บทที่ 32
บทที่ 32
บทที่ 32 ความตายของเฉินอาจิ่ว เพลงดาบผ่าพิชิตสำแดงอานุภาพ!
"สารเลว สมควรตาย!"
ดวงตาคู่สีแดงฉานของเฉินอาจิ่วอัดแน่นไปด้วยเจตนาฆ่า
ดาบยาวที่ข้างเอวถูกชักออกจากฝักอย่างดุดัน ฟาดฟันลงมาใส่หลี่ฉี่หมิงในดาบเดียว
ปราณดาบสีเขียวครามหลายสิบสาย หนาแน่นยิบย่อย พุ่งเข้าจู่โจมหลี่ฉี่หมิงอย่างบ้าคลั่ง
ตูม ตูม ตูม ตูม!!!
เงาดาบแต่ละสายทอประกายเย็นเยียบภายใต้แสงจันทร์ ล้วนสร้างความเสียหายได้จริง ยามตกกระทบพื้นหินทุบจนบังเกิดหลุมลึกขนาดเท่าศีรษะ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเงาดาบหลายสิบสายนี้ หลี่ฉี่หมิงยกมีดขึ้นต้านทาน ทว่าต่อให้เค้นกำลังจนสุดตัว ร่างกายก็ยังคงปลิวละลิ่วกระเด็นลอยออกไป บนร่างปรากฏบาดแผลเป็นทางหลายแห่ง โลหิตไหลรินไม่หยุดสาย
'นี่คืออานุภาพของสภาวะดาบงั้นรึ... น่าสะพรึงกลัวจริงๆ!' หลี่ฉี่หมิงอดไม่ได้ที่จะลอบอุทานในใจ
ตัวเขาครอบครองพละกำลังมหาศาลหนึ่งคชสาร ทั้งยังมีพลังเลือดลมสิบปีอยู่กับตัว ทว่ากลับยากที่จะต้านทานดาบเดียวของอีกฝ่ายได้!
สภาวะดาบ ช่างไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง
ยิ่งไปกว่านั้น สภาวะดาบที่เฉินอาจิ่วครอบครอง เป็นเพียงแค่ขั้นเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่นับว่าเป็นสภาวะดาบที่แท้จริงด้วยซ้ำ
"หึๆ ไอ้หนู ตายอยู่ใต้คมดาบของข้า แกตายไปก็ไม่นับว่าเสียเที่ยวหรอก!" เมื่อเห็นว่าดาบเดียวสามารถสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้หลี่ฉี่หมิงได้ เฉินอาจิ่วก็เผยสีหน้าดูแคลนออกมาทันที
เขาเคยคิดว่าไอ้เด็กนี่จะเก่งกาจปานใด
มาตอนนี้ดูแล้ว ก็เป็นได้แค่นี้เอง!
"งั้นรึ..." หลี่ฉี่หมิงเหยียดยิ้มออกมา
นักรบขอบเขตหลอมกระดูกสองคนที่เขาเพิ่งจะสังหารไปเมื่อครู่ คนหนึ่งอยู่ในขั้นกลาง อีกคนอยู่ในขั้นสมบูรณ์แบบ ต่างก็มีคุณสมบัติดรอปออกมาทั้งสิ้น
เขาเหลือบมองหน้าต่างสถานะแวบหนึ่ง:
[จิตสัมผัสสัญชาตญาณดาบ: พรสวรรค์วิชาดาบ/เหนือสามัญ]
[จิตสัมผัสสัญชาตญาณดาบ: ความหยั่งรู้ในวิชาดาบของท่านเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 5 จากเดิมความหยั่งรู้ในวิชาดาบของท่านอยู่ระดับ 1]
[พลังวัตรเลือดลมยี่สิบปี: ขอบเขตพลังวรยุทธ์/เหนือสามัญ]
[พลังวัตรเลือดลมยี่สิบปี: ในเวลานี้คือขีดจำกัดสูงสุดที่ร่างกายของท่านจะสามารถแบกรับได้ สามารถเลือกได้อย่างสบายใจ]
...
หลี่ฉี่หมิงขยับความคิดวับหนึ่ง เปิดใช้งานคุณสมบัติทั้งสองข้อในทันที
ภายใต้การเพิ่มพูนของคุณสมบัติ [จิตสัมผัสสัญชาตญาณดาบ] ความหยั่งรู้ในวิชาดาบของเขาพุ่งทะยานสูงขึ้นหลายเท่าตัว
ในขณะที่ [พลังวัตรเลือดลมยี่สิบปี] ถูกยัดเยียดหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกาย ยิ่งส่งผลให้ทั่วทั้งร่างร้อนรุ่มรวดร้าวยากจะทานทน คิดอยากจะระเบิดระบายมันออกไปเท่านั้น!
"อะไรกัน?" เฉินอาจิ่วเบิกตากว้างขึ้นมาทันควัน
เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าบนร่างกายของอีกฝ่าย กำลังมีพลังเลือดลมอันแข็งแกร่งมหาศาลแผ่ซ่านพุ่งทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ!
"ไปตายซะ!" เฉินอาจิ่วทำการตัดสินใจในทันที เค้นพละกำลังจนสุดตัว ควบคุมสภาวะดาบ ฟาดฟันลงมาที่ศีรษะของหลี่ฉี่หมิงอย่างดุดัน
เห็นเพียงเงาดาบสิบสาย พลันแปรสภาพแตกกระจายออกกลายเป็นเส้นขนนกสีเงินขาวทีละเส้น ซึ่งเส้นขนแต่ละเส้นล้วนทอประกายคมดาบอันแหลมคมขจรขจาย!
ขนนกอันแหลมคมหนาแน่นยิบย่อย บดบังท้องฟ้าคลุมปฐพี ประหนึ่งสายฝนที่เทกระหน่ำลงมา พุ่งเข้าใส่หลี่ฉี่หมิง
"ดาบขนนก!" เฉินอาจิ่วตะโกนก้องเสียงดัง
นี่คือกระบวนท่าปลิดชีพของเขา!
ทว่า
ท่ามกลางกึ่งกลางของดาบขนนกที่ปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า มีดสั้นในมือของหลี่ฉี่หมิงก็ถูกยกขึ้นพร้อมกัน
"คิดจะใช้มีดเพียงเล่มเดียว มาต้านทานดาบขนนกเต็มท้องฟ้าของข้างั้นรึ? หึๆ..." มุมปากของเฉินอาจิ่วแสยะยิ้ม การกระทำของอีกฝ่ายช่างน่าขันสิ้นดี
ทว่าในวินาทีต่อมา สีหน้าเยาะหยันของเขาก็พลันแข็งค้างอยู่บนใบหน้า
เห็นเพียงมีดสั้นในมือของหลี่ฉี่หมิง รวดเร็วยิ่งขึ้นเรื่อยๆ มีดโค้งเล่มนั้นเมื่ออยู่ในมือของเขา ถูกร่ายรำจนหนาแน่นจนลมยังไม่อาจพัดผ่านได้
ทั้งที่มีมีดเพียงเล่มเดียว ทว่าเขากลับร่ายรำจนให้ความรู้สึกประหนึ่งโล่ดาบขนาดยักษ์คอยปกป้องร่าง
มือที่ใช้ถือมีดของหลี่ฉี่หมิงแปรเปลี่ยนเป็นเงาพรายเลือนลาง ในสมองพลันเกิดความเข้าใจแจ่มแจ้งในวิชาเพลงดาบเก้ากระบวนท่าที่เคยฝึกฝนมาก่อนหน้านี้อย่างทะลุปรุโปร่ง เพียงแค่ขยับความคิด เพลงดาบอันพิศดารล้ำลึกก็ถูกร่ายรำออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติประหนึ่งลมหายใจเข้าออก
ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งร่ายรำตวัดมีดมากเท่าไหร่ ความเข้าใจหยั่งรู้ของเขาก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นมากเท่านั้น วิชาดาบของเขา กำลังพัฒนารุดหน้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกเสี้ยววินาที!
"เป็นไปได้อย่างไรกัน?!" เฉินอาจิ่วตื่นตะลึง
ไอ้เด็กนี่เมื่อครู่มองดูยังเป็นเพียงมือใหม่หัดใช้ดาบ ทว่าเพียงแค่พริบตาเดียว กลับก้าวล้ำเทียบเคียงได้กับจอมดาบระดับแนวหน้า!
'กลิ่นอายของเพลงดาบเก้ากระบวนท่า... เคล็ดโล่ดาบงั้นรึ?' ฉินอวี่พึมพำออก เพลงดาบนี้ตัวเขาเป็นผู้มอบให้แก่หลี่ฉี่หมิงย่อมต้องจดจำได้อย่างแม่นยำอยู่แล้ว
แต่เคล็ดวิชาเพลงดาบเก้ากระบวนท่าไม่มีทางที่จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้ มันเป็นเพียงแค่คัมภีร์วรยุทธ์ระดับสามธรรมดาสามัญเล่มหนึ่งเท่านั้นเอง
ทันใดนั้น ฉินอวี่ก็เข้าใจแจ่มแจ้ง เพลงดาบยังคงเป็นเพลงดาบระดับสามตามเดิม ทว่า ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่นำมาใช้งาน... คือใคร!
ไม่ใช่เพราะเพลงดาบของเขาแข็งแกร่ง ทว่า เป็นเพราะ... หลี่ฉี่หมิงแข็งแกร่งเกินไปต่างหาก!
ซึ่งในความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้นเอง
หลี่ฉี่หมิงครอบครอง [พลังหนึ่งคชสาร] ผนวกกับ [พลังวัตรเลือดลมสามสิบปี] ยิ่งรวมกับ [กวัดแกว่งดาบดั่งสายลม] และ [จิตสัมผัสสัญชาตญาณดาบ]
ภายใต้การเพิ่มพูนรอบด้านผสานเข้าด้วยกัน จึงสามารถแปรเปลี่ยนสิ่งธรรมดาสามัญให้กลายเป็นความอัศจรรย์ล้ำเลิศได้
เพลงดาบระดับสามอันแสนธรรมดาสามัญ ในเวลานี้เมื่ออยู่ในมือของหลี่ฉี่หมิง กลับราวกับมีเทพยดาคอยเกื้อหนุน!
ในเวลานี้
นักรบทั้งหมดในขอบเขตหลอมกระดูกและขอบเขตหลอมโลหิต ต่างก็อดไม่ได้ที่จะหยุดชะงักการต่อสู้ลง
สายตาของทุกคนพากันจับจ้องเข้าไปในป่าทึบ ภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง ขนนกคมดาบอันไร้ความปรานีปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า
สิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าขนนกคมดาบ คือร่างอันโปร่งยาวที่หยัดยืนได้อย่างมั่นคงท่ามกลางวงล้อมของขนนกคมดาบเหล่านั้น
การตวัดมีดแต่ละครั้งของเด็กหนุ่มชุดเทา ต่างก็ปะทะเข้ากับขนนกคมดาบจนเกิดประกายไฟระยิบระยับลางๆ ไม่ว่าขนนกคมดาบรอบข้างจะปลิวว่อนพลิกแพลงอย่างไร เขาก็ใช้มีดเพียงเล่มเดียวต้านทานเอาไว้ได้ทั้งหมด!
"วิชาดาบที่น่าทึ่งยิ่งนัก! ดาบรวดเร็วยิ่ง!" โม่ซูอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาเสียงดังลั่น
หวังเหลียงที่อยู่ด้านข้างเองก็จ้องมองจนตาค้าง ทว่าไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ในใจเขากลับรู้สึกว่า ร่างอันเลือนลางท่ามกลางขนนกคมดาบเหล่านั้น ดูจะมีความคุ้นตาอยู่บ้างนะ?
ในสมองของหลี่ฉี่หมิงไม่ได้ขบคิดสิ่งใด ปล่อยให้ร่างกายขับเคลื่อนร่ายรำเพลงดาบเก้ากระบวนท่าออกมาตามสัญชาตญาณ ในเวลานี้ภายในสมองของเขา หลงเหลือเคล็ดวิชาดาบเพียงวิชาเดียวเท่านั้น
'เพลงดาบผ่าพิชิต'!
ภายใต้การเพิ่มพูนของพรสวรรค์วิชาดาบทั้งสองข้อ จิตสัมผัสและความหยั่งรู้ที่เขาครอบครองต่อดาบได้บรรลุถึงขอบเขตขั้นน่าเหลือเชื่ออย่างถึงที่สุด
ทว่าสำหรับวิชา 'เพลงดาบผ่าพิชิต' กลับยังคงรู้สึกเหมือนมีม่านบางๆ คอยขวางกั้นอยู่ชั้นหนึ่งเสมอ
ขาดไปอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น... ขอเพียงมอบเวลาให้เขาอีกสักหน่อย เขาต้องสามารถหยั่งรู่วิชา 'เพลงดาบผ่าพิชิต' ได้สำเร็จแน่นอน!
โลหิตสีดำคล้ำสายหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปากของเฉินอาจิ่ว เขารู้ดีว่าไม่อาจปล่อยให้เนิ่นนานไปกว่านี้ได้อีก จึงขบกัด 'โอสถโลหิตมาร' ในปากจนแตกละเอียดทันที
ตูม!
กลิ่นอายอันชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่ง พลันระเบิดออกจากร่างกายของเฉินอาจิ่ว
พละกำลังความแข็งแกร่งของเขา พุ่งทะยานเพิ่มพูนขึ้นถึงสองเท่าตัว!
ในขณะที่ขนนกคมดาบที่ปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า พากันหลอมรวมเข้าหากันกลายเป็นหนึ่งเดียว ก่อตัวเป็นเงาร่างคมดาบขนาดยักษ์มหึมาสายหนึ่งขึ้นกลางความว่างเปล่า
"ตาย!" เฉินอาจิ่วแย้มยิ้มอย่างมั่นใจ จากนั้นก็ตวัดดาบฟันออกไปอย่างรุนแรง
ในยามเดียวกัน เงาร่างดาบยักษ์บนท้องฟ้า แฝงไปด้วยอานุภาพอันไร้ขีดจำกัด ฟาดฟันลงมาที่ศีรษะของหลี่ฉี่หมิงตรงๆ!
เฉินอาจิ่วมีความมั่นใจอย่างยิ่ง ดาบนี้ ต่อให้เป็นยอดฝีมือในขอบเขตหลอมอวัยวะขั้นต้นตัวจริง ก็ย่อมไม่มีทางต้านทานเอาไว้ได้แน่นอน!
ดาบนี้ ถือเป็นดาบอันดับหนึ่งไร้ผู้ต่อต้านในขอบเขตต่ำกว่าหลอมอวัยวะ!
ยกเว้นแต่อีกฝ่ายจะสามารถทะลวงระดับขึ้นเป็นยอดฝีมือขอบเขตหลอมอวัยวะขั้นกลางได้ในเวลานี้ มิฉะนั้น ย่อมไม่มีทางที่จะรอดชีวิตไปได้ตลอดกาล!
ดาบนี้ หลี่ฉี่หมิงย่อมไม่อาจต้านทานไว้ได้จริงๆ
ทว่า ใครบอกว่าเขาจำเป็นต้องตั้งรับกันเล่า?
"คิดจะหลบหนีงั้นรึ? แกไม่มีทางหลบพ้นหรอก..." เฉินอาจิ่วคล้ายจะมองความตั้งใจของหลี่ฉี่หมิงออก จึงส่ายหัวพลางเอ่ยขึ้น
สำหรับดาบนี้ของตนเอง เขามีความเชื่อมั่นอย่างถึงที่สุด ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตหลอมอวัยวะขั้นกลาง ก็ทำได้เพียงตั้งรับเท่านั้น ไม่อาจหลบหลีกได้พ้น!
ครืนๆ!
ทันใดนั้น เฉินอาจิ่วคล้ายกับได้ยินเสียงสายฟ้าร้องคำรามขึ้นมาลางๆ...
วินาทีต่อมา
ใต้เงาร่างดาบยักษ์เลือนลางที่กำลังฟาดฟันลงมา พลันบังเกิดแสงประกายอัสนีสีม่วงวูบวาบขึ้นมาสายหนึ่ง
"นี่คือสิ่งใดกัน?" ยังไม่ทันที่เฉินอาจิ่วจะมองดูให้เต็มตา บริเวณลำคอของเขาก็พลันบังเกิดความรู้สึกเย็นเยียบวูบหนึ่งขึ้นมาทันควัน
ยามที่เขาเบนสายตาไปมอง ในดวงตาก็พลันสะท้อนภาพใบหน้าด้านข้างอันคมเข้มประหนึ่งสลักเสลาด้วยขวานของศิษย์ชุดเทาคนนั้น
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เหตุใดมันถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้?
แล้วเหตุใดมันต้องเก็บมีดเข้าฝักด้วยล่ะ?
ตูม!
ในเวลานี้ ดาบยักษ์กลางความว่างเปล่ากระแทกสับลงบนพื้นดินอย่างรุนแรง พลังงานมหาศาลพรั่งพรูแผ่ซ่านออกไปรอบทิศทาง กระแสลมคลั่งอันไร้ลักษณ์พัดสาดซัดจนต้นไม้ใบหญ้าโดยรอบหักโค่นล้มระเนระนาด
กระแสลมคลั่งพัดผ่านแก้ม เฉินอาจิ่วรู้สึกราวกับว่าร่างกายของตนเองกำลังลอยล่องขึ้นสู่ที่สูง ผืนฟ้าและแผ่นดินหมุนคว้างอยู่ตรงหน้า เสียงดังตึง ศีรษะของเขากร่วงหล่นกระแทกพื้นดินไปเสียแล้ว
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจ้องมองดูร่างในชุดคลุมสีเทาด้วยความตื่นตะลึง ร่างนั้นช่างดูสูงใหญ่ตระหง่านและลึกลับซับซ้อนยากจะหยั่งถึงยิ่งนัก
แกรก
หลี่ฉี่หมิงเก็บมีดเข้าฝักโดยสมบูรณ์ ชุดคลุมทั่วทั้งร่างพัดโบกสะบัดไปตามกระแสลมจนเกิดเสียงดังพลิ้วไหว
"ดาบ ช่าง... รวดเร็วยิ่งนัก..."
เฉินอาจิ่วปรายตามองดูร่างอันไร้ศีรษะของตนเองแวบหนึ่ง ก่อนที่ดวงตาจะมืดมิดลง และสูญสิ้นสติรับรู้ไปโดยสมบูรณ์ตลอดกาล