- หน้าแรก
- เกมเอาชีวิตรอดบนรถไฟมรณะ ที่ทั้งคลาสมีผมเป็นผู้ชายแค่คนเดียวซะงั้น
- บทที่ 32 - เมืองยุคปัจจุบันงั้นเหรอ?
บทที่ 32 - เมืองยุคปัจจุบันงั้นเหรอ?
บทที่ 32 - เมืองยุคปัจจุบันงั้นเหรอ?
บทที่ 32 - เมืองยุคปัจจุบันงั้นเหรอ?
เมื่อได้ยินเสียงประกาศนั้น ฉินม่อก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
นี่มันเหมือนมีคนเอาหมอนมาส่งให้ตอนกำลังง่วงพอดีเลย เมื่อกี้เขายังแอบกังวลเรื่องนี้อยู่เลย ไม่คิดเลยว่ารถไฟจะจอดเทียบสถานีเร็วขนาดนี้
"ก๊อกๆๆ!"
ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ยังไม่ทันที่เขาจะอนุญาต สาวๆ ที่นำทีมโดยซูเหยาก็พากันกรูเข้ามาในห้อง
"ฉินม่อ! ฉินม่อ! ฉันขอออกไปหาเสบียงด้วยคนสิ!"
"ฉินม่อ ให้ฉันไปด้วยนะ! พลังพิเศษของฉันคือแม่ครัว ฉันจะไปหาวัตถุดิบอร่อยๆ กลับมาทำอาหารให้ทุกคนกินไง!"
"ฉินม่อ ฉันขอไปด้วย! ถึงพลังพิเศษสายปศุสัตว์ของฉันจะยังใช้ไม่ได้ตอนนี้ แต่มันต้องมีประโยชน์ในอนาคตแน่ๆ ฉันจะไปหาดินดีๆ กลับมานะ!"
"พี่ฉินม่อขา ฉันก็อยากไปด้วย ฉันฮีลให้พี่ได้นะคะ" หลินเสวี่ยเอ๋อร์เดินเข้ามาออดอ้อนด้วยน้ำเสียงน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเคย
ฉินม่อม่งหน้าสาวๆ ด้วยความปวดหัว เพราะแค่แป๊บเดียว ผู้หญิงกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ในห้องนี้ก็เสนอตัวจะตามเขาออกไปหาเสบียงกันหมด
ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติก็คงไม่เป็นไรหรอก แต่ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ามันไม่เหมือนเดิม ขนาดตัวเขาเองยังไม่แน่ใจเลยว่าจะเอาตัวรอดได้ แล้วจะให้พาผู้หญิงบอบบางพวกนี้ไปเสี่ยงด้วยเนี่ยนะ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉินม่อก็กวาดสายตามองทุกคน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ฟังนะ คราวนี้ฉันจะพาออกไปได้แค่สองคนเท่านั้น เพราะฉันไม่รับประกันความปลอดภัยของพวกเธอทุกคนหรอก"
"ทุกครั้งที่รถไฟจอดเทียบสถานี เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะต้องเจอกับอันตรายแบบไหน อย่างคราวก่อนที่ฉันเข้าไปในป่าคนเดียวก็เกือบจะโดนไดโนเสาร์กินไปแล้ว ครั้งนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง"
เมื่อได้ยินดังนั้น สาวๆ หลายคนก็หน้าซีดเผือดไปทันที พวกเธอนึกถึงตอนที่ฉินม่อถูกไดโนเสาร์วิ่งไล่ตามมาติดๆ
"อะแฮ่ม..." ฉินม่อกระแอมเบาๆ แล้วพูดต่อ "แน่นอนว่านั่นก็เพราะตอนนี้พวกเรายังไม่คุ้นเคยกับโลกใบนี้ดีพอ ถ้าวันหน้าฉันเก่งพอที่จะปกป้องพวกเธอได้ทุกคน ฉันจะพาพวกเธอออกไปแน่นอน"
"งั้น... ฉันไม่ไปแล้วดีกว่าฉินม่อ"
"ฉินม่อ นายระวังตัวด้วยนะ งั้นพวกเราไม่ไปแล้วล่ะ"
จากนั้น สาวๆ หลายคนก็ล้มเลิกความคิดที่จะตามฉินม่อออกไปหาเสบียง พวกเธอแค่หวังดีอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระ เพราะหลายคนก็ช่วยกันหาของได้เยอะกว่า
แต่พอได้ยินฉินม่อพูดแบบนั้น พวกเธอก็กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นตัวถ่วง เลยเลือกที่จะอยู่ที่รถไฟดีกว่า
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศสงบลงแล้ว ฉินม่อก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
"พี่ฉินม่อ ระวังตัวด้วยนะคะ เสวี่ยเอ๋อร์ก็จะไม่กวนพี่แล้วล่ะ" ว่าจบ หลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็เขย่งเท้าขึ้นไปกระซิบข้างหูฉินม่อว่า "ถ้าพี่กลับมาตอนกลางคืน เสวี่ยเอ๋อร์มีรางวัลให้ด้วยน้า!"
ประโยคนั้นทำเอาฉินม่อรู้สึกคอแห้งผากขึ้นมาทันที
ช่างเป็นยัยตัวร้ายที่ยั่วเก่งจริงๆ!
"ฉันจะไป" ซูเหยายังคงยืนกราน "เสื้อผ้าของพวกเรามันจืดชืดเกินไปแล้ว ทุกคนใส่เหมือนกันหมดเลย แบบนี้มันไม่เวิร์กหรอก"
"อีกอย่าง ฉันอยากจะออกไปหาอุปกรณ์มาทำของใช้สำหรับผู้หญิงด้วย เผื่อว่า... เผื่อว่ามีใครเป็นประจำเดือนขึ้นมา มันจะลำบากนะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น สาวๆ หลายคนก็ตาลุกวาวด้วยความประหลาดใจ
"เหยาเหยา พลังของเธอทำของใช้สำหรับผู้หญิงได้ด้วยเหรอ?" ซูอวิ้นถามด้วยความตื่นเต้น
ก่อนหน้านี้เธอกำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่พอดี เพราะใกล้จะถึงรอบเดือนของเธอแล้ว ถ้าไม่มีผ้าอนามัยล่ะก็ แย่แน่ๆ
ไม่คิดเลยว่าพลังพิเศษสายตัดเย็บของน้องสาวเธอจะทำของแบบนี้ได้ด้วย นี่มันเกินคาดจริงๆ
"ใช่แล้ว!" ซูเหยาพยักหน้า "ขอแค่มีวัตถุดิบ พลังสายตัดเย็บของฉันก็สามารถทำของใช้ในชีวิตประจำวันได้ทุกอย่างเลยล่ะ!"
"ถ้าพลังพิเศษของฉันเพิ่มขึ้น มันก็จะทำประโยชน์ได้มากกว่านี้อีกนะ!"
"แล้วต้องทำยังไงถึงจะเพิ่มพลังพิเศษได้ล่ะ?" ฉินม่อถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
พอได้ยินคำถามนั้น ซูเหยากลับเงียบไป... แถมยังส่งสายตามีเลศนัยมาให้ฉินม่ออีกต่างหาก
ทำเอาเขาถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก...
นี่มันหมายความว่าไงเนี่ย? สายตาแบบนั้นมันคืออะไร?
"อะแฮ่ม..." ซูอวิ้นกระแอมไอเปลี่ยนเรื่อง "ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นคราวนี้ฉันไม่ไปก็แล้วกัน ฉินม่อ เธอพาเหยาเหยาไปเถอะ"
"ตกลง!" ฉินม่อพยักหน้ารับ "เหลืออีกหนึ่งที่ พวกเธอจะตกลงกันยังไงล่ะ?"
"บอกไว้ก่อนเลยนะ! พวกเราไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่น แต่เรากำลังจะออกไปหาเสบียง ฉันอยากให้พวกเธอคิดให้ดีๆ เพราะมันอาจจะถึงขั้นเอาชีวิตไปทิ้งได้เลยนะ!"
"ฉันขอไปเอง" อู่เหมี่ยวเหมี่ยวเดินออกมาจากกลุ่ม
เธอคือผู้หญิงที่อาสาซ่อมรถไฟเมื่อคราวก่อน อาจจะเป็นเพราะเธอชอบออกกำลังกายเป็นประจำ รูปร่างของเธอจึงดูแข็งแรงและมีกล้ามเนื้อมากกว่าผู้หญิงทั่วไป
แถมเธอยังเก่งศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เธอก็ดูทะมัดทะแมงและพร้อมลุยกว่าผู้หญิงบอบบางทั่วไป
ฉินม่อเห็นแบบนั้นก็ตาเป็นประกาย "เหมี่ยวเหมี่ยว เธอแน่ใจนะว่าจะไป?"
"อืม!" อู่เหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ก่อนหน้านี้ฉันอยู่ชมรมศิลปะการต่อสู้น่ะ ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรขึ้นมา ฉันน่าจะพอช่วยนายได้บ้าง"
"ได้เลย!" ฉินม่อพยักหน้า แล้วกำชับเสียงเข้มว่า "พอออกไปข้างนอกแล้ว ต้องฟังคำสั่งฉันทุกอย่างนะ!"
สองสาวมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้ารับคำ
"ปู๊น——!"
ไม่นานนัก รถไฟก็ส่งเสียงหวูดและค่อยๆ จอดสนิท
【โปรดทราบ รถไฟจะจอดเทียบสถานีเป็นเวลาสองวัน ขอให้พยายามรวบรวมเสบียงมาให้ได้มากที่สุด ขอให้โชคดี!】
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินม่อก็แปลกใจไม่น้อย
คราวนี้รถไฟจอดนานถึงสองวันเลยแฮะ ผิดคาดจริงๆ เพราะปกติจอดเต็มที่ก็แค่หกชั่วโมง
จากนั้น ฉินม่อก็หันไปสั่งทุกคนด้วยน้ำเสียงจริงจัง "จำไว้นะ! ก่อนที่ฉันจะกลับมา ห้ามใครลงจากรถไฟเด็ดขาด! ถ้าเจอซอมบี้หรือตัวอะไรก็ตาม ให้ใช้หน้าไม้ยิงจากในรถไฟเท่านั้น!"
"ต่อให้ฆ่าซอมบี้ได้ ก็ห้ามลงไปเก็บแกนคริสตัลเองเด็ดขาด นี่เพื่อความปลอดภัยของพวกเธอเองนะ!"
"นายไม่ต้องห่วงนะฉินม่อ พวกเราเข้าใจแล้ว" ซูอวิ้นรับปาก
"อืม! ตอนที่ฉันไม่อยู่ ให้ทุกคนฟังคำสั่งของครูซูอวิ้นนะ"
หลังจากกำชับเรื่องต่างๆ เสร็จสรรพ ฉินม่อก็พาอู่เหมี่ยวเหมี่ยวและซูเหยาเดินลงจากรถไฟไป
สถานีที่รถไฟจอดในครั้งนี้เป็นชานชาลาเก่าๆ ทรุดโทรม ไม่ใช่ป่ารกทึบเหมือนคราวก่อน แต่เป็นสถานที่ที่ดูเหมือนสังคมยุคปัจจุบัน
สิ่งก่อสร้างรอบๆ ล้วนเป็นสถาปัตยกรรมยุคใหม่ ขนาดของเมืองก็น่าจะประมาณระดับอำเภอ
ตอนนี้เป็นเวลาเช้า แสงแดดสาดส่องลงมากระทบร่างของทั้งสามคน อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นสนิมจางๆ รอบข้างเงียบสงัดจนผิดปกติ
ดูเหมือนจะไม่มีอันตรายอะไรแฝงอยู่เลย
ฉินม่อเดินสำรวจรอบๆ บริเวณนั้นดู ก็ไม่พบร่องรอยของซอมบี้เลยสักตัว ดูเหมือนว่าที่นี่จะปลอดภัยดี
"ฉินม่อ ที่นี่ดูปลอดภัยดีนะเนี่ย สงสัยจะไม่มีซอมบี้หรอกมั้ง" ซูเหยาพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง
เหตุผลหนึ่งที่เธอตามมาด้วย ก็เพราะอยากจะฆ่าซอมบี้ให้สะใจ คราวก่อนยังไม่ค่อยจุใจเลย แต่ที่นี่กลับดูไม่มีวี่แววของซอมบี้เลยสักตัว...
(จบแล้ว)