- หน้าแรก
- ตำนานคนค้าปืน
- บทที่ 61 - หลินเฟิงวิ่งไล่ล่าทะลุขีดจำกัด
บทที่ 61 - หลินเฟิงวิ่งไล่ล่าทะลุขีดจำกัด
บทที่ 61 - หลินเฟิงวิ่งไล่ล่าทะลุขีดจำกัด
บทที่ 61 - หลินเฟิงวิ่งไล่ล่าทะลุขีดจำกัด
หลินเฟิงเรียนสกิลท่องยุทธภพเสร็จสรรพ ถึงแม้เขาจะไม่มีพลังโจมตี ทำให้บัฟเพิ่มพลังโจมตี 100% ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา แต่แค่ความสามารถในการพรางตัวก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้ว
หลังจากจัดการธุระทุกอย่างเสร็จ เขาก็ล็อกเอาต์ออกจากเกม แล้วล้มตัวลงนอนพักผ่อน
เขาตื่นขึ้นมาตอนเที่ยงวัน โทรไปเช็กอาการของแม่ที่โรงพยาบาล เมื่อรู้ว่าทุกอย่างปกติดี เขาก็ไม่ได้แวะไปเยี่ยม
เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญ
ถึงแม้แม่จะรักษาตัวจนหายดีแล้ว แต่ก็ยังต้องพึ่งพายาไปตลอดชีวิต ค่าใช้จ่ายในอนาคตยังคงเป็นภาระหนักอึ้ง
ดังนั้น ศึกชิงพื้นที่ในคืนนี้ เขาจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด
หลินเฟิงหยิบเสื้อผ้ามาสวมลวกๆ แล้วเดินลงไปหาอะไรกินชั้นล่าง
แต่พอเปิดประตูออกไป เขาก็ต้องสะดุ้งสุดตัว
เพราะหลี่เยว่ ลูกสาวเจ้าของหอพัก มายืนรออยู่หน้าประตู กำลังเงื้อมือเตรียมจะเคาะพอดี
"อ้าว หลี่... หลี่..."
"เยว่!"
"ใช่แล้ว คุณหลี่เยว่ มาเก็บค่าเช่าเหรอครับ? ผมกำลังจะไปหาพอดีเลย ส่งคิวอาร์โค้ดมาสิครับ เดี๋ยวผมโอนให้ จ่ายถึงแค่เดือนนี้นะครับ เดือนหน้าผมไม่เช่าแล้วล่ะ"
หลินเฟิงพูดพลางล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา
ตอนนี้เขาพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้างแล้ว รอให้แม่เปี่ยมออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ เขาตั้งใจจะหาห้องเช่าที่ดีกว่านี้ ที่นี่มันแคบเกินไปแล้ว
"ไม่ใช่นะ ไม่ใช่ พี่หลินเฟิงเข้าใจผิดแล้ว ฉันมาหาหลินเหวินน่ะ เขาไม่ยอมตอบแชตฉันมาเป็นอาทิตย์แล้ว พี่พอจะรู้ไหมว่าเขาหายไปไหน?"
"ฮือๆ เขาต้องคิดว่าฉันเป็นยัยป้าหน้าเลือดแน่ๆ เขาถึงไม่ยอมคุยกับฉัน ฉันไม่เอาค่าเช่าแล้วก็ได้ พี่ช่วยบอกให้เขามาหาฉันหน่อยได้ไหม?"
หลินเฟิงเบิกตากว้างมองหลี่เยว่ด้วยความประหลาดใจ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ดูภายนอกก็ออกจะเป็นสาวมั่นทำงานเก่ง ทำไมถึงกลายเป็นสาวคลั่งรักไปได้ล่ะเนี่ย เงินเกือบหมื่นหยวน ยอมทิ้งง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?
"เอ่อ... น้องสาว คิดมากไปแล้วน่า อาทิตย์นี้เขายุ่งๆ น่ะ อีกสักสองสามวันค่อยทักไปใหม่สิ รับรองว่าตอบแน่!"
"จริงเหรอคะ?"
"จริงสิ!"
"พี่หลินเฟิง เอาคิวอาร์โค้ดของพี่มาให้ฉันหน่อยสิ"
"หา??"
"เดี๋ยวฉันจะโอนค่าเช่าคืนให้ทั้งหมดเลย"
"แม่ร่วง... แม่เธอรู้ไหมเนี่ย ว่าเธอทำตัวเป็นลูกทรพีแบบนี้.."
หลินเฟิงถึงกับอึ้งไปเลย ไม่คิดว่าจะมีการทำแบบนี้ด้วย
"หลินเหวินต้องคิดแน่ๆ ว่าฉันเก็บค่าเช่าพี่แพงเกินไป ฉันไม่เอาค่าเช่าพี่แล้ว พี่อย่าเพิ่งย้ายออกไปได้ไหม?"
คลั่งรักของแท้เลยแฮะ
หลินเฟิงถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ "น้องสาว พี่มีธุระต้องย้ายจริงๆ พี่อยากได้ห้องเช่าที่มันกว้างกว่านี้หน่อย ห้องนี้มันเล็กเกินไปน่ะ"
"อ๋อ แบบนี้นี่เอง พี่อยากได้กว้างแค่ไหนล่ะ? บ้านฉันมีหมดเลยนะ!"
"หืม?? หมายความว่าไง?"
หลี่เยว่ดูจะร้อนใจยิ่งกว่าหลินเฟิงซะอีก เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอัลบั้มรูปให้ดูทันที
"ตึกแถวนี้อาจจะดูเก่าไปหน่อย แต่ฉันมีทั้งคอนโด บ้านเดี่ยว ออฟฟิศกลางใจเมือง แล้วก็โรงงาน พี่สนใจแบบไหนล่ะ ทั้งหมดนี่ของบ้านฉันเองนะ!"
หลินเฟิงยืนอ้าปากค้าง มองดูรูปถ่ายที่เลื่อนผ่านหน้าจอไปทีละรูปด้วยความตกตะลึง
ทั้งหมดนี่ของบ้านเธอเลยเหรอเนี่ย..
ถึงว่าสิ ยัยป้าอ้วนเจ้าของหอ ถึงได้ใส่ทั้งสร้อยหยก ต่างหูเพชร กำไลหยกเต็มตัวไปหมด ที่แท้ก็ของจริงทั้งหมดเลยสินะ
"ฉันให้พี่อยู่ฟรีเลยจริงๆ นะ ขอแค่ให้หลินเหวินย้ายมาอยู่ด้วยก็พอ... หรือจะเอาห้องนี้ดี? 160 ตารางเมตร ตกแต่งครบ หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย ในคอนโดนี้ฉันมีอยู่ 2 ห้องพอดี อยู่ชั้นเดียวกันเลย พวกเราจะได้เป็นเพื่อนบ้านกันไง!"
"ฟู่... แม่เธอปล่อยให้เธอจัดการเรื่องพวกนี้ได้ยังไงเนี่ย?"
"ตกลงพี่จะเอาห้องนี้ใช่ไหม?"
"ก็ฟังดูน่าสนใจดีนะ แต่เรื่องค่าเช่า ยังไงเธอก็ต้องเก็บให้ครบนะ เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวต้องแยกให้ออกสิ"
"เย้ ดีใจจัง งั้นตกลงตามนี้นะ เอาห้องนี้แหละ เดี๋ยวฉันไปหยิบกุญแจมาให้!"
หลี่เยว่ตื่นเต้นยิ่งกว่าหลินเฟิงซะอีก ราวกับว่าเธอเป็นฝ่ายได้กำไรอย่างนั้นแหละ
หลินเฟิงได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "นี่มันเศรษฐีนีตัวจริงเลยนี่หว่า ไอ้เจ้าน้องชายนี่มันดวงดีชะมัด"
เขากำลังจะปิดประตูห้องเพื่อลงไปหาอะไรกิน
แต่จู่ๆ ก็มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังแว่วมา
"ช่วยด้วย... อื้ออื้อ!"
ถึงเสียงนั้นจะแผ่วเบามาก แต่หลินเฟิงก็จับทิศทางได้อย่างแม่นยำ
"เสียงหลี่เยว่นี่!!"
หลินเฟิงไม่รอช้า พุ่งพรวดลงไปชั้นล่างทันที
เขามองเห็นชายฉกรรจ์สองคนกำลังเอามืออุดปากหลี่เยว่ แล้วลากตัวเธอขึ้นรถตู้ไป
"ฮี่ๆ คุณหนูหลี่ อย่าดิ้นให้เสียแรงเปล่าเลย พวกเราจะทะนุถนอมคุณหนูอย่างดีเลยล่ะ!"
"ลูกพี่ นังหนูนี่สวยหยดย้อยเลยว่ะ พอได้ค่าไถ่แล้ว พวกเราขอ... แฮ่ๆ.."
"แน่นอนสิเว้ย ต่อให้ได้เงินแล้ว พวกเราก็จัดหนักอยู่ดี เดี๋ยวฉันขอเปิดซิงก่อนเลยนะ"
เมื่อได้ยินบทสนทนาอันน่าสะอิดสะเอียน หลี่เยว่ก็เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
แต่กลิ่นฉุนกึกคล้ายน้ำยาฆ่าเชื้อจากมือที่อุดปากเธออยู่ ทำให้ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนปวกเปียก และสติสัมปชัญญะก็ค่อยๆ เลือนรางลง
ในจังหวะที่หลินเฟิงวิ่งลงมาถึง
หลี่เยว่ก็หมดสติและถูกจับยัดเข้าไปในรถตู้พอดี
"แม่งเอ๊ย ยัยเด็กคลั่งรักก็ยังไม่เว้น ไม่กลัวติดเชื้อคลั่งรักหรือไงวะ!"
หลินเฟิงสบถลั่น ทรัพย์สินเยอะมันก็อันตรายแบบนี้แหละ
เขาไม่รอช้า กระโดดลงมาจากชั้นสองทันที พร้อมๆ กับเสียงล้อรถที่บดไปกับพื้นถนนจนเกิดควันขาวโขมง รถตู้คันนั้นพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
หลินเฟิงสับเท้าวิ่งตามรถตู้ไปอย่างไม่คิดชีวิต
ชายสองคนในรถต่างก็กำลังตื่นเต้นดีใจ
"ลูกพี่ พวกเราทำสำเร็จแล้วเว้ย! ครึ่งชีวิตที่เหลือ พวกเราจะได้เสวยสุขกันแล้ว!"
"ถึงยัยเด็กนี่จะเป็นลูกสาวเศรษฐีอันดับหนึ่งของเขตอันเฉิง แต่แม่เธอกับเศรษฐีนั่นหย่ากันไปเป็นสิบปีแล้ว ไม่รู้ว่าจะยอมจ่ายค่าไถ่หรือเปล่านี่สิ!"
"ฮี่ๆ ถึงจะหย่ากันแล้ว แต่แม่เธอก็รวยใช่ย่อยนะเว้ย เผลอๆ พวกเราอาจจะได้ค่าไถ่สองเด้งเลยก็ได้!"
"เอ๊ะ ลูกพี่ เหมือนจะมีคนวิ่งตามพวกรถเรามานะ!"
จู่ๆ ลูกน้องที่ทำหน้าที่ขับรถก็เบิกตากว้าง จ้องมองกระจกมองหลังด้วยความตกตะลึง
"อะไรของมึงเนี่ย? ขับเร็วขนาดนี้ มึงบอกว่ามีคนวิ่งตามมาเหรอ? ประสาทหลอนไปแล้วมั้ง"
ลูกพี่หันไปมองด้านหลังรถอย่างไม่ใส่ใจนัก
แต่เขากลับพบว่า ในระยะห่างไม่ถึง 20 เมตร มีร่างของหลินเฟิงกำลังวิ่งไล่กวดรถตู้มาติดๆ
ลูกพี่ถึงกับสติแตกทันที
"เป็นไปได้ยังไงวะ? ตอนนี้ขับอยู่เท่าไหร่เนี่ย?"
"80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงครับลูกพี่"
เส้นทางนี้พวกเขาวางแผนมาอย่างดี เป็นถนนชานเมืองที่ไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่าน จึงสามารถทำความเร็วได้เต็มที่ แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าจะมีคนวิ่งตามรถพวกเขาทัน?
เมื่อเห็นหลินเฟิงวิ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
ลูกพี่ก็ตะโกนสั่งเสียงหลง "เร็วเข้า เหยียบคันเร่งมิดเลย!"
"ครับลูกพี่!"
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม รถตู้พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง
หลินเฟิงมองดูรถตู้ที่กำลังเร่งความเร็วหนี เขากัดฟันกรอด "คิดจะหนีงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! ย๊ากก!"
เขารีดเค้นพลังทั้งหมดที่มีออกมา
ตอนนี้ความเร็วของรถตู้พุ่งทะลุ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปแล้ว
หลินเฟิงรู้สึกร้อนผ่าวที่ฝ่าเท้า ก็เขาใส่แค่รองเท้าแตะหัวโตลงมากินข้าวนี่นา ใครจะไปรู้ล่ะว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ รองเท้าคู่ละร้อยกว่าบาทละลายติดพื้นไปเรียบร้อยแล้ว
แต่ความเร็วของรถตู้มันเร็วเกินไปจริงๆ
ระยะห่างระหว่างเขากับรถตู้เริ่มทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆ
หลินเฟิงร้อนใจสุดๆ
หลี่เยว่เป็นเด็กดีมากนะ อย่างน้อยเธอก็เป็นคนมอบเงินก้อนแรกให้กับเขา
แถมเธอยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นของน้องชาย และยังแอบชอบน้องชายเขาอีก
เพราะเหตุนี้ เขาจึงยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้เธอเป็นอะไรไป ไม่อย่างนั้นเขาคงมองหน้าน้องชายไม่ติดแน่
"ห้ามเป็นอะไรไปเด็ดขาด! ต้องเร็วกว่านี้ ต้องเร็วกว่านี้อีก!!"
เสียงลมที่พัดกระหน่ำอยู่รอบตัวคล้ายจะเลือนหายไป หลินเฟิงได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
ไม่ไหวแล้ว... จะเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้ว ร่างกายรับไม่ไหวแล้ว
หรือว่าต้องยอมแพ้แค่นี้?
ความรู้สึกไร้พลังถาโถมเข้าใส่หลินเฟิง
ตามไม่ทันแล้ว!
เขามองดูรถตู้ที่วิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ
ด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง
แต่ในขณะนั้นเอง ด้านหน้าเป็นทางโค้งหักศอก รถตู้ที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเกิดเสียหลัก พลิกคว่ำตกลงไปในทุ่งนาข้างทาง
"ตกคันนาแล้วเหรอ?"
หลินเฟิงเห็นความหวังริบหรี่ เขาพุ่งตัวเข้าไปในทุ่งนาทันที
รถตู้มีควันพวยพุ่งออกมา โจรทั้งสองคนตะเกียกตะกายหนีตายออกมาจากซากรถ โดยไม่ลืมลากตัวหลี่เยว่ออกมาด้วย
"แก... แกมันตัวประหลาดอะไรวะเนี่ย!"
"อย่าเข้ามานะ ถ้าแกก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันฆ่านังนี่ทิ้งแน่!"
โจรทั้งสองคนจับหลี่เยว่เป็นตัวประกัน พวกเขามองหลินเฟิงด้วยแววตาหวาดผวา
ใครจะไปคิดล่ะว่า เหยียบคันเร่งจนมิดแล้ว ยังจะโดนวิ่งตามทันอีก โคตรจะสยองเลย
(จบแล้ว)