- หน้าแรก
- ตำนานคนค้าปืน
- บทที่ 54 - ยอดคนเหนือโลกจอมลวงโลก นี่มันพล็อตเรื่องบ้าบออะไรเนี่ย
บทที่ 54 - ยอดคนเหนือโลกจอมลวงโลก นี่มันพล็อตเรื่องบ้าบออะไรเนี่ย
บทที่ 54 - ยอดคนเหนือโลกจอมลวงโลก นี่มันพล็อตเรื่องบ้าบออะไรเนี่ย
บทที่ 54 - ยอดคนเหนือโลกจอมลวงโลก นี่มันพล็อตเรื่องบ้าบออะไรเนี่ย
"เอ๊ะ พวกนายดูสิว่าคนที่อยู่ข้างๆ เขานั่นใครน่ะ!"
"เมืองหนิงตู? หมอนี่มาจากเมืองหนิงตูเหรอเนี่ย??"
"ไอ้หมอนี่มันหลอกคนในเมืองไม่พอ ตอนนี้หันมาหลอกคนต่างเมืองแล้วเหรอ?"
"เฮ้ย น้องชางเทียนจื่อ ระวังตัวไว้ให้ดีนะเว้ย อย่าไปหลงกลไอ้หมอนั่นเข้าล่ะ มันเป็นสิบแปดมงกุฎ!"
ผู้คนในเมืองหางตูช่างมีน้ำใจจริงๆ
เมื่อรู้ว่าหลินเฟิงเป็นผู้เล่นจากเมืองหนิงตู พวกเขาต่างก็พากันร้องเตือนด้วยความหวังดี
คำบอกเล่าเหล่านั้น ทำให้หลินเฟิงได้รู้ว่า ผู้เล่นที่ชื่อยอดคนเหนือโลกคนนี้ เป็นสิบแปดมงกุฎมืออาชีพ
แถมยังเป็นที่รังเกียจและถูกตราหน้าจากคนทั้งเมืองหางตูอีกด้วย
และที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือ ยอดคนเหนือโลกคนนี้มักจะหลุดเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวขณะเล่นเกมเสมอ
ยกตัวอย่างเช่น เขามักจะคิดมโนไปเองว่าตัวเองคือยอดคนเหนือโลก ผู้คนบนโลกนี้ล้วนเป็นเพียงหมากบนกระดาน และด้วยความเป็นอิสระของเกมที่เปิดกว้างอย่างเต็มที่ ทำให้เขายิ่งหลงระเริงและมัวเมาไปกับมัน อย่างที่เขาเคยพูดไว้ว่า
"โลกนี้มีคนร้อยแปดพันเก้า ฉันจะเป็นสิบแปดมงกุฎแล้วมันหนักหัวใคร? ก็แค่เล่นเกมเหมือนๆ กัน พวกแกจะมาจุ้นจ้านวิธีการเล่นของฉันทำไม?"
คนประเภทนี้ ไม่มีใครเถียงชนะเขาได้หรอก
เอาจริงๆ นะ นายจะเล่นเกมด้วยวิธีไหนมันก็สิทธิ์ของนาย ไม่มีใครอยากจะไปยุ่งหรอก
แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง ยอดคนเหนือโลกคนนี้ดันใช้ชื่อในเกมของตัวเอง ปลอมตัวเป็น NPC แล้วไปหลอกเอาเงินจากผู้เล่นใหม่มาได้ถึง 1,000 เหรียญทอง
แค่นั้นแหละ ชื่อเสียงของเขาก็ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
ยอดคนเหนือโลกกลายเป็นที่รังเกียจของทุกคนในเมืองหางตู ไม่มีใครอยากจะคบหาสมาคมกับเขาอีกเลย
เมื่อได้ยินคนอื่นกล่าวหาตนเองแบบเสียๆ หายๆ
ยอดคนเหนือโลกก็เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลน "พวกแกรู้เรื่องอะไรบ้าง? ฉันกำลังช่วยเขาอยู่ต่างหาก น้องชาย ไม่ต้องไปสนใจพวกมันหรอก เดี๋ยวฉันพานายเข้าไปเอง"
NPC: "พื้นที่หวงห้ามจวนเจ้าเมือง ห้ามบุคคลภายนอกเข้าเด็ดขาด!"
NPC: "หากเจ้าขืนบุกรุกเข้าไปอีก ข้าจะสังหารเจ้าซะ!"
"ฮ่าๆๆ ไอ้สิบแปดมงกุฎ ได้ยินเต็มสองหูแล้วใช่ไหม แกกำลังพาคนต่างเมืองไปลงนรกชัดๆ!"
"ถ้าถูก NPC ฆ่าตาย แกก็แค่เกิดใหม่ แต่หมอนั่นต้องโดนส่งกลับเมืองเกิดเลยนะ"
"ใช่ สนิทกับเจ้าเมืองเหรอ? ถุย! ตลกสิ้นดี!"
ยอดคนเหนือโลกเผชิญหน้ากับคำถามและเสียงหัวเราะเยาะ แต่สีหน้าของเขากลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เขาหันไปพูดกับ NPC ยามรักษาการณ์ว่า "ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ข้าจะพาน้องชายข้าเข้าไป เขามากับข้า! พวกเจ้ากล้าขวางไม่ให้เขาเข้าเหรอ?"
NPC: "เขาเข้าได้ แต่เจ้าเข้าไม่ได้"
ยอดคนเหนือโลก: "..."
"ฮ่าๆๆ!"
เสียงหัวเราะเยาะดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
"ขายหน้า น่าไม่อายจริงๆ ว่ะ!"
"ขำจนแทบอ้วกแล้ว ไอ้สิบแปดมงกุฎนี่มันตลกเป็นบ้าเลย!"
หลินเฟิงส่ายหน้าอย่างระอาใจ สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดในชีวิตก็คือพวกสิบแปดมงกุฎนี่แหละ
แต่เขาก็ยังพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "พี่ชายยอดคนเหนือโลก ผมขอตัวเข้าไปข้างในก่อนนะครับ ขอบคุณมากที่อุตส่าห์นำทางมาให้!"
ยอดคนเหนือโลกมีสีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะพูดแก้เกี้ยวว่า "เอ่อ... นายอย่าไปฟังที่พวกนั้นพูดเลยนะ!"
"เข้าใจแล้วครับ ยังไงก็ขอบคุณมากนะ"
หลินเฟิงไม่อยากจะต่อความยาวสาวยืดกับเขาอีก จึงแค่ยิ้มตอบ แล้วเดินเข้าไปในจวนเจ้าเมือง
ถึงยังไงเขาก็แค่แวะมาทำภารกิจเท่านั้น เป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญเดินสวนทางกันในยุทธภพนี้ ต่อไปคงไม่มีโอกาสได้พบกันอีกแล้วล่ะ
NPC ยามรักษาการณ์เป็นคนเดินนำหลินเฟิงเข้าไปในจวนเจ้าเมืองด้วยตัวเอง
หลินเฟิงปัดเรื่องเมื่อครู่นี้ทิ้งไปจากสมอง
แล้วหันมาทบทวนเกี่ยวกับภารกิจของตนเอง
ภารกิจสั่งให้เขาไปติดสินบนเจ้าเมืองหางตูและเจ้าเมืองซูตู
แต่ไม่ได้บอกว่าต้องใช้เงินสินบนเท่าไหร่?
ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น NPC ก็พาเขามาถึงห้องโถงใหญ่ของจวนเจ้าเมืองแล้ว
ภายในห้องโถงมี NPC นั่งอยู่สามคน พวกเขากำลังดื่มชาและพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ
ชื่อของ NPC ทั้งสามก็คือ: เจ้าเมืองหนิงตู, เจ้าเมืองหางตู และเจ้าเมืองซูตู
หลินเฟิงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "อยู่กันครบเลยเหรอเนี่ย?"
เมื่อเห็นหลินเฟิงเดินเข้ามา เจ้าเมืองหนิงตูก็รีบลุกขึ้นมาต้อนรับทันที
"ฮ่าๆ คุณชายชางเทียนจื่อมาแล้ว ทั้งสองท่าน ข้าขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเมืองหนิงตูของข้าเอง"
หลินเฟิงยืนอึ้งไปเลย เขาไปเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองหนิงตูตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?
"ท่านเจ้าเมือง ทำไมข้าถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยล่ะขอรับ??"
เจ้าเมืองอีกสองคนมองหลินเฟิงด้วยสายตาชื่นชม "อืม!! ไม่เลวเลย อายุน้อยแท้ๆ แต่กลับมีความสามารถถึงเพียงนี้"
เจ้าเมืองหนิงตูยิ้มกริ่ม "ที่เขามาในวันนี้ ก็เพื่อนำของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ มามอบให้ท่านเจ้าเมืองทั้งสองด้วยนะ"
พูดจบ เขาก็โบกมือให้หลินเฟิง เป็นสัญญาณให้หยิบของออกมา
ของ? ของบ้าอะไรล่ะ
หลินเฟิงหมดคำจะพูดกับพล็อตเรื่องแบบนี้ ไม่มีใครเตือนเขาเลยสักนิดว่าต้องเตรียมของมาด้วย..
รอยยิ้มของเจ้าเมืองหนิงตูแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาของเขากลอกกลิ้งไปมา พลันนึกแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ "อะไรนะ?? ของของเจ้าถูกคนปล้นไปแล้วงั้นรึ?"
"อะไรนะ โดนปล้นไปแล้วเหรอ?" เจ้าเมืองหางตูให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาลุกพรวดขึ้นมาทันที "คงไม่ใช่ฝีมือของหลิวฟางหรอกนะ?"
"ใช่แล้ว ต้องเป็นฝีมือมันแน่ๆ!"
"เฮ้อ ต้องขออภัยท่านทั้งสองด้วย ที่เมืองหางตูของข้ามีคนชั่วช้าเช่นนี้หลุดรอดสายตาไปได้!"
เจ้าเมืองหนิงตูตีหน้าขรึม "ท่านเจ้าเมืองหางตู ท่านไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่านหรอก คนของเมืองหนิงตูย่อมจัดการปัญหาด้วยตัวเองได้ ชางเทียนจื่อไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ เขาเองก็เป็นถึงหัวหน้ากิลด์ของเมืองหนิงตูเชียวนะ!"
【ติ๊ง เนื่องจากคุณไม่ได้เตรียมของกำนัลสำหรับติดสินบนมาด้วย เจ้าเมืองหนิงตูจึงได้เสนอทางออกให้แก่คุณ】
【จงไปจับกุมตัวหลิวฟาง โจรปล้นชิงชื่อกระฉ่อนแห่งเมืองหางตู และชิงเอาตั๋วเงินของเขากลับมา เพื่อใช้เป็นของกำนัลติดสินบนแก่เจ้าเมืองทั้งสอง!】
ภารกิจได้รับการอัปเดตทันที
เจ้าเมืองหนิงตูเดินออกมาส่งหลินเฟิงด้วยตัวเอง พร้อมกับกำชับด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ชางเทียนจื่อ นี่คือโอกาสที่ข้าอุตส่าห์ขอร้องมาให้เจ้า อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ!"
จนกระทั่งเดินออกมาพ้นประตูจวนเจ้าเมืองแล้ว หลินเฟิงก็ยังคงรู้สึกงุนงงอยู่ นี่มันพล็อตเรื่องบ้าบออะไรกันเนี่ย
"เดี๋ยวสิ ข้ายังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลยนะ!!"
"นี่มันจะบ้าไปแล้ว พล็อตเรื่องงี่เง่าอะไรเนี่ย!"
...
หลินเฟิงไม่รู้เลยว่า หลังจากที่เขาคล้อยหลังไปแล้ว
เจ้าเมืองทั้งสามต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ทั้งสามคนสุมหัวคุยกันด้วยเสียงกระซิบกระซาบ "พล็อตเรื่องแบบนี้พอจะเนียนไหม? เขาจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?"
"เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อแล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าภารกิจของเขาจะเป็นแบบนี้"
"แม่ร่วง ไอ้พวกเวรเอ๊ย บทก็ไม่มีมาให้ แล้วจะให้พวกกูด้นสดยังไงวะ?"
"โชคดีนะที่ฉันหัวไว แกล้งโยงเรื่องไปหาหลิวฟางได้ทัน.."
"เลิกงานเมื่อไหร่ ต้องไปคิดบัญชีกับไอ้พวกฝ่ายออกแบบซะหน่อยแล้ว!"
หลินเฟิงคงคาดไม่ถึงเลยว่า บรรดา NPC ตัวสำคัญอย่างเจ้าเมืองเหล่านี้ ล้วนถูกควบคุมโดยพนักงานของบริษัทเทียนเซี่ยทั้งหมด
แม้ว่าระบบเกมทั้งหมดจะถูกประมวลผลและรันโดยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ก็ตาม
แต่เกมนี้ก็ยังมีความไม่สมบูรณ์แบบอยู่บ้าง โดยเฉพาะอาชีพเฉพาะทางของหลินเฟิง ซึ่งเนื้อเรื่องและเงื่อนไขต่างๆ ยังไม่ได้ถูกป้อนเข้าสู่ระบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์
เพราะตามไทม์ไลน์แล้ว ยังไม่ควรมีใครปลดล็อกอาชีพนี้ได้เร็วขนาดนี้
"เฮ้อ ไม่รู้เหมือนกันว่าหมอนั่นไปทำอีท่าไหน ถึงได้ปลดล็อกอาชีพนี้มาได้ ทำเอาพวกเราวุ่นวายกันไปหมดเลยเนี่ย!"
"แล้วตอนนี้จะทำยังไงได้ล่ะ ก็ต้องด้นสดไปตามน้ำเท่านั้นแหละ ไม่งั้นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ก็คงไม่อนุมัติผลลัพธ์หรอก!"
หลังจากหลินเฟิงเดินออกมาจากจวนเจ้าเมือง เขาก็เปิดหน้าต่างภารกิจขึ้นมาดู
และก็เป็นไปตามคาด ในหน้าต่างภารกิจมีเป้าหมายระบุไว้อย่างชัดเจน: โจรปล้นชิง หลิวฟาง ปัจจุบันกบดานอยู่ที่ศาลาสิบลี้ นอกเมืองหางตู
"ช่างเถอะ พล็อตเรื่องมันจะปัญญาอ่อนแค่ไหนก็ช่าง ทำภารกิจให้เสร็จๆ ไปก่อนก็แล้วกัน!"
(จบแล้ว)