- หน้าแรก
- พลังของฉันเปลี่ยนใหม่ทุกสัปดาห์!
- บทที่ 288 เสียงแหลมสุดขีด
บทที่ 288 เสียงแหลมสุดขีด
บทที่ 288 เสียงแหลมสุดขีด
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
บทที่ 288 เสียงแหลมสุดขีด
เฉินหย่าถิงตัดสินใจแล้วว่าจะบอกออกไป
เธอรู้ดีว่าตัวเองเริ่มชอบหลิวเฉิงซีตั้งแต่เมื่อไหร่
การพบกันที่ร้านกาแฟครั้งนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยน
การเข้ามาของเฉินหยวนทำให้เธอรู้ใจตัวเองชัดเจนยิ่งขึ้น
หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เห็นคนอื่นมีความรักแล้วตัวเองก็อิจฉา
เหตุผลที่ชอบหลิวเฉิงซี...
ตอนแรกก็เพราะเขาหน้าตาดี ตรงสเปกเธอทุกอย่าง แล้วก็รู้จักรักษาระยะห่างกับผู้หญิงที่ไม่ได้ชอบ ซึ่งแน่นอนว่าหมายถึงระยะห่างทางใจ
ด้วยหน้าตาและผลการเรียนของเขา เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะไม่ถูกผู้หญิงรุมล้อม
แต่หลังจากนั้น เธอก็ยิ่งค้นพบด้านที่น่ารักของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้กระทั่งท่าทีแบบแอบเกย์นิด ๆ ที่เขามีต่อเฉินหยวน เธอก็ยังรู้สึกว่าน่ารักดี
เธอก็อยากเป็นเหมือนซินหยวน อยากเป็นแฟนกับหลิวเฉิงซี
แล้วเวลาออกไปข้างนอก ผู้หญิงคนอื่น โดยเฉพาะผู้หญิงในโรงเรียน จะได้มองแฟนของเธอด้วยสายตาอยากเข้าใกล้ แต่ตอนนั้นเธอจะปรากฏตัวขึ้นอย่างมั่นใจ แล้วควงแขนเขา เป็นผู้หญิงที่ใคร ๆ ก็อิจฉา เป็นที่หมายปอง
ตอนแรกคิดว่าปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
แต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่เป็นอย่างนั้น
ทุกครั้งที่เห็นคู่รักคนอื่น เธอก็ได้แต่คิดแทนตัวเอง
ตามคาด ถึงจะได้ 700 คะแนนก็ยังเป็นอย่างนี้
สุดท้ายแล้ว เธออยากจะพูดว่ายังไงนะ?
ปฏิเสธฉันเหมือนที่ปฏิเสธคนอื่น ๆ ว่ายังไม่อยากมีแฟน?
หรือว่า พี่ซินหรูยังคงเป็นคนที่ชอบที่สุด ขอโทษด้วยนะ?
หรือลูบหัวฉันแล้วยิ้มรับ?
ในขณะที่เธอคิดอย่างนั้น เธอก็ค่อย ๆ สังเกตเห็นว่าหลิวเฉิงซีจ้องมองใบหน้าของเธออย่างตั้งใจ สายตาไม่ละไปไหนเลย
"นาย...กำลังทำอะไร?" เฉินหย่าถิงหน้าแดงก่ำ ถามขึ้น
"เธอบอกให้ฉันมองเธอไง"
หลิวเฉิงซีตอบ
"ไม่ใช่ ฉันหมายถึงให้มองทีหลัง... ไม่สิ นายเข้าใจผิดแล้ว" เฉินหย่าถิงขมวดคิ้ว บ่นในใจว่าหมอนี่เรียนภาษาจีนมายังไง แล้วก็พยายามอธิบาย "ประโยคนั้นของฉันมีความหมายแฝง ไม่ได้ให้นายจ้องมอง..."
"ฉันรู้"
หลิวเฉิงซีขัดจังหวะอย่างใจเย็น
"งั้น... งั้นนายคิดยังไง?"
ก้มหน้าลงอย่างเขินอาย มือจับชายเสื้อแน่น ตอนนี้เฉินหย่าถิงรู้สึกประหม่ามากกว่าตอนรอผลสอบเป็นร้อยเท่า
"ฉันพิจารณาเธออย่างละเอียดแล้ว" หลิวเฉิงซีกล่าว
"แล้ว..." เฉินหย่าถิงหันหน้าหนี พูดตะกุกตะกัก "แล้วว่ายังไงบ้าง? สวย หรือ ธรรมดา? หรือว่า... ไม่ใช่สเปกนาย..."
"ฉันไม่ได้สนใจเรื่องหน้าตา" หลิวเฉิงซีอธิบาย "แต่เธอ... สวยมาก"
ได้ยินแบบนั้น เฉินหย่าถิงก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างเขินอาย แล้วถามต่อ "ถ้างั้นเมื่อกี้ นายกำลังพิจารณาอะไรอยู่เหรอ?"
"ฉันกำลังคิดว่า ฉันไม่ค่อยได้มองใบหน้านี้เท่าไหร่"
"หา?" เฉินหย่าถิงไม่ค่อยเข้าใจ
"แต่ก่อน หลังจากที่ฉันรู้จักกับพี่ซินหรู อาจเป็นเพราะชื่นชมเธอมาก ฉันเลยชอบมองหน้าเธออยู่บ่อย ๆ " หลิวเฉิงซีพูดช้า ๆ
"อย่างนี้นี่เอง"
มือของเฉินหย่าถิงตกลงข้างตัว เธอเข้าใจแล้ว
คนที่เขาชอบ ก็ยังคงเป็นเธอคนนั้น
ความรู้สึกที่มีต่อตัวเอง ไม่ใช่ความรัก
บางที ฉันอาจจะดูถูกพี่ซินหรูมากเกินไป
เสน่ห์ของเธอที่มีต่อหลิวเฉิงซีนั้น ยิ่งใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก
"งั้น... กลับกันเถอะ"
เฉินหย่าถิงหันหลังกลับ เตรียมตัวเดินจากไป
ตอนนั้นเอง ไฟเขียวก็สว่างขึ้น
ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเท้า หลิวเฉิงซีก็เอื้อมมือมาแตะไหล่ของเธออีกครั้ง
เธอหันกลับมามองหลิวเฉิงซี ดวงตาเศร้าสร้อย ค่อย ๆ เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา อีกนิดเดียว เธอก็จะกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว
ทันใดนั้น เขาก็พูดขึ้นว่า "แต่ต่อไป ฉันจะพยายามมองหน้าเธอให้มากขึ้น"
"..." ในวินาทีที่เฉินหย่าถิงได้ยิน เธอรู้สึกดีใจมาก แต่ยังไม่ทันจะยิ้มออก เธอก็ขยี้ตา รวบรวมสติ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น "อะไรกัน ฉันเป็นแค่ตัวสำรองของนายในกรณีที่จีบพี่ซินหรูไม่ติดงั้นเหรอ?"
"ไม่ใช่นะ" หลิวเฉิงซีรีบส่ายหน้า แล้วนึกถึงคนคนนั้นพลางพูดว่า "จริง ๆ แล้ว ฉันไม่เคยคิดที่จะสารภาพรักกับพี่ซินหรูเลย"
"ถ้างั้นในเมื่อนายยังมีเธออยู่ในใจตลอด แล้วจะยังมีที่ว่างสำหรับคนอื่นอีกเหรอ?"
"ไม่ ๆ ฉันไม่ได้หมายความว่าจีบพี่เขาไม่ติดแล้วถึงมาเลือกเธอ" หลิวเฉิงซีเอามือกุมขมับ ครุ่นคิดอย่างจริงจัง แล้วพูดขึ้นว่า "สำหรับฉัน พี่ซินหรูเป็นคนที่เก่งมาก สอบได้ที่หนึ่ง แถมยังอ่อนโยน เวลาอยู่กับเธอจะรู้สึกเหมือนได้รับการดูแลเอาใจใส่ แต่ก็แค่นั้นแหละ ฉันไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะเป็นแฟนกับเธอ"
พูดง่าย ๆ ก็คือ พี่ซินหรูเป็นเหมือนสัญลักษณ์
เป็นเป้าหมายที่น่าใฝ่ฝัน
คนที่แบบนั้น แค่ชื่นชมก็พอแล้ว
"แล้ว..." เฉินหย่าถิงชี้นิ้วไปที่ตัวเองอย่างงง ๆ แล้วถามว่า "แล้วกับฉัน นายมีความรู้สึกอยากจะเป็นแฟนด้วยเหรอ?"
หลิวเฉิงซีชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วค่อย ๆ หันหลังกลับ เอามือจับปลายผมตัวเองอย่างลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพยักหน้า
"มีเหรอ?"
เฉินหย่าถิงดูเหมือนจะเป็นฝ่ายชนะ ความมั่นใจพลุ่งพล่านขึ้นมาในทันที เธอคว้าแขนของเขาเข้ามาใกล้ ดึงสายตาของเขาไว้ แล้วถามย้ำด้วยรอยยิ้ม "มีอะไรบ้าง บอกมาสิ?"
"..." หลิวเฉิงซีไม่รู้จะพูดยังไง แต่ความปรารถนาก็คือความปรารถนา
แต่คำนี้ ฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่
บางทีเปลี่ยนเป็นความคิด อาจจะเหมาะสมกว่า
แต่ถ้าบอกว่ามีความคิดอยากจะเป็นแฟนกัน มันก็ดูเหมือนจะเฟคไปหน่อย เหมือนกับวางตัวอยู่เหนือกว่า
หลังจากลังเลอยู่นาน ในที่สุดเขาก็พูดขึ้นว่า "เวลาผู้หญิงคนอื่นมาหาฉัน ถึงแม้บางคนจะพูดตรง ๆ ฉันก็ยังไม่รู้สึกว่าในวัยนี้ควรจะทำเรื่องแบบนั้น แต่กับเธอ... มันต่างออกไป"
"เรื่องอะไร ๆ บอกมาสิ" เฉินหย่าถิงชอบใจที่ได้ยินแบบนั้น เลยขยับใบหน้าเข้าไปใกล้มากขึ้น ทั้งสองสบตากันในระยะประชิด
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เขินหรอกนะ แต่แค่รู้สึกว่าตอนนี้เธอสามารถได้ยินบางสิ่งที่อยากได้ยิน
จากนั้น ก็อยากจะรุกหนักขึ้นอีก
แต่เมื่ออยู่ในระยะใกล้ชิดขนาดนี้ ตัวแทบจะแนบชิดกัน หลิวเฉิงซีก็เพิ่งรู้สึกตัวครั้งแรกว่าตัวเองกำลังว้าวุ่นใจเพราะถูกผู้หญิงสัมผัส เขาจึงเอามือแตะไหล่ของเธอ ถอยหลังไปสองก้าว แล้วพูดว่า "การที่คนสองคนตกลงที่จะมีความสัมพันธ์กัน ผูกมัดกัน แบ่งปันพื้นที่ส่วนตัวให้กันและกัน ถูกควบคุมด้วยอารมณ์มากขึ้น เรื่องแบบนั้น..."
หลังจากพูดจบ เฉินหย่าถิงก็ขมวดคิ้วทันที ถามอย่างไม่เข้าใจว่า "นาย... กำลังพูดเรื่องอะไร?"
"ฉัน... กังวลนิดหน่อย"
หลิวเฉิงซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดประโยคนี้ออกมา
"อธิบายให้ชัดเจนกว่านี้หน่อย"
หลิวเฉิงซีมองเฉินหย่าถิงที่สีหน้าเริ่มไม่สดใสเหมือนเก่า แต่กลับดูสับสน แล้วจึงพูดว่า "ถ้าฉันคบกับเธอ สถานการณ์ตอนนี้อาจจะเปลี่ยนไป อารมณ์ของเราทั้งคู่ก็จะแปรปรวนไปตามการอยู่ด้วยกันในแต่ละวัน ความมุ่งมั่นที่ฉันอยากจะเอาชนะเธอก็จะลดลง เพราะรู้สึกว่าการเอาชนะเธอมันไม่มีความหมายอะไร"
"งั้นก็แปลว่า นายกลัวว่ามันจะส่งผลกระทบต่อผลการเรียนสินะ" เฉินหย่าถิงแปลความหมายของเขาให้เข้าใจง่ายขึ้น
"อืม" หลิวเฉิงซีพยักหน้ารับ "ตอนนี้ฉันใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการเรียน แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันไม่มั่นใจว่าจะยังมีไฟในการเรียนอยู่ไหม?"
"แต่เซี่ยซินหยู่กับเฉินหยวนก็เป็นแฟนกัน พวกเขาก็ไม่ได้มีปัญหากับการเรียนนี่นา" เฉินหย่าถิงยกตัวอย่างอย่างจริงจัง
"เฉินหยวนทำได้ แต่ฉันอาจจะทำไม่ได้"
"งั้นก็แปลว่านายเป็นพวกคลั่งรักเหรอ?" เฉินหย่าถิงถามติดตลก
หลิวเฉิงซีส่ายหน้า "จริง ๆ แล้ว ตอนนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าการมีแฟนมันต้องทำอะไรบ้าง ดังนั้นจะบอกว่าถูกความรักครอบงำจิตใจก็คงไม่ใช่"
"ถ้านายไม่อยากมีแฟน แล้วนายมาพูดเรื่องนี้กับฉันทำไม!?" เฉินหย่าถิงโกรธจนแทบจะร้องไห้ออกมา
ถามก็ไม่ถาม คบก็ไม่คบ หมายความว่ายังไง อยากจะเลี้ยงฉันไว้ในบ่อปลาเหมือนเลี้ยงปลางั้นเหรอ?
ถ้างั้นพี่ชายคะ ปลาในบ่อพี่ก็เยอะแยะ ฉันขอลาละกัน!
"ขอโทษ"
หลิวเฉิงซีรู้สึกได้ว่าอารมณ์ของอีกฝ่ายแปรปรวนมาก เห็นได้ชัดว่าเธอโกรธมาก เขาจึงปิดปากเงียบ ไม่พูดอะไรต่อ
"นายพูดต่อเถอะ ฉันไม่ยอมถูกปฏิเสธแบบนี้หรอก" เฉินหย่าถิงกัดริมฝีปาก ก้มหน้าลงอย่างดื้อรั้น
ตอนนี้ก็มีคนแถวนั้นมองมาที่พวกเขาสองคน สังเกตว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่
ก็ทั้งคู่หน้าตาดีนี่นา โดยเฉพาะผู้ชาย ยิ่งสูงแล้วยิ่งหล่อเหลา
ตั้งแต่เมื่อกี้ก็เถียงกันเรื่องอะไรสักอย่าง ดูเหมือนจะเกี่ยวกับเรื่องความรัก
"เฉินหย่าถิง"
หลิวเฉิงซีมองเฉินหย่าถิง แล้วพูดว่า "ในบรรดาผู้หญิงพวกนั้น เธอถือว่าสวยมาก แต่ไม่ใช่สวยที่สุด มีผู้หญิงสองคนที่สวยกว่าเธอ"
"..." เฉินหย่าถิงเม้มปาก ไม่รู้จะพูดอะไร
คนที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ ก็ยิ่งขมวดคิ้ว ส่ายหน้ากันใหญ่
เล่นแปลก ๆ แบบนี้ก็ได้เหรอ?
"ในบรรดาคนพวกนั้น นิสัยของเธอไม่ได้ดีที่สุดด้วยซ้ำ ความรุนแรงติดอันดับต้น ๆ เลย..."
"พอแล้ว ๆ นายต้องการจะพูดอะไรกันแน่?" เฉินหย่าถิงขัดจังหวะ ไม่อยากถูกดูหมิ่นแบบนี้
พวกจีนมุงก็อยากรู้ว่าหมอนี่จะงัดไม้เด็ดอะไรออกมาอีก
"ฉันไม่เคยมีแฟน ถ้าให้ฉันเลือกระหว่างหลี่ซินหรูกับโจวฟู่ ฉันก็เลือกไม่ถูก"
หลิวเฉิงซีทบทวนความรู้สึกของตัวเอง แล้วพูดตามตรงว่า "แต่ถ้าเพิ่มเฉินหย่าถิงเข้าไปอีกคน ฉันน่าจะตอบได้"
"..." ฉับพลัน ใบหน้าของเฉินหย่าถิงก็แดงก่ำขึ้นมาทันที
ส่วนพวกจีนมุงที่ยืนดูอยู่ ก็เปลี่ยนจากสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม ส่ายหัว กลายเป็นอึ้งไปตาม ๆ กัน
โอ้โหหหหห!!!
"ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะหาแฟนสักคน"
หลิวเฉิงซีใช้นิ้วกดขมับตัวเอง ครุ่นคิดอย่างจริงจัง แล้วพูดด้วยความระมัดระวังว่า "แต่ถ้าคนคนนั้นเป็นเธอ ฉันน่าจะรู้สึกดีใจนะ"
แก้มของเฉินหย่าถิงแดงยิ่งกว่าเดิม
สองท่านี้ เล่นเอาเฉินหย่าถิงไปไม่เป็นเลย
หมอนี่เป็นคนซื่อตรงจริง ๆ หรือแกล้งทำเป็นซื่อตรงกันแน่!
ยอดฝีมือ! นี่มันยอดฝีมือชัด ๆ !
ผู้ชายทุกคนที่อยู่แถวนั้น ต่างก็ตั้งใจเรียนรู้ในใจ
ทำไมถึงมีคนที่ไม่ต้องดื่มเหล้า ก็สามารถแต่งเรื่องแบบนี้ออกมาได้? คำพูดหวาน ๆ รัวเป็นชุดเลย!
"แล้ว...นายคิดยังไงบ้าง...?"
เฉินหย่าถิงใช้นิ้วเกี่ยวผมที่ปรกหน้าผากตัวเอง ทันใดนั้นเธอก็ดูอ่อนโยนราวกับสาวงามจากแดนใต้ ไม่มีท่าทางแข็งกร้าวเหมือนก่อนหน้าเลย
"ฉันคิดว่า ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ฉันจะพยายามให้มากขึ้น ตั้งใจสอบให้เสร็จสิ้น แล้วไม่ว่าจะได้คะแนนเท่าไหร่ ก็ถือว่าไม่เสียเวลาเปล่า"
หลังจากพูดจบ หลิวเฉิงซีก็ให้ตัวเลือกอีกว่า "แต่ถ้าเธออยากจะคบกันตอนนี้ ฉันก็จะดูแลเธออย่างดี"
อ้ากกกกกกกกกก——
เฉินหย่าถิงรู้สึกว่า การที่หลิวเฉิงซีใช้ใบหน้าและน้ำเสียงแบบนั้นพูดประโยคเหล่านี้ออกมา มันช่างน่าพอใจจริง ๆ
รู้สึกเหมือนถูกเอาใจสุด ๆ !
หนุ่มสาวรอบข้างต่างก็รู้สึกหวานไปกับคำสารภาพรักนี้
แทบจะอยากปรบมือแสดงความยินดีแล้ว
แต่เฉินหย่าถิงก็รู้สึกได้
ตอนนี้หลิวเฉิงซียังไม่อยากคบกัน
ที่เขาบอกว่ายอมรับ ก็คือการประนีประนอม
ถ้าเธอตัดสินใจฝืนใจให้คบกันตอนนี้ มันก็ดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย
อีกอย่าง ในฐานะนักรบหญิงสายวิทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองเซี่ยงไฮ้ เธอก็มีความทะเยอทะยานอยู่บ้าง
นั่นคือ ในปีที่มีสืออี๋้อยู่ เธออยากจะพุ่งทะยานให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ คว้าอันดับสองหรือสามมาให้ได้
การเอาชนะหลิวเฉิงซีเป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้ว
เธอยังอยากเอาชนะคนอื่น ๆ อีกด้วย
"ฉันเข้าใจแล้ว"
ดังนั้น เฉินหย่าถิงจึงทำท่าทางจริงจัง แล้วพูดว่า "เรียนก็ยุ่งขนาดนี้ ใครจะมีเวลามาสนใจเรื่องอื่นล่ะ? ถ้าคะแนนตกไป 680 คะแนนเพราะเรื่องนี้จริง ๆ ฉันคงโดนอาจารย์ใหญ่ด่าตายแน่ ๆ "
รอยยิ้มบนใบหน้าของจีนมุงที่กำลังเผือกอย่างสนุกสนานก็แข็งค้างไปในทันที
หก... หกร้อยแปดสิบ?
หลิวเฉิงซี: "ตกไป 680 คะแนนนี่ก็เว่อร์ไปหน่อย เธอเคยได้คะแนนเท่านี้ด้วยเหรอ? ฉันก็ไม่น่าจะตกขนาดนั้น ต้องแย่ขนาดไหนกันถึงจะได้คะแนนเท่านั้น"
นี่แกพูดภาษาคนรึเปล่า!
"ไปกันเถอะ ไฟเขียวแล้ว" เฉินหย่าถิงชี้ไปที่ฝั่งตรงข้ามของถนน แล้วก็ยื่นมือออกไป
"อืม ไปกันเถอะ"
หลิวเฉิงซีล้วงมือทั้งสองข้างเข้าไปในกระเป๋า แล้วเริ่มข้ามถนน
ดูเหมือนเขาจะไม่เห็นมือที่เธอยื่นออกไป...
เป็นเพราะซื่อบื้อเกินไป?
หรือจงใจไม่จับมือ?
ช่างเถอะ ยังไงก็ไม่สำคัญแล้ว
เฉินหย่าถิงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อตัวเองบ้าง
ในที่สุด ทั้งสองคนก็ข้ามถนนมาได้
สักพักต่อมา ก็กลับถึงบ้าน
แต่พอออกจากลิฟต์ หลิวเฉิงซีก็ไม่ได้ไปที่ชั้นของเขา แต่เดินตามเฉินหย่าถิงมา
"นายจะไปส่งฉันที่บ้านเหรอ?" เฉินหย่าถิงถามพร้อมกับรอยยิ้ม
"อืม" หลิวเฉิงซีพยักหน้า
"อืม ดีเลย" เฉินหย่าถิงยักไหล่
ทั้งสองคนเดินมาถึงหน้าประตูบ้านของเธอ
"งั้นฉันขอ..."
เฉินหย่าถิงยืนอยู่ที่หน้าประตู หันหลังกลับมา เตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นหลิวเฉิงซีก็เอื้อมมือไปที่ใต้ผมของเธอ ลูบไล้แก้มของเธอเบา ๆ
แก้มของเธอแดงระเรื่อ ยืนนิ่งอยู่กับที่ มองเขาอย่างเขินอาย ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
เธอก็แค่ รอคอย
ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกว่าหูของตัวเองถูกมือข้างหนึ่งบีบไว้
ใบหูของเธอถูกนวดเบา ๆ
เธอจึงมองเขาอย่างสงสัย "เป็นอะไรงั้นเหรอ?"
"ผู้ชายในห้องฉันบอกว่า มีคนพูดกันว่า คนที่ใบหูยิ่งนิ่มเท่าไหร่ ก็ยิ่งหื่นเท่านั้น" หลิวเฉิงซีกล่าว
"หา?" เฉินหย่าถิงรู้สึกอึดอัดใจ ถามอย่างไม่เข้าใจ "นายมาจับหูฉันทำไม?"
หลิวเฉิงซีอธิบายว่า "ก็ช่วงเวลาก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เราเป็นแค่เพื่อนนักเรียนธรรมดา ๆ กัน"
"ไม่ใช่นะ อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันสิ? ทำไมถึงพูดว่าเป็นเพื่อนนักเรียนธรรมดา ๆ ล่ะ?" เฉินหย่าถิงประท้วง
"อืม ก็ได้" หลิวเฉิงซีเปลี่ยนคำพูดอย่างว่าง่าย "ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เราเป็นแค่เพื่อนนักเรียนที่ดีต่อกัน ยังไม่ใช่แฟน เรื่องแบบนี้ ฉันคิดว่าฉันอดทนได้ เลยอยากจะดูว่าเธอจะอดทนได้มากแค่ไหน ถ้าเธอหื่นนะ"
"..."
เฉินหย่าถิงพูดไม่ออก เอาฝ่ามือแตะหน้าผากตัวเอง ถอนหายใจ แล้วมองเขา "แล้วผลการตรวจสอบล่ะ?"
"ใบหูเธอเป็นใบหูที่นิ่มที่สุดเท่าที่ฉันเคยจับมา"
"นายหาเรื่องฉันใช่มั้ย?"
เฉินหย่าถิงกำหมัดแน่น
"งั้นดูเหมือนว่าวิธีการตรวจสอบนี้จะไม่ค่อยแม่นยำเท่าไหร่" หลิวเฉิงซีพูดแก้ตัว
นี่นายหมายความว่า ถ้าแม่น ฉันก็เป็นคนที่หื่นที่สุดเท่าที่นายเคยเจอว่างั้น?!
อีกอย่าง นายไปจับหูใครมาบ้างเนี่ย?!
"ฉันลองบ้าง" เฉินหย่าถิงยกมือขึ้น จับใบหูของหลิวเฉิงซี แล้วพูดอย่างสงสัย "อะไรกัน นายก็นิ่มเหมือนกันนี่?"
หลังจากพูดจบ หลิวเฉิงซีก็หน้าแดง
เฉินหย่าถิงดูเหมือนจะค้นพบความลับบางอย่าง จึงถามว่า "งั้นกฎนี้ใช้ได้กับนายด้วยเหรอ?"
"..." หลิวเฉิงซีค่อย ๆ ผลักมือของเฉินหย่าถิงออกอย่างเขินอาย แต่ก็ยอมรับตามตรง "ฉันรู้สึกว่า มันก็มีส่วนถูกนะ แต่ฉันควบคุมตัวเองได้ ไม่ได้กระตือรือร้นที่จะทำเรื่องแบบนี้ตอนนี้"
"...ทำเป็นหยิ่ง"
เฉินหย่าถิงพูดประชดประชันอย่างเย่อหยิ่ง
"งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะ" หลิวเฉิงซีกล่าว
"โอเค บายบาย"
เฉินหย่าถิงโบกมือลา หันหลังกลับไปเคาะประตู
ตอนนั้นเอง คุณแม่ก็เดินมาเปิดประตู
ทันใดนั้น หลิวเฉิงซีก็เดินกลับมาหาเธอ เอามือแตะไหล่ของเธอ
แม่ของหย่าถิง: "?"
เฉินหย่าถิง: "???"
หลิวเฉิงซีปล่อยมือ มองเฉินหย่าถิง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ "ฉันสังเกตเห็นว่า ทุกครั้งที่พูดถึงผู้หญิงคนอื่น เธอดูไม่ค่อยพอใจเลย อย่างเช่น เฉียนลู่ หรือ หลี่ซินหรู เพราะงั้น ต่อไปฉันจะพยายามไม่พูดถึงพวกเธอต่อหน้าเธอแล้วกัน"
"อืม ๆ " เฉินหย่าถิงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างแข็งขัน ยอมรับข้อเสนอนี้
จากนั้น หลิวเฉิงซีก็พูดต่อ "คือ ฉันสัญญากับโจวฟู่ไว้ว่าจะพาเพื่อน ๆ ไปอุดหนุนร้านกาแฟของเธอ ฉันก็ต้องรักษาสัญญา เพราะงั้น ทุกครั้งที่ฉันไป ฉันชวนเธอไปด้วยได้มั้ย?"
"อืม ได้สิ" เฉินหย่าถิงตอบตกลงด้วยรอยยิ้มอย่างยินดี
"โอเค งั้นบายบาย" หลังจากพูดจบ หลิวเฉิงซีก็เตรียมตัวจะจากไป แล้วก็พยักหน้าให้แม่ของหย่าถิง "คุณป้า บายบายครับ"
"...อ่า บายบาย" แม่ของหย่าถิงโบกมือลา มองเขาเดินจากไปอย่างงง ๆ
แล้วก็มองลูกสาวที่จู่ ๆ ก็ดูอ่อนโยนขึ้นผิดหูผิดตา โบกมือลาอย่างเขินอาย
หลังจากที่หลิวเฉิงซีเดินลับสายตาไปแล้ว เฉินหย่าถิงก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องนอน ไม่ปิดประตู ไม่ถอดรองเท้า แล้วก็ทิ้งตัวลงบนเตียง เหยียดขาขึ้นฟ้า ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข...
เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่หน้าประตู เธอก็ได้แต่บีบใบหูของตัวเอง แล้วอุทานว่า "อ๊ะ นิ่มจัง"
หรือว่ากฎนี้จะเป็นจริง?
ในขณะที่คิดอย่างนั้น เธอก็เล่นโทรศัพท์มือถือด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้น หลิวเฉิงซีก็ส่งรูปภาพมาให้ เป็นโจทย์ฟิสิกส์
หลิวเฉิงซี: เธอทำข้อนี้ได้มั้ย?
หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เฉินหย่าถิงก็เม้มปาก แล้วกดปุ่มอัดเสียงค้างไว้ "ข้อนี้เหรอ ฉันดูเมื่อกี้แล้วนะ ทำแบบนี้ได้รึเปล่าน้า...?"
แม่ของหย่าถิงที่ยืนอยู่หน้าประตู ก็มีสีหน้าที่ซับซ้อนขึ้นมาทันที
นี่มันยัยตัวแสบที่ไหนเนี่ย?
ลูกสาวจ๋า เสียงออดอ้อนของหนูนี่แม่ยังกลัวเลย...
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_