- หน้าแรก
- เกมเอาชีวิตรอดบนรถไฟมรณะ ที่ทั้งคลาสมีผมเป็นผู้ชายแค่คนเดียวซะงั้น
- บทที่ 26 - สนามรบของหญิงสาว
บทที่ 26 - สนามรบของหญิงสาว
บทที่ 26 - สนามรบของหญิงสาว
บทที่ 26 - สนามรบของหญิงสาว
ก็แค่เธอไม่ยอมรับแค่นั้นแหละ พอถึงเวลาถ้าเธอท้องขึ้นมาจริงๆ ต่อให้พวกนั้นจะไม่พอใจยังไงก็ทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ เธอวางแผนมาอย่างดิบดีเลยเชียว
ผู้หญิงแค่สามคนก็สร้างละครหลังข่าวได้แล้ว นับประสาอะไรกับผู้หญิงยี่สิบสองคนล่ะ?
ในที่นี้ นอกจากครูซูอวิ้นแล้ว มีใครกล้าพูดบ้างว่าตัวเองสวยหรือหุ่นดีกว่าคนอื่น?
แม้แต่ซูอวิ้นเองก็แค่ได้เปรียบเรื่องความเป็นผู้ใหญ่ที่ดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากกว่าเท่านั้นแหละ
ถ้าเป็นแบบนี้... ก็คงต้องงัดเอาเล่ห์เหลี่ยมของแต่ละคนมาสู้กันแล้วล่ะ...
เพียงแต่... ฉินม่อไม่ได้รู้ถึงความคิดของสาวๆ พวกนี้เลยแม้แต่น้อย
...
ฉินม่อหาววอดพลางดูเวลา ตอนนี้เที่ยงตรงพอดี
หลังจากแต่งตัวเสร็จ เขาก็เดินไปที่ตู้โดยสารที่สอง ไป๋เถียนเถียนทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เมนูวันนี้คือปลาย่างกับกล้วยหอม กลิ่นปลาย่างหอมฉุยยั่วน้ำลาย ทำเอาฉินม่อกลืนน้ำลายเอื้อก
สองวันที่ผ่านมากินแต่เนื้อไดโนเสาร์ ถึงรสชาติจะอร่อย แต่กินติดกันสามมื้อก็ต้องมีเบื่อกันบ้าง วันนี้ได้เปลี่ยนมากินปลาบ้างก็ดีเหมือนกัน
แน่นอนว่า ปลานี่เขาตกมาจากแม่น้ำนั่นแหละ
"ว้าว! หอมจังเลย!" ฉินม่อเอ่ยปากชมตามสัญชาตญาณ
เมื่อไป๋เถียนเถียนได้ยินดังนั้น เธอก็ยิ้มจนตาหยีเป็นรูปสระอิ เห็นได้ชัดว่าเธอชอบใจคำชมของฉินม่อมาก
เธอหยิบปลาย่างไม้หนึ่งยื่นให้ฉินม่อ พร้อมกับยิ้มและพูดว่า "ถ้าหอมก็กินเยอะๆ นะคะ"
"ขอบใจนะ" ฉินม่อยิ้มรับปลาย่างมา แล้วนั่งลงที่โต๊ะอาหาร
ทันทีที่เขานั่งลง หลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็มานั่งขนาบข้างทางซ้าย แถมยังกอดแขนฉินม่อไว้อย่างสนิทสนมอีกด้วย
ฉินม่อไม่ได้ว่าอะไร เพราะถือว่าพวกเขาก็เลยเถิดกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว การทำตัวสนิทสนมกันแบบนี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา
แต่ว่า... ภาพนั้นกลับทำให้เฉินเจียเจียที่เดินผ่านมาพอดีชักสีหน้าบึ้งตึงทันที
หนอย ไอ้เจ้าคนกะล่อนฉินม่อ! แอบไปออดอ้อนผู้หญิงคนอื่นลับหลังฉันงั้นเหรอ!
สองคนนี้ต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแน่ๆ เมื่อวานตอนที่เธอเค้นถาม หลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ไม่ยอมรับ ถ้าเมื่อวานเธอไม่บังเอิญไปเจอสองคนนี้อยู่ด้วยกัน เธอคงตกเป็นเมียน้อยไปแล้วจริงๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉินเจียเจียก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป เธอทิ้งตัวลงนั่งขนาบข้างทางขวาของฉินม่อ ควงแขนอีกข้างของเขาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับหยิบกล้วยหอมขึ้นมาปอกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า "มาสิ อ้าปาก เดี๋ยวฉันป้อน"
การกระทำของเธอทำให้สาวๆ ที่กำลังกินข้าวอยู่หันมามองเป็นตาเดียว
ช่วยไม่ได้ ในเมื่อฉินม่อเป็นผู้ชายคนเดียวแถมยังเป็นนายสถานีของรถไฟขบวนนี้ ไม่ว่าเขาจะเดินไปไหนก็ย่อมตกเป็นเป้าสายตาอยู่แล้ว
"อึก..." เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ ของคนรอบข้าง และรอยยิ้มแฝงความหึงหวงของเฉินเจียเจีย ฉินม่อก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที "เอ่อ... ให้ฉันกินเองดีกว่ามั้ง?"
"ทำไมล่ะ?" เฉินเจียเจียส่งสายตาพิฆาตให้เขา ก่อนจะกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ตอนเที่ยงคืนเมื่ออาทิตย์ก่อน นายยังทักมาขอรูปถุงน่องดำฉันอยู่เลย อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่านายเอารูปพวกนั้นไปทำอะไร"
"เธอ..." ฉินม่อเบิกตากว้าง หน้าแตกดังเพล้ง
บ้าจริง เรื่องแค่นี้เธอยังจำได้อีกเหรอเนี่ย?
"มาสิ อ้าปาก" เฉินเจียเจียยังคงส่งยิ้มหวานราวกับสายลมอุ่นๆ ในฤดูใบไม้ผลิให้เขา แต่ทว่า... ยิ่งฉินม่อม่งรอยยิ้มของเธอนานเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ายัยนี่ต้องมีแผนร้ายซ่อนอยู่แน่ๆ
"อะแฮ่ม..." ฉินม่อกระแอมไอแก้เขิน ก่อนจะยอมอ้าปากงับกล้วยหอมจากมือของเฉินเจียเจียอย่างจำยอม
เมื่อเห็นฉากนั้น ซูอวิ้นและซูเหยาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เริ่มนั่งไม่ติด
ซูอวิ้นพยายามฝืนยิ้ม แต่มันก็ดูขื่นขมเหลือเกิน ในหัวของเธอตอนนี้มีนางฟ้ากับปีศาจกำลังเถียงกันอย่างดุเดือด
ตัวหนึ่งสีดำ อีกตัวสีขาว
ปีศาจสีดำด่าทอเธอด้วยความหงุดหงิด: ซูอวิ้นนะซูอวิ้น! ทำไมเธอถึงไม่รู้จักเข้าหาผู้ชายก่อนบ้างหะ! ขืนมัวแต่ชักช้าแบบนี้ เมื่อไหร่ภารกิจของระบบจะสำเร็จสักที? ดูอย่างเฉินเจียเจียกับหลินเสวี่ยเอ๋อร์สิ ขนาดลูกศิษย์ของเธอยังกล้ากว่าเธอเลย!
เทวดาสีขาวเถียงกลับทันที: จะให้เข้าหาอะไรล่ะ? ระบบบ้าบออะไรกัน ลูกดกพารวยเนี่ยนะ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่รู้จักก็ว่าไปอย่าง แต่นี่คือฉินม่อ ลูกศิษย์ของเธอเลยนะ! เป็นถึงครูบาอาจารย์ จะให้กลืนน้ำลายตัวเองไปกินลูกศิษย์ลงคอได้ยังไง? กระต่ายยังไม่กินหญ้าใกล้รังเลยนะ ถอยออกมาเถอะ ต่อให้พวกเธอจะตกลงคบกันจริงๆ แต่ในสถานการณ์ที่คนพลุกพล่านแบบนี้ เธอจะกล้าถอดกางเกงเขาตอนกลางคืนเหรอ?
ปีศาจสีดำ: เธอจะไปรู้อะไร! นี่มันตำราพิชัยสงครามบทที่หนึ่ง 'ใกล้เกลือกินด่าง' ต่างหากล่ะ กระต่ายจะกินหญ้าใกล้รังหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่ามันจะอดตายหรือเปล่า ลองดูสิว่าบนรถไฟขบวนนี้มีผู้ชายคนไหนอีกไหมนอกจากฉินม่อ? ไม่ว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่ สุดท้ายเธอก็ต้องตกเป็นของเขาอยู่ดี ในฐานะครู ต่อให้ต้องเป็นผู้หญิงของเขาก็ต้องเป็นเมียหลวงสิ ลูกศิษย์ของเธอเริ่มเปิดศึกแย่งชิงกันแล้ว เธอจะทนดูอยู่เฉยๆ ได้ยังไง? หรือว่าเธอจะยอมไปต่อท้ายแถวเป็นเมียน้อยของลูกศิษย์ตัวเอง?
เทวดาสีขาว: ซูอวิ้น! อย่าไปฟังที่มันพูดนะ เธอต้องจำไว้ว่าเธอเป็นครู! จะยอมทิ้งจรรยาบรรณความเป็นครูไปทำเรื่องผิดศีลธรรมได้ยังไง?
ปีศาจสีดำ: ขืนมัวแต่รอจนของดีหลุดมือไปแล้วจะรู้สึก!
เทวดาสีขาว...
ตอนนี้ซูอวิ้นเริ่มสับสนไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี...
...
ส่วนซูเหยาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฉินม่อไม่ได้มีความลังเลเหมือนซูอวิ้นเลย ในฐานะหญิงสาวที่กล้ารักกล้าเกลียด ตั้งแต่ที่ความลับแตกเมื่อคืน เธอก็ไม่คิดจะปิดบังอะไรอีกต่อไป เธอพร้อมที่จะกระโจนเข้าสู่สมรภูมินี้อย่างเต็มตัว
เธอหยิบเนื้อปลายื่นให้ฉินม่อด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อย พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับภรรยาผู้แสนดีที่กำลังดูแลสามีว่า "กล้วยหอมมันเป็นผลไม้นะคะ ให้วิตามินได้นิดหน่อยเอง"
"นายเป็นผู้ชายคนเดียวบนรถไฟขบวนนี้นะ กินเนื้อปลาบำรุงเยอะๆ ดีกว่า"
เมื่อเห็นซูเหยาโผล่มาขัดจังหวะ เฉินเจียเจียก็ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะยิ้มสวนกลับไปว่า "น้องซูเหยาช่างรอบคอบจริงๆ พูดมาก็มีเหตุผลนะ"
"แต่สองวันก่อนฉินม่อเพิ่งจะกินเนื้อไดโนเสาร์ไป วันนี้ก็มากินเนื้อปลาอีก ฉันว่าก็ควรกินผลไม้เพิ่มวิตามินบ้างก็ดีนะ"
"ฉันได้ยินมาว่า ถ้าผู้ชายกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์มากเกินไป จะทำให้เป็นนิ่วในไตได้ง่ายนะ เพราะงั้นฉินม่ออย่าเพิ่งกินปลาเลย กินกล้วยหอมเยอะๆ จะดีต่อร่างกายผู้ชายมากกว่านะ"
"เอ๊ะ!" ซูเหยารีบแย้งขึ้นมาทันที "พี่เจียเจียพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะคะ ฉันได้ยินมาว่าถ้าผู้ชายได้รับโปรตีนเพียงพอ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเรื่องนั้นได้นะ พวกเรายังต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน ถ้าเรื่องนั้นของเขามีประสิทธิภาพดี มันก็เป็นผลดีกับพวกเราทุกคนไม่ใช่เหรอคะ พี่เจียเจียคิดว่าไงล่ะคะ? 'พี่-เจีย-เจีย'"
ซูเหยายังคงมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้า น้ำเสียงของเธอก็ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น
แต่ทว่า เฉินเจียเจียก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน เธอยิ้มตอบกลับไปว่า "วิธีเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องนั้นมีตั้งเยอะแยะ น้องซูเหยาเก็บเนื้อปลานั่นไว้กินเองเถอะนะ"
"แหม พี่เจียเจียก็พูดเป็นเล่นไป ในสถานการณ์ที่ของดีๆ มีจำกัดแบบนี้ ฉันก็แค่อยากจะยกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับฉินม่อเท่านั้นเอง พี่คิดเหมือนฉันไหมล่ะคะ? 'พี่-เจีย-เจีย'!"
คำว่า "พี่เจียเจีย" ที่ซูเหยาเน้นย้ำทำเอาเฉินเจียเจียถึงกับต้องหรี่ตาลง
คู่แข่งคนนี้ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ!
...
ฉินม่อได้แต่นั่งอึ้งกิมกี่ไปแล้ว...
นี่พวกเธอทำบ้าอะไรกันเนี่ย? ดูเหมือนว่าพวกเธอทุกคนกำลังแย่งชิงเขากันอยู่เลย...
นี่สินะที่เรียกว่าสนามรบของหญิงสาว?
ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะดูยิ้มแย้มแจ่มใส แถมยังพูดจากันด้วยน้ำเสียงราบเรียบสุดๆ ก็ตาม
แต่... ฉินม่อกลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพวกเธอฟาดฟันกันไปหลายยกแล้ว...
นี่คือสนามรบของหญิงสาวจริงๆ เหรอเนี่ย? น่ากลัวเป็นบ้าเลย!
ฝั่งตรงข้าม หลินเสวี่ยเอ๋อร์นั่งเคี้ยวกล้วยหอมในมือซ้ายสลับกับกินปลาย่างในมือขวา มองดูซูเหยากับเฉินเจียเจียที่กำลังเปิดศึกน้ำลายกันด้วยความขบขัน
แย่งกันไปเถอะ เมียน้อยกับเมียน้อยลำดับสองแย่งกันเอง ไม่รู้จะแย่งไปทำไม
โชคดีนะที่เธอฉลาด ไหวตัวทันชิงลงมือเขมือบฉินม่อไปตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีใครตั้งตัว... ไม่สิ! เขมือบไปตั้งสองรอบแล้วต่างหาก!
ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องมานั่งเถียงกับพวกนั้นจนหน้าดำหน้าแดงแน่ๆ
ฮิฮิ~ ฉันนี่มันฉลาดจริงๆ เลย!
(จบแล้ว)