บทที่ 37
บทที่ 37
บทที่ 37 ตกลงใครคือหลี่ฉี่หมิงกันแน่?!
เผชิญหน้ากับคมดาบสุดพรั่นพรึงของอาเหลียน หลิวหยุนขวัญหนีดีฝ่อ! เขาไม่มีเวลาอธิบายสิ่งใด ได้แต่ทุ่มสุดตัวเข้าต้านทาน
ตูม!
ปราณดาบสีดำมหึมาฟาดเข้าที่ร่างหลิวหยุน ส่งตาแก่เคราครึ้มกระเด็นปลิว
หลิวหยุนถอยหลังไปหลายสิบก้าว กว่าจะตั้งหลักได้มั่นคง
สายตาทุกคู่จับจ้อง หลิวหยุนผู้อาวุโสพรรคมารที่เมื่อครู่ยังวางท่าโอหัง บัดนี้กลับดูอเนจอนาถทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผลดาบยิบย่อย เสื้อผ้าไหมฉีกขาดวิ่น
ฝ่ามือเหล็กที่ได้ชื่อว่าไร้เทียมทานของหลิวหยุนในยามนี้กลับสั่นสะท้านไม่หยุด
อาเหลียนประหลาดใจเล็กน้อย "หลี่ฉี่หมิง ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะรับดาบข้าได้"
นางเตรียมตวัดดาบซ้ำ
"เดี๋ยว!" หลิวหยุนหวาดผวา รีบร้องห้าม "ระหว่างเราต้องมีความเข้าใจผิดแน่ อีกอย่าง ข้าไม่ใช่หลี่ฉี่หมิง ข้าชื่อหลิวหยุน!"
เขาคับแค้นใจสุดขีด ในเมื่อนางไม่รู้จักหลี่ฉี่หมิง แล้วทำไมถึงมั่นใจนักว่าต้องมาฟันเขา?
อาเหลียนชะงัก สำหรับนางนั้นตัดสินได้ง่าย หลี่ฉี่หมิงฆ่าเฉินอาจิ่วได้ อย่างต่ำต้องเป็นขอบเขตหลอมอวัยวะ อีกทั้งนางยังมีสัญชาตญาณว่าหลี่ฉี่หมิงต้องอายุมาก ทันทีที่เข้าโบราณสถาน สายตาของนางจึงล็อกเป้าไปยังผู้ต้องสงสัยที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด นั่นคือผู้อาวุโสหลิวหยุน
"เจ้าชื่อหลิวหยุน ไม่ใช่หลี่ฉี่หมิง?" อาเหลียนถาม
"ถูกต้อง!"
"โกหก!"
"เจ้า!"
หลิวหยุนถลึงตาค้าง อึดอัดจนแทบกระอักเลือด!
...
"ข้าขอยืนยัน ผู้อาวุโสหลิวหยุนไม่ใช่หลี่ฉี่หมิงจริงๆ"
หญิงชราผมเงินก้าวออกมากล่าวอย่างระมัดระวัง "หลี่ฉี่หมิงความจริงแล้วก็คือ..."
หญิงชราเตรียมชี้ไปยังร่างซูบเซียวของเด็กหนุ่มนอกกำแพงที่พังทลาย แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ดาบมารของอาเหลียนก็ฟาดฟันลงมาที่ศีรษะนางแล้ว!
พลังปราณมารอันน่าสะพรึงกลัวกดทับจนกระดูกทั่วร่างหญิงชราลั่นเปรี๊ยะ
"อั่ก!"
นางทุ่มสุดตัวต้านทาน แต่ยังไม่อาจหลีกเลี่ยงกระอักเลือดและกระเด็นปลิวออกไป
"ฟันข้าทำอะไร?!" หญิงชราใบหน้าซีดเผือด จ้องมองหญิงชุดขาวด้วยความฉงน นี่มันคนบ้าชัดๆ
"ในเมื่อเขาไม่ใช่หลี่ฉี่หมิง งั้นเจ้าก็คงเป็นหลี่ฉี่หมิงสินะ"
"ไม่นึกเลยว่าหลี่ฉี่หมิงจะเป็นยายแก่... ไปตายซะ หลี่ฉี่หมิง!"
อาเหลียนกล่าวพลางจ้องมองหลิวหยุนและหญิงชรา สัญชาตญาณบอกนางว่าหลี่ฉี่หมิงต้องอยู่ในสองคนนี้
ตูม!
นางตวัดดาบมารฟันลงไป
ครั้งนี้ ร่างของหญิงชราผมเงินถูกฟันจนแตกกระจายระเบิดออก!
"ผู้อาวุโสจี!"
หลิวหยุนและเฉินส่วง ตาแดงก่ำด้วยความแค้น
ผู้อาวุโสขอบเขตหลอมอวัยวะของพรรคมารต้องมาตายอย่างอนาถ เพื่อรับดาบตายแทนหลี่ฉี่หมิง!
ทั้งหมดเป็นเพราะไอ้หลี่ฉี่หมิง!
"ศิษย์พี่ หนีเร็ว! นางเข้าสู่ภาวะมาร สติปัญญาเข้าไม่ถึง พูดด้วยเหตุผลไม่ได้แล้ว!" หลิวหยุนมองดูปราณมารอันน่าสะพรึงกลัวบนตัวนางแล้วกล่าวอย่างรีบร้อน
'โอสถปีศาจโลหิต' เพียงเศษเสี้ยวพลังมารก็ส่งผลต่อจิตใจ ทำให้คนกระหายเลือดจนแยกแยะดีชั่วไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงปราณมารอันท่วมท้นของหญิงชุดขาว
ตาแก่เคราขาวผู้นี้เข้าใจแจ่มแจ้ง การพูดเหตุผลกับอาเหลียนก็ไม่ต่างจากสีซอให้ควายปัญญาอ่อนฟัง!
หนี!
คิดได้ดังนั้น หลิวหยุนหยิบยันต์โลหิตออกมาแผ่นหนึ่ง ใช้พลังเลือดลมทั้งหมดกระตุ้นมัน
ยันต์โล่โลหิต!
เขาได้มาจากดินแดนลี้ลับเทพมาร ยามปกติไม่อาจกระตุ้นได้ ทว่ายามนี้ผู้อาวุโสจีตายแล้ว ถือว่ายืมเลือดเนื้อนางมาใช้ก็แล้วกัน!
หลิวหยุนซัดยันต์โลหิตใส่ร่างผู้อาวุโสจี ไอพลังเทพมารปรากฏขึ้น ปากมหึมาที่เต็มไปด้วยเลือดพุ่งออกมาลิ้นเหม็นเน่าม้วนรัดร่างของผู้อาวุโสจีลงไป
จากนั้นหลิวหยุนคว้าตัวเฉินส่วง ทั้งสองกระโจนเข้าไปในปากมหึมาและหายลับไป
"จะหนีไปไหน?!" อาเหลียนตวัดดาบฟันลงไป ทว่ากลับฟันถูกความว่างเปล่า ปากมหึมาหายไปสิ้นแล้ว
...
ห่างออกไปพันลี้
ณ มุมหนึ่งของหุบเขาเถื่อน ปากมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ พ่นร่างสองร่างออกมา จากนั้นค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงเสียงเคี้ยวกระดูกดังกร๊อบแกร๊บ
"อั่ก!"
หลิวหยุนกระอักเลือดเน่าออกมาทันทีที่เท้าแตะพื้น บาดแผลของเขาหนักหนาสาหัส
"ผู้อาวุโสหยุน! ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?" เฉินส่วงประคองด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไร ศิษย์พี่ รีบกลับพรรคมาร!" หลิวหยุนยังคงหวาดผวาเมื่อนึกถึงอาเหลียนผู้น่าสะพรึงกลัว
"แต่ว่า..." เฉินส่วงลังเลใจ เขาไม่เต็มใจ! ความพยายามทั้งหมดล้มเหลวไม่เป็นท่า! เซี่ยปิงปิงอันดับสิบแห่งทำเนียบโฉมงาม... รวมถึงหลี่ฉี่หมิงที่ฆ่าน้องชายของเขา จะปล่อยไปเฉยๆ เช่นนี้หรือ?!
"พวกเขาจะมีชีวิตรอดหรือไม่ยังไม่แน่ชัด หนีกันก่อนเถอะ หากถูกนางมารปัญญาอ่อนนั่นตามมาทัน พวกเราจบสิ้นแน่!"
"วางใจเถอะ หากพวกมันรอดไปได้ พวกเราค่อยวางแผนใหม่!" หลิวหยุนเร่งเร้า
"ตกลง..." เฉินส่วงพยักหน้า เขาหันกลับไปมองหุบเขาในยามค่ำคืน แววตาเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ "น้องชาย... หลี่ฉี่หมิง หวังว่าเจ้าจะมีชีวิตรอด ข้าจะเข้าสู่ขอบเขตหลอมอวัยวะและฝึกวิชาดาบให้สมบูรณ์ในเร็ววัน เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะเอาชีวิตเจ้ามาเซ่นสังเวยดวงวิญญาณน้องชายข้า!"
เฉินส่วงพึมพำก่อนจะประคองหลิวหยุน ทั้งสองจากไปอย่างทุลักทุเล
...
ณ โบราณสถาน
หลิวหยุนและเฉินส่วงใช้ปากมหึมาหลบหนีไปแล้ว ที่เหลือทิ้งไว้เพียงเสิ่นฉางเซิง เจียงเหลียนเยว่ มู่หรงชางไห่ที่กำลังหายใจรวยริน และหลี่ฉี่หมิงที่อยู่นอกกำแพงพัง เตรียมตัวชิ่งหนีได้ทุกเมื่อ
หลี่ฉี่หมิงตะลึงงัน เขาจำหญิงชุดขาวสวมหน้ากากผู้นี้ได้ตั้งแต่แรกเห็น นางคือหญิงชุดขาวที่ทำหน้าตาน่ากลัวใส่เขาตอนประหารชีวิตที่ตลาดสด! ตอนนั้นอาเหลียนยังไม่ได้สวมหน้ากาก และฝีมือดูเหมือนจะไม่ร้ายกาจขนาดนี้ ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน กลับฟาดฟันหญิงชราขอบเขตหลอมอวัยวะขั้นสมบูรณ์แบบจนตายได้!
ในระหว่างที่ประหลาดใจ สิ่งที่ทำให้หลี่ฉี่หมิงขนพองสยองเกล้าคือไม่รู้ด้วยสาเหตุใด อาเหลียนกำลังตามหาตัวเขา จะเอาชีวิตเขา!
เหตุการณ์พลิกผันเกินคาดเดา
"ไม่ถูก พวกเขาน่าจะไม่ใช่หลี่ฉี่หมิงจริงๆ" อาเหลียนพึมพำ นางนึกขึ้นได้ว่าเฉินอาจิ่วตายเพราะบาดแผลดาบ หลิวหยุนใช้ฝ่ามือ หญิงชราใช้ไม้เท้า ในสามคนนี้มีเพียงไอ้หนูที่ถูกลากไปนั่นที่ใช้ดาบ ทว่าลมปราณดาบของมันเพียงแค่ก่อตัว ไม่แข็งแกร่งพอจะฆ่าเฉินอาจิ่วได้ ดังนั้นคนพวกนี้ไม่ใช่หลี่ฉี่หมิง
"ตกลงใครคือหลี่ฉี่หมิงกันแน่?!"
อาเหลียนกวาดสายตาเย็นชาไปยังฝูงชนที่เหลือในโบราณสถาน นางสามารถฆ่าทุกคนที่นี่ทิ้งเสียก็ได้ แต่นางต้องมั่นใจว่าในคนที่นางฆ่าต้องมีหลี่ฉี่หมิงอยู่ด้วย มิเช่นนั้นความแค้นในใจไม่อาจดับลง
"พวกเจ้า ตกลงใครคือหลี่ฉี่หมิง?!"
"ข้าคือหลี่ฉี่หมิง" มู่หรงชางไห่ก้าวเดินออกมากล่าว "ข้าคือคนที่เจ้าตามหา ฆ่าข้าเถอะ แต่ได้โปรดปล่อยพวกเขาไป!"
มู่หรงชางไห่บาดเจ็บหนักจากการต่อสู้เมื่อครู่ ร่างกายที่ย่ำแย่ของเขาอยู่ในสภาพแย่ยิ่งกว่าเดิม เขาสังหรณ์ใจว่าต่อให้ฟื้นตัวได้ ชาตินี้ก็คงไม่สามารถจับดาบได้อีกต่อไป สำหรับจอมดาบแล้ว ดาบคือชีวิต! หากใช้ดาบไม่ได้ ก็เป็นได้เพียงเศษซากคนชรา ต่อให้รอดกลับไปตระกูลมู่หรงก็คงไม่มีอนาคตที่ดีนัก สู้ตายตอนนี้ยังจะดีเสียกว่า เขาจึงตัดสินใจรับบทพระเอกในครั้งนี้!