- หน้าแรก
- หนึ่งเดือนสิบบทความวิจัย พลิกโลกวิชาการด้วยความคิดระดับลึก
- บทที่ 13: ผู้ชายหล่อๆ นี่เข้าใจยากชะมัด!
บทที่ 13: ผู้ชายหล่อๆ นี่เข้าใจยากชะมัด!
บทที่ 13: ผู้ชายหล่อๆ นี่เข้าใจยากชะมัด!
"ภารกิจวิจัยสำหรับสมการไม่เอกพันธุ์ ค่าแรงบันดาลใจเพิ่มขึ้นตั้ง 221 แต้มเลยเหรอ? ถึงจะเป็นระดับความยากระดับดีก็เถอะ แต่มันก็สูงเกินไปแล้วนะ!"
"ภารกิจสำหรับสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยก็มีค่าแรงบันดาลใจเพิ่มขึ้นมาตั้งเก้าแต้มงั้นเหรอ?"
"ทำไมมันถึงสูงขนาดนี้ล่ะ!"
หวังฮ่าวมองดูตัวเลขที่ระบบแสดงผลและครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน เพราะจากประสบการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อน เขาแน่ใจได้ว่าการมีนักศึกษามาฟังการบรรยายมากขึ้นเป็นเพียงหนึ่งในเหตุผลเท่านั้น
คลาสเรียนฟิสิกส์สามคลาสที่เรียนร่วมกัน ทำให้ค่าแรงบันดาลใจสำหรับภารกิจสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยเพิ่มขึ้นเพียงแค่สี่และสองแต้มตามลำดับ
ดังนั้นเหตุผลจึงชัดเจนมาก—
ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา!
"การเพิ่มขึ้นของค่าแรงบันดาลใจมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับเนื้อหาของการบรรยาย!"
"ปัญหาเรื่องสมการไม่เอกพันธุ์ในระดับปริญญาตรี เป็นเพียงการอธิบายสมการไม่เอกพันธุ์หนึ่งมิติ ซึ่งถือว่าค่อนข้างง่ายในระดับความยาก แต่สมการไม่เอกพันธุ์ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของสมการเชิงอนุพันธ์ย่อย การศึกษาวิธีการแก้สมการ หากมองในภาพรวมแล้ว ก็ถือได้ว่าเป็น 'วิธีการแก้ปัญหาร่วมสำหรับสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยเฉพาะทาง' ได้เช่นกัน"
"ภารกิจที่สอง นั่นคือความยากของมันสินะ"
"การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสมการไม่เอกพันธุ์หนึ่งมิติมีความยากเพียงแค่ระดับดี ซึ่งต่ำกว่าการแปลงฟูเรียร์เสียอีก การได้รับค่าแรงบันดาลใจจำนวนมากก็พอจะเข้าใจได้อยู่หรอก!"
แน่นอนว่าอีกความเป็นไปได้หนึ่งคือ ในระหว่างคาบเรียน มีนักศึกษาบางคนเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และค้นพบทิศทางการวิจัยที่ถูกต้องหนึ่งหรือสองทาง
สำหรับงานวิจัยแล้ว แรงบันดาลใจถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ความพยายามมากแค่ไหนก็ไม่อาจเทียบได้กับประกายความคิดเพียงชั่ววูบ นี่ถือเป็นเรื่องปกติมากในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ นักศึกษาไม่รู้ตัวหรอกว่าตนเองกำลังมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ตนเองคิดนั้นเป็นทิศทางการวิจัยที่ถูกต้อง แต่ระบบสามารถตัดสินและให้ผลลัพธ์กลับมาได้
เรื่องแบบนี้ไม่สามารถตัดสินเองได้เลย
หวังฮ่าวเดินไปทานอาหารกลางวันที่โรงอาหาร และหลังจากเติมพลังจนอิ่มท้อง เขาก็รีบกลับไปที่ห้องพักอาจารย์ทันที
ทุกคนในห้องพักอยู่กันพร้อมหน้า
เหยียนจิงเอ่ยถาม "หวังฮ่าว คลาสเรียนเป็นยังไงบ้างล่ะ?" เธอถามถึงเหตุการณ์ที่เป็นข่าว ซึ่งทุกคนในห้องพักก็รู้เรื่องนี้กันดี
หวังฮ่าวตอบ "มีคนจากฝ่ายวิชาการมาสองคนครับ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้ทำอะไรเลย พอเลิกคลาสก็เดินออกไป"
"ก็ดีแล้วล่ะ"
จูปิงกล่าวเสริม "ไม่ต้องกังวลไปหรอก ปกติฝ่ายวิชาการจะไม่เพ่งเล็งอาจารย์หรอก การเข้มงวดกับนักศึกษาก็เป็นเรื่องที่ดี แต่เดี๋ยวนี้นักศึกษาจัดการยาก ถ้ามีปัญหาอะไร บางคนก็เอาไปโพสต์ลงเน็ต"
"บางทีเวลาฉันสอน ฉันก็แอบกังวลเหมือนกันนะ"
จางจื้อเฉียงเอ่ยขึ้นมาบ้าง "ผมแค่กลัวว่าจะสอนผิดพลาดแล้วทำตัวน่าอายไปน่ะสิ ตอนนั้นอาจจะดูไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่ถ้าถูกเอาไปโพสต์ประจานลงเน็ตคงน่าอายแย่..."
คนในห้องพักเริ่มถกเถียงกันถึงประเด็นนี้
หวังฮ่าวจึงกล่าวเสริม "ถ้าผมเห็นใครเล่นมือถือในคลาสเรียน ผมจะเรียกชื่อประจานทันทีและหักคะแนนเก็บด้วย พวกเขาห้ามแม้แต่จะแตะต้องมันเลยล่ะ!"
"คุณนี่สุดยอดไปเลย!"
"ฉันคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก!" เหยียนจิงส่ายหน้าพร้อมกล่าว "นักศึกษาสมัยนี้จัดการยากเกินไป พูดตรงๆ นะ ฉันยังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักศึกษาอยู่เลย!"
จูปิงหัวเราะ "คุณดูเด็กจริงๆ นั่นแหละ น่ารักดีออก"
"ฮ่าฮ่า~~"
หลายคนพลอยหัวเราะตามไปด้วย
หวังฮ่าวพูดคุยกับคนอื่นๆ ในห้องพักครู่หนึ่ง ก่อนจะสังเกตเห็นว่าเจิ้งเหยาจวินได้ส่งเอกสารบางอย่างมาให้เขา มันคือเนื้อหาที่จะใช้สอนในรายวิชาสมการเชิงอนุพันธ์ ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นฐานจากตำราเรียน โจทย์สองสามข้อสำหรับอธิบายในคลาส และการบ้านอีกนิดหน่อย
วิชาสมการเชิงอนุพันธ์สำหรับนักศึกษาปริญญาเอกปีหนึ่ง ถือเป็นรายวิชาหลักที่สำคัญยิ่งสำหรับสาขาวิทยาศาสตร์อย่างคณิตศาสตร์และฟิสิกส์
สาขาวิทยาศาสตร์ในระดับปริญญาตรีจะมีเรียนวิชาสมการเชิงอนุพันธ์ย่อย ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเพียงความรู้พื้นฐาน เช่น 'สมการไม่เอกพันธุ์' 'การแปลงฟูเรียร์' 'ปัญหาในมิติที่สูงขึ้น' เป็นต้น สำหรับเนื้อหาที่ซับซ้อนขึ้นมาหน่อย ขอเพียงแค่มีความเข้าใจพื้นฐานก็เพียงพอแล้ว
แต่สำหรับวิชาสมการเชิงอนุพันธ์ในระดับบัณฑิตศึกษา เนื้อหาเหล่านั้นจะกลายมาเป็นพื้นฐานแทน
การวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ พีชคณิตชั้นสูง เรขาคณิตวิเคราะห์ และสมการเชิงอนุพันธ์สามัญ ล้วนเป็นรายวิชาบังคับก่อนสำหรับวิชาสมการเชิงอนุพันธ์ในระดับบัณฑิตศึกษา
เนื่องจากเป็นช่วงครึ่งหลังของภาคการศึกษา รายวิชาสมการเชิงอนุพันธ์จึงอยู่ในช่วงท้ายๆ และเนื้อหาการเรียนก็มาถึงจุดที่ซับซ้อนที่สุดแล้ว เนื้อหาสำหรับสองคลาสเรียนและสี่ชั่วโมงที่เขาส่งมานั้น หลักๆ แล้วประกอบด้วยประเด็นความรู้สองส่วน—
ส่วนแรกคือการแสดงคำตอบของระบบสมการเชิงอนุพันธ์ในรูปแบบกราฟิก
ส่วนที่สองคือการแก้ระบบสมการเชิงเส้นแบบไม่เอกพันธุ์
เมื่อหวังฮ่าวเห็นประเด็นความรู้ส่วนหลัง เขาก็อดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มออกมา ตอนนี้เขากำลังสอนเรื่อง 'สมการไม่เอกพันธุ์หนึ่งมิติ' อยู่พอดี และการเพิ่มคลาสเรียนระดับปริญญาเอกปีหนึ่งในหัวข้อ 'การแก้ระบบสมการเชิงเส้นแบบไม่เอกพันธุ์' เข้ามาด้วย จะต้องช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เขาได้อย่างมหาศาลแน่นอน
บ่ายโมงครึ่ง
อาจารย์ในห้องพักหลายคนออกไปสอน ทำให้บรรยากาศเงียบสงบลงถนัดตา
หวังฮ่าวเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างเป็นทางการ เขาใช้ 'เหรียญการสอน' หนึ่งเหรียญเพื่อเปิดใช้งานโหมดสมาธิ จากนั้นก็เปิดโมดูลภารกิจขึ้นมา
[ภารกิจที่สอง]
[ชื่อโครงการวิจัย: การศึกษาเจาะลึกเกี่ยวกับการแก้สมการไม่เอกพันธุ์หนึ่งมิติ (ระดับความยาก: ระดับดี)]
[ค่าแรงบันดาลใจ: 243]
(คำแนะนำ: สามารถใช้ค่าแรงบันดาลใจ 100 แต้ม เพื่อช่วยในการรับแรงบันดาลใจที่เกี่ยวข้องและการเชื่อมโยงความรู้สำหรับการวิจัย)
"ใช้งาน!"
[ภารกิจที่สอง, ค่าแรงบันดาลใจ - 100]
ทันใดนั้น แรงบันดาลใจที่เกี่ยวข้องกับสมการไม่เอกพันธุ์ในหัวของเขาก็รวมตัวกันเป็นบริบทที่ชัดเจนและสมบูรณ์
เส้นทางถูกเปิดออกแล้ว
"เราสามารถสรุปและหาหลักการทั่วไปของสมการเชิงอนุพันธ์อันดับสูงได้ บางรูปแบบสามารถแปลงให้เป็นสมการเอกพันธุ์เพื่อนำไปหาคำตอบ..."
"ใช่แล้ว!"
การใช้ค่าแรงบันดาลใจไม่ใช่การเสกความรู้ขึ้นมาจากความว่างเปล่า แต่เป็นการจัดระเบียบความรู้และแนวคิดที่มีอยู่เดิมในหัวต่างหาก
มันเหมือนกับการถูกจุดประกายแรงบันดาลใจ!
หวังฮ่าวรู้ทันทีว่าต้องทำอะไร เขาเริ่มทำการวิจัยเฉพาะเจาะจงทันที โดยแจกแจงสมการเชิงอนุพันธ์อันดับสูงหลายรูปแบบที่เขานึกออก ซึ่งสามารถแปลงให้เป็นสมการเอกพันธุ์ได้ จากนั้นก็แปลงสมการเหล่านั้นทีละสมการด้วยวิธีการเฉพาะเจาะจง
ผ่านการแปลงร่างสมการและการคำนวณอย่างต่อเนื่อง เขาค้นพบจุดร่วมของพวกมันและสรุปออกมา
การวิจัยจบลงอย่างรวดเร็ว
เป็นเพราะเขามีความรู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในหัวอยู่แล้ว และด้วยแรงบันดาลใจที่ถูกจุดประกายคอยชี้แนะทิศทาง มันก็แทบจะกลายเป็นการแค่จดบันทึกมันลงไปเท่านั้น
"งานวิจัยชิ้นนี้... มันระดับดีจริงๆ ด้วย!"
เมื่อมองดูเนื้อหาที่สรุปไว้บนกระดาษ หวังฮ่าวก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว เมื่อเทียบกันแล้ว ระดับของการวิจัยนี้มันคล้ายคลึงกับงานวิจัยที่เขาเคยทำตอนเรียนปริญญาเอกตามที่เขาจำได้เลย
มันสามารถนำไปเขียนเป็นบทความวิจัยได้อย่างแน่นอน
เนื่องจากมันเป็นเพียงการสรุปวิธีการแก้สมการหลายรูปแบบ ความสำเร็จจึงถือว่าเล็กน้อยมาก เพียงพอสำหรับบทความวิจัยขนาดสั้นเท่านั้น
จากนั้น เขาก็ใช้ค่าแรงบันดาลใจไปอีกหนึ่งร้อยแต้ม
ครั้งนี้ ทิศทางของแรงบันดาลใจที่เขาได้รับนั้นเกี่ยวข้องกับระบบสมการเชิงวงรีแบบไม่เอกพันธุ์ชนิดพีคีร์ชฮอฟฟ์ที่ซับซ้อน มันเกี่ยวกับการศึกษาระบบสมการเชิงวงรีแบบไม่เอกพันธุ์ชนิดพีคีร์ชฮอฟฟ์กลุ่มหนึ่ง และการพิสูจน์การมีอยู่ของคำตอบที่หลากหลาย
แต่มันก็ยังถือเป็นงานวิจัยขนาดเล็กอยู่ดี
"ดูเหมือนว่าระดับดีจะทำได้แค่นี้สินะ"
หวังฮ่าวรู้สึกหมดหนทางเล็กน้อย แต่หลังจากครุ่นคิดอย่างรอบคอบ เขาก็ยังไม่สามารถแน่ใจได้ทั้งหมด "ความยากระดับดี ความสำเร็จมักจะเล็กน้อย แต่ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะมีทิศทางการประยุกต์ใช้ หรือปัญหาที่คนอื่นยังคิดไม่ถึง ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้"
ระดับความยากไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกถึงขนาดของความสำเร็จเสมอไป
พูดได้เพียงว่างานวิจัยที่มีความยากต่ำ มักจะให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างเล็กน้อย แต่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน
แน่นอนว่า การที่เขาสามารถคิดค้นทิศทางการวิจัยได้ถึงสองทิศทาง และบรรลุผลลัพธ์ที่สอดคล้องกันได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งคาบเรียนนั้น ถือว่ารวดเร็วจนน่าทึ่งมากทีเดียว
แม้ว่าผลลัพธ์ที่ได้อาจจะดูไม่ค่อยน่าประทับใจนัก แต่สำหรับคนอื่นๆ มันก็ยังสามารถนำไปเพิ่มเป็นผลงานในเรซูเม่ด้านการวิจัยได้อยู่ดี
...
หวังฮ่าวกลับที่พักเร็วกว่าปกติ
หลังจากทานอาหารเย็นที่โรงอาหารตอนหลังห้าโมง เขาก็เดินเล่นชิลล์ๆ กึ่งออกกำลังกายกึ่งเดินกินลมชมวิว ก่อนจะมุ่งตรงกลับบ้าน
เขานั่งฟังเพลงพร้อมกับปั่นบทความวิจัยไปด้วย
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
หวังฮ่าวเปิดประตูด้วยสีหน้างุนงง และพบว่าเป็นสองสาวเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม เขาอ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความสับสน "พวกคุณ มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ..."
หลี่เชี่ยนเอาแต่จ้องมองเขา
ส่วนกู้โยวโยวที่ถือหนังสือมาด้วย ก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาและพูดว่า "คุณช่วยแก้โจทย์ให้พวกเราหน่อยได้ไหมคะ?"
"แก้โจทย์? โจทย์อะไรครับ?"
"สมการเชิงอนุพันธ์น่ะค่ะ"
"อ้อ ได้สิครับ เชิญเข้ามาเลย!" หวังฮ่าวเบี่ยงตัวหลบ ปล่อยให้สองสาวเดินเข้ามานั่งบนโซฟา จากนั้นเขาก็เดินไปหยิบเครื่องดื่มมาต้อนรับสองขวด
กู้โยวโยวส่งกระดาษเปล่าแผ่นหนึ่งให้เขา ซึ่งมีโจทย์คัดลอกเอาไว้เรียบร้อยแล้ว สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ดวงตาของหวังฮ่าวอย่างไม่วางตา
หลี่เชี่ยนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ส่งสายตาแบบเดียวกันมาให้
หวังฮ่าวรู้สึกอึดอัดที่ถูกสองสาวจ้องมองแบบนี้ ถ้าเขาไม่ใช่คนหลงตัวเอง เขาคงคิดว่าพวกเธอแอบชอบเขาไปแล้วแน่ๆ...
ไม่สิ!
ไม่ใช่ความชอบ แต่เป็นความสงสัยต่างหาก!?
"เหมือนโดนตำรวจจ้องจับผิด เหมือนกลายเป็นผู้ต้องสงสัยเลยแฮะ?" หวังฮ่าวคิดอย่างแปลกใจ
เขาเลิกคิดฟุ้งซ่าน รับกระดาษเปล่ามาแล้วกวาดสายตามองดูโจทย์ "แก้ระบบสมการเชิงอนุพันธ์ด้วยพีชคณิตเชิงเส้นงั้นเหรอ?"
"โจทย์ข้อนี้... กล้วยๆ!"
หวังฮ่าวรู้ทันทีว่าต้องทำยังไง เขาลงมือเขียนคำตอบพร้อมกับอธิบายไปด้วย "ขั้นแรก คุณต้องเขียนระบบสมการนี้ใหม่โดยใช้เมทริกซ์ แปลงให้อยู่ในรูปแบบนี้..."
"จากนั้น ก็เขียนคำตอบทั่วไปโดยใช้เมทริกซ์ เราสามารถสมมติให้รูปแบบของคำตอบเป็น..."
"ขั้นต่อไป แทนค่ามันลงไปในระบบสมการ จัดรูปให้ง่ายขึ้น และหาค่าลักษณะเฉพาะออกมา"
"ดูสมการนี้นะ ลองแทนค่า λ1 และ λ2 ลงไปในสมการแยกกัน เพื่อหาเวกเตอร์ลักษณะเฉพาะ..."
หวังฮ่าวอธิบายอย่างไหลลื่นโดยไม่หยุดพักเป็นเวลาเกือบห้านาที
เวลาที่ใช้ในการแก้โจทย์นั้นน้อยกว่าสองนาทีเสียด้วยซ้ำ ราวกับว่าเขาแค่เขียนคำตอบลงไปตรงๆ ส่วนเวลาที่เหลือก็หมดไปกับการอธิบายล้วนๆ
กู้โยวโยวและหลี่เชี่ยนเอาแต่พยักหน้าหงึกหงัก ดูเหมือนจะเข้าใจและคิดตามทัน แต่พวกเธอไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใจเหมือนคราวที่แล้ว
ทั้งสองหันมามองหน้ากัน ด้วยสีหน้าที่ยากจะคาดเดา
หลังจากหวังฮ่าวอธิบายจบ กู้โยวโยวและหลี่เชี่ยนก็ลุกขึ้นเตรียมตัวจะกลับ แต่จู่ๆ หวังฮ่าวก็พูดขึ้นมาว่า "เดี๋ยวเพิ่งไปครับ ผมมีเรื่องจะถามหน่อย"
ทั้งสองคนทรุดตัวลงนั่งอีกครั้ง
หวังฮ่าวสังเกตสีหน้าและท่าทางของพวกเธอ เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ความคิดของผู้หญิงนั้นซับซ้อนเกินไป เขาจึงไม่คาดคั้นและเอ่ยถามออกไปว่า "วิชาสมการเชิงอนุพันธ์ของพวกคุณ เพิ่งเรียนวิธีแก้ระบบสมการเชิงอนุพันธ์ด้วยพีชคณิตเชิงเส้นไปใช่ไหมครับ?"
"ใช่ค่ะ ทำไมเหรอคะ?"
หวังฮ่าวเริ่มถามอย่างจริงจัง "การเรียนเป็นยังไงบ้างครับ? รู้สึกว่ามันยากไหม? ผมเห็นโจทย์การบ้านของพวกคุณก็ไม่ได้ยากอะไร แต่ตอนทำรู้สึกว่ามันท้าทายไหมครับ?"
"แล้วเพื่อนร่วมคลาสคนอื่นๆ ล่ะครับ? ระดับความยากในการเรียนเป็นยังไงบ้าง?"
"พวกคุณได้อ่านทบทวนเนื้อหาสำหรับคลาสต่อไปบ้างหรือเปล่า? คลาสต่อไปน่าจะเรียนเรื่องการแสดงคำตอบของระบบสมการเชิงอนุพันธ์ในรูปแบบกราฟิกนะ..."
เขายิงคำถามรัวเป็นชุด
กู้โยวโยวและหลี่เชี่ยนตอบคำถามทีละข้อด้วยใบหน้าเปื้อนความฉงน
หวังฮ่าวจับประเด็นความคืบหน้าของพวกเธอได้ดี เขากล่าวขอบคุณสองสาว และปล่อยให้พวกเธอเดินกลับห้องไปด้วยกัน
...
ห้องฝั่งตรงข้าม
กู้โยวโยวและหลี่เชี่ยนรีบพุ่งตัวเข้าห้องแล้วปิดประตูดังปัง
หลี่เชี่ยนอดรนทนไม่ไหว พูดขึ้นมาว่า "ตอนนี้เราแน่ใจได้แล้วล่ะ ว่าเขาแอบไปศึกษาโจทย์การบ้านของเรามาจริงๆ เขามองปราดเดียวก็รู้เลย แถมยังเขียนคำตอบออกมาได้ตรงเป๊ะ แล้วก็อธิบายได้ลื่นไหลสุดๆ ฉันเคยฟังศาสตราจารย์อธิบายโจทย์ข้อนั้นมาแล้วครั้งนึง แต่ฉันก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเลย!"
"แต่ว่าตอนท้ายนั่นเขาหมายความว่ายังไงน่ะ? ทำไมจู่ๆ ถึงมาทำเป็นใส่ใจเรื่องความคืบหน้าของบทเรียน? แถมยังถามถึงเพื่อนคนอื่นๆ อีกว่าระดับความยากเป็นยังไง..."
"จะถามเรื่องพวกนี้ไปทำไมกันนะ!"
เธอเกาหัวแกรกๆ จนปัญญาจะหาคำตอบ
กู้โยวโยวพิงหลังกับตู้รองเท้า ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้รองรับปลายคาง เธอมีความคิดเห็นตรงกับหลี่เชี่ยน โดยเชื่อว่าอีกฝ่ายจะต้องรู้โจทย์การบ้านมาก่อนแน่ๆ ไม่อย่างนั้นการที่เขาสามารถเขียนคำตอบออกมาได้โดยตรงนั้นมันเป็นเรื่องที่อธิบายไม่ได้เลย
นั่นมันโจทย์คณิตศาสตร์ระดับปริญญาเอกเลยนะ
อย่าว่าแต่อาจารย์มัธยมเลย ต่อให้เป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยก็ต้องใช้เวลาครุ่นคิดอย่างละเอียดรอบคอบไม่ใช่หรือไง?
เธอครุ่นคิดและวิเคราะห์ออกมา "ตอนนี้เราแน่ใจได้แล้วล่ะ คำถามที่เขาถามตอนท้าย... เป็นไปได้ไหมว่าเขาอยากจะเรียนไปพร้อมกับพวกเรา และก้าวตามความคืบหน้าให้ทัน? ด้วยวิธีนี้ เขาจะสามารถแก้โจทย์ได้ทุกข้อ และไม่ต้องไปถามอาจารย์เจิ้งอีก?"
"ดูสิ เขายังถามเรื่องความยากของบทเรียนด้วย เขาอาจจะกลัวว่ามันยากเกินไปจนตามไม่ทันหรือเปล่านะ?"
"นี่มัน..."
หลี่เชี่ยนตบหน้าผากตัวเองดังฉาดแล้วขมวดคิ้ว "การวิเคราะห์ของแกมันก็ฟังดูมีเหตุผลนะ แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่ดี..."
"วุ่นวายชะมัด! พวกผู้ชายเนี่ย โดยเฉพาะพวกหล่อๆ เข้าใจยากเป็นบ้า แตกต่างจากฉันลิบลับเลย!"
"รีบไปนอนกันเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวฉันก็หิวขึ้นมาอีกหรอก~~"
"พรุ่งนี้คลาสแรกวิชาสมการเชิงอนุพันธ์ด้วย ปวดหัวจะแย่ ได้ยินมาว่าอาจารย์เจิ้งไปดูงาน ไม่รู้ว่าใครจะมาสอนแทน..."