- หน้าแรก
- เกมเอาชีวิตรอดบนรถไฟมรณะ ที่ทั้งคลาสมีผมเป็นผู้ชายแค่คนเดียวซะงั้น
- บทที่ 8 - สาวๆ ผู้รู้ความ
บทที่ 8 - สาวๆ ผู้รู้ความ
บทที่ 8 - สาวๆ ผู้รู้ความ
บทที่ 8 - สาวๆ ผู้รู้ความ
"ปัง! ปัง! ปัง!" ฉินม่อถือขวานเหล็กฟาดฟันเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่อย่างรุนแรง เนื่องจากได้ดื่มน้ำยาเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายเข้าไป ทำให้เขามีพละกำลังมหาศาลใช้ไม่หมด ความเร็วในการโค่นต้นไม้จึงรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง
"กร๊อบ!" ในที่สุด เมื่อเวลาเหลือไม่ถึงหนึ่งนาทีสุดท้าย ต้นไม้ใหญ่ทั้งต้นก็ล้มครืนลงมา ฉินม่อตวัดมือเก็บไม้หนึ่งร้อยหน่วยนี้เข้ากระเป๋าทันที
โชคดีที่ไม้พวกนี้มันย่อยสลายได้เองอัตโนมัติ ไม่อย่างนั้นเวลาคงไม่พอแน่ๆ
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็หันหลังวิ่งสับตีนแตกตรงไปยังขบวนรถไฟ
...
บนขบวนรถไฟ สาวๆ ต่างก็รอคอยด้วยสีหน้าร้อนรนและพูดคุยกันเจื้อยแจ้ว
"ทำไมครูซูถึงยังไม่กลับมาอีกล่ะ รถไฟใกล้จะออกแล้วนะ!"
"นั่นสิๆ พวกเขาคงไม่เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นหรอกนะ?"
"เป็นไปไม่ได้หรอก! อย่าพูดเป็นลางสิ ฉินม่อเป็นถึงนายสถานีเลยนะ เขาต้องพาครูซูและคนอื่นๆ กลับมาได้อย่างปลอดภัยแน่นอน"
"โอ๊ย ร้อนใจจะตายอยู่แล้ว ทำไมยังไม่เห็นเงาพวกเธอเลยล่ะ!"
"เดี๋ยวก่อน! พวกเธอรีบดูนั่น... นั่นครูซูกับซูเหยานี่นา พวกเธอกลับมาแล้ว!"
ผู้หญิงคนหนึ่งที่จู่ๆ ก็สังเกตเห็นซูอวิ้นทั้งสองคนที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบตรงมาที่รถไฟ จึงรีบร้องเตือนขึ้น
เมื่อสาวๆ ได้ยินดังนั้นก็พากันไปที่ประตูรถไฟเพื่อส่งเสียงเรียกออกไป
"ครูซู! เร็วเข้าค่ะ รถไฟกำลังจะออกแล้ว!"
เพียงสิบกว่าวินาที ซูอวิ้นทั้งสองคนก็พุ่งขึ้นมาบนรถไฟ พวกเธอโค้งตัวลงหอบหายใจอย่างหนัก ใบหน้าแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเหนื่อยล้าไม่เบา
หลี่เจียเจีย กรรมการฝ่ายจิตวิทยาเดินเข้าไปช่วยเช็ดเหงื่อให้ทั้งสองคน ก่อนจะถามด้วยความสงสัย "ครูซูคะ ทำไมถึงกลับมาแค่สองคนล่ะคะ แล้วฉินม่อล่ะ?"
"ทำไมถึงไม่เห็นเขาเลยล่ะคะ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เจียเจีย พวกสาวๆ ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้
"ใช่สิ! ทำไมฉินม่อถึงไม่กลับมาล่ะ?"
"เขาคงไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายใช่ไหม? แล้วพวกเรา... แล้วพวกเราจะไม่จบเห่ไปด้วยเหรอ?"
หลินเสวี่ยเอ๋อร์ สาวน้อยโลลิหน้าเด็กนมโตทำหน้าเบ้ ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ...
ก็ขบวนรถไฟนี้มันผูกมัดกับฉินม่อนี่นา ถ้าไม่มีฉินม่อ หลังจากผ่านระยะเวลาคุ้มครองมือใหม่สามวันไป พวกเธอจะไม่แย่เอาหรอกหรือ?
เพราะถ้ารถไฟไม่ได้รับการอัปเกรด ก็คงต้านทานอันตรายในอีกสามวันข้างหน้าไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นอีกหนึ่งเดือนก็จะเป็นวันสิ้นโลกแห่งความหนาวเหน็บ ถ้าไม่มีฉินม่อแล้วพวกเธอจะเอาชีวิตรอดกันยังไง?
ในวันสิ้นโลกที่ไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางคือที่ใด สาวๆ เหล่านี้ได้ถือเอาฉินม่อเป็นเสาหลักไปโดยปริยาย เพราะเขาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่นี่
"ทุกคนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป" ตอนนี้ซูอวิ้นที่เริ่มหายเหนื่อยแล้วรีบเอ่ยปลอบใจ "ฉินม่ออยู่ข้างหลัง เดี๋ยวเขาก็ตามมาทันแล้ว"
"จริงเหรอ?!"
พอคำพูดนี้หลุดออกไป บรรยากาศอันตึงเครียดบนรถไฟก็ผ่อนคลายลงทันที
ขอแค่ยืนยันได้ว่าฉินม่อปลอดภัย พวกเธอก็เบาใจแล้ว
"ทุกคนดูสิ! ฉินม่อมาแล้ว!"
ไม่นานนัก ผู้หญิงคนหนึ่งก็ชี้ไปยังฉินม่อที่กำลังวิ่งหน้าตั้งมาที่รถไฟด้วยความดีใจสุดขีด
สิ้นเสียงนั้น สาวๆ เหล่านี้ก็พากันปีนไปเกาะขอบประตูรถไฟเพื่อมองดูทีละคนๆ
"ฉินม่อ! เร็วเข้า! เวลาใกล้จะหมดแล้วนะ!"
"ฉินม่อสู้ๆ!"
ส่วนฉินม่อที่กำลังวิ่งหน้าตั้งมายังรถไฟแต่ไกลนั้น ท่าทีของเขาก็ชะงักงันไปเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้บนรถไฟทุกคนแก้ผ้ากันหมดจนเริ่มชินแล้ว แต่พอไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง แล้วกลับมาเจอสาวๆ พวกนี้อีกครั้ง เขากลับรู้สึกเหมือนจังหวะการหายใจช้าลงไปครึ่งจังหวะ
พระเจ้าช่วย! แบบนี้ใครจะทนไหวเล่า!
ถึงแม้ในใจจะก่นด่าอย่างบ้าคลั่ง แต่ความเร็วของฉินม่อก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย...
【รถไฟกำลังจะออกเดินทาง!】
【3... 2... 1.】
ในตอนนั้นเอง รถไฟก็เริ่มค่อยๆ เคลื่อนตัวออก และประตูก็เริ่มค่อยๆ ปิดลง
"พรึ่บ!"
วินาทีที่ประตูรถไฟปิดลง ร่างสีขาวสายหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาในพริบตา
"ฟู่..." ฉินม่อพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา มุมปากยกยิ้มขึ้น
ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ น้ำยาเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายนี่มันของดีจริงๆ!
ด้วยพละกำลังของเขาในตอนนี้ ต่อให้บุกเข้ามาพร้อมกันหมด เขาก็มั่นใจว่ารับมือไหว
ไม่ต้องกังวลว่าจะไตวายตายอีกต่อไปแล้ว...
แต่ว่า... ต่อไปคงทำเรื่องเสี่ยงตายแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วล่ะ
ประเด็นคือสาวๆ ตรงหน้านี้ตกใจกันแทบแย่แล้วเนี่ย...
ในตอนนั้นเอง เฉินเจียเจีย กรรมการฝ่ายจิตวิทยาก็คว้าหัวของฉินม่อเข้ามากอดไว้แน่น "ฉินม่อ เธอทำเอาฉันตกใจแทบแย่ นึกว่าจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว..."
ฉินม่อรู้สึกเพียงว่าตาสองข้างมืดมิดไปหมด ทัศนวิสัยเบื้องหน้าถูกบดบัง
เฮ้ย! จะกอดก็กอดไปสิ แต่ขออากาศหายใจหน่อยเถอะ!
เธอไม่รู้ตัวจริงๆ ใช่ไหมว่าพรสวรรค์ของตัวเองมันล้นเหลือขนาดไหนน่ะ?
แต่ทว่า... หอมชะมัด! หึหึ...
พวกสาวๆ เอาแต่เป็นห่วงจนลนลานไปหมด ไม่ได้สังเกตสีหน้าของฉินม่อเลยแม้แต่น้อย
กว่าเฉินเจียเจียจะรู้ตัว ก็เห็นว่าฉินม่อเลือดกำเดาไหลออกมาแล้ว...
เธอก้มลงมองตัวเองตามสัญชาตญาณ ซึ่งก็มองไม่เห็นปลายเท้าของตัวเองเลยด้วยซ้ำ
จากนั้นเธอก็พลันตระหนักอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ใบหน้าหวานเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำในพริบตา
เธอเหมือนกับลูกกวางที่ตื่นตกใจ รีบลุกขึ้นและหนีห่างจากฉินม่อราวกับจะวิ่งหนี แต่ทว่า... รถไฟก็มีพื้นที่แค่นี้แหละ แล้วเธอจะหนีไปไหนได้ล่ะ?
ด้วยความที่ไม่มีทางเลือก สุดท้ายเธอจึงไปหลบอยู่ด้านหลังของซูอวิ้นและซูเหยา สองสาวเพียงคนเดียวในที่เกิดเหตุที่สวมเสื้อผ้า
พวกสาวๆ บนรถไฟต่างก้มหน้าเงียบกริบ ทุกคนรู้ดีว่าทำไมฉินม่อถึงเลือดกำเดาไหล ก็ต้องเป็นเพราะไฟในทรวงมันร้อนรุ่มเกินไปน่ะสิ
แต่ต่อให้รู้แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ? ถึงจะอยากช่วยเขา ก็ต้องไปหาที่ลับตาคนก่อนสิ...
"อะแฮ่ม..." ฉินม่อกระแอมไอด้วยความกระอักกระอ่วน ใช้เสื้อผ้าบนตัวเช็ดจมูกลวกๆ
โชคดีที่ตอนนี้ตัวเองใส่เสื้อผ้าอยู่ ไม่งั้นถ้าให้พวกเธอเห็นปฏิกิริยาเข้าล่ะก็ คงได้ขายหน้าครั้งใหญ่แน่
เดิมทีเขาเพิ่งดื่มน้ำยาเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายเข้าไป ทำให้ไฟในกายมันก็พลุ่งพล่านอยู่แล้ว นี่ยังต้องมาเจอภาพบาดตาบาดใจแบบนี้อีก
ตอนนี้เขาแทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองเลย คนทั้งรถไฟขบวนนี้นอกจากเขา ซูอวิ้น และซูเหยาสามคนแล้ว ที่เหลือก็เปลือยเปล่าเผชิญหน้ากันอย่างตรงไปตรงมา
ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าควรจะมองไปทางไหน...
"เอ่อ... วันนี้วัสดุมีจำกัด เลยทำเสื้อผ้ามาได้แค่ห้าชุดน่ะ ตอนนี้เหลืออีกสองชุด พวกเธอมีใครอยากใส่เสื้อผ้าไหม?"
หลังจากเงียบไปพักใหญ่ ฉินม่อก็หยิบเสื้อผ้าสองชุดออกมายื่นให้
เมื่อพวกสาวๆ เห็นเสื้อผ้า แววตาของทุกคนก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เมื่อกี้พวกเธอก็อยากจะถามอยู่เหมือนกัน แต่ฉินม่อไม่พูด พวกเธอเลยไม่กล้าเอ่ยปาก
ไม่คิดเลยว่าฉินม่อจะหยิบมันออกมาตรงๆ แบบนี้
ตามสัญชาตญาณสาวๆ ทุกคนอยากจะได้เสื้อผ้า แต่พอลองคิดดูอีกที เป็นผู้หญิงก็ต้องสงวนท่าที ต้องรู้จักเสียสละสิ!
ดังนั้น จึงไม่มีใครเอ่ยปาก ต่างคนต่างก็อยากให้อีกฝ่ายเป็นคนพูด
เพียงเสื้อผ้าแค่สองชุด เกือบจะทำให้กลายเป็นฉากชิงดีชิงเด่นในวังหลังเสียแล้ว...
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเอ่ยปาก ฉินม่อก็เอ่ยขึ้นอย่างจนปัญญา "ในเมื่อพวกเธอไม่มีใครอยากได้ งั้นก็... หลินเสวี่ยเอ๋อร์กับหลี่เจียเจีย พวกเธอสองคนใส่ก่อนก็แล้วกัน"
เพราะหุ่นของคนแรกมันระเบิดระเบ้อเกินไป ชวนให้คนหลงใหลจนมัวเมา
ส่วนคนหลังก็พอๆ กันนั่นแหละ
คิดไปคิดมา ก็ขอผนึกพวกเธอไว้ชั่วคราวก่อนดีกว่า...
(จบแล้ว)