เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 - หยางเหมยกับชะตากรรมปะทะกันแล้ว!

บทที่ 44 - หยางเหมยกับชะตากรรมปะทะกันแล้ว!

บทที่ 44 - หยางเหมยกับชะตากรรมปะทะกันแล้ว!


บทที่ 44 - หยางเหมยกับชะตากรรมปะทะกันแล้ว!

"หยางเหมยนี่เสียสติไปแล้วหรืออย่างไร?"

เสียงคำรามของหยางเหมยปลุกเหล่าตัวตนอันเก่าแก่ให้ตื่นจากการหลับใหล พวกเขาเบนสายตาไปยังทิศทางที่มาของเสียง ทั่วทั้งโลกแห่งความโกลาหลเกิดความปั่นป่วนของกฎเกณฑ์แห่งมิติ ดวงดาวที่เป็นสัญลักษณ์ของมหาเต๋าแห่งห้วงมิติเคลื่อนตัวเข้าสู่โลกแห่งความโกลาหล สาดส่องแสงดาวลงมาอย่างเกรี้ยวกราด!

"หยางเหมย หากจะคลุ้มคลั่งก็ไสหัวไปคลุ้มคลั่งที่ชายขอบความโกลาหลนู่น!"

เสียงคำรามก้องตอบกลับมา ซึ่งก็คือเสียงของเทพมารแห่งโชคชะตานั่นเอง!

เทพมารแห่งโชคชะตากำลังหลับใหลอย่างเป็นสุข ทว่าจู่ๆ เสียงคำรามของหยางเหมย ประกอบกับความปั่นป่วนของกฎเกณฑ์แห่งมิติทั่วทั้งโลกความโกลาหล ก็ปลุกเขาให้ตื่นขึ้น โดยปกติแล้วเหล่าเทพมารโกลาหลมักจะมีอารมณ์ขุ่นมัวตอนตื่นนอนกันทั้งนั้น การถูกรบกวนการหลับใหลอย่างกะทันหันย่อมสร้างความหงุดหงิดเป็นธรรมดา เทพมารโกลาหลตนอื่นอาจไม่กล้าปริปากบ่นหยางเหมย เพราะเกรงกลัวในพลังของเขา ทว่าเทพมารแห่งโชคชะตากลับไม่สนใจเรื่องพวกนั้น

"เทพมารแห่งโชคชะตา นี่เป็นเรื่องระหว่างข้ากับสือเฉิน เจ้าอย่าได้สอดมือเข้ามายุ่ง มิฉะนั้นข้าจะจัดการเจ้าไปด้วย!"

เมื่อถูกเทพมารแห่งโชคชะตาตวาดใส่ หยางเหมยที่กำลังโกรธจัดอยู่แล้ว ยิ่งเหมือนถูกสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ทว่าเขาก็ยังคงพยายามรักษาความมีเหตุผลเฮือกสุดท้ายเอาไว้ แล้วคำรามกลับใส่เทพมารแห่งโชคชะตา

"หึ ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าจะมีเรื่องอันใดกับสือเฉิน ทว่าเจ้าส่งเสียงดังรบกวนการนอนของข้า!"

เทพมารแห่งโชคชะตาเอ่ยอย่างหัวเสีย ในบรรดาเทพมารโกลาหลทั้งหมด มีเพียงเขาเท่านั้นที่หลงใหลการนอนหลับเป็นที่สุด และหากผู้ใดมารบกวน เขาก็จะแผลงฤทธิ์ใส่ผู้นั้น

"ไสหัวกลับไปนอนซะ!"

"รนหาที่ตาย!"

หยางเหมยเพิ่งจะเอ่ยจบ ในดวงตาของเทพมารแห่งโชคชะตาก็มีประกายความเย็นเยียบวาบผ่าน หยางเหมยไม่ได้เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย แล้วเทพมารแห่งโชคชะตาจะยอมทนได้อย่างไร? ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

"ตู้ม!"

เห็นเพียงเทพมารแห่งโชคชะตาลงมือโดยตรง ฝ่ามือขนาดมหึมาข้ามผ่านระยะทางอันไกลโพ้น ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของหยางเหมย ก่อนจะตบฉาดลงมาอย่างหนักหน่วง!

"เทพมารแห่งโชคชะตา เจ้ามันรนหาที่ตาย!"

หยางเหมยบันดาลโทสะ เขาเพิ่งจะถูกสือเฉินแย่งชิงหัวใจแห่งห้วงมิติไป กำลังออกตามล่าหาสือเฉินไปทั่วทุกหนแห่ง นึกไม่ถึงว่าเวลานี้เทพมารแห่งโชคชะตาจะกล้าลงมือกับเขา นี่มันยิ่งกว่าการราดน้ำมันร้อนๆ ลงบนกองไฟเสียอีก!

"สามพันโลกธาตุ!"

แม้หยางเหมยจะสูญเสียหัวใจแห่งห้วงมิติไป ทว่าก็ไม่ได้หมายความว่าพลังของเขาจะอ่อนด้อยลง กิ่งหลิวทั้งสามพันกวัดแกว่งฉีกกระชากห้วงมิติโกลาหล พุ่งเข้าห้ำหั่นกับโชคชะตาในทันที!

"นี่ปะทะกันแล้วกระนั้นหรือ?"

สือเฉินที่เพิ่งจะปลีกตัวออกมา ยืนมองดูเหตุการณ์ในโลกแห่งความโกลาหลด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย เหตุใดหยางเหมยกับเทพมารแห่งโชคชะตาถึงมาปะทะกันได้เล่า?

"อืม เหตุผลนี้... จะว่าอย่างไรดีล่ะ ออกจะฟังดูดันทุรังไปสักหน่อยนะ!"

เมื่อรับรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ทั้งสองลงไม้ลงมือกัน เขาก็ทำได้เพียงบ่นอุบในใจ หยางเหมยถูกเขายึดหัวใจแห่งห้วงมิติไป ย่อมต้องบันดาลโทสะเป็นธรรมดา ส่วนเทพมารแห่งโชคชะตาก็ถูกเสียงคำรามของหยางเหมยรบกวนการนอน แล้วด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้ ทั้งสองถึงกับเปิดศึกห้ำหั่นกันเลยเชียวหรือ!

"สหายเต๋าสือเฉิน ท่านไปเอาสิ่งใดของหยางเหมยมาหรือ? เหตุใดเขาจึงได้กราดเกรี้ยวถึงเพียงนี้?"

ในเวลานั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูสือเฉิน ผู้ที่เรียกขานสือเฉินว่าสหายเต๋าก็คงมีเพียงผานกู่ผู้เดียวเท่านั้น ท้ายที่สุดเทพมารตนอื่นเวลาเห็นสือเฉินก็มักจะเรียกแต่ชื่อ เพราะคำว่าสหายเต๋ายังไม่เป็นที่แพร่หลายในความโกลาหล

"อ้อ ไม่มีอันใดหรอก ก็แค่ขอยืมหัวใจแห่งห้วงมิติของหยางเหมยมาเท่านั้นเอง"

สือเฉินตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับว่าสิ่งที่เขาหยิบยืมมาเป็นเพียงแค่ของชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง

ได้ยินคำตอบของสือเฉิน ผานกู่ถึงกับพูดไม่ออก ให้ตายเถอะ เจ้าเอาสิ่งที่เป็นรากฐานในการบรรลุวิถีของเขามา แต่กลับทำเหมือนกับว่าแค่ยืมของเล็กๆ น้อยๆ ไปเท่านั้น จะหน้าด้านเกินไปแล้วไหมเนี่ย!

มิน่าเล่าหยางเหมยถึงได้โกรธเกรี้ยวปานนั้น ถึงขั้นประกาศกร้าวว่าจะผีไม่เผาเงาไม่เหยียบกับสือเฉิน หากเป็นเขา เขาก็คงทำเช่นเดียวกัน ท้ายที่สุดแล้วการที่สือเฉินเอาหัวใจแห่งห้วงมิติของหยางเหมยไป ก็เท่ากับเป็นการตัดหนทางหลุดพ้นของหยางเหมยเลยทีเดียว!

"เจ้าอยู่ดีไม่ว่าดี ไปเอาหัวใจแห่งห้วงมิติของเขามาทำไมเล่า?"

ผานกู่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความฉงน

"อืม ก็แค่จะเอามาศึกษาดูหน่อย นึกไม่ถึงว่าหยางเหมยจะขี้เหนียวปานนี้!"

"ข้า...!"

ผานกู่อ้าปากค้าง สุดท้ายก็พูดอะไรไม่ออก เขาอยากจะด่าสือเฉินว่าหน้าด้าน ทว่าในอักขระเทวะของโลกแห่งความโกลาหลดูเหมือนจะไม่มีคำด่าพวกนี้อยู่ เขาจึงพยายามเรียบเรียงคำพูดในหัวอยู่นานสองนาน แต่ก็คิดคำด่าไม่ออกสักคำ

และในขณะที่สือเฉินกับผานกู่กำลังสนทนากันอยู่นั้น ทางฝั่งของเทพมารแห่งโชคชะตาและหยางเหมยก็เข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดแล้ว ส่วนเหล่าเทพมารโกลาหลตนอื่นๆ ย่อมต้องพากันรอดูมหรสพ ท้ายที่สุดแล้วโลกแห่งความโกลาหลก็แสนจะน่าเบื่อหน่าย ยามนี้มีเทพมารอันดับสามและอันดับสี่เปิดศึกกัน พวกเขาย่อมต้องร่วมสังเกตการณ์ บางทีอาจจะได้เรียนรู้มหาเต๋าบางอย่างจากการปะทะกันครั้งนี้ก็เป็นได้!

"ว่าแต่ หัวใจแห่งห้วงมิติของหยางเหมยหายไปไหนแล้วล่ะ?"

ขณะที่กำลังรอดูมหรสพ จู่ๆ เทพมารแห่งระเบียบก็เอ่ยถามขึ้น เพราะนางสังเกตเห็นว่า บริเวณลำต้นของหยางเหมยที่เคยมีหัวใจเต้นตุบๆ อยู่ บัดนี้กลับหายไป เหลือเพียงช่องโหว่กลวงๆ เท่านั้น

"หรือว่าจะถูกสือเฉินเอาไปแล้ว?"

เมื่อได้ยินคำพูดของเทพมารแห่งระเบียบ เทพมารตนอื่นๆ ก็เริ่มสังเกตดูอย่างละเอียด และพบว่าเป็นไปตามที่นางกล่าวจริงๆ จากนั้นเทพมารแห่งวัฏสงสารก็คาดเดาอย่างกล้าหาญ เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาก็ได้ยินเสียงคำรามของหยางเหมยอยู่เต็มสองหู

"ถ้าอย่างนั้น หยางเหมยที่สูญเสียหัวใจแห่งห้วงมิติไป ก็กลายเป็นต้นหลิวกลวงไปแล้วน่ะสิ?"

......

หลังจากต้นไม้โลกเอ่ยจบ เหล่าเทพมารโกลาหลต่างก็ตกอยู่ในความเงียบงัน!

ว่าก็ว่าเถอะ สิ่งที่ต้นไม้โลกพูดมันก็ดูมีเหตุผลนะ ทว่ามาพูดเอาเวลานี้ มันจะดีหรือ? อย่างไรเสียหยางเหมยก็คงจะได้ยินที่พวกเขาสนทนากัน แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะเพียงแค่ส่งเจตจำนงมาสังเกตการณ์ที่สมรภูมิ ทว่าบทสนทนาเหล่านี้ หยางเหมยและเทพมารแห่งโชคชะตาย่อมได้ยินอย่างแน่นอน!

"แม้ว่าเจ้าจะพูดมีเหตุผล แต่คราวหน้าอย่าพูดอีกเลยนะ!"

ท้ายที่สุดเทพมารแห่งระเบียบก็หันไปเตือนต้นไม้โลก ด้วยความที่พวกนางสนิทสนมกันมาก เทพมารแห่งระเบียบจึงเอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง สาเหตุหลักก็เพราะกลัวว่าคำพูดนี้จะทำให้หยางเหมยผูกใจเจ็บ แม้ว่าหยางเหมยจะไม่อาจสังหารต้นไม้โลกได้เพราะมหาเต๋าคอยคุ้มครองอยู่ ทว่าเขาก็สามารถสั่งสอนนางได้ และนางเองก็ไม่อยากโดนลูกหลงถูกหยางเหมยซ้อมไปด้วย!

"อืม!"

"แต่ข้าพูดมีเหตุผลจริงๆ นะ!"

ต้นไม้โลกขานรับ ก่อนจะพึมพำออกมาอีกครั้ง แม้ครั้งนี้น้ำเสียงจะเบาลงมาก ทว่าเทพมารแห่งระเบียบที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยังได้ยิน นางอดไม่ได้ที่จะมีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาบนขมับ พร้อมกับขยับตัวออกห่างจากต้นไม้โลกไปหนึ่งก้าว ราวกับต้องการเว้นระยะห่างให้ชัดเจน

สำหรับการกระทำเช่นนี้ ต้นไม้โลกกลับไม่ได้ตระหนักเลยแม้แต่น้อย มิฉะนั้นหากนางรู้ว่าสหายรักผู้ร่วมมรรคาวิถีกระทำเช่นนี้ นางคงจะต้องปวดใจเป็นแน่!

จบบทที่ บทที่ 44 - หยางเหมยกับชะตากรรมปะทะกันแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว