- หน้าแรก
- สยบอาถรรพ์ใต้ฝ่าเท้า บรรลุเต๋าอมตะกลางกลียุค
- บทที่ 530 - สามสำนักกดดัน
บทที่ 530 - สามสำนักกดดัน
บทที่ 530 - สามสำนักกดดัน
บทที่ 530 - สามสำนักกดดัน
เกี่ยวกับการเผชิญหน้ากับสามสำนักใหญ่ เฉินฉางมิ่งไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าเขาจะยกระดับพลังการฝึกฝนขึ้นหนึ่งระดับในตำหนักเทวะแห่งแดนลับกู่ซวี แต่ทันทีที่ออกจากแดนลับ เขาก็ใช้วิชาซ่อนเร้นลมปราณกดระดับพลังเอาไว้ที่ขั้นจินตันระดับสองตามเดิม
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีใครสามารถใช้ระดับพลังมาตัดสินได้ว่าเขาเคยเข้าไปในตำหนักเทวะหรือไม่
เฉินฉางมิ่งก้าวออกมาจากฝูงชน และเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าผู้อาวุโสขั้นหยวนอิงท่านนั้น
"เจ้าคือโจวจิ่นเทียนงั้นรึ?" ผู้อาวุโสขั้นหยวนอิงกวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะแค่นเสียงเย็นชาออกมา
เฉินฉางมิ่งพยักหน้า
"ระดับพลังดั้งเดิมของเจ้าคือเท่าไหร่?" ผู้อาวุโสขั้นหยวนอิงเอ่ยถาม
ก่อนที่เฉินฉางมิ่งจะได้ตอบ กัวหลิงอวิ๋นที่แทรกตัวอยู่ในกลุ่มคนก็รีบพูดขึ้นมาว่า "ศิษย์พี่โจวมีระดับพลังขั้นจินตันระดับสองเจ้าค่ะ ตอนนี้ออกจากแดนลับกู่ซวีมา ระดับพลังก็ยังคงเท่าเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง นั่นก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของศิษย์จากสามสำนักใหญ่เลยแม้แต่น้อย!"
"หุบปาก เรื่องนี้บรรดาผู้อาวุโสจะตัดสินกันเอง" ผู้อาวุโสขั้นหยวนอิงตวัดสายตาดุกัวหลิงอวิ๋น
แต่นางก็เพียงแค่ตักเตือนด้วยวาจา ไม่ได้ลงโทษเด็กสาวแต่อย่างใด
"ตามข้ามา" ผู้อาวุโสขั้นหยวนอิงคว้าตัวเฉินฉางมิ่งเอาไว้ ก่อนจะใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาหายวับไป
"พวกเราตามไปดูกันเถอะ" กัวหลิงอวิ๋นรู้สึกเป็นห่วง นางจึงลากจางเหยียนและบรรดาศิษย์จากยอดเขาที่เก้าให้ลงจากเรือหิมะ แล้วมุ่งหน้าไปยังเรือหิมะลำที่กำลังถูกปิดล้อมด้วยผู้คนจากสามสำนักใหญ่อยู่ไกลๆ
ผู้อาวุโสขั้นหยวนอิงพาตัวเฉินฉางมิ่งมาปรากฏตัวที่หัวเรือในชั่วพริบตา
"ผู้อาวุโสหลี่ ระดับพลังดั้งเดิมของคนผู้นี้คือขั้นจินตันระดับสองเจ้าค่ะ" ผู้อาวุโสขั้นหยวนอิงกระซิบรายงานหลี่เมี่ยวอิน
หลี่เมี่ยวอินพยักหน้ารับ สีหน้าของนางดูผ่อนคลายลงมาก
การที่ระดับพลังของโจวจิ่นเทียนไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ได้เข้าไปในตำหนักเทวะ
หากเป็นเช่นนั้น ความเกี่ยวข้องระหว่างเขากับการตายของลูกรักสวรรค์จากสามสำนักใหญ่ ก็ดูจะมีน้ำหนักน้อยลงไปถนัดตา
เพราะโดยทั่วไปแล้ว วาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนยอดภูเขาเทวะก็คือตำหนักเทวะ และสาเหตุการต่อสู้ของคนทั้งสี่ก็มาจากตำหนักเทวะเช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะ สุดท้ายแล้วก็จะเข้าไปในตำหนักเทวะเพื่อยกระดับพลัง
นี่คือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
มิฉะนั้น โจวจิ่นเทียนจะไปมีเรื่องกับทั้งสามคนนั้นทำไม?
ปกติแล้วบรรดาศิษย์จากวังน้ำแข็งหิมะก็ไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกับศิษย์จากสามสำนักใหญ่นักหรอก หากไม่ใช่เพราะแย่งชิงสิทธิ์การเข้าตำหนักเทวะ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องสู้กันจนถึงแก่ความตาย
"ขั้นจินตันระดับสองงั้นรึ?" ผู้อาวุโสจากสำนักจี้หมัวจ้องเขม็งมาที่เฉินฉางมิ่งพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น
เมื่อครู่นี้ เขาเพิ่งได้รับรายงานจากศิษย์ในสำนักว่า โจวจิ่นเทียนผู้นี้มีระดับพลังขั้นจินตันระดับสอง และเมื่อออกจากแดนลับกู่ซวีมา ก็ยังมีระดับพลังเท่าเดิม
ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
หรือว่า การตายของลูกรักสวรรค์ขั้นจินตันจากสามสำนักใหญ่ จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนผู้นี้จริงๆ งั้นหรือ?
บรรดาผู้อาวุโสขั้นหยวนอิงจากสำนักเทียนสุ่ยและหอซิงฉยง ต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดลงเช่นกัน
"สหายเต๋อทุกท่าน โจวจิ่นเทียนไม่ได้เข้าไปในตำหนักเทวะ เรื่องนี้คงจะไม่มีใครตั้งข้อกังขาแล้วใช่หรือไม่?" หลี่เมี่ยวอินเก็บรวบรวมปฏิกิริยาของบรรดาผู้อาวุโสจากสามสำนักใหญ่ไว้ในสายตา ก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา
"การเข้าตำหนักเทวะหรือไม่เข้า ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการฆ่าคนนี่!" ผู้อาวุโสจากสำนักจี้หมัวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ในวันนั้น บนภูเขาเทวะมีคนเหลืออยู่เพียงสี่คน และตอนนี้โจวจิ่นเทียนก็เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว เขาไม่อาจปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการตายของทั้งสามคนได้!"
"ใช่แล้ว!"
"โจวจิ่นเทียนเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ!" บรรดาผู้อาวุโสจากสำนักเทียนสุ่ยและหอซิงฉยงต่างก็ประสานเสียงพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกัน
"แล้วพวกท่านต้องการอย่างไร?" หลี่เมี่ยวอินขมวดคิ้ว
"ส่งตัวโจวจิ่นเทียนมา ให้พวกเราสามสำนักไต่สวน" ผู้อาวุโสจากสำนักจี้หมัวเอ่ยอย่างครุ่นคิด
ไต่สวนงั้นรึ?
สีหน้าของหลี่เมี่ยวอินเปลี่ยนไป "ทำเกินไปหรือเปล่า? เขาเป็นแค่ศิษย์ชายระดับขั้นจินตันระดับสอง จะไปมีปัญญาฆ่าลูกรักสวรรค์ขั้นจินตันของพวกท่านทั้งสามคนได้อย่างไร?"
"ไม่เกินไปหรอก" ผู้อาวุโสจากสำนักเทียนสุ่ยยิ้มเหี้ยม "วังน้ำแข็งหิมะต้องส่งตัวเจ้าหนูแซ่โจวนี่มา ไม่อย่างนั้น วันนี้พวกเราจะไม่เลิกรากับพวกท่านอย่างแน่นอน!"
"ใช่แล้ว!" ผู้อาวุโสจากหอซิงฉยงแผดเสียงฮึดฮัด "หากไม่สืบหาความจริงให้กระจ่าง พวกเราจะไม่ยอมเลิกราเด็ดขาด!"
หลี่เมี่ยวอินที่เคยทำตัวแข็งกร้าวถึงกับช็อก นางคิดไม่ถึงเลยว่าบรรดาผู้อาวุโสขั้นหยวนอิงจากสามสำนักใหญ่จะดุดันถึงเพียงนี้ หากมีเพียงสำนักเดียว นางก็ไม่กลัวหรอก
แต่นี่ทั้งสามสำนักร่วมมือกัน วังน้ำแข็งหิมะย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้อย่างแน่นอน และจะต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างหนัก
"ผู้อาวุโสหลี่ จะส่งตัวศิษย์พี่โจวไปไม่ได้นะเจ้าคะ" กัวหลิงอวิ๋นปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลัง และร้องตะโกนเสียงดัง "ศิษย์พี่โจวไม่ได้ฆ่าใคร หากส่งตัวไปให้พวกมัน ไม่รู้ว่าจะถูกทรมานให้รับสารภาพอย่างไรบ้าง! สุดท้ายก็ต้องถูกยัดเยียดข้อหาแล้วสั่งประหาร!"
"ผู้อาวุโสหลี่ โปรดไตร่ตรองให้ดีด้วยเจ้าค่ะ!" จางเหยียนก็ก้าวออกมาร่วมสมทบเช่นกัน
บรรดาศิษย์จากยอดเขาที่เก้าต่างก็แสดงจุดยืนของตนออกมาอย่างพร้อมเพรียง
บนเรือหิมะ เฉินฉางมิ่งมองดูบรรดาศิษย์หญิงจากยอดเขาที่เก้าที่กำลังออกโรงปกป้องตนอย่างแข็งขัน ก็รู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก
ความรู้สึกตื้นตันเช่นนี้ เขาไม่เคยพบเจอหรือสัมผัสมาก่อนเลยตลอดชีวิตการบำเพ็ญเพียรที่ผ่านมา
"ผู้อาวุโสหลี่ หากท่านฟังคำพูดของเด็กน้อยพวกนี้ วันนี้วังน้ำแข็งหิมะของท่านคงต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่เป็นแน่" ผู้อาวุโสจากสำนักจี้หมัวยิ้มเหี้ยมเกรียม พลางกางแขนทั้งสองข้างออกแล้วพูดว่า "พวกข้ามีผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิงเกือบร้อยคน แล้วผู้อาวุโสระดับหยวนอิงของวังน้ำแข็งหิมะมีกี่คนกันล่ะ?"
สีหน้าของหลี่เมี่ยวอินเปลี่ยนไป
สถานการณ์ในตอนนี้ ไม่เป็นผลดีต่อวังน้ำแข็งหิมะเอาเสียเลย
หากเกิดการปะทะกันขึ้น คงต้องมีคนล้มตายเป็นจำนวนมาก
และคนที่ตาย จะไม่ใช่แค่ผู้อาวุโสระดับหยวนอิงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบรรดาศิษย์ขั้นจินตันอีกด้วย
"ไอ้สามสำนักนี้น่ารังเกียจจริงๆ หรือว่าพวกมันอยากจะสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของทั้งสามคนจากตัวข้าให้ได้กันนะ?" เฉินฉางมิ่งก็ขมวดคิ้วแน่นเช่นกัน
สถานการณ์ในตอนนี้ไม่เป็นผลดีต่อวังน้ำแข็งหิมะเลย
หากเปลี่ยนเป็นผู้รับผิดชอบคนอื่นๆ ก็คงต้องยอมจำนนต่ออำนาจมืดของสามสำนักใหญ่นี้เป็นแน่
ไม่ต้องพูดถึงศิษย์ขั้นจินตันคนหนึ่งหรอก ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหยวนอิง ก็ต้องถูกสังเวยไปในสถานการณ์เช่นนี้อยู่ดี
"ได้ ข้าจะมอบคนให้พวกท่าน" หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลี่เมี่ยวอินก็ตัดสินใจ
เมื่อกัวหลิงอวิ๋นได้ยินก็ร้อนใจขึ้นมาทันที นางรีบตะโกนว่า "ผู้อาวุโสหลี่ จะส่งตัวศิษย์พี่โจวให้พวกมันไม่ได้นะเจ้าคะ"
"ข้าตัดสินใจแล้ว" หลี่เมี่ยวอินสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง พลังเวทกวาดม้วนออกมา ขังบรรดาศิษย์จากยอดเขาที่เก้าเอาไว้กับที่
นางหันไปมองเฉินฉางมิ่ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "โจวจิ่นเทียน เจ้าจงให้ความร่วมมือกับสามสำนักใหญ่อย่างเต็มที่ บอกเล่าทุกสิ่งที่เจ้าล่วงรู้มาตามความเป็นจริง ห้ามปิดบังเด็ดขาด"
"ข้าจะทำตามนั้นขอรับ ผู้อาวุโสหลี่" เฉินฉางมิ่งพยักหน้ารับ
แม้จะผิดหวังกับการตัดสินใจของหลี่เมี่ยวอินอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
หากเขายืนอยู่ในตำแหน่งของผู้รับผิดชอบผู้นี้ หลังจากชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียแล้ว เขาก็คงตัดสินใจสังเวยศิษย์ชายคนหนึ่งไปเช่นกัน
"เจ้าแซ่โจว วันนี้ก็มาถึงแล้วนะ!" ศิษย์ขั้นจินตันจากสำนักจี้หมัวสองคนเหาะเข้ามา จับแขนของเฉินฉางมิ่งทั้งสองข้าง แล้วหิ้วเขาขึ้นไปกลางอากาศ
"ช้าก่อน" ผู้อาวุโสจากสำนักเทียนสุ่ยเอ่ยขัดขึ้นมา "ข้าไม่วางใจที่จะให้สำนักจี้หมัวเป็นผู้ไต่สวน"
"แล้วท่านมีความเห็นว่าอย่างไร?" ผู้อาวุโสจากสำนักจี้หมัวถลึงตาใส่
"ให้หอซิงฉยงเป็นคนไต่สวนเถอะ" หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผู้อาวุโสจากสำนักเทียนสุ่ยก็เสนอแนะ
ความสัมพันธ์ระหว่างหอซิงฉยงกับสำนักเทียนสุ่ยและสำนักจี้หมัวอยู่ในระดับที่พอยอมรับได้ ถือเป็นคนกลาง ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีการเล่นตุกติกใดๆ ในระหว่างการไต่สวน
"ก็ได้" ผู้อาวุโสจากสำนักจี้หมัวตอบตกลง
สำนักจี้หมัวกับสำนักเทียนสุ่ยมีความบาดหมางกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ชนิดที่ว่าอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่ใครไว้ใจใคร
การส่งมอบให้หอซิงฉยงเป็นผู้ไต่สวน จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ผู้อาวุโสจากหอซิงฉยงประสานมือยิ้ม "ในเมื่อทุกท่านไว้ใจหอซิงฉยงของข้า ข้าก็จะนำตัวคนผู้นี้กลับไป หากได้ผลสรุปอย่างไร จะรีบแจ้งให้ทั้งสองฝ่ายทราบทันที"
ผู้อาวุโสจากสำนักจี้หมัวและสำนักเทียนสุ่ยต่างพยักหน้ารับ ก่อนจะแยกย้ายกันไป
กองกำลังทั้งสิบเริ่มเดินทางกลับ
เฉินฉางมิ่งถูกบรรดาศิษย์จากหอซิงฉยงคุมตัว นั่งเรือดารามุ่งหน้าไปยังหอซิงฉยง
สามวันต่อมา
ขบวนเรือหิมะของวังน้ำแข็งหิมะ ก็มาปรากฏตัวที่ด้านนอกภูเขาหิมะทงเทียน
กัวหลิงอวิ๋นรีบร้อนลงจากเรือหิมะ พุ่งทะยานราวกับสายฟ้าแลบมุ่งหน้าไปยังภูเขาจี๋หยิน
"ศิษย์พี่หญิงใหญ่ เปิดประตูเร็วเข้า!" เมื่อมายืนอยู่ที่ด้านนอกค่ายกลของคุกเหมันต์ กัวหลิงอวิ๋นก็ตะโกนร้องเรียกด้วยความร้อนรน
(จบแล้ว)