- หน้าแรก
- เกมเอาชีวิตรอดบนรถไฟมรณะ ที่ทั้งคลาสมีผมเป็นผู้ชายแค่คนเดียวซะงั้น
- บทที่ 55 - ปลูกผักทำฟาร์ม
บทที่ 55 - ปลูกผักทำฟาร์ม
บทที่ 55 - ปลูกผักทำฟาร์ม
บทที่ 55 - ปลูกผักทำฟาร์ม
แต่ว่า... เขาจะหมกตัวอยู่แต่บนรถไฟตลอดไปไม่ได้หรอกนะ? ดูท่าคงต้องหาผู้นำเบอร์สองมาช่วยดูแลแล้วล่ะ
ไม่นานนัก ใบหน้าของใครคนหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวฉินม่อ
ซูอวิ้น หรือก็คือครูซูนั่นเอง
เดิมทีเธอเป็นครูอยู่แล้ว พอมีบัฟความเป็นครูติดตัว ก็ย่อมมีอำนาจต่อรองกับพวกนักเรียนได้อยู่แล้ว เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าคัดค้านแน่ ถ้าเขาไม่อยู่ ให้เธอช่วยดูแลสาวๆ ก็ดูเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลย
เอาตามนี้แหละ!
จากนั้น ฉินม่อก็จมอยู่ในความคิดอีกครั้ง
เมื่อกี้ระบบรถไฟบอกว่า เขาเป็นผู้ถูกเลือกคนแรกที่อัปเกรดรถไฟเป็นระดับสามได้ นั่นก็หมายความว่ารถไฟของคนอื่นยังอยู่แค่ระดับหนึ่งหรือระดับสองเท่านั้น
แน่นอนว่า พวกนั้นยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสเครื่องจักรล้ำยุคบนรถไฟระดับสาม และย่อมไม่รู้ถึงประโยชน์ที่แท้จริงของแกนคริสตัลซอมบี้ด้วย
งั้นเขาก็สามารถใช้เสื้อผ้าหรือเนื้อไดโนเสาร์ไปกว้านซื้อแกนคริสตัลซอมบี้จากพวกนั้นได้เรื่อยๆ น่ะสิ
เมื่อคิดได้ดังนั้น มุมปากของฉินม่อก็ยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
ถ้าดูจากเวลา ตอนนี้ผู้ถูกเลือกคนอื่นน่าจะเพิ่งขึ้นรถไฟมาได้ไม่นาน พวกเขาน่าจะกำลังหิวโหยและเหนื่อยล้าสุดๆ นี่แหละโอกาสทองในการเอาเนื้อไดโนเสาร์ไปหลอกขาย ยังไงเนื้อพวกนี้เขาก็ก๊อปปี้มาได้เรื่อยๆ อยู่แล้ว มองมุมไหนก็มีแต่กำไรเห็นๆ
ฉินม่อไม่รอช้า รีบเอาเนื้อไดโนเสาร์ออกมาหนึ่งแสนชิ้น แล้วตั้งราคาขายไว้ที่เนื้อหนึ่งชิ้นแลกกับแกนคริสตัลซอมบี้หนึ่งก้อน
หลังจากลงขายเนื้อไดโนเสาร์หนึ่งแสนชิ้นเสร็จ เขาก็เหลือบไปดูจำนวนคนในเขต แล้วก็ต้องใจหายวาบ
ไม่คิดเลยว่าเกมเอาชีวิตรอดในครั้งนี้จะคัดคนออกไปตั้งหลายร้อยล้านคน ช่างเป็นเกมที่โหดร้ายเสียจริง
แต่เขาก็ไม่มีอำนาจพอที่จะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ทำได้แค่เอาตัวรอดไปวันๆ เท่านั้น
ทันทีที่เนื้อไดโนเสาร์หนึ่งแสนชิ้นถูกวางขาย ช่องแชตของเขตก็แทบแตก
"อ๊ากกก! เชี่ยเอ๊ย! เนื้อไดโนเสาร์หนึ่งแสนชิ้น? ลูกพี่ไปทลายรังไดโนเสาร์มาหรือไงเนี่ย?"
"ลูกพี่มีเทคโนโลยีต่างดาวสุดล้ำอยู่ในมือใช่ไหม? นั่นมันไดโนเสาร์เลยนะ! เอามาขายส่งเป็นล่ำเป็นสันขนาดนี้ได้ยังไง?"
"อยากรู้จริงๆ ว่าลูกพี่เป็นใคร แล้วลูกพี่ชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย? ฉันเป็นให้ได้หมดนะ... ขอแค่แบ่งเนื้อให้ฉันสักชิ้นก็พอ"
"ลูกพี่อยากเป็นป๋าไหมคะ? หนูทำได้ทุกท่าเลยนะคะ~"
"คนข้างบนน่ะไปล้างหน้านอนไป๊ นี่มันรถไฟเอาชีวิตรอดนะ ต่อให้ลูกพี่อยากจะเป็นป๋า เขาก็ข้ามไปหาเธอไม่ได้หรอกย่ะ!"
"นี่แกไม่รู้อะไรซะแล้ว! พลังพิเศษของฉันคือสายนักวาด ฉันวาดรูปตัวเองส่งไปแลกของกับลูกพี่ได้นะ อยากได้ท่าไหนสั่งมาเลย~ แบบโนบราก็มีนะจ๊ะ~"
"อะแฮ่ม... น้องสาวข้างบน ขอพี่คุยด้วยหลังไมค์หน่อยสิ......"
ฉินม่อปิดช่องแชตลง แล้วลงขายเสื้อผ้าอีกหนึ่งแสนชุด เขามองดูแกนคริสตัลซอมบี้ที่หลั่งไหลเข้ามาในระบบอย่างต่อเนื่อง พลางยิ้มกริ่มด้วยความพอใจ
ดูเหมือนตอนนี้ทุกอย่างกำลังไปได้สวยเลยแฮะ
จริงสิ! เครื่องจักรพวกนั้นยังนอนแอ้งแม้งอยู่ในมิติระบบอยู่เลย ในเมื่อตอนนี้รถไฟอัปเกรดเป็นระดับสามแล้ว ก็เอาออกมาติดตั้งให้หมดเลยดีกว่า
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉินม่อก็เดินไปที่ตู้โดยสารที่สี่ เขาเห็นนักเรียนหญิงคนหนึ่งกำลังเดินสำรวจตู้โดยสารอย่างสนอกสนใจ
นี่มัน... ถงเหลย กรรมการฝ่ายแรงงานนี่นา?
ฉินม่อรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย แต่เขาก็จำเด็กผู้หญิงคนนี้ได้แม่น
ในความทรงจำของเขา เธอเป็นคนขี้อายและชอบปลูกต้นไม้ดอกไม้ แต่ก็นั่นแหละ เหตุผลหลักที่ทำให้ฉินม่อจำเธอได้แม่น...
ก็เพราะหน้าอกหน้าใจของเธอมันเตะตาซะเหลือเกิน! เรียกได้ว่านอกจากครูซูอวิ้นกับหลินเสวี่ยเอ๋อร์ยัยเด็กโลลิหน้าอกโตแล้ว
ก็มีถงเหลยนี่แหละที่... ใหญ่สุดในห้องแล้ว
ส่วนสูงประมาณร้อยหกสิบเซนติเมตร ไม่สูงไม่เตี้ย หน้าตาอาจจะไม่สวยสะดุดตาเท่าซูเหยาหรือซูอวิ้น แต่ก็ถือว่าน่ารักจิ้มลิ้มสไตล์สาวหมวย
ที่สำคัญคือ จุดเด่นของเธอมันช่าง... โดดเด่นซะจนฉินม่ออดสงสัยไม่ได้ว่า เนื้อหนังมังสาที่เกินมาบนตัวเธอ มันไปกองรวมกันอยู่ที่หน้าอกหมดเลยหรือไงเนี่ย?
ถ้าจำไม่ผิด ยัยนี่ปลุกพลังพิเศษสายเพาะปลูกได้ใช่ไหม?
งั้นก็เข้าทางเลย ให้เธอรับหน้าที่ปลูกผักทำฟาร์มไปเลย ในฐานะลูกหลานชาวนา ต่อให้มาอยู่ต่างโลกก็ห้ามทิ้งวิถีชีวิตดั้งเดิมเด็ดขาด!
ต้องปลูกผัก!
ในตอนนั้นเอง ถงเหลยก็เหมือนจะรู้สึกตัว เธอหันกลับมาเห็นฉินม่อกำลังจ้องมองตัวเองอยู่ แถมสายตายังวนเวียนอยู่แถวๆ หน้าอกเธออีกต่างหาก
เธอรีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าอกโดยสัญชาตญาณ แล้วถลึงตาใส่ฉินม่อด้วยความไม่พอใจ
"อะแฮ่ม..." ฉินม่อกระแอมแก้เขิน "คือ... ฉันจำได้ว่าเธอมีพลังพิเศษสายเพาะปลูกใช่ไหม?"
"ใช่!" ถงเหลยพยักหน้ารับพลางถามด้วยความหวาดระแวง "นายจะทำอะไร?"
"อย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิ ในมิติของฉันมีเมล็ดพันธุ์ผักกับธัญพืชอยู่เยอะเลย ฉันตั้งใจจะเนรมิตตู้โดยสารที่สี่ให้เป็นโซนปลูกผักกับธัญพืชทั้งหมด"
"ฉันอยากจะมอบหมายหน้าที่ดูแลตู้โดยสารนี้ให้เธอ เธอจะว่ายังไง?"
"จริงเหรอ?!" พอได้ยินแบบนั้น ถงเหลยก็ดีใจจนลืมเอามือปิดหน้าอก เธอรีบวิ่งเข้าไปจับแขนฉินม่อแล้วกระโดดโลดเต้นไปมา "ฮ่าๆๆ... ฉินม่อ นายใจดีที่สุดเลย!"
"ในที่สุดฉันก็มีประโยชน์กับเขาบ้างแล้ว ทุกวันได้แต่มองพวกนายทำนู่นทำนี่ ส่วนฉันก็เอาแต่นั่งเป็นแจกันประดับห้อง ฉันตกลง ตกลงสิ!"
"อะแฮ่ม..." ฉินม่อพยายามดึงสายตาออกจากหน้าอกของถงเหลยอย่างแนบเนียน พลางคิดในใจ 'โห... มันเด้งดึ๋งได้ด้วยแฮะ~'
"เอ่อ... ในเมื่อตกลงตามนี้ เธอก็จัดการตามสบายเลยนะ ฉันไว้ใจเธอ"
"อื้อๆๆ!" ถงเหลยพยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวเปลือก ดูออกเลยว่าเธอดีใจมากๆ
แต่ก่อนเธอก็ชอบปลูกดอกไม้ต้นไม้ ชอบดูพวกมันค่อยๆ เติบโตจากต้นกล้าเล็กๆ กลายเป็นต้นไม้ใหญ่ ตอนนี้ก็ถือว่าได้ทำตามความฝันแล้ว
จากนั้น ฉินม่อก็ไม่รอช้า รีบเอาพืชผักที่ถอนมาพร้อมดินออกมาจากระบบ แล้ววางเรียงไว้สองข้างทางในตู้โดยสารที่สี่
แถมยังเอาเมล็ดพันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงอย่างข้าวโพด มันฝรั่ง ข้าว และมันเทศ วางกองไว้บนพื้นอีกเพียบ
ดินที่ติดมากับพืชพวกนี้ก็ได้มาจากดาดฟ้าของบ้านหลังนั้น โชคดีที่ตอนนั้นเขาเอาดินกลับมาด้วย ไม่งั้นตอนนี้ก็คงไม่มีดินให้ปลูกผักแน่ๆ
เมื่อเห็นภาพมหัศจรรย์ตรงหน้า ถงเหลยก็ตาลุกวาวเป็นประกาย เธอรีบเข้าไปคัดแยกประเภทของพืช และจัดการจัดสรรหน้าดินทันที
สาวๆ ที่อยู่ตู้โดยสารด้านหลังเห็นดังนั้น ก็พากันวิ่งมาช่วยถงเหลย บางคนก็ช่วยขุดดิน บางคนก็ช่วยรดน้ำ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักสนุกสนาน
ทุกคนรู้ดีว่า หากไม่มีอะไรผิดพลาด ที่นี่แหละคือแหล่งเสบียงอาหารหลักของพวกเธอในอนาคต โบราณว่า 'ลงมือทำเอง ไม่อดตาย' เพราะฉะนั้นก็ไม่มีใครบ่นอะไร
ฉินม่อไม่ได้เข้าไปช่วย เขาเดินกลับไปที่ตู้โดยสารที่หนึ่ง ซึ่งเป็นห้องนอนของทุกคน
เขาหาพื้นที่กว้างๆ แล้วเอาเครื่องปรับอุณหภูมิห้องที่ได้มาจากห้องแล็บออกมาวางไว้
หลังจากสำรวจสายไฟต่างๆ บนตัวเครื่องแล้ว ฉินม่อก็เอาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันกับอุปกรณ์กักเก็บพลังงานออกมาติดตั้งไว้ที่ตู้โดยสารที่สอง
ส่วนเครื่องกรองน้ำอัตโนมัติก็เอาไปติดตั้งไว้ที่ห้องครัวในตู้โดยสารที่สาม
เครื่องกรองน้ำอัตโนมัติสามารถดึงความชื้นในอากาศมาเปลี่ยนเป็นน้ำดื่มได้ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำจริงๆ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นของเล่นชิ้นใหม่ของเขาไปซะแล้ว
หลังจากติดตั้งเครื่องจักรทุกอย่างเสร็จสรรพ ฉินม่อยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อ เสียงระบบของรถไฟก็ดังขึ้นเตือน
【คำเตือน รถไฟมีน้ำหนักเกินพิกัด ความเร็วโดยรวมลดลง 10%】
(จบแล้ว)