- หน้าแรก
- พลังของฉันเปลี่ยนใหม่ทุกสัปดาห์!
- บทที่ 276 สามคนร่วมทางรับสมาชิกใหม่
บทที่ 276 สามคนร่วมทางรับสมาชิกใหม่
บทที่ 276 สามคนร่วมทางรับสมาชิกใหม่
บทที่ 276 สามคนร่วมทางรับสมาชิกใหม่
วันอาทิตย์ ตอนเที่ยง ขณะที่โจวเทียนกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง จู่ๆกลุ่มแชทห้อง 2/18 ก็มีข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาพร้อมกับแท็กหาสมาชิกทุกคน
จางเชา @สมาชิกทั้งหมด: งานกาล่าวันปีใหม่ ห้องเราต้องส่งอย่างน้อยสองรายการ เป็นรายการคู่หนึ่งรายการ และรายการกลุ่มหนึ่งรายการ ใครมีไอเดียอะไรก็ส่งข้อความส่วนตัวมาหาผมได้เลย ผู้หญิงสามารถส่งข้อความส่วนตัวไปหาเหอเหมิงได้
จางเชา @สมาชิกทั้งหมด: สมัครได้หลายรายการนะ ทางโรงเรียนจะมีการคัดเลือก ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะผ่าน
หลังจากส่งข้อความทั้งสองข้อความนี้ไปแล้ว ในกลุ่มก็เริ่มมีการเสนอความคิดเห็นกัน
ส่วนเฉินหยวนในกลุ่มแชทบาสเกตบอล ซึ่งก็คือกลุ่มของถังเจียน โจวหยู และคนอื่นๆ ก็คุยกันเรื่องนี้เช่นกัน
จางเชา @สมาชิกทั้งหมด: ทุกคนดูสถานการณ์กันก่อนนะ ถ้าคนสมัครน้อย ค่อยมาคุยกันในกลุ่ม
ถังเจียน: รับทราบ (ลบวงเล็บนี้จ่ายห้าเหมา)
โจวหยู: ไอ้บีวายดี วงเล็บแกยังอยู่อีกเหรอ เงินไม่จ่ายแล้วใช่ไหม?
"งานกาล่าวันปีใหม่งั้นเหรอ...?"
เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่เข้าร่วมได้ แต่ไม่เข้าร่วมก็ได้ เหมือนกับการแข่งขันบาสเกตบอลครั้งก่อน ทัศนคติของเฉินหยวนค่อนข้างสบายๆ
แต่ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องศึกษาคู่แข่งล่วงหน้า
ไม่สิ ถ้าผู้เข้าแข่งขันคนก่อนหน้าขึ้นไปโชว์พลังเสียงสูงปรี๊ดบนเวที อวดทักษะระดับ E6 ของเขาอย่างบ้าคลั่ง แล้วฉันจะขึ้นไปทำอะไรล่ะ?
พูดได้เลยว่า เรื่องนี้จะมีหน้ามีตาหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลงานของผู้เข้าแข่งขันคนก่อนหน้าล้วนๆ
ถ้าเป็นของห่วยๆฉันก็คงจะดูดีขึ้นมาหน่อย กลายเป็นอาหารชั้นเลิศ
หรืออาจจะเป็นของห่วยๆสองก้อน ใกล้เคียงกัน
ในเมื่อเป็นงานกาล่าวันปีใหม่ เซี่ยซินหยู่ที่เป็นพิธีกรในงานวันนั้น เธอจะมาไหมนะ?
ขณะที่เขาคิดแบบนั้น เหอเหมิงก็ส่งข้อความมาหาเฉินหยวน
เหอเหมิง: ฉันได้ยินจางเชาบอกว่า นายร้องเพลงเก่งมากเลยนี่
เฉินหยวน: ก็งั้นๆแหละ ถ้าเธอหาคู่ร้องเพลง ฉันแนะนำให้เลือกถังเจียน เขาเก่งจริงๆนะ เล่นเปียโนก็เป็นด้วย
เหอเหมิง: คือ... ฉันสูง 170 ซม. น่ะ
อะไรกัน สูง 170 ซม. แล้วไง?
เหอเหมิง: แถมยังต้องใส่ส้นสูงอีก
เฉินหยวน: อย่างนั้นก็สูงเอาเรื่องอยู่ ถ้าจะหาผู้ชายมาร้องคู่ด้วย อย่างน้อยก็ต้องสูง 180 กว่าๆเลย
เหอเหมิง: ก็เลยมาปรึกษานายน่ะสิ
เหอเหมิง: แน่นอน นายต้องบอกแฟนนายด้วยนะ เพราะหลังเลิกเรียนทุกวันต้องซ้อมกันแป๊บนึง
เฉินหยวน: ได้
เฉินหยวน: ไม่สิ บอกแฟนฉันทำไม? เรื่องนี้ต้องดูท่าทีฉันสิ
เหอเหมิง: โอเคๆๆ ถือว่าดูท่าทีนายก่อนแล้วกัน
นี่เธอพูดแบบไหนเนี่ย?
ดูถูกอำนาจของผู้ชายตะวันออกเฉียงใต้ในบ้านเหรอ?
อย่าคิดว่าฉันไม่ได้เล่นมุกผู้ชายตะวันออกเฉียงใต้นานแล้ว พวกเธอจะคิดว่าซินหยู่ควบคุมทุกอย่างได้จริงๆนะ
ลุกจากเตียง สวมรองเท้าแตะ ลบข้อความสองข้อความสุดท้ายของแต่ละคนออกไป จากนั้นเฉินหยวนก็เดินไปที่ห้องข้างๆเคาะประตู แล้วเปิดประตูเข้าไป เห็นเซี่ยซินหยู่กำลังลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ บิดขี้เกียจ เฉินหยวนยิ้มแล้วพูดว่า "รบกวนเธอหลับหรือเปล่า?"
เซี่ยซินหยู่ส่ายหัวแล้วยิ้ม จากนั้นก็กางแขนออกต่อ
เฉินหยวนเดินเข้าไปหาเธอ
โอบกอดเซี่ยซินหยู่
"มีอะไรงั้นเหรอ?" เซี่ยซินหยู่ถามเฉินหยวนหลังจากขยี้ตา
"งานกาล่าวันปีใหม่ของโรงเรียน หัวหน้าห้องภาษาอังกฤษอยากหาคู่ร้องเพลง เลยมาถามฉันว่าโอเคไหม?"
หลังจากพูดจบ เฉินหยวนก็ยื่นโทรศัพท์ให้เซี่ยซินหยู่ดู
เธออ่านข้อความสนทนา แล้วอุทานด้วยความประหลาดใจ "สูงตั้ง 170 ซม. แน่ะเหรอ? สูงจัง"
"เพราะงั้น ตัวเลือกในห้องที่สูงขนาดนี้ก็มีไม่เยอะหรอก"
"แถมเธอยังเลือกนายด้วย แสดงว่าต้องมีปัจจัยอื่นด้วยสิ"
"ปัจจัยอะไรล่ะ?"
"ก็หน้าตาดีไง" เซี่ยซินหยู่พูดพร้อมกับหัวเราะ
"...แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ?" เฉินหยวนถาม
"นายตัดสินใจเองเลย" เซี่ยซินหยู่พูดจบ ก็ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย "ผู้หญิงคนนี้ ฉันเคยเจอไหม?"
"ไม่รู้สิ อาจจะเคยเจอตอนแข่งบาสก็ได้"
"สวยไหม?" เซี่ยซินหยู่นั่งอยู่บนเตียง จู่ๆก็เอามือวางบนไหล่เฉินหยวน แล้วจ้องมองดวงตาของเขาพร้อมกับถาม
"พูดแบบนี้นะ ถ้าให้ยกตัวอย่างเป็นซินหยู่..."
"ไม่ต้องยกตัวอย่างเป็นฉัน"
เซี่ยซินหยู่ขัดจังหวะเฉินหยวน พูดด้วยความเข้าใจ "เอาแบบจริงๆเลย สมมติว่าถังซือเหวินได้ 10 คะแนน โจวฟู่ได้ 9 คะแนน หลี่ยูยูได้ 7 คะแนน แล้วเหอเหมิงจะได้ประมาณเท่าไหร่?"
"แบบนั้นเหรอ...?" เฉินหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด
"ไม่รวมเรื่องความชอบส่วนตัวนะ"
"ไม่มีความชอบ พวกเธอเหล่านี้ ฉันไม่ได้ชอบใครเป็นพิเศษ" เฉินหยวนอธิบาย
"ไม่ต้องทำตัวถูกต้องทางการเมืองขนาดนั้น ฉันไม่ได้หมายถึงการตัดความสัมพันธ์ส่วนตัวออกไป แต่ให้ประเมินอย่างยุติธรรม"
หลังจากเซี่ยซินหยู่พูดแบบนั้น เฉินหยวนก็เข้าใจ
ในขณะเดียวกัน ก็มีมาตรฐานในใจแล้ว
ถ้าพูดถึงแค่ใบหน้า โจวฟู่กับเหอเหมิงก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก ถึงแม้ว่าลักษณะจะแตกต่างกัน แต่ความสวยก็ถือว่าพอๆกัน
แต่เฉินหยวนรู้สึกว่า โจวฟู่ที่ได้ 9 คะแนน คงต้องมีข้อดีอื่นๆที่โดดเด่น
ข้อดีที่โดดเด่นสองข้อนั้นคืออะไร?
คำตอบที่ดี ฉันไม่รู้
ดังนั้น ต้องประเมินอย่างรอบด้าน
"8 คะแนนแล้วกัน" หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉินหยวนก็พูด "น้อยกว่าซินหยู่ 92 คะแนน"
"ฮึ่มๆ " เซี่ยซินหยู่หัวเราะหึๆสองครั้ง ก่อนจะพยักหน้า "จริงๆแล้ว เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับนายถ้านายคิดว่าตกลงได้ก็ตกลง แน่นอน ถึงนายจะมาถามฉัน ฉันก็ดีใจนะ แต่ฉันก็คิดว่าควรจะไปนะ ทิ้งร่องรอยไว้ในสมัยมัธยมปลายให้เข้มข้น ...สองรอย ...สามรอย ไม่รู้กี่รอยแล้ว"
"ถ้างั้น เรื่องเลือกเพลง เธอคิดว่าไง?" เฉินหยวนถาม
"ขอแค่ไม่ใช่เพลงรักหวานเลี่ยน ที่คนอื่นฟังแล้วรู้สึกว่านายสองคนเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน ภรรยาหลวงก็ไม่มีความเห็นแล้วล่ะค่ะ" เซี่ยซินหยู่พูดอย่างใจกว้าง
ภรรยาหลวง?
ยังมีภรรยาน้อยได้อีกเหรอ?!
แน่นอน ฉันแค่ประหลาดใจกับคำพูดนี้ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร
ไม่ได้คิดจะมีภรรยาน้อยอยู่แล้ว
"แล้วตอนนั้น เธอจะมาโรงเรียนเราได้ไหม?" เฉินหยวนมองตาเธอ เชิญด้วยความจริงใจและจริงจัง
"หา?" เซี่ยซินหยู่อึ้งไปครู่หนึ่ง ถามอย่างไม่เข้าใจ "นายอยากให้ฉันมาเหรอ?"
"ถ้าเธอมา ฉันถึงอยากเข้าร่วม" เฉินหยวนสารภาพตามตรง
แต่จริงๆแล้ว พูดเร็วไปหน่อย เพราะยังไม่ได้แน่ใจว่าจะผ่านการคัดเลือกหรือเปล่า
"เรื่องนั้น..." เซี่ยซินหยู่ครุ่นคิด แล้วพูดว่า "อืม โอเค ฉันจะแอบออกมาตอนนั้น!"
"ได้เลย" เฉินหยวนทำท่าโอเค
"ถ้างั้น ฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เดี๋ยวลงไปเรียนกับนายนะ" เซี่ยซินหยู่พูด
"อืม ได้เลย เปลี่ยนเลย"
เฉินหยวนมองซินหยู่ที่นั่งอยู่บนเตียงในชุดนอน พูดอย่างร่าเริง
ซินหยู่หน้าแดง แกะกระดุมเสื้อนอนสามเม็ดแรก ขอบสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้น
ในขณะเดียวกัน ก็มีหุบเขาสีขาวราวกับหิมะ ปรากฏขึ้นจางๆ บริสุทธิ์ไร้ร่องรอย ราวกับส่งกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกเหมย...
"พอแล้ว" เซี่ยซินหยู่ยื่นมือออกมา ทำท่าปฏิเสธ "วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะ"
เพื่อเป็นรางวัลที่ลบเหล่าสตรีมเมอร์สาวๆ เซี่ยซินหยู่จึงใจดี ยอมให้เฉินหยวน "แตะขอบ" บ้างเป็นครั้งคราว
แถมกลไกการตรวจสอบยังผ่อนปรนกว่าบนติ๊กตอกเล็กน้อย
ตามที่เธอพูดไว้ว่า ในเมื่อเธอมีความชอบแบบนี้ ฉันไปห้ามก็ดูโหดร้ายไปหน่อย ฉันจะไม่เห็นแก่ตัวแล้วนะ...
อยากดู ก็ดูฉันนี่แหละ
เรียกได้ว่า ซินหยู่เป็นคนใจดีจริงๆ
ถึงแม้จะไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ก็ใจกว้าง
"จุ๊บทีนึง"
เฉินหยวนยิ้มบางๆ เอาหน้าเข้าไปใกล้ๆเซี่ยซินหยู่ก็จุ๊บแรงๆ "มั๊วะ" ทีหนึ่ง
จากนั้น เฉินหยวนก็กลับไปที่ห้องตัวเอง นั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือ ตอบข้อความเหอเหมิง
เฉินหยวน: ได้เลย
เหอเหมิง: แฟนนายตกลงแล้วเหรอ?
พูดอะไรเนี่ย พูดแบบนี้ได้ไง!?
ไม่ได้ยินที่แฟนฉันพูดเหรอ?
ตกลงหรือไม่ตกลง ขึ้นอยู่กับฉัน!
แน่นอน ไม่จำเป็นต้องพูดทุกอย่างกับคนอื่น
เรื่องแบบนี้ คนที่เข้าใจก็เข้าใจเอง คนที่ไม่เข้าใจ พูดไปก็...
ไม่ได้ ต้องพูด
เฉินหยวน: ฉันตกลงเองแหละ เพราะนึกถึงบุญคุณที่หัวหน้าห้องภาษาอังกฤษช่วยยืดเวลาส่งงานให้หลายครั้ง
เหอเหมิง: จริงด้วย ก่อนที่ภาษาอังกฤษนายจะดีขึ้น ทุกครั้งที่เก็บงานนาย ยากมากเลยล่ะ
เฉินหยวน: อ้อ
เหอเหมิง: ฮ่าๆ ร้องเพลง "ม่านลูกปัด" เป็นไหม?
เฉินหยวน: เพลงนั้นเหรอ? ไม่ไหวมั้ง? ร้องไม่เป็น
เหอเหมิง: เอาเพลงนี้แหละ เซี่ยลี่หลิวแนะนำมา ไม่งั้นเราก็ต้องร้องเพลงรักแล้วล่ะ
เหอเหมิง: ถึงนายจะมีอำนาจ ตกลงกับแฟนแล้วว่าไงก็ว่าตามกัน แต่ฉันก็ยังอยากมีแฟนอยู่นะ
ยัยนี้ ประชดประชันกันเหรอเนี่ย?
เฉินหยวน: ฉันอาจจะร้องไม่เป็นก็ได้นะ
เหอเหมิง: "ม่านลูกปัด + Scarborough Fair" นายไปหาใน Bilibili ของหลินจื้อเสวียน ฉันร้องท่อนภาษาอังกฤษ นายร้องท่อนภาษาจีน
เฉินหยวน: โว๊ะ อวดพลังเสียงเหรอ?
เหอเหมิง: ใช่สิ พอถึงตอน Scarborough Fair ฉันก็จะได้สิทธิ์เลือกคู่ครองสองปีเลยล่ะ
เหอเหมิงเป็นคนร่าเริง เข้ากับคนง่าย พูดจาดี แถมยังหน้าตาดีพอๆกับโจวฟู่เลย ก็เลยเป็นที่นิยม มีคนมาจีบเยอะ
แต่คนแบบนี้ชอบพูดเล่น ปากบอกว่าอยากมีแฟน สิทธิ์เลือกคู่ครองอะไรนั่น จริงๆ แล้วก็เป็นโสดแบบหยิ่งๆ
ผลการเรียนก็เป็นอันดับสามของห้อง รองจากเฉินและถัง อยู่แถวๆ 600 คะแนน
เป็นเพื่อนร่วมชั้นที่น่าคบหาเหมือนกับจางเชา
ดังนั้น เฉินหยวนจึงยินดีช่วยเหลือ
เฉินหยวน: ได้ ฉันจะพยายาม แต่คงไม่ดีมากนักหรอก
เหอเหมิง: ไม่เป็นไร แค่ผ่านรอบคัดเลือก ก็จะมีครูสอนดนตรีมาช่วยแนะนำ ตอนแสดงบนเวทีก็จะดีขึ้นเอง
เฉินหยวน: ลิปซิงค์ได้ไหม?
เหอเหมิง: ก็ต้องอัดเสียงให้ใช้ได้ก่อนสิ
เฉินหยวน: แล้วก็แต่งเสียง
เหอเหมิง: อย่าคิดลัดแบบนั้นเลย ตั้งใจฝึกซะ
เฉินหยวน: โอเคๆๆ
ว่าแล้ว เฉินหยวนก็ค้นหาเพลงนี้ แล้วเริ่มฝึก
"เอ๊ะ นี่เพลงที่พวกนายจะแสดงเหรอ?" เซี่ยซินหยู่ถามหลังจากเข้ามา
"ใช่ ฉันร้องท่อนภาษาจีน เธอคนนั้นร้องท่อนภาษาอังกฤษ" เฉินหยวนพูด
เซี่ยซินหยู่นั่งลงข้างๆเฉินหยวน ฟังไปพยักหน้าไป พอถึงท่อน Scarborough Fair ก็อ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ "ร้องเพลงนี้เหรอ? ภาษาอังกฤษเธอคนนั้นดีขนาดนั้นเลย?"
"ก็หัวหน้าห้องภาษาอังกฤษนี่นา"
"เก่งจัง"
หลังจากเซี่ยซินหยู่พูดจบ ก็กางหนังสือข้างๆเฉินหยวน เตรียมทบทวนบทเรียน
"แบบนี้จะรบกวนเธอไหม?" เฉินหยวนถาม
"ไม่เป็นไรหรอก" เซี่ยซินหยู่ส่ายหัว ยิ้มแล้วพูด "ฉันไม่ค่อยวอกแวกง่ายๆ ไม่ต้องสนใจหรอก"
"อืม งั้นฉันเบาเสียงลงหน่อย"
เฉินหยวนพยักหน้า เริ่มฮัมเพลง
ทันใดนั้น กลุ่มแชทสามคนร่วมทางก็มีข้อความแจ้งเตือนพร้อมกับแท็กหาสมาชิกทุกคน
หลิวเฉิงซี @สมาชิกทั้งหมด: มีคนมาใหม่
สายลมแห่งต้นหนาว เข้าร่วมกลุ่มแชท
ไอ้บีวายดีนี่ใครวะ? (มุขด่าแบรนด์รถ)
สืออี๋ส่งสติกเกอร์ [หมาเอียงหัว?]
เฉินหยวนก็รู้สึกแบบนั้น
นี่มันกลุ่มแชทเทพแห่งเซี่ยงไฮ้ ใครก็เข้ามาได้เหรอ?
หลิวเฉิงซี: เฉินหย่าถิง
แต่ว่านะ
ทะเลกว้างใหญ่ ไหลรวมจากแม่น้ำลำธาร
ตราบใดที่เป็นคนที่รักการเรียน ก็มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?
แน่นอน ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็นนักรบหญิงแห่งเซี่ยงไฮ้ เฉินหยวนถึงยอมนะ
ข้างๆฉันยังมีเจ้าแม่ขี้หึงแห่งเซี่ยงไฮ้อยู่นะ
เฉินหย่าถิง: สวัสดีทุกคน
เฉินหยวน: สวัสดีๆ
แต่ว่า กลุ่มสามคนร่วมทางดีๆของเราอยู่แล้ว เพิ่มผู้หญิงเข้ามาทำไม?
อย่าบอกนะว่ากลุ่มนี้จะดึงเทพแห่งเซี่ยงไฮ้เข้ามาหมด?
แบบนั้นก็จงใจเกินไปหน่อย
บางทีพวกเด็กเรียนก็อาจจะเข้ากับเราไม่ได้
หลิวเฉิงซี: เธอบอกว่าอยากเข้ากลุ่มมาคุยเรื่องเรียนด้วยกัน ก็เลยให้เข้ามา ทุกคนว่าเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็นอะไรดี
เฉินหยวน: สามคนหนึ่งหมา ดีไหม?
ชื่อนี้ส่วนใหญ่จะเห็นด้วย
เหมือนกับกลุ่มหกคนในหอพักชื่อ "ลูกชายห้าคน" ทุกคนก็คิดว่าตัวเองเป็นพ่อ
สืออี๋: นายหมายถึงฉันเหรอ?
แต่พอสืออี๋ส่งข้อความนี้มา เฉินหยวนก็เกือบหลุดขำ
เกือบลืมไปเลย พี่สืออี๋เป็นแฟนพันธุ์แท้สติกเกอร์หมา
เฉินหย่าถิง: ฉันว่าชื่อ "สามคนร่วมทาง" ก็โอเคนะ
หลิวเฉิงซี: แต่เรามีสี่คนนะ
เฉินหย่าถิง: สามคนร่วมทาง ย่อมมีคนที่เป็นอาจารย์ของฉัน
หลิวเฉิงซี: หมายความว่า ทั้งสามคนเป็นอาจารย์หมดเลยเหรอ?
เฉินหยวน: อยู่ๆก็ถ่อมตัวขึ้นมาซะงั้น ตอนแรกแต่ละคนก็คุยโวโอ้อวดกันอยู่เลย
สืออี๋: มีแต่เฉิงซีที่คุยโวมั้ง?
เฉินหย่าถิง: ในกลุ่มนี้ นายยังกล้าคุยโวอีกเหรอ? @หลิวเฉิงซี
หลิวเฉิงซี: ไม่ใช่ ฉันแย่ขนาดนั้นเลย? อย่างน้อยฉันก็ติดท็อปสามนะ!
เฉินหยวน: พูดกระทบฉันเหรอ?
เฉินหย่าถิง: นายก็ตามทันได้นี่นา รอขึ้นม.ปลายค่อยดู ตอนนั้นใครทิ่ยังอยู่ด้านล่างจริงๆค่อยอาย
หลังจากเธอพูดประโยคที่ไม่สนใจคนอื่นแบบนี้ออกมา เฉินหยวนก็เหงื่อตกเล็กน้อย
แต่เขาเชื่อว่าหลิวเฉิงซีคงเหงื่อตกยิ่งกว่า
อย่างแรก สืออี๋อยู่เหนือทุกคนอยู่แล้ว
อย่างที่สอง เฉินหย่าถิงก็คงจะแย่งคะแนนจากหลิวเฉิงซีไปเรื่อยๆ
ถ้างั้น คนที่จะตกไปอยู่อันดับสี่ ก็คงจะเป็นหนึ่งในพวกเราสินะ?!
ทำไมต้องเอาผู้หญิงคนนี้เข้ามาแข่งขันกันด้วยเนี่ย?!
หลิวเฉิงซี: งั้นวันนี้ เราไปเรียนที่ร้านกาแฟบ้านโจวฟู่กันไหม?
สืออี๋: ฉันได้หมด
หลิวเฉิงซี: @เฉินหยวน นายมาไหม?
เฉินหยวน: ขอโทษที ต้องซ้อมเพลง
หลิวเฉิงซี: ซ้อมเพลง?
เฉินหย่าถิง: คงเป็นงานกาล่าวันปีใหม่มั้ง?
เฉินหยวน: ใช่แล้ว
หลิวเฉิงซี: เรื่องน่าเบื่อแบบนั้น นายก็เข้าร่วมด้วยเหรอ?
เฉินหยวน: หรือว่าไม่มีใครชวนนายเข้าร่วม?
เทพท็อปห้าของโรงเรียน ยังเป็นหนุ่มหล่อสูง 180 กว่าๆ ไม่มีใครชวนคนดังแบบเขาไปแสดงเหรอ?
เฉินหย่าถิง: คนที่อยากชวนเขาร้องเพลงรักด้วยอย่างน้อยก็เจ็ดแปดคนมั้ง จนหาคนในห้องไม่เจอเลย
เฉินหยวน: โห พี่เฉิงซีดังขนาดนั้นเลยเหรอ?
หลิวเฉิงซี: น่าเบื่อ ไร้สาระ
ทำตัวเย็นชาซะงั้น
ปกติแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องที่มีหน้ามีตาเหรอ?
ไอ้หมอนี่จะไม่สนใจผู้หญิงจริงๆเหรอ?
หลิวเฉิงซี: เออ งั้นวันปีใหม่ เราไปดูงานกาล่าที่โรงเรียนหมายเลข 11 กันไหม?
ข้อเสนอของเขา ทำให้เฉินหยวนรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
ไม่สิ ไม่ต้องมาให้กำลังใจฉันขนาดนั้นก็ได้!
เฉินหย่าถิง: ผู้หญิงมาชวนร้องเพลงด้วยไม่ไป คนอื่นแสดง เฉินหยวนแสดง นายกลับจะวิ่งไปโรงเรียนหมายเลข 11 อะไรของนาย?
ผู้หญิงคนนี้ต้องการย่างฉันบนกองไฟ!
เฉินหย่าถิง มีพิรุธ!
"เฉินหยวน ทำไมนายถึงเหงื่อออกเยอะจัง?" เซี่ยซินหยู่เข้ามาใกล้ ถามอย่างสงสัย
"เอ่อ..." เฉินหยวนไม่รู้จะตอบยังไง
แล้วเซี่ยซินหยู่ก็เห็นว่าในกลุ่มแชทมีคนเพิ่มมาอีกคน แถมยังตั้งชื่อว่าเฉินหย่าถิง ก็เลยถามด้วยความอยากรู้ "มีเทพ 700 คะแนนมาเพิ่มอีกคนแล้ว!"
"เธอเข้ากลุ่มด้วยสิ" เฉินหยวนชวน
"แบบนั้นจะดีเหรอ ฉันแค่ 600 กว่าคะแนนเอง..." เซี่ยซินหยู่รีบปฏิเสธ
สำหรับเซี่ยซินหยู่ วงนี้ดูสูงส่งเกินไปหน่อย
แฟนเธอถึงจะมีระดับนั้น คุยเรื่องโจทย์ในกลุ่มได้อย่างไม่อายใคร แต่ตัวเธอเอง อย่าว่าแต่ท็อป 10 ของเซี่ยงไฮ้เลย แค่ในห้องเธอยังไม่ติดท็อป 30 เลย ก็เลยไม่สามารถเข้ากับกลุ่มเทพพวกนี้ได้
ถึงแม้ว่าในนั้นจะมีเฉินหย่าถิง แต่เธอก็เป็นนักรบหญิงที่แข็งแกร่งที่สุดของเซี่ยงไฮ้ ผู้ชายที่เก่งกว่าเธอก็มีไม่มาก
"พวกเขาก็อยากมาดูนายแสดงที่โรงเรียนเหรอ?" เซี่ยซินหยู่อ่านข้อความในกลุ่มแล้วรู้สึกแปลกใจ
"ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่..." เฉินหยวนบอกว่าไม่เข้าใจ
"ก็เพราะหลิวเฉิงซีคิดว่านายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขายังไงล่ะ"
"เป็นไปไม่ได้หรอก เขาดังขนาดนั้นในโรงเรียน น่าจะมีเพื่อนคนอื่นๆอีก..."
"แต่เขาไม่ไปดูการแสดงของเพื่อนคนอื่น อยากมาโรงเรียนหมายเลข 11 เพื่อดูนายต่างหาก" เซี่ยซินหยู่ยิ้มๆเตือน "ใช่ไหมล่ะ?"
พอเธอพูดแบบนั้น เฉินหยวนก็ค่อยๆเข้าใจ
ตอนที่เจอกับหลิวเฉิงซีครั้งแรก จริงๆแล้วไม่ได้ชอบเขาเท่าไหร่ เพราะหมอนี่ค่อนข้างอวดดี พอได้ยินว่าตัวเองได้ 106 คะแนน ก็แสดงท่าทีไม่สนใจออกมาทันที
บางทีหมอนี่อาจจะชอบคนเก่งจริงๆ
และในบรรดาคนเก่งๆพวกนั้น นิสัยของสืออี๋กับตัวเขาเองก็ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกยอมรับ
ดังนั้น เขาจึงให้ความสำคัญกับวงเล็กๆนี้มาก
ก็สมเหตุสมผลดี
เหมือนกับในโลกออนไลน์ มีกลุ่มแชทมากมาย แต่ก็จะมีกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน
เฉินหยวน: งั้นพวกนายก็มาสิ เทพแห่งเซี่ยงไฮ้มาโรงเรียนหมายเลข 11 เพื่อแสดงความคิดเห็น
สืออี๋: ห้องฉันมีร้องประสานเสียง ไปไม่ได้
หลิวเฉิงซี: งั้นเอาแบบนี้ ฉันไปโรงเรียนหมายเลข 11 เฉินหย่าถิงไปโรงเรียนหมายเลข 4
เฉินหย่าถิง: ?
เฉินหยวน: ?
สืออี๋ส่งสติกเกอร์หมาเอียงหัว
...
เฉินหย่าถิงโกรธมาก
เลยไม่ใส่เสื้อโค้ท ออกจากห้องไปทั้งๆที่ใส่แค่เสื้อไหมพรมตัวเดียว
เดินไปที่ลิฟต์ ไปถึงหน้าห้องหลิวเฉิงซี แล้วเคาะประตู
สักพัก ป้าคนหนึ่งก็เปิดประตู
เฉินหย่าถิงควรจะพูดจาดีๆ แต่ตอนนี้เธอไม่อยากพูด
ป้าคนนั้นเลยหันไปบอก "เฉิงซี มีผู้หญิงมาหา"
"ผู้หญิงเหรอ? บอกว่าไม่อยู่"
"...เอาน่า ออกมาเร็วๆ " แม่พูดอย่างอึดอัด
สักพัก หลิวเฉิงซีก็ออกมา "อ้าว เธอมาได้ไงเนี่ย?"
พอเห็นว่าทั้งคู่รู้จักกัน แม่ของหลิวเฉิงซีก็กลับเข้าห้องไป
พอแม่เขาไปแล้ว เฉินหย่าถิงก็ถามขึ้นทันที "ทำไมถึงส่งข้อความแบบนั้นในกลุ่ม?"
"อันไหน?" หลิวเฉิงซีถาม
เฉินหย่าถิงหยิบมือถือออกมา ชี้ไปที่ข้อความแปลกๆที่เขาส่ง แล้วถามว่า "นี่ หมายความว่ายังไง?"
"เธอเข้ากลุ่มไม่ใช่เพราะปลื้มสืออี๋เหรอ?" หลิวเฉิงซีถามอย่างไม่เข้าใจ
"ใครบอก!" เฉินหย่าถิงพูดอย่างโมโห
"หา? หรือว่า..." หลิวเฉิงซีอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็ทำหน้าตกใจ "เฉินหยวนมีแฟนแล้ว ไม่ได้นะ"
"แล้วใครบอกนายอีกว่าเป็นเฉินหยวน!"
เฉินหย่าถิงโมโหมาก จนต้องเขย่งเท้าขึ้น ดึงคอเสื้อหลิวเฉิงซี จ้องมองคนโง่นี่ด้วยความโกรธ
"ฉันเข้าใจแล้ว..."
หลิวเฉิงซีเหมือนจะเพิ่งนึกออก น้ำเสียงก็หนักแน่นขึ้นมาทันที
เฉินหย่าถิงถึงกับอึ้ง มือที่ดึงคอเสื้อก็คลายลงเล็กน้อย แล้วถามกลับไปว่า "นาย...นายเข้าใจอะไร?"
"เธอเข้ากลุ่มนี้เพราะ..."
"..."
เฉินหย่าถิงเริ่มรู้สึกประหม่า แม้แต่ตอนสบตาก็ดูไม่มั่นใจ
จนกระทั่ง
"ไม่มีเพื่อน?" หลิวเฉิงซีเดาอย่างจริงจัง
สีหน้าของเฉินหย่าถิงเปลี่ยนจากประหม่าเป็นงุนงง จากนั้นก็โกรธ สุดท้ายก็กลายเป็นความอ่อนล้าจากความโกรธ
ปล่อยมือ เธอหัวเราะออกมาด้วยความโมโห ชี้ไปที่หลิวเฉิงซี "ดีมาก EQ สูงมาก"
"ฉันทั้ง EQ และ IQ ก็สูง"
"นายสูง นาย..."
เฉินหย่าถิงเกือบจะหลุดคำหยาบออกมา แต่ก็อดทนไว้
ตอนที่เธอกำลังจะหันหลังกลับไป ทันใดนั้นก็มีมือมาวางที่ไหล่เธอ แล้วถามว่า "งั้นที่เข้ากลุ่ม ก็เพราะฉัน?"
เฉินหย่าถิงชะงักไป แก้มเริ่มแดงระเรื่อ
แต่เพราะหันหลังให้ จึงแสร้งทำเป็นยิ้มเยาะ "คนหลงตัวเอง คิดอะไรอยู่เนี่ย?"
"งั้นเหรอ งั้นฉันก็โล่งใจแล้ว" หลิวเฉิงซีถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โล่งใจแล้ว?
ประโยคนั้น หมายความว่ายังไง?
เฉินหย่าถิงค่อยๆหันกลับมา มองหลิวเฉิงซีที่ยังคงนิ่งเฉย ดูฉลาดแต่จริงๆแล้วก็เป็นแค่ไอ้โง่ "อย่าบอกนะว่านายคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าชายแห่งโรงเรียนหมายเลข 1 จริงๆ "
"แน่นอนว่าไม่คิด ใครจะไปคิดแบบนั้นล่ะ"
"แล้วนายโล่งใจอะไร?"
"ก็เพราะเธอเป็นคู่แข่งของฉันไง" หลิวเฉิงซีพูดอย่างฮึกเหิม "ฉันจะต้องชนะเธออย่างขาวสะอาด"
เฮ้อ ไอ้โง่
เฉินหย่าถิงอยากจะชูนิ้วกลาง ทำหน้าเหมือนตัวตลก
แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ข้อดีของคนๆนี้ก็อยู่ตรงนี้แหละ
เฉินหย่าถิงเห็นแล้วว่าหลิวเฉิงซีได้รับความนิยมแค่ไหน แต่ก็เหมือนซุนหงอคง ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนเลย
บางที สำหรับเขา ตัวเองก็คงเป็นผู้หญิงที่น่าเบื่อคนหนึ่ง
ไม่สิ สำหรับเขา ตัวเองเป็นคู่แข่งที่น่าสนใจ
"งั้นไปดูงานกาล่าวันปีใหม่ที่โรงเรียนหมายเลข 11 ไหม?" หลิวเฉิงซีถาม
"ฉันไม่เหมือนนายที่ชอบเฉินหยวน ฉันจะไปที่นั่นทำไม"
หลิวเฉิงซีหน้าแดงขึ้นมาทันที รีบแก้ตัว "เธอพูดอะไรเนี่ย? ฉันเป็นผู้ชายนะ!"
ไม่ชอบก็ปฏิเสธตรงๆไปสิ ทำไมต้องหน้าแดงด้วย?
เมื่อกี้ฉันถามนาย นายยังไม่หน้าแดงเลย
คนๆนี้ เกย์ชัดๆ
"เอ่อ เข้ามากินส้มในบ้านไหมจ๊ะ?" ตอนนั้นเอง แม่ของหลิวเฉิงซีก็ออกมา พูดพร้อมกับยิ้ม
เฉินหย่าถิงยิ้มๆ แล้วโบกมือ "ไม่เป็นไรค่ะ ไม่รบกวนแล้ว..."
"เข้ามาเถอะ"
หลิวเฉิงซีทำตัวเหมือนประธานบริษัท พูดจบก็หันหลังกลับไป นั่งลงบนโซฟา
"..." เฉินหย่าถิงก็เลยต้องนั่งลงตาม
ตอนนั้นเอง ความหนาวเย็นก็เข้ามา ทำให้เธอจามออกมา
หลิวเฉิงซีเหลือบมองเธอ จากนั้นก็ลุกขึ้น เดินเข้าไปในห้อง
แล้วหยิบเสื้อคลุมไหมพรมสีน้ำตาลอ่อน แขนยาว มาให้เธอ
เฉินหย่าถิงอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วก็รับมา "ขอบคุณสำหรับเสื้อนะคะ ป้า"
"อะไรกัน นี่เสื้อของฉันนะ"
"ไม่ใช่ นายเป็นผู้ชาย ทำไมถึงใส่เสื้อแบบนี้?" เฉินหย่าถิงมองด้วยสายตาประหลาดใจ
ถึงแม้ว่าเสื้อตัวนี้ อาจจะเหมาะกับเขามากก็ตาม...
"หึ" หลิวเฉิงซีเหลือบมองเธอ ไม่พูดอะไรต่อ
แล้วก็เริ่มปอกส้ม แถมยังแกะเส้นสีขาวๆบนส้มออกด้วย
พอใส่เสื้อคลุมไหมพรมตัวนี้ เฉินหย่าถิงก็ยิ่งรู้สึกว่าหมอนี่เป็นเจ้าชายน้อย
แถมยังเป็นเจ้าชายน้อยที่รังเกียจเกย์ เอาแต่ใจ และขี้วีนด้วย
"นี่" หลังจากปอกส้มเสร็จ หลิวเฉิงซีก็แบ่งให้เฉินหย่าถิงครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็ก้มหน้าดูโทรศัพท์
"..." รับส้มที่ปอกเปลือกอย่างเรียบร้อยมา เฉินหย่าถิงอึ้งไปครู่หนึ่ง มองเสื้อคลุมไหมพรมสวยๆ ที่ตัวเองใส่ มุมปากก็เริ่มมีรอยยิ้ม
ที่ตัวเองสนใจหลิวเฉิงซี ตอนแรกก็เพราะหน้าตาดีนั่นแหละ
แถมยังรู้สึกว่านิสัยที่ปฏิเสธผู้หญิงที่ตัวเองไม่ชอบอย่างเด็ดขาดก็ดี
ส่วนเรื่องนิสัย...
ก็น่ารักดี
ช่างเถอะ โง่ก็โง่เถอะ
คนเราต้องมีข้อเสียกันบ้างแหละ
ขณะที่เธอคิดแบบนั้น หลิวเฉิงซีก็หัวเราะขึ้นมาเอง
เฉินหย่าถิงไม่เข้าใจ แต่พอเห็นข้อความในกลุ่ม ก็รู้ว่าหมอนี่กำลังคุยกับเฉินหยวนถึงได้ยิ้มแบบนั้น
เธอได้แต่กำหมัดแน่น...