- หน้าแรก
- เกมเอาชีวิตรอดบนรถไฟมรณะ ที่ทั้งคลาสมีผมเป็นผู้ชายแค่คนเดียวซะงั้น
- บทที่ 2 - ปลุกระบบ
บทที่ 2 - ปลุกระบบ
บทที่ 2 - ปลุกระบบ
บทที่ 2 - ปลุกระบบ
"อะแฮ่ม..." ซูอวิ้นกระแอมไอออกมาหนึ่งครั้ง "เอ่อ ฉินม่อ เธอรู้ไหมว่านี่มันเรื่องอะไรกัน?"
ก็ในเมื่อที่นี่มีเขาเป็นผู้ชายอยู่แค่คนเดียว แถมทุกคนยังโป๊กันหมดอีก ดูยังไงนี่มันก็เป็นกำไรของหมอนี่ชัดๆ
เขาอาจจะพอรู้อะไรมาบ้างก็ได้
ทว่า ฉินม่อกลับส่ายหน้า "ครูครับ... ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมกำลังนอนหลับอยู่ในหอพัก ใครจะไปรู้ว่าพอลืมตาขึ้นมาก็จะมาอยู่ที่นี่แล้ว"
"ใช่ๆๆ ตอนนั้นฉันก็กำลังนอนอยู่เหมือนกัน"
"ตอนนั้นฉันกำลังอึอยู่"
"ตอนนั้นฉันกำลังอาบน้ำอยู่"
"ฉันกำลังดูหนังอยู่น่ะ"
พวกผู้หญิงต่างพากันเจื้อยแจ้วบอกเล่าประสบการณ์ของตัวเอง
เมื่อซูอวิ้นเห็นว่าหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไม่ได้ ก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา
เธอหันไปมองรอบๆ แล้วพูดขึ้นว่า "ทุกคนช่วยกันดึงเส้นผมออกมาสองสามเส้นแล้วเอามาถักเป็นเชือกหน่อย"
"ครูคะ จะถักเชือกไปทำไมคะ?" หลี่เจียเจีย กรรมการฝ่ายจิตวิทยาเอ่ยถามด้วยความสงสัย ส่วนสาวๆ คนอื่นก็ทำหน้ามึนงงเช่นกัน
ซูอวิ้นหันไปมองฉินม่อแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยใบหน้าแดงซ่าน "ที่ให้ถักเชือกก็เพื่อจะให้เขาเอาของพรรค์นั้นมัดติดไว้กับเอวไง ปล่อยให้มันแกว่งไปแกว่งมาแบบนี้ภาพลักษณ์มันดูไม่ค่อยดีน่ะ"
พอคำพูดนี้หลุดออกไป ใบหน้าหวานของสาวๆ หลายคนก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเถือกในพริบตา แต่พวกเธอก็พยักหน้ารับคำอย่างเงียบๆ
แต่ก็มีสาวๆ บางคนที่ค่อนข้างใจกล้า แม้ใบหน้าจะแดงก่ำ แต่สายตากลับจับจ้องเขม็ง ซ้ำยังแลบลิ้นเลียริมฝีปากอีกต่างหาก...
ฉินม่อผายมือออก บ่นพึมพำในใจอย่างช่วยไม่ได้ : พรสวรรค์มันล้นเหลือแบบนี้ไงล่ะ
ขณะที่ทุกคนกำลังถักเชือกกันอยู่นั้น ภายในตู้โดยสารก็มีเสียงกระแสไฟฟ้าดังขึ้น
【ยินดีต้อนรับเข้าสู่เกมรถไฟเอาชีวิตรอด!】
【การเอาชีวิตรอดในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมดหกพันล้านคน พวกคุณถูกจัดสรรให้อยู่บนขบวนรถไฟในดินแดนต่างโลก ซึ่งขบวนรถไฟจะไม่มีวันแล่นมาพบหรือชนกันได้เลย】
【ข้อควรระวัง: ขบวนรถไฟจะสุ่มหยุดตามเมืองต่างๆ ในดินแดนรกร้าง ซึ่งที่นี่พวกคุณจะต้องหาเสบียงและอุปกรณ์เพื่อเอาชีวิตรอด】
【ภายในเมืองพวกคุณอาจจะได้พบกับผู้เอาชีวิตรอดคนอื่นๆ หรืออาจจะได้พบกับซอมบี้ ก็อบลิน โนม คนแคระ ออร์ค และอื่นๆ อีกมากมาย!】
【จงมีชีวิตรอดต่อไป พยายามขยายเผ่าพันธุ์ของคุณเพื่อรับมือกับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า】
【ขบวนรถไฟจะหยุดในเวลาเจ็ดโมงเช้าของวันนี้ หากไม่สามารถขึ้นรถไฟได้ทันภายในเวลาที่กำหนด คุณก็ทำได้เพียงบอกลาเพื่อนร่วมทางของคุณเท่านั้น】
【ระยะเวลาคุ้มครองมือใหม่คือสามวัน ภายในสามวันนี้พวกคุณจะปลอดภัย แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ และในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า วันสิ้นโลกแห่งความหนาวเหน็บจะมาเยือน จงเตรียมรับมือให้ดี! เหล่าผู้ถูกเลือกเอ๋ย!】
เมื่อเสียงกระแสไฟฟ้านั้นเงียบลง บนผนังตรงมุมตู้โดยสารก็มีคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า
สถานการณ์ตกอยู่ในความเงียบกริบ สาวๆ ทุกคนเบิกตากว้าง
ครู่ต่อมา สาวน้อยโลลิหน้าเด็กนมโตที่เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของเพื่อนร่วมโต๊ะของเพื่อนร่วมโต๊ะของฉินม่อ ก็ค่อยๆ ยกมือเล็กๆ ของเธอขึ้นมาเงียบๆ แล้วเอ่ยถามเสียงอ่อย "เอ่อ... นั่นก็หมายความว่าพวกเรากลับไปไม่ได้แล้วใช่ไหมคะ?"
"โธ่เอ๊ย ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ฟังดูมันก็เหมือนกับการเอาชีวิตรอดในป่าเลยไม่ใช่เหรอ?"
"พอดีเลยฉันเรียนหมอมา ฉันช่วยรักษาแผลให้พวกเธอได้นะ"
"ฉันเรียนทำอาหารมา ฉันทำอาหารให้พวกเธอรอกินได้"
"ฉันเรียนทำคลอดมา ถ้าใครเกิดพลาดท้องขึ้นมา ฉันช่วยทำคลอดให้ได้นะ"
พอคำพูดนี้หลุดออกไป สถานการณ์ก็ตกอยู่ในความเงียบกริบอีกครั้ง
ทุกคนหันไปมองผู้หญิงคนที่บอกว่าจะทำคลอด แล้วหันขวับไปมองฉินม่อ
ฝ่ายหลังผายมือออก เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขาเลย...
"ในนิยายบอกว่าถ้าเจอวันสิ้นโลกก็จะสามารถปลุกพลังพิเศษอะไรพวกนี้ได้ไม่ใช่เหรอ? มีใครปลุกพลังได้แล้วบ้าง?" ผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
ปกติทุกคนก็มักจะอ่านนิยายแฟนตาซี แล้วจินตนาการว่าถ้าตัวเองทะลุมิติไปแล้วจะเก่งกาจขนาดไหน
ตอนนี้ในที่สุดก็เป็นจริงแล้ว แต่ละคนตื่นเต้นกันจนทนไม่ไหว ไม่มีใครแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่คนเดียว
แต่ละคนช่างแข็งแกร่งจนน่ากลัว...
เพียงแต่ ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา สุดท้ายก็พากันส่ายหน้า
"เอ่อ..." ฉินม่อยกมือขึ้น "ดูเหมือนว่าฉันจะปลุกอะไรบางอย่างได้แล้วล่ะ"
"พรึ่บ!"
สายตากว่าสามสิบคู่หันขวับไปมองฉินม่ออย่างพร้อมเพรียงกัน
ต่อให้เขาจะหน้าหนาแค่ไหน ก็ยังอดรู้สึกขัดเขินขึ้นมาไม่ได้ นี่มันต่างอะไรกับการแก้ผ้าให้คนกว่าสามสิบคนดูเล่า?
เดี๋ยวก่อน! ตอนนี้ฉันก็กำลังแก้ผ้าให้คนอื่นดูอยู่ไม่ใช่เหรอ?
ไม่ได้! จะยอมเสียเปรียบไม่ได้เด็ดขาด!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉินม่อก็มองกลับไปบ้าง เน้นหลักการที่ว่าเธอมองฉัน ฉันก็มองเธอ ยังไงก็ต้องไม่ยอมเสียเปรียบ!
"ไอ้โรคจิต!" แม้หลี่เจียเจียจะรู้สึกโกรธเคืองอยู่บ้าง แต่ก็ถูกมองทะลุปรุโปร่งไปหมดแล้ว จึงทำได้เพียงต่อว่าอย่างอารมณ์เสีย "นายรีบบอกมาสิ ว่านายปลุกพลังอะไรได้?"
"ใช่ๆ ฉินม่อ นายปลุกพลังพิเศษประเภทที่สามารถทำลายล้างสวรรค์และปฐพีได้ในพริบตาใช่ไหม?"
พวกสาวๆ พากันพูดจ้อกแจ้กจอแจ บางคนถึงกับตื่นเต้นจนกระโดดโลดเต้นอยู่กับที่
ดวงตาของฉินม่อเบิกโพลง
ว้าว! มันเด้งดึ๋งด้วยแฮะ~
เขาหันไปมองซูอวิ้น ครูสอนภาษาอังกฤษอีกครั้ง
"ไอ้บ้าฉินม่อ! ยังจะมองอีก!" ซูอวิ้นรับรู้ถึงสายตาของฉินม่อได้ทันที จึงอดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น
ฉินม่อรีบเบนสายตาหนีอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ เขาถูกพวกเด็กผู้หญิงเหล่านี้ล้อมเป็นวงกลม ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย
นี่มันช่างทรมานเขาเสียจริง หากเขาไม่พยายามอดกลั้นอย่างสุดความสามารถ เลือดกำเดาคงได้พุ่งกระฉูดออกมาแน่
ขืนอยู่ท่ามกลางพวกเธอ มีหวังไม่ช้าก็เร็วคงได้ไตวายตายเป็นแน่!
จากนั้น ฉินม่อก็ตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในหัวของตัวเองอย่างละเอียด
【ติ๊ง ระบบนายสถานีทำการผูกมัดสำเร็จ!】
【ติ๊ง มิติระบบถูกสร้างขึ้นแล้ว ทุกเจ็ดวันสามารถคัดลอกสิ่งของได้หนึ่งอย่างโดยไม่จำกัด】
【คุณสามารถมองเห็นบางสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถมองเห็นได้】
คัดลอกสิ่งของได้หนึ่งอย่างทุกเจ็ดวันงั้นเหรอ?
มองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นงั้นเหรอ?
ฉินม่อขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาของเขามองไปที่ซูอวิ้นอีกครั้งตามสัญชาตญาณ แล้วเขาก็เห็นตัวอักษรชุดหนึ่งปรากฏขึ้นบนหัวของเธอ
【ซูอวิ้น อายุ 23 รอบอก 90 รอบเอว 70 รอบสะโพก 95 จำนวนครั้งที่ชาร์จแบต 0】
บ้าเอ๊ย!
สายตาของฉินม่อเบิกกว้างทันที
นี่แหละผู้หญิงที่เปรียบดั่งสมบัติล้ำค่าของแท้!
"ไอ้บ้าฉินม่อ! นายมองอีกแล้วนะ! รีบบอกมาสิว่านายปลุกพลังอะไรได้กันแน่?!" ซูอวิ้นมองฉินม่อด้วยความโมโห ใบหน้าหวานแดงก่ำสุดๆ โตมาจนป่านนี้เธอยังไม่เคยถูกใครมองทะลุปรุโปร่งตั้งแต่หัวจรดเท้าขนาดนี้มาก่อนเลยนะ
แถมยังถูกลูกศิษย์ของตัวเองมองจนหมดเปลือกอีก นี่มันเป็นกำไรของไอ้บ้าเนี่ยชัดๆ!
"อะแฮ่ม..." ฉินม่อลูบจมูกด้วยความเขินอาย แล้วพูดขึ้นว่า "ความจริงก็ไม่ได้มีอะไรหรอก... ดูเหมือนว่าฉันจะได้รับความสามารถมาอย่างหนึ่งน่ะ"
"ความสามารถนี้ดูเหมือนจะทำให้มองเห็นข้อมูลของคนบางคนได้"
เขาไม่ได้พูดความจริงออกไปทั้งหมด ถือซะว่านี่เป็นไพ่ตายของตัวเองก็แล้วกัน
"อะไรนะ? มองเห็นข้อมูลของคนบางคนงั้นเหรอ?"
"ข้อมูลอะไรล่ะ?"
"โธ่เอ๊ย เธอนี่ซื่อบื้อจริงๆ ความจริงมันก็คือการแอบดูนั่นแหละ"
"แอบดูอะไรกัน! ฉันเคยแอบดูตอนไหน? ฉันมองแบบเปิดเผยตรงไปตรงมาต่างหาก!" ฉินม่อพูดอย่างมีน้ำโห
"ไอ้โรคจิต!" หลี่เจียเจียถลึงตาใส่ฉินม่อ เธออยากจะบอกเหลือเกินว่า ตัวเองไม่เพียงแค่ถูกเขามองเท่านั้น
แต่ยังถูกไอ้โรคจิตนี่ขยำไปตั้งหนึ่ง... ไม่สิ! ตั้งหลายครั้ง!
พวกสาวๆ ต่างก็มองค้อนฉินม่อด้วยสายตารังเกียจ หากตู้โดยสารไม่เล็กเท่าฝ่ามือ พวกเธอคงไล่ไอ้โรคจิตนี่ออกไปนานแล้ว
"แต่ทำไมถึงมีแค่เขาคนเดียวที่ได้รับความสามารถพิเศษล่ะ?"
"นั่นสิๆ หรือว่าจะเป็นเพราะเขาเป็นผู้ชาย?"
"ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเราก็ไม่มีวิธีจัดการกับสัตว์ประหลาดแล้วน่ะสิ?"
พวกสาวๆ เริ่มพูดคุยกันเจื้อยแจ้วอีกครั้ง
ส่วนซูอวิ้นก็มองไปที่คอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านหลังฉินม่อ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "นี่มันอะไรกัน?"
(จบแล้ว)