- หน้าแรก
- รหัสลับกองพันเงา เมื่อผมเลิกสวมหน้ากากคนธรรมดา
- บทที่ 780 - อันธพาลสุดกร่าง
บทที่ 780 - อันธพาลสุดกร่าง
บทที่ 780 - อันธพาลสุดกร่าง
บทที่ 780 - อันธพาลสุดกร่าง
เสียงร้องไห้คร่ำครวญของครอบครัวหวังหรัน ทำเอาผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างรู้สึกหดหู่ใจ หวังหรันคือวีรบุรุษอย่างแท้จริง แต่ถ้าพูดกันตามตรง พวกเขาไม่ปรารถนาที่จะเห็นวีรบุรุษคนไหนถือกำเนิดขึ้นมาอีกแล้ว สิ่งที่พวกเขาวาดหวังคือการได้เห็นทุกครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตามากกว่า
ในที่สุดภรรยาของหวังหรันก็ได้รับรู้ความจริงเสียที ว่าแท้จริงแล้วสามีของเธอทำงานอะไรกันแน่ ก่อนหน้านี้เธอรู้แค่ว่าสามีเป็นตำรวจ แต่ไม่รู้เลยว่าเขาสังกัดหน่วยงานไหน หรือดำรงตำแหน่งอะไร
ผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้ การได้พบหน้าสามีเป็นครั้งสุดท้ายกลับต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แล้ววันข้างหน้า เธอจะเลี้ยงดูลูกตามลำพังได้อย่างไร? แถมยังมีพ่อแม่ที่แก่เฒ่ารอให้เลี้ยงดูอยู่อีก
เวลานั้นเอง ฉินเยวียนก็เดินเข้าไปหา พร้อมกับยื่นกระดาษทิชชูให้แผ่นหนึ่ง "คุณวางใจเถอะครับ หวังหรันคือวีรบุรุษ อนาคตของพวกคุณ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราคอยดูแลเองครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ภรรยาของหวังหรันก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับเบาๆ ในเวลานี้ เมื่อต้องเผชิญกับการจากไปอย่างกะทันหันของสามี เธอกลับดูอ้างว้างและไร้ที่พึ่งพิงเหลือเกิน ตามนโยบายแล้ว อัฐิของหวังหรันจะต้องถูกนำไปเก็บไว้ที่หอเกียรติยศวีรชนในเขตพื้นที่ของพวกเขา
แต่ตอนนี้มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง คือตามธรรมเนียมประเพณีของบ้านเกิดหวังหรัน การที่ภรรยาของเขาเดินทางมาในครั้งนี้ก็เพื่อจุดประสงค์นี้เช่นกัน เธอต้องการนำอัฐิของหวังหรันกลับไปประกอบพิธีเซ่นไหว้ที่บ้านเกิดเสียก่อน แล้วค่อยนำกลับมาเก็บรักษาไว้ที่สุสานแห่งชาติ
นี่ก็เป็นความปรารถนาสุดท้ายของพวกคนเฒ่าคนแก่ด้วยเหมือนกัน ถึงยังไงพ่อแม่ของเขาก็ไม่ทันได้ดูใจลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย ประกอบกับระยะทางกลับบ้านเกิดก็ห่างไกลนัก ครั้งนี้จึงมีเพียงภรรยาของหวังหรันที่เดินทางมา
เมื่อต้องเผชิญกับคำขอเพียงหนึ่งเดียวนี้ ฉินเยวียนก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเล พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่า เขาจะรับหน้าที่คุ้มกันอัฐิด้วยตัวเอง จนกว่าจะส่งกลับมาประกอบพิธีฝังที่หอเกียรติยศแห่งนี้
เรื่องนี้ทำให้ฉินเยวียนรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ตอนที่หยางเทียนหลงยื่นข้อเสนอให้ ภรรยาของหวังหรันกลับไม่ได้เรียกร้องสิ่งใดเพิ่มเติมเลย เธอขอเพียงแค่เงื่อนไขนี้เพียงข้อเดียวเท่านั้น นี่คงเป็นเพราะครอบครัวของวีรชน ต่างก็คำนึงถึงประเทศชาติอยู่เสมอ แม้แต่ในเวลาเช่นนี้ เธอก็ไม่เคยคิดหวังว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือหรือค่าชดเชยใดๆ เลย
ผู้ชายอกสามศอกอย่างหยางเทียนหลง เมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์นี้ ก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าครอบครัวของหวังหรันจะเรียกร้องอะไรให้มากกว่านี้ เขาพร้อมที่จะตอบสนองทุกความต้องการ เพื่อชดเชยความรู้สึกผิดในใจของตัวเอง
เมื่อมองดูสองแม่ลูกยืนเหม่อลอยจ้องมองกล่องอัฐิอยู่เงียบๆ หยางเทียนหลงก็เดินเข้ามาหาฉินเยวียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ครูฝึกฉิน ถ้าอย่างนั้นเรื่องคุ้มกัน ผมคงต้องขอรบกวนคุณแล้วล่ะครับ หลังจากกลับไปแล้ว ไม่ว่าทางครอบครัวของเขาจะเรียกร้องอะไร คุณสามารถรับปากพวกเขากลับมาได้เลย แต่คุณก็ลองประเมินดูหน่อยนะ ขอแค่เป็นสิ่งที่พวกเรารับไหว"
"ตกลงครับ นี่ก็เป็นสิ่งที่ผมคิดไว้เหมือนกัน พวกเราจะปล่อยให้ครอบครัวของวีรชนต้องช้ำใจไม่ได้เด็ดขาด"
หยางเทียนหลงส่ายหน้า อันที่จริงเขารู้สึกเสียใจมาก ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดจะเปลี่ยนตัวหวังหรัน แล้วส่งสายลับคนอื่นเข้าไปเสียบแทน แต่พอคิดสะระตะดูแล้ว ความสามารถของหวังหรันก็ถือว่าโดดเด่นที่สุด การเปลี่ยนตัวกะทันหันในสถานการณ์แบบนั้น อาจจะทำให้ความลับแตกได้
ดังนั้นเรื่องนี้จึงยิ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของเขา รอให้ฉินเยวียนกลับมาเสียก่อน เขาจะต้องให้ฉินเยวียนฝึกสอนหน่วยสายลับแฝงตัวที่แข็งแกร่งขึ้นมาให้ได้ เพื่อลดความสูญเสียของทุกคน
บ้านเกิดของหวังหรันเป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ใกล้กับเมือง TS ซึ่งค่อนข้างห่างไกลความเจริญ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องนั่งเครื่องบินไปลงก่อน แล้วค่อยต่อรถบัสไปที่นั่น
ทว่าเนื่องจากภารกิจคุ้มกันในครั้งนี้มีความพิเศษ ทางการท้องถิ่นจึงได้จัดเตรียมรถตู้รอรับไว้เรียบร้อยแล้ว ทันทีที่พวกเขาลงจากเครื่องบิน ก็จะมีรถตู้ขับไปส่งถึงบ้านเกิดของหวังหรันโดยตรง
(จบแล้ว)