ๆ เฉินหยวน
“ฉันขอถามแบบเสียมารยาทหน่อยนะ เธอไม่เคยมีแฟนเลยใช่ไหม?” เฉินหยวนถาม
“...” พอถูกถามแบบนี้ โจวฟู่ก็หน้าแดง ก้มหน้าลง ใช้มือข้างหนึ่งปิดหน้า พูดออกมาอย่างลำบากใจเล็กน้อย “ดูเหมือน จะปิดไม่มิดแล้วสินะ”
“หา?”
“จริง ๆ แล้ว แม่ไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของลูกน่ะ”
“...”
เฉินหยวนทำหน้าเหมือนมีมเด็กฝรั่งเม้มปาก อยากจะซัดยัยโจวฟู่ติงต๊องนี่ให้ตาย
“ว่าแต่นายถามฉันเรื่องนี้ทำไมเหรอ?” โจวฟู่ถามอย่างไม่เข้าใจ
“ไม่มีอะไร แค่อยากรู้น่ะ” เฉินหยวนตอบส่ง ๆ
เลข 0 ของโจวฟู่มันดูจริงมาก แล้วเลข 2 ของฉันมันมาจากไหนกันแน่วะ?
“แต่นายอย่าเห็นว่าฉันไม่เคยมีแฟนนะ ตอนมัธยมต้นฉันฮอตมากเลยนะ มีผู้ชายตั้งเยอะแยะที่...”
“ไม่สนใจ”
เฉินหยวนยกมือขึ้นขัดจังหวะทันที พูดอย่างไม่ใส่ใจ
จากนั้น โจวฟู่ก็ทำแก้มป่อง ขมวดคิ้ว ไม่พอใจอย่างมาก
ผ่านไปครู่หนึ่ง ทั้งสองคนก็ลงจากรถ
จากนั้น เฉินหยวนก็เดินเข้าไปในโรงเรียน
ในบริเวณโรงเรียน เขาเห็นคนส่วนใหญ่เป็น 0
แต่สัดส่วนของคนที่เป็น 1 ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน
มีแต่เลข 1 กับ 0 เต็มไปหมด นี่ฉันมาถึงแคว้นสู่ฮั่นแล้วเหรอเนี่ย?
“เอ๊ะ นั่นเหมือนจะเป็น 47 นะ” โจวฟู่เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจึงชี้ไปทางนั้น
จากนั้น เฉินหยวนก็มองตามไป
ก็พบว่าบนหัวของ 47 เป็นเลข 1
ส่วนหลี่หยวนเฉินที่อยู่ข้าง ๆ เป็นเลข 3
ไอ้คนหน้าไม่อายนี่ ก่อนหน้านี้เคยมีแฟนมาแล้วตั้งสองคนจริงดิ แกคู่ควรกับ 47 เหรอ?
คนที่ตัวเลขบนหัวมากกว่า 2 ล้วนเป็นผู้ชายเฮงซวย
เท่ากับ 2 น่ะได้อยู่
เพราะฉันเท่ากับ 2 ยังไงล่ะ
แต่ทำไมวะ!?
ใครแม่งสับไอดีฉันไปมีแฟนมาคนหนึ่งวะ?
พอคิดถึงตรงนี้ ในหัวของเฉินหยวนก็พลันปรากฏภาพคนคนหนึ่งขึ้นมา——เฉินเสี่ยวหรัน
จะไม่ใช่ว่ายัยเด็กนี่ฉวยโอกาสตอนฉันไม่อยู่ไปเปิดฮาเร็มให้ฉันนะ?
เธอน่ะเคยช่วยฉันจีบเด็กขาเป๋คนนั้นก็จริง แต่นั่นไม่น่าจะนับเป็น 1 ครั้ง เพราะยังไม่ได้คบกัน
หรือว่าจะ... การกอดกับถังซือเหวินครั้งนั้น?!
เฉินหยวนที่คิดเช่นนี้ ก็เดินเข้าห้องเรียนไปด้วยอารมณ์ตึงเครียด
“เป็นไรเหรอ?”
ถังซือเหวินเอียงคอ มองเฉินหยวนที่กำลังจ้องตัวเลขบนหัวตัวเองอย่างไม่เข้าใจ
“ไม่มีอะไร”
โชคดีที่เธอก็เป็น 0
บอกแล้วไงว่ารับประกันรักบริสุทธิ์น่ะ เพื่อนยาก
จางเชา ก็เป็น 0
หลิวเหยียน ก็เป็น 0
เหอเหมิง เป็น 1
หรือว่าตอนมัธยมต้นเคยมีแฟนมาแล้วครั้งหนึ่ง?
ไม่รู้สิ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของคนอื่นนี่นะ
ถังเจี้ยน เป็น 5
แม่มเอ๊ย! เป็นตอนที่ช็อกที่สุดเลยโว้ย!
ภายนอกดูไม่มีพิษมีภัย แต่จริง ๆ แล้วโคตรมั่ว นี่แหละเหรอคุณชายลูกเศรษฐี?
หน้าอย่างแกเนี่ยนะยังคิดจะคู่กับ 47 แกก็ไม่คู่ควรเหมือนกันแหละ
ฉันขอประกาศแต่เพียงฝ่ายเดียวว่าหลี่หยวนเฉินก็เป็นสายรักบริสุทธิ์เหมือนกัน
ลองมองไปที่เจ๊เจียวอีกที เป็น 1
ดูเหมือนว่าครั้งแรกของเจ๊เจียว จะต้องถูกไอ้ลูกชายโจวหยูของฉันสอยไปแล้วสินะ
งั้นไอ้ลูกชายก็ต้อง...
“ทำไรวะ?” โจวหยูไม่เข้าใจ ทำไมเฉินหยวนถึงมองมาที่ตัวเอง
เฉินหยวนส่ายหัว กลับไปนั่งที่ตัวเอง
ไม่สิ ด้วยนิสัยของมัน เรื่องแบบนี้จะไม่เอามาอวดได้ยังไง?
หรือว่า เก็บงำความลับ?
เฉินหยวนไม่เข้าใจอย่างมาก
ดังนั้นหลังจากหมดคาบเรียนแรก เขาก็ชวนโจวหยูไปปล่อยน้ำด้วยกัน
แล้วในห้องน้ำ เขาก็จี้ถามผู้ชายที่มีเลข 2 อยู่บนหัวคนนี้ตรง ๆ : “แกเคยมีแฟนมาแล้วสองคนใช่ไหม?”
“...อะไรวะ เหอซือเจียวใช้ให้แกมาถามเหรอ?” โจวหยูตอบกลับอย่างหนักแน่นว่า “แค่ครั้งเดียว ก็แค่เหอซือเจียวคนนี้คนเดียว”
“เป็นไปไม่ได้ ต้องสองครั้งแน่ ๆ ก่อนหน้าเหอซือเจียว แกต้องเคยคบกับคนอื่นมาแล้วครั้งหนึ่ง!”
ขณะที่เฉินหยวนพูดแบบนั้น ในใจก็กำลังสงสัยในความแม่นยำของพลังพิเศษไปด้วย
พลังพิเศษทำของฉันผิดพลาดได้ แล้วจะไม่ทำของโจวหยูผิดพลาดได้เหรอ?
ทว่าพอเขาพูดจบ โจวหยูก็พลันเหงื่อแตกพลั่กขึ้นมา
เห็นได้ชัดว่า ลนลานแล้ว
“ฉันเคยเห็น ก็คือมีอีกครั้งหนึ่งจริง ๆ” เฉินหยวนจึงรุกฆาตต่อ
และหลังจากรุกฆาตเสร็จ โจวหยูก็เสียหลักไปเลย ความแตกทันที แถมยังหันกลับมาร้องขอ: “อย่า อย่าบอกนะเว้ย”
หือ!
มีจริง ๆ ด้วยเหรอ?
“ก็คนนั้นไง ฉันเคยเห็นแกคุยกับเธอในมือถือก่อนหน้านี้” เฉินหยวนหลอกถามต่อไป
“อ้อ ขาดการติดต่อไปแล้ว”
โจวหยู่จนปัญญา ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วอธิบายว่า: “คืออย่างงี้ ก่อนหน้านี้ฉันเล่นเกมมือถือ QQ Speed แล้วมีคนชื่อ ‘ดอกยี่โถ’ แอดมา ชวนเล่นด้วยกัน เราเล่นด้วยกันช่วงปิดเทอมฤดูหนาว เธอยังคุยเสียงกับฉันด้วย เป็นผู้หญิงที่เสียงหวานมาก ฉันก็เลย... ฉันก็เลยส่งคำขอผูกสัมพันธ์คู่รักไปให้ ไม่คิดว่าเธอจะตอบตกลง! แต่ว่า ก็แค่นั้นแหละ พอเปิดเทอมเธอก็ไม่ค่อยได้เล่นกับฉันเท่าไหร่ ไม่เปิดคุยเสียงอีกเลย เสียดายฉันยังเปย์รถให้เธอไปตั้งเยอะ...”
โจวหยูพูดไปพลาง สังเกตเห็นสีหน้าของเฉินหยวนค่อย ๆ ร้อนขึ้น แววตาก็เริ่มหลบเลี่ยง แถมตอนที่พูดถึง ‘เปย์รถ’ อีกฝ่ายถึงกับเหงื่อแตกพลั่กคาที่...
“แกเป็นไรวะ? จะตายหรือไง?” โจวหยูถามอย่างไม่เข้าใจ
พอเขาถามจบ เฉินหยวนก็เอามือปิดปาก ทำท่าเหมือนจะอาเจียนออกมาด้วยความคลื่นไส้
แม่มเอ๊ย ใช้เสียงหยางฉีฉีหลอกปั่นหัวคนอื่นก็นับเป็นหนึ่งครั้งให้ฉันด้วยเรอะ? พลังพิเศษ แกมัน ไอ้โง่เอ๊ย!
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_