เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 316 เจอกันหลังเลิกเรียน

บทที่ 316 เจอกันหลังเลิกเรียน

บทที่ 316 เจอกันหลังเลิกเรียน


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

บทที่ 316 เจอกันหลังเลิกเรียน

วันที่ 11 มกราคม

วันจันทร์

เฉินหยวนอัปเกรดพลังพิเศษของเขาแล้ว

ไม่ใช่การสลับร่างกายอีกต่อไป แต่เป็นการรับรู้ความคิดของเซี่ยซินหยู่

ที่เจ๋งกว่านั้นก็คือ แม้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ เขาก็ยังคิดอะไรของเขาได้ต่อเนื่อง เหมือนมีสมองสองใบทำงานพร้อมกันโดยไม่รบกวนซึ่งกันและกัน

เขาสามารถอ่านหนังสือไปด้วย และพร้อมกันนั้นก็ท่องศัพท์ในใจไปด้วย

หรือว่า…

ถ้าหากว่า ซินหยู่กำลังเรียนอยู่ และเรียนคนละวิชา นั่นหมายความว่าเขาจะได้ประโยชน์จากการเรียนรู้สองเท่าเลยเหรอเนี่ย?

โธ่เอ๊ย พลังพิเศษนี่มันอีกแล้ว!

เฉินหยวนเองก็ไม่ได้อยากได้พลังเพิ่มหรอกนะ แตดันโดนบังคับอัปเกรดซะงั้น

เฮ้อ พลังพิเศษ เอาไงกับนายดีเนี่ย…?

[ถอดแว่น]

ฉันเหมือน…

กำลังรับรู้ความคิดของเฉินหยวนอยู่เหรอ?

เซี่ยซินหยู่รู้สึกแปลกมาก ไม่รู้ว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ไม่มีสัญญาณเตือนอะไรเลย

ตอนนั้น เธอมองไปที่เฉินหยวนข้าง ๆ พยายามหาความรู้สึกที่คล้ายคลึงกัน

แต่เขากำลังดูโทรศัพท์อยู่…

ไม่มีท่าทีสงสัยอะไรเลย

นั่นแปลว่า มีแค่ฉันคนเดียวที่เป็นแบบนี้เหรอ?

ฉันป่วยหรือเปล่าเนี่ย…?

แต่…มันมีโรคประหลาดแบบนี้ด้วยเหรอ?

ชัด ๆ เลยว่าไม่ใช่โรค

มีอะไรผิดปกติ ร่างกายฉันผิดปกติแน่ ๆ

แปลกมาก แปลกจริง ๆ …

เซี่ยซินหยู่ส่ายหัว พยายามล้างสิ่งต่าง ๆ ในสมองให้หมดไป เพื่อกลับมาเป็นตัวเองเหมือนเดิม

“ซินหยู่ เป็นอะไรหรือเปล่า?”

ตอนนั้น เฉินหยวนวางโทรศัพท์ลง หันมามองเธอด้วยสีหน้าเป็นห่วง

ในขณะเดียวกัน ความคิดในหัวก็หยุดลง

เอ๊ะ?

โรคจิตเภทของฉันหายไปแล้วเหรอ?

หรือว่า…เพราะว่าเฉินหยวนไม่คิดอะไรแล้ว เลยหยุดไปด้วย

“เปล่าหรอก นึกถึงเรื่องอาย ๆ ในอดีต เลยรู้สึกเขินอายน่ะ…” เซี่ยซินหยู่พูดแก้ตัวไปอย่างไม่เต็มใจ

“เรื่องอาย ๆ เหรอ? เล่าให้ฟังหน่อยสิ” เฉินหยวนอยากรู้เป็นอย่างมาก

“ไม่ได้หรอก” เซี่ยซินหยู่หัวเราะ ปฏิเสธทันที “แม้แต่กับนายก็ไม่ได้”

“ก็ได้”

เฉินหยวนยกไหล่ แล้วกลับไปอ่านนิยายกำลังภายในต่อ

แล้วภาพต่าง ๆ และกระบวนการคิด ก็เหมือนกับถูกบันทึกไว้ในความทรงจำ แล้วกลับมาแสดงอีกครั้งอย่างมีชีวิตชีวา

ถูกต้องแล้ว…

ฉันมีพลังพิเศษแล้ว!

ฉันสามารถได้ยินความคิดของเฉินหยวน…

ไม่ใช่สิ น่าจะไม่ใช่ความคิดนะ

ตอนที่เขามองฉัน เขาชัดเจนว่ากำลังคิดอะไรบางอย่าง แต่ไม่ได้ส่งผ่านมา

สิ่งที่เข้ามาในสมองฉัน เป็นความคิดและความทรงจำที่ชัดเจนมาก แม้กระทั่งข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต ก็เหมือนกับ ‘ความรู้’ ที่เข้ามาในสมองของฉัน

นั่นหมายความว่า ถ้าเฉินหยวนเรียนอยู่ที่โรงเรียน ฉันก็จะได้รับความรู้จากเขาด้วยเหรอ?

และที่เจ๋งมากก็คือ มันเหมือนไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานปกติของสมองฉันเลย

ควรจะบอกเฉินหยวนมั้ยเนี่ย…?

เรื่องแบบนี้ บอกเขาไป เขาก็อาจจะไม่เชื่อหรอกมั้ง?

แม้ว่าฉันจะพิสูจน์ให้เขาดูแล้ว เขาก็เชื่อแล้ว แต่…

เซี่ยซินหยู่ก็ยังไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง

แล้วถ้าเป็นเฉินหยวน ผู้ชายที่ชอบเสี่ยงดวงคนนี้ เขาจะใช้ความสามารถของฉันไปพาฉันไปเล่นการพนันที่มาเก๊าหรือเปล่าเนี่ย…

ไม่ได้ เด็ดขาด!

งั้นตอนนี้ ก็ปล่อยไปตามธรรมชาติดีกว่า

แล้วแต่ว่า ‘พลังพิเศษ’ นี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน…

เอาตรง ๆ เลย เซี่ยซินหยู่รู้สึกตื่นเต้นเล็ก ๆ แบบนี้คะแนนสอบของฉันน่าจะดีขึ้นบ้างแล้วล่ะ

นี่ถือว่าโกงมั้ยเนี่ย…

ไม่น่าจะโกงนะ!

สิ่งที่แฟนฉันเรียน แล้วมาให้ฉัน จะถือว่าโกงได้ยังไงล่ะ?

เขาเต็มใจแบ่งปันทุกอย่างให้ฉันเสมอ…ถ้าอิจฉา ก็ไปหาแฟนบ้างสิ

แล้วเซี่ยซินหยู่ก็ลงจากรถที่ป้ายถนนเซวี่ยฝู่ แล้วก็บอกลาเฉินหยวน

แต่ว่า…

(จูโย่วเอ๋อร์ถอดผ้าคลุมออก เดินเข้าไปในอ่างอาบน้ำ แช่ตัวลงในน้ำอุ่นที่โรยด้วยกลีบดอกไม้ เมื่อเห็นเฉินเยี่ยนเข้ามา เธอก็ไม่ได้เขินอายหลบหนี แต่กลับยื่นขาเรียวสวย ผิวขาวเนียน นุ่มนวล ขึ้นมาช้า ๆ รูปทรงของเท้าสวยงาม เหมือนกับรูปทรงของหยก นิ้วเท้าสะอาดเรียบร้อย เล็บแต่ละเล็บได้รับการตกแต่งอย่างประณีต ดูงดงามไร้ที่ติ น่าหลงใหล…)

นี่มันกำลังอ่านอะไรอยู่เนี่ย ทำไมถึงมีฉากแบบนี้?

แล้วทำไมถึงคิดเรื่องนี้ได้อย่างละเอียด ภาพต่าง ๆ ชัดเจนในสมองเลย

นักเขียนคนนี้ก็ด้วย ตอนแรกเขียนได้ธรรมดามาก พอเขียนถึงเรื่องเท้า ดันมีไอเดียมากมาย คำอธิบายมากมายเหลือเกิน…

สงสัยใส่ความชอบส่วนตัวลงไปแน่ ๆ

คิดได้อย่างนั้น เซี่ยซินหยู่ก็เริ่มเป็นห่วงเฉินหยวน

เป็นเพราะเขาชอบเท้า เลยทำให้เขาอ่านนิยายแบบนี้ หรือว่าเพราะอ่านมาเยอะ เลยทำให้เขาเริ่มชอบเรื่องแบบนี้ แล้วก็ฝังใจตัวเองด้วย…

ทุกครั้งที่ฉันเท้าเปล่า เขาก็ต้องมาลูบๆ คลำ ๆ หนักสุดก็ต้องมาจูบที่หลังเท้า…

ต้องหาทางเปลี่ยนหนังสือในชั้นหนังสือของเขา เอาหนังสือรักโรแมนติกมาวางไว้เยอะ ๆ

ส่วนนักเขียนนิยายลามกอนาจาร ก็ลบออกให้หมด!

(ตอนที่เฉินเยี่ยนหันตัวไป จูโย่วเอ๋อร์ก็ลุกขึ้นจากอ่าง เดินขึ้นบันได สาวใช้ทั้งสองข้างรีบเช็ดตัวให้เธอ แล้วคลุมผ้าคลุมบาง ๆ ให้เธอ แล้วเธอก็เดินเข้ามาหาเฉินเยี่ยน เท้าเปียกชื้น ผิวของเธอยังคงมีหยดน้ำ กระดูกของเท้าทั้งสองข้างชัดเจน น้ำอุ่นไหลลงมาตามข้อเท้าที่เรียวเล็ก…)

ไม่ใช่แล้วโว้ย จะเขียนถึงเท้ากี่หน้าเนี่ย!?

ผู้อ่านไม่ด่าตายเหรอ?

แล้วก็เฉินหยวน อย่าอ่านของแบบนี้อีกนะ ไม่งั้นฉันจะโกรธแล้วนะ!

คิดอย่างนั้น เธอก็ส่งข้อความไปหาเฉินหยวน

เซี่ยซินหยู่: อย่าอ่านหนังสือบนรถนานนัก ระวังสายตาสั้นนะ

ก่อนหน้านี้เฉินหยวนสายตาสั้นไปหลายวัน ต้องใส่แว่นด้วย หลังจากนั้นเขาก็ไม่ใส่แว่นแล้ว บอกว่ามองเห็นชัดแล้ว สงสัยจะเป็นโรคตาอักเสบ

ดังนั้นเซี่ยซินหยู่จึงใช้ข้ออ้างนี้ อีกฝ่ายน่าจะไม่สงสัยว่าเธอห้ามเขาอ่านเรื่องเท้าหรอก…

แน่นอน หลังจากส่งข้อความไป ความคิดเรื่องเท้าก็หยุดลง

เฉินหยวน: ok พอดีเป็นตอนไคลแม็กซ์ของสงคราม เลยอดใจไม่ไหวอ่านมาตลอดทาง

ตอนไคลแม็กซ์ของสงคราม…

ฮ่า ๆ

เซี่ยซินหยู่มุมปากกระตุกเบา ๆ ไม่อยากจะบ่นแฟนสุดหลงตัวเองคนนี้

โอเค ตั้งแต่นี้ไป

ถ้าเขาอ่านอะไรที่ลามกอีก ฉันก็จะจับได้แล้ว

แล้วก็ อย่าได้ไปตามใจความชอบแปลก ๆ ของเขาเลย…

หึ ฉันตามใจเขาจนเคยตัวแล้ว

แล้วเซี่ยซินหยู่ก็ไปโรงเรียน

ตอนเรียนเช้า ครูประจำชั้นบอกว่าเดือนนี้จะมีสอบปลายภาคทั่วทั้งเมือง และจะรวมคะแนนจากการแข่งขันเข้าไปด้วย ใช้เกณฑ์การให้คะแนนที่ละเอียด แต่เฉินหยวนก็เคยเล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่แปลกใจ

แน่นอน เพราะเซี่ยซินหยู่ไม่ได้คะแนนพิเศษ เลยจะถูกทิ้งห่างออกไป อันดับก็ไม่ค่อยดี

แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ วิชาคณิตศาสตร์ของเธอค่อนข้างดี ถ้าข้อสอบไม่ยากมาก เธอยังได้คะแนนเต็ม แต่ถ้าข้อสอบยากขึ้น เช่นครั้งก่อน เธอก็ได้แค่ร้อยยี่สิบ

แต่เด็กที่ได้รางวัลระดับจังหวัดในการแข่งขัน สอบคณิตศาสตร์ได้ร้อยสี่สิบขึ้นไปเสมอ

ดังนั้น การอิจฉาจึงไร้ประโยชน์

เพราะแม้ว่าจะให้โอกาสเธอ เธอก็ไม่ได้คะแนนพิเศษอยู่ดี

สำหรับเธอ สิ่งที่ทำได้ก็คือ พยายามทำคะแนนให้ได้มากที่สุด และเพิ่มคะแนนสอบให้สูงขึ้น

ตอนนี้ วิชาที่ยังสามารถพัฒนาได้คือ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ส่วนภาษาจีนและภาษาอังกฤษ มีนิดหน่อยเท่านั้น

เอาตรง ๆ แม้ว่าจะเพิ่มคะแนนให้เธอในทุกวิชา อย่างสมบูรณ์แบบ ก็ยังยากที่จะเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัว มหาวิทยาลัยปักกิ่ง

นี่แหละ คือเรื่องที่ปวดหัวที่สุด

ช่างเถอะ ค่อย ๆ ทำไป

เริ่มจากตั้งใจฟังในห้องเรียน

แล้ววิชาภาษาจีนก็เริ่มขึ้น

ในขณะเดียวกัน เซี่ยซินหยู่ก็รู้สึกว่า ‘สมอง’ อีกใบหนึ่ง ก็กำลังเรียนอยู่ด้วย คือวิชาคณิตศาสตร์

และ ความรู้ และวิธีคิดของเฉินหยวน ก็ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

และสมองทั้งสองใบ ก็ไม่รบกวนซึ่งกันและกัน รับข้อมูลพร้อมกัน

นี่คือความคิดของเด็กเรียนเก่งเหรอเนี่ย…

เซี่ยซินหยู่รู้สึกประทับใจเมื่อรับความรู้จากห้องเรียนของเฉินหยวน

นั่นก็คือ——วิธีคิดของฉันกับเฉินหยวน แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ที่แท้ เขาก็ทำข้อสอบแบบนี้มาตลอด

เธอคิดว่า ทุกคนก็คิดจากเงื่อนไข ไปหาผลลัพธ์

แต่เฉินหยวนไม่เหมือนกัน เขาคิดย้อนกลับ

นั่นคือ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์นั้น ต้องใช้เงื่อนไขอะไรบ้าง และเงื่อนไขเหล่านั้น จะพิสูจน์ได้อย่างไรด้วยเงื่อนไขปัจจุบัน

และ การคิดย้อนกลับของเขาไม่เหมือนกัน

คนปกติก็จะคิดไปข้างหน้าทีละขั้น คิดย้อนกลับทีละขั้น เพื่อหาความเชื่อมโยง แต่เขาไม่ใช่

ตอนที่เขาคิด เขาแทบจะคิดย้อนกลับไปถึงข้อสรุปเลย เหมือนกับการถอดชิ้นส่วน แยกออกเป็นเงื่อนไขและข้อมูลมากมาย คล่องแคล่วเหมือนกับการแล่เนื้อ

และสิ่งนี้ต้องอาศัยพรสวรรค์ นั่นคือ ความสามารถในการมองเห็น ‘ความจริง’ ทันที

สิ่งที่ยากที่สุดคือ การแยกข้อสอบอย่างแม่นยำ

แต่ถ้าทำได้ นั่นจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการแก้โจทย์ปัญหาที่ยาก

เซี่ยซินหยู่เคยสอบครั้งหนึ่ง ได้คณิตศาสตร์แค่ร้อยยี่สิบกว่า แต่ก็ยังได้อันดับที่ดีขึ้น นั่นเป็นเพราะเธอเหมือนกับนักเรียนโรงเรียนหมายเลข 4 ส่วนใหญ่ เก่งพอสมควร แต่ไม่เก่งที่สุด

และในการสอบครั้งนั้น เหมือนกับทุบก้อนศิลา ไม่ใช่สิ หรือว่าเหมือนกับนักเรียนห้องหนึ่ง แม้ว่าจะยากขนาดนั้น ก็ยังทำคะแนนได้สูงมาก

นี่แหละ คือที่ต่างกัน

ถ้าฉันจะตามเฉินหยวน และเป็น ‘ส้มโอ’ เหมือนกับเขา ฉันต้องมีความสามารถแบบนั้น——ไม่ว่าข้อสอบจะยากแค่ไหน ฉันก็ต้องทำคะแนนสูง

ขณะที่รับรู้ความรู้เหล่านี้ เซี่ยซินหยู่ยิ่งรู้สึกว่า:

เก่งจังเลย หยวนเป่า…

เก่งจังเลย ซินหยู่…

เฉินหยวนเรียนคณิตศาสตร์ หลาวโม๋กำลังอธิบายโจทย์ยาก ๆ นักเรียนส่วนใหญ่ในห้องเรียนรู้สึกยาก มีเพียงนักเรียนที่เก่งที่สุดเท่านั้นที่ฟังเข้าใจ ส่วนเขาเอง ก็ไม่มีปัญหาอะไร

แต่ชั่วโมงภาษาจีนของเซี่ยซินหยู่ กลับสร้างความประทับใจให้เฉินหยวนอย่างมาก

ตั้งแต่ที่ข้อสอบเปลี่ยน ข้อสอบก็เป็นแบบทดสอบการอ่านความเข้าใจ ซึ่งมีคะแนนมากพอสมควร

สิ่งที่เฉินหยวนรู้สึกยากที่สุด คือความคิดของพวกนักวิชาสังคม

แต่เมื่อรับรู้ความคิดของเซี่ยซินหยู่ เขาก็รู้ว่า ความคิดของนักวิชาสังคม ก็มีแบบแผน

ไม่แปลกใจเลยที่ฉันทำภาษาจีนไม่ค่อยได้ ที่แท้ก็เพราะฉันชอบเถียง

ถ้าไม่เถียง เพียงแค่ยอมรับหลักการต่าง ๆ ก็พอแล้ว

ปัญหาของเฉินหยวนก่อนหน้านี้คือ เขาปฏิเสธความเชื่อมโยงระหว่างวิชาสังคมกับวิทยาศาสตร์ เขารู้สึกว่าสูตรในวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ มีตรรกะ แต่ตรรกะในวิชาสังคม เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล

ความจริงแล้ว มันสมเหตุสมผล

และ มันมีประโยชน์มากด้วย

เฉินหยวนรู้สึกว่ามันตลกเล็กน้อย

แต่คนที่รู้จักซินหยู่และหยวน ต่างรู้ว่า ใครมีวิธีคิดที่สมเหตุสมผลกว่ากัน

แน่นอน คือซินหยู่

นั่นคือ ก่อนหน้านี้ทำภาษาจีนไม่ได้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ข้อสอบ แต่มาจากตัวเฉินหยวนเอง!

เช่น สมมุติโจทย์ถามว่า ฆ่าคนไม่กระพริบตาคิอ ก็หมายถึง โหดเหี้ยม ไม่ใช่ให้มาสงสัยว่า ทำแบบนี้ตาจะแห้งมั้ย!?

เอาอีก เอาอีก เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งเดือนก็จะสอบแล้ว

ถ้าฉันเรียนพร้อมกับซินหยู่ แม้จะเรียนแค่การคิดของซินหยู่ ก็สามารถพัฒนาภาษาจีน ซึ่งเป็นวิชาที่ยากที่สุด ได้มากขึ้น

เอาคะแนนของซินหยู่มาหน่อย

ถ้าฉันได้คะแนนของซินหยู่มาบ้างก็ดี

แต่พลังพิเศษไม่น่าจะทำแบบนั้นได้

จนถึงตอนนี้ คนที่รู้เรื่องพลังพิเศษก็มีแค่ฉัน และเฉินเซียวหรัน ซึ่งรู้เรื่องพลังพิเศษบ้าง

เอาล่ะ อัปเกรดก่อน

แต่มันรับรู้ความคิดของอีกฝ่ายเพียงข้างเดียว งั้นการยกเลิก การสลับร่าง เงื่อนไขคืออะไรล่ะ?

ด้วยความสงสัย เฉินหยวนจึงใช้เวลาทั้งเช้าอยู่แบบนี้

ตลอดเวลา เขาก็เชื่อมต่อกับซินหยู่

แล้วหลังจากทานข้าว เขาก็ไปที่สถานีวิทยุ อ่านจดหมายจากผู้ฟังตามปกติ

ต้องบอกว่า ตั้งแต่รู้ว่าเขาและเฉิงไห่ยิ่งเข้ากันได้ดี ครูที่สถานีวิทยุ…ก็กลายเป็นคนปล่อยวาง

ไม่มีทางเลือก พวกเขาทั้งสองคนเลยต้องทำงานล่วงเวลาที่นี่

“จดหมายฉบับนี้ ฉันยังไม่ได้อ่าน”

ตอนที่กำลังแยกจดหมาย เมื่อเห็นหัวข้อ “เรียนพี่ชายที่เคารพ” เฉิงไห่ยิงก็ส่งจดหมายให้เฉินหยวนทันที

“อ้อ ให้ฉันดูหน่อย”

แล้วเฉินหยวนก็เริ่มอ่านจดหมายฉบับนี้

เรียนพี่ชายที่เคารพ

หนูเป็นนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งค่ะ

พี่ชายอาจจะจำหนูไม่ได้ แต่รอยยิ้มของพี่ชาย หนูไม่มีวันลืมเลยค่ะ

ตอนเที่ยงวันนั้น พี่ชายให้หนูเก็บลูกขนไก่ แล้วหนูก็โยนลูกขนไก่คืนไป

หนูคือคนที่ขาไม่ค่อยดีค่ะ

หนูมีเรื่องอยากจะบอกพี่ชาย แต่หาโอกาสไม่ได้ เลยตัดสินใจส่งจดหมายมาที่สถานีวิทยุ

ถ้าเป็นไปได้ หลังเลิกเรียนวันนี้ ขอพบกันได้มั้ยคะ?

——นกกระจอกขาเป๋

“…”

เมื่อเห็นจดหมาย เฉินหยวนงงเล็กน้อย

ฉันไปให้ใครเก็บลูกขนไก่เมื่อไหร่เนี่ย?

ขาไม่ค่อยดี ฉันยังให้เธอเก็บลูกขนไก่ ฉันบ้าหรือเปล่าเนี่ย?

แล้วเขาก็รู้ตัวว่า อาจจะเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริง ๆ

หรือว่าเป็นเรื่องอาทิตย์ที่แล้ว?

…………

เซี่ยซินหยู่ได้ยินความคิดของเฉินหยวนที่กำลังอ่านจดหมาย

แต่พออ่านจบ ก็หยุดลงทันที

ความคิด ความรู้สึก ความตั้งใจ ฯลฯ ฟังไม่เห็นแล้ว

ฉันเหมือน…สามารถรับรู้แค่การคิดเกี่ยวกับ ‘ข้อมูล’ หรือ ‘ความรู้’ เท่านั้น

และเกี่ยวกับจดหมายฉบับนี้ เธอจับได้เพียงแค่…

เจอกันหลังเลิกเรียน!

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 316 เจอกันหลังเลิกเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว