- หน้าแรก
- สยบอาถรรพ์ใต้ฝ่าเท้า บรรลุเต๋าอมตะกลางกลียุค
- บทที่ 930 - พรสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ของเสี่ยวสี่
บทที่ 930 - พรสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ของเสี่ยวสี่
บทที่ 930 - พรสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ของเสี่ยวสี่
บทที่ 930 - พรสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ของเสี่ยวสี่
เมื่อนึกถึงว่าสัตว์อสูรประหลาดอย่างเสี่ยวสี่สามารถกลืนกินเสาปราบผีได้ เฉินฉางมิ่งก็รู้สึกโล่งใจอยู่บ้าง
โชคดีที่ระดับพลังของเสี่ยวสี่ยังไม่สูงนัก จึงกินเสาปราบผีเข้าไปได้แค่สองต้นในคราวเดียว
มิเช่นนั้น
หากเสี่ยวสี่กินเสาปราบผีทั้งเก้าต้นรวดเดียว แผนการที่เขาจะอัปเกรดให้เถาวัลย์วิญญาณมารคงต้องล้มเหลวไม่เป็นท่า!
"เสี่ยวสี่ มาช่วยกันหน่อยสิ"
เฉินฉางมิ่งดึงสติกลับมา แสร้งเปลี่ยนเรื่องคุย
"ขาข้างนี้อ่อนแอจะตาย โดนพวกเจ้าสามคนรุมตีซะน่วมไปหมดแล้ว ถ้าข้าเข้าไปแจมด้วย มันจะไม่ยิ่งน่าสมเพชกว่าเดิมหรอกหรือ?"
เสี่ยวสี่เบ้ปาก
เมื่อโดนหาว่าอ่อนแอ หมัวหลี่ไห่ก็โกรธจัด ตวาดลั่น "ไอ้ตัวอัปลักษณ์ ข้าแค่ไม่อยากลดตัวไปเกลือกกลั้วกับพวกมันต่างหาก ถึงไม่ได้ลงมือโต้ตอบ เจ้าดูไม่ออกหรือไงว่า ไม่ว่าพวกมันจะโจมตียังไง ก็ทำอะไรข้าไม่ได้เลยแม้แต่น้อยน่ะ?"
"เจ้ากล้าดียังไงมาเรียกนายท่านสี่ว่าตัวอัปลักษณ์?"
เสี่ยวสี่ได้ยินแบบนั้นก็ของขึ้น
ความเย่อหยิ่งของขาข้างนี้ กระตุ้นความโกรธเกรี้ยวในใจของมันได้สำเร็จ
ผลึกสี่สีรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนบนหน้าผากสว่างวาบ วงแหวนแสงสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นบนร่างของหมัวหลี่ไห่อย่างกะทันหัน
มองจากที่ไกลๆ ดูเหมือนว่าขาของหมัวหลี่ไห่จะถูกวงแหวนแสงรัดเอาไว้เสียแล้ว
"เอ๊ะ นี่มันวิชาอะไรกัน?"
หมัวหลี่ไห่ตกใจกับวงแหวนแสงสีฟ้าที่โผล่มาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขารีบออกแรง หมายจะทำลายวงแหวนแสงปริศนานี้
ปัง!
พลังอันแข็งแกร่งปะทะเข้าใส่วงแหวนแสงสีฟ้า ทว่าวงแหวนแสงสีฟ้ากลับไร้รอยขีดข่วน
"หึหึ นี่แหละฝีมือของนายท่านสี่ล่ะ!"
เสี่ยวสี่หัวเราะแปลกๆ แกว่งขาหน้าไปมา หัวเราะอย่างได้ใจ "เฉินซาน ไอ้ขาที่น่าเกลียดกว่านายท่านสี่ข้างนี้ ถูกข้ามัดไว้เรียบร้อยแล้ว พวกเจ้าจะรุมทึ้งมันยังไงก็ตามสบายเลย"
"ฝีมือเยี่ยมมาก!"
เฉินฉางมิ่งยกนิ้วโป้งให้
วงแหวนแสงสีฟ้านี้เขาเคยประจักษ์ถึงอานุภาพมาก่อนแล้ว มันร้ายกาจไม่เบาเลยทีเดียว แต่ตอนนั้นเสี่ยวสี่ยังมีระดับพลังไม่สูงนัก เขาจึงสามารถทำลายมันได้อย่างง่ายดาย
ทว่าตอนนี้...
เสี่ยวสี่เป็นถึงสัตว์อสูรระดับสิบเอ็ดขั้นสูงแล้ว พลังฝีมือเทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นฮว่าเสินระดับสี่
วงแหวนแสงสีฟ้าที่มันสร้างขึ้นมาในตอนนี้ ย่อมต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ
เฉินฉางมิ่งไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าเขาถูกวงแหวนแสงสีฟ้านี้รัดเอาไว้ เขาจะมีแรงทำลายมันได้หรือไม่
"เอ๊ะ วงแหวนแสงนี่แปลกประหลาดนัก..."
หมัวหลี่ไห่ออกแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ออกแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่ากลับไม่สามารถทำลายวงแหวนแสงได้เลย
หากไม่ทำลายวงแหวนแสง เขาก็จะใช้วิชาใดๆ ไม่ได้เลย เคลื่อนที่กลางอากาศก็ไม่ได้
เท่ากับว่า เขาถูกตรึงไว้กับที่อย่างสมบูรณ์แบบ
"หมัวหลี่ไห่ แก่ปูนนี้แล้ว เรี่ยวแรงก็หดหายไปหมดสินะ ข้าล่ะสงสัยจริงๆ ว่าถ้าเจ้ากลับไปแดนมาร คงโดนคนอื่นฆ่าตายง่ายๆ แน่เลย!"
ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์หลิวหลีระเบิดเสียงหัวเราะเยาะเย้ย
หมัวหลี่ไห่โกรธจัด
เขาแอบเผาผลาญแก่นโลหิตอันล้ำค่าไปหนึ่งหยด ร่างกายแผ่ควันดำออกมา ก่อนจะออกแรงฮึดสู้ ได้ยินเสียง 'ปัง' ดังลั่น วงแหวนแสงสีฟ้าที่รัดตัวเขาอยู่ก็แตกกระจายไป
"ก็แค่วงแหวนแสงวงเดียว ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก"
หมัวหลี่ไห่เอ่ยเสียงเรียบ
เฉินฉางมิ่งเห็นท่าทีของอีกฝ่าย ก็รีบสั่งทันที "เสี่ยวสี่ จัดวงแหวนแสงให้มันอีกวงสิ"
"จัดไป"
เสี่ยวสี่รับคำอย่างว่าง่าย ผลึกสี่สีรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนบนหน้าผากสว่างวาบ วงแหวนแสงสีฟ้าอีกวงก็สวมทับลงบนขาของหมัวหลี่ไห่อีกครั้ง
มาอีกแล้วหรือ?
หมัวหลี่ไห่ทั้งตกใจทั้งโกรธ
แก่นโลหิตของเขามีจำกัด จะเอามาทิ้งขว้างแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ
ถ้าทำลายวงแหวนแสงวงหนึ่ง ต้องเสียแก่นโลหิตหนึ่งหยด แก่นโลหิตที่เขาอุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมานานปี คงได้หมดเกลี้ยงในพริบตาแน่
"ไอ้หนุ่มแซ่เฉิน ข้าเหนื่อยแล้ว พวกเจ้าจะทำอะไรก็เชิญตามสบายเถอะ"
หมัวหลี่ไห่แค่นเสียงหึ แล้วเตรียมตัวกลับไปนอนนิ่งๆ อีกครั้ง
วงแหวนแสงสีฟ้านี้ก็แค่รัดตัวเขาเอาไว้ ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อร่างกายของเขาเลย
ต่อให้โดนรุมตี ร่างกายของเขาก็ไม่เป็นอะไรมากอยู่ดี
เมื่อเห็นหมัวหลี่ไห่ยอมแพ้ที่จะต่อต้าน เฉินฉางมิ่ง ปี้ชาง และปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์หลิวหลี ก็สลับกันเปิดฉากโจมตี เล่นเอาหมัวหลี่ไห่สะบักสะบอมไปไม่น้อย
สามชั่วยามผ่านไป
จู่ๆ วงแหวนแสงสีฟ้าก็หายวับไป
"มารดามันเถอะ ที่แท้วงแหวนแสงนี่ก็อยู่ได้แค่นี้เองรึ!"
หมัวหลี่ไห่สบถด่าในใจ
ถ้ารู้แต่แรก เขาคงไม่ยอมเสียแก่นโลหิตอันล้ำค่าไปเปล่าๆ หรอก
เฉินฉางมิ่งเห็นดังนั้น ก็พอจะเดาอะไรบางอย่างได้
อันที่จริง การที่พรสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ของเสี่ยวสี่สามารถคงอยู่ได้นานถึงสามชั่วยาม ก็ถือว่าน่าทึ่งมากแล้ว
"ดูเหมือนว่า รอให้เถาวัลย์วิญญาณมารตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ ข้าก็สามารถให้เสี่ยวสี่ปล่อยวงแหวนแสงออกมา แล้วค่อยให้เถาวัลย์วิญญาณมารลอบดูดกลืนพลังต้นกำเนิดของหมัวหลี่ไห่ได้อย่างไม่ทันตั้งตัว..."
เฉินฉางมิ่งคิดในใจ
ครึ่งเดือนต่อมา เถาวัลย์วิญญาณมารที่อยู่ในกำไลคุมอสูร ก็ทะลวงจากระดับเก้าขั้นสูงสุด ขึ้นเป็นระดับสิบขั้นต้นได้สำเร็จ
เมื่อเลื่อนระดับเป็นระดับสิบแล้ว ความสามารถในการย่อยสลายเสาปราบผีของเถาวัลย์วิญญาณมารก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก กลิ่นอายบนตัวมันจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เฉินฉางมิ่งเห็นดังนั้นก็ดีใจยิ่งนัก
การที่เขาต้องมาเสียเวลาอยู่ที่นี่กับหมัวหลี่ไห่ ก็น่าเบื่อเต็มทน เขาจึงเฝรอให้เถาวัลย์วิญญาณมารตื่นขึ้นมาเร็วๆ
ครึ่งเดือนผ่านไป
เถาวัลย์วิญญาณมารก็ทะลวงถึงระดับสิบขั้นกลาง
เมื่อเลื่อนระดับแล้ว ความเร็วในการเพิ่มพลังของมันก็ยิ่งเร็วขึ้นไปอีก
ผ่านไปอีกครึ่งเดือน
เถาวัลย์วิญญาณมารก็พุ่งพรวดจากระดับสิบขั้นกลาง ไปถึงระดับสิบขั้นสูงสุดรวดเดียวเลย
ห่างจากการกลายเป็นราชันอสูรระดับสิบเอ็ดเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
"นายท่าน ข้ายังขาดพลังอีกนิดหน่อยถึงจะทะลวงขั้นได้ขอรับ"
เถาวัลย์วิญญาณมารตื่นขึ้นมา ก็รายงานเฉินฉางมิ่งด้วยความละอายใจ
"หึหึ ตอนนี้พอดีมีโอกาสอยู่พอดีเลย"
เฉินฉางมิ่งหัวเราะเบาๆ แอบบอกเถาวัลย์วิญญาณมารว่า ในหุบเขาอี้เซี่ยนเทียนแห่งนี้ ยังมีขาของหมัวหลี่ไห่อยู่อีกข้างหนึ่ง
เถาวัลย์วิญญาณมารตื่นเต้นขึ้นมาทันที
ตอนอยู่ต้าฉิน มันเคยดูดกลืนพลังต้นกำเนิดจากแขนของหมัวหลี่ไห่มาแล้วบ้าง
ถ้าวันนี้ได้ดูดซับอีกสักหน่อย ไม่แน่ว่ามันอาจจะทะลวงขึ้นเป็นระดับสิบเอ็ดได้รวดเดียวเลยก็ได้
"เสี่ยวสี่ รีบใช้วิชาพรสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้า รัดหมัวหลี่ไห่ไว้เร็วเข้า"
เฉินฉางมิ่งส่งกระแสจิตบอกเสี่ยวสี่
"วิชาของนายท่านสี่ ใช่ว่าจะให้ใช้ก็ใช้ได้เลยซะหน่อย"
เสี่ยวสี่นอนพังพาบอยู่กลางอากาศอย่างเกียจคร้าน เหลือบมองเฉินฉางมิ่งแวบหนึ่ง แม้น้ำเสียงจะไม่ค่อยพอใจนัก แต่ผลึกสี่สีรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนบนหน้าผากก็ยังคงสว่างวาบ
วงแหวนแสงสีฟ้าพุ่งเข้าครอบร่างหมัวหลี่ไห่เอาไว้
"น่าเบื่อชะมัด..."
หมัวหลี่ไห่มีภูมิต้านทานกับเรื่องนี้ไปแล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
"ดูเหมือนว่าเถาวัลย์วิญญาณมารจะตื่นแล้วสินะ..."
ปี้ชางพยักหน้าเงียบๆ
นางคุ้นเคยกับเฉินฉางมิ่งดี
จึงรู้ว่าที่เฉินฉางมิ่งจู่ๆ ให้เสี่ยวสี่ใช้วิชาพรสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์รัดตัวหมัวหลี่ไห่ ก็เพื่อให้เถาวัลย์วิญญาณมารมาดูดกลืนหมัวหลี่ไห่นั่นเอง
เฉินฉางมิ่งบินเข้าไปใกล้หมัวหลี่ไห่
เขาสะบัดมือ ปล่อยเถาวัลย์วิญญาณมารออกมา
ทันทีที่เถาวัลย์วิญญาณมารปรากฏตัว มันก็แนบชิดติดกับขาของหมัวหลี่ไห่ แล้วแทงรากทะลุผิวหนัง เข้าไปในกล้ามเนื้อของขาข้างนั้น
"นี่มันตัวบ้าอะไรเนี่ย?"
หมัวหลี่ไห่รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ขา ก่อนจะพบว่าแก่นโลหิตที่อุตส่าห์สะสมมาอย่างยากลำบาก ถูกดูดเอาไปเสียดื้อๆ เขาสะดุ้งตกใจสุดขีด
พอคิดจะดิ้นรนให้หลุดพ้น ก็พบว่าตัวเองถูกวงแหวนแสงสีฟ้ารัดเอาไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้
"บัดซบเอ๊ย!"
หมัวหลี่ไห่สบถด่าอย่างหัวเสีย รีบเผาผลาญแก่นโลหิตอันล้ำค่าไปหนึ่งหยด
ตูม!
พลังอันบ้าคลั่งพวยพุ่งออกมา กระแทกทั้งวงแหวนแสงสีฟ้าและเถาวัลย์วิญญาณมารจนปลิวกระเด็นไป!
(จบแล้ว)