- หน้าแรก
- ตำนานคนค้าปืน
- บทที่ 25 - เริ่มก่อตั้งกิลด์ รับสมัครพรรคพวก
บทที่ 25 - เริ่มก่อตั้งกิลด์ รับสมัครพรรคพวก
บทที่ 25 - เริ่มก่อตั้งกิลด์ รับสมัครพรรคพวก
บทที่ 25 - เริ่มก่อตั้งกิลด์ รับสมัครพรรคพวก
แม้จะเล่นเกมติดต่อกันมาสองวันเต็มๆ แต่หลินเฟิงกลับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด ซ้ำยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่าด้วยซ้ำ
นี่คือข้อดีของหมวกเกม ไม่งั้นมันคงไม่ราคาแพงหูฉี่ขนาดนั้นหรอก และแน่นอนว่าความสุขจากการหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นมีพลัง
ฤดูร้อนใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว อากาศยามค่ำคืนจึงเริ่มเย็นยะเยือก
หลินเฟิงแวะกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มใกล้ๆ มาสองสามพันหยวน แล้วก็ไปหาร้านปิ้งย่าง จัดการสั่งเนื้อย่างมากินชุดใหญ่ พร้อมกับเบียร์อีกหนึ่งขวด ถือเป็นการฉลองให้ตัวเองแบบหรูหราหน่อย
พอกินอิ่มหนำสำราญ เขาก็แวะร้านขายผลไม้ ซื้อผลไม้ติดไม้ติดมือมานิดหน่อย ก่อนจะเดินทอดน่องมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล
ตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอยิ่งเดินเข้าใกล้โรงพยาบาล ความรู้สึกประหม่าก็เริ่มเกาะกินหัวใจ
การจากลาในชาติก่อนมันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน
"ชีวิตที่แล้ว ฉันมันไม่มีเงิน"
"แต่ชีวิตนี้ ฉันจะไม่มีวันยอมให้ตัวเองต้องมานั่งเสียใจทีหลังอีกเด็ดขาด"
หลินเฟิงไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง
เมื่อเขาไปยืนอยู่หน้าประตูโรงพยาบาล มองผ่านกระจกใสเข้าไปเห็นใบหน้าซูบซีดของผู้เป็นแม่ที่นอนอยู่บนเตียง
เขาก็รู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เขายืนเหม่อลอยอยู่หน้าประตู
ห้าปีแล้ว ห้าปีเต็มๆ ที่ไม่ได้เจอกัน
ภายในห้องพักฟื้น หลินเหวินกำลังป้อนข้าวต้มให้แม่อยู่
"สองสามวันนี้ไม่เห็นหน้าพี่ชายลูกเลยนะ"
เสียงแหบพร่าของแม่ดังขึ้น "หลายวันก่อนเขาอดหลับอดนอนดูแลแม่ติดกันหลายคืน เขาไม่เป็นอะไรใช่ไหม!"
"โธ่ ไม่เป็นอะไรหรอกครับแม่ พี่หลินเฟิงน่ะถึกจะตายไป มีเรื่องอะไรให้ต้องเป็นห่วงกันล่ะ!"
"แค่กๆ ลูกนี่น้า... ทำตัวดีๆ กับพี่เขาหน่อยสิ วันข้างหน้าเขาก็จะเป็นญาติเพียงคนเดียวที่ลูกเหลือนอยู่นะ! ต้องคอยดูแลพึ่งพากัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันรู้ไหม"
"แม่ พูดเรื่องอะไรกันเนี่ย!"
เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน หลินเฟิงก็สูดหายใจลึก
กำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตู
ทว่าในตอนนั้นเอง
คุณหมอในชุดกาวน์ก็เดินเข้ามาหา
"อ้าว หลินเฟิง ไม่เจอหน้าตั้งหลายวันเลยนะ!"
"คุณหมอหลิวมั่ว!"
คนที่เดินเข้ามาคือหมอเจ้าของไข้แม่ของหลินเฟิง เป็นหมอวัยกลางคนชื่อ หลิวมั่ว
"เธอมาก็ดีแล้ว ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยพอดี"
"เชิญพูดมาได้เลยครับ"
"อาการป่วยของแม่เธอรอไม่ได้แล้วนะ ฉันตรวจดูให้แล้ว วันพุธหน้ามีคิวผ่าตัดที่ตรงกันพอดี เธอจะให้แม่ผ่าตัดไหม?"
สีหน้าของหลิวมั่วเรียบเฉย ราวกับกำลังพูดเรื่องทั่วไปที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร
คงเป็นเพราะหมออย่างพวกเขาเห็นความตายและการพลัดพรากมาจนชินชาแล้วกระมัง ถึงได้ดูไร้ความรู้สึกกับเรื่องแบบนี้
หลินเฟิงพยักหน้าตอบอย่างหนักแน่น "ทำครับ!"
"ฉันขอพูดไว้ก่อนเลยนะ ว่าการผ่าตัดครั้งนี้มีความเสี่ยงสูง อัตราความสำเร็จไม่ได้สูงมาก เธอต้องตัดสินใจให้ดีล่ะ ถ้าตกลงจะผ่าตัด พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ ก็รีบโอนเงินเข้าบัญชีโรงพยาบาลให้เรียบร้อยด้วย!"
"ห้าแสนหยวน!"
"พวกเราตกลงทำครับ คุณหมอหลิว ผมจะเตรียมเงินมาให้พร้อม!"
"อืม ดีแล้ว งั้นก็ตามนี้นะ! ฉันขอตัวไปทำงานก่อนล่ะ!"
พูดจบ หลิวมั่วก็เดินจากไป โดยไม่ได้ก้าวเท้าเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยเลยด้วยซ้ำ
หลินเฟิงมองตามหลังหลิวมั่วไป แววตาของเขาเริ่มฉายแววมุ่งมั่นขึ้นเรื่อยๆ
นี่จะเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
ใช้เงินห้าแสนหยวน เดิมพันกับชีวิตของแม่
เดิมพันกันสักตั้ง!!!
หลินเฟิงสูดหายใจลึก ปั้นหน้ายิ้มแย้ม แล้วผลักประตูเดินเข้าไปในห้อง
……
แต่สิ่งที่หลินเฟิงไม่รู้ก็คือ
หลังจากที่หลิวมั่วเดินคล้อยหลังไป เขาก็สบถออกมาด้วยความดูแคลน "ไอ้พวกยาจกเอ๊ย จะเอาเงินมาจากไหนกัน ยังมีหน้ามาบอกว่าจะเตรียมเงินมาให้พร้อมอีก ฉันว่าเตรียมตัวเก็บของออกจากโรงพยาบาลไปเลยดีกว่ามั้ง!"
แต่แล้วจู่ๆ โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น
เมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามา หลิวมั่วก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มประจบประแจงทันที "สวัสดีครับ ประธานหลี่ ใช่ครับๆ มีครับ ทำไมจะไม่มีล่ะครับ ท่านประธานหลี่เอ่ยปากมาคำเดียว ทางโรงพยาบาลของเราก็พร้อมให้บริการท่านอย่างเต็มที่เลยครับ"
"ได้เลยครับ พวกเรารอท่านอยู่นะครับ วางใจได้เลยครับ ต้องสำเร็จแน่นอนครับ"
ท่าทางประจบสอพลอของเขานั้น ช่างแตกต่างจากเมื่อครู่นี้ราวกับเป็นคนละคน
……
หลินเฟิงนั่งอยู่เป็นเพื่อนแม่ในห้องพักฟื้นประมาณหนึ่งชั่วโมง
รอจนกระทั่งแม่หลับสนิทไป
ระหว่างทางเดินกลับบ้าน หลินเฟิงกับหลินเหวินก็พูดคุยกัน
"สองสามวันนี้ลำบากแกหน่อยนะ ไม่ต้องประหยัดเงินหรอก จ้างพยาบาลพิเศษมาช่วยดูแลแม่เถอะ!"
"โธ่ ไม่เป็นไรหรอก พี่ก็รู้ว่าผมถึกจะตายไป ร่างกายผมแข็งแรงทนทานจะตาย! อย่าเอาเงินไปละลายน้ำเล่นเลย!"
หลินเฟิงถลึงตาใส่หลินเหวิน "แม่งเอ๊ย ฉันขาดแคลนเงินแค่ไม่กี่พันหยวนหรือไง? ที่เราขาดน่ะมันหลักแสนต่างหากโว้ย! แกนี่เรียนจนสมองเสื่อมไปแล้วหรือไงฮะ พ่อแกยังต้องให้เด็กนักศึกษาอย่างแกมาออกหน้าแทนอีกเหรอ??"
"พอแล้วๆ ผมรู้แล้วน่า!!"
"เออ แล้วผู้หญิงคนนั้นได้มาตอแยแกบ้างไหม?"
"ผมบล็อกไปแล้ว!"
"หา? จุ๊ๆ ใจแข็งดั่งหินผาจริงๆ แข็งทื่อเป็นท่อนไม้เลยสินะ ไม่พูดแล้ว กลับกันเถอะ!"
หลินเฟิงไม่ได้พูดอะไรต่อ เขายัดเงินสดสองสามพันหยวนที่กดมาให้หลินเหวิน ก่อนจะเดินทอดน่องกลับบ้านไป
ผ่านไปราวๆ สองชั่วโมงแล้ว
ป่านนี้คงไม่มีใครยืนออรอเขาอยู่แล้วมั้ง?
หลินเฟิงสวมหมวกเกมด้วยความรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
แสงสว่างภายในหมวกค่อยๆ สว่างไสวขึ้นมา
【ยินดีต้อนรับสู่โลกเทียนเซี่ย! เตรียมตัวเข้าสู่เกม!】
ทุกครั้งที่เข้าเกม จะมีคำกล่าวต้อนรับที่ไม่ซ้ำกัน พร้อมกับดนตรีประกอบสุดระทึกใจ อันนี้ต้องขอชื่นชมเลย
ภาพเบื้องหน้าของหลินเฟิงค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้น
มันคือจุดเดิมกับที่เขาออฟไลน์ไป
ยังมีคนตั้งแผงลอยขายของอยู่ประปราย
แต่โชคดีที่กลุ่มคนที่มารุมล้อมเขาหายไปหมดแล้ว
หลินเฟิงสับตีนแตกวิ่งหนีทันที โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
"นั่นชางเทียนจื่อ หมอนั่นออนไลน์แล้ว!"
"รีบตามไปเร็ว!!"
น่าเสียดายที่พวกเขาตอบสนองช้าไปหน่อย
พวกที่ตั้งแผงลอยและพวกที่มาเดินดูของ ยังไม่ทันจะได้ขยับตัวตาม หลินเฟิงก็วิ่งหายวับเข้าไปในฝูงชนเสียแล้ว
หลินเฟิงถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
อาณาเขตกิลด์เป็นแค่บ้านหลังเล็กๆ ขืนพวกนั้นไปดักรอที่หน้าประตู เขาคงออกไปไหนไม่ได้แน่ๆ
แต่ถ้าไม่ใช่พื้นที่ที่มีข้อจำกัดเรื่องภูมิประเทศ พวกนั้นก็ไม่มีทางขวางเขาได้หรอก
แม้ว่าระหว่างทางจะมีคนทักมาขอเข้ากิลด์อยู่เรื่อยๆ ก็ตาม
แต่หลินเฟิงก็คร้านจะใส่ใจคนพวกนี้
เขาแวะไปที่ร้านค้าของตัวเองเป็นอันดับแรก
จัดการนำแร่และสมุนไพรที่รับซื้อมาได้ออกมาทั้งหมด
ระบบการซื้อขายในร้านสามารถตั้งค่าได้จากหน้าต่างร้านค้า
แต่ตัวสินค้าจริงๆ จะต้องมาเบิกเอาที่นี่เท่านั้น
จากนั้น เขาก็เพิ่มรายการรับซื้อสินค้าอื่นๆ เข้าไปในรายการอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ ไอเทมใช้แล้วทิ้ง หรือยารักษา
ของพวกนี้ล้วนเป็นที่ต้องการของตลาด การซื้อมาขายไปแม้จะได้กำไรไม่เยอะนัก
แต่ด้วยชื่อเสียงของราชวงศ์ต้าซางที่กำลังโด่งดังเป็นพลุแตกอยู่ในตอนนี้
หากเน้นขายปริมาณมากๆ วันหนึ่งก็คงทำกำไรได้หลายหมื่นเหรียญทองสบายๆ
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น
หลินเฟิงก็มุ่งหน้าไปยังสถานีรถม้า
ระหว่างที่เดินไป เขาก็เปิดหน้าต่างแชตทักหาสองพี่น้อง ฉันชอบไส้ใหญ่หมู
ชางเทียนจื่อ: 【พวกนายอยู่ไหนกัน? ว่างหรือเปล่า?】
ฉันชอบไส้ใหญ่หมู: 【ว่างสิ ว่างสุดๆ ไปเลย พี่ชาง เอ๊ย ลูกพี่ชาง พวกเรากำลังรอให้ลูกพี่ทักมาหาอยู่พอดีเลย!】
หมอนั่นส่งข้อความเสียงมา ฟังจากน้ำเสียงก็รู้เลยว่ากำลังตื่นเต้นสุดขีด
สองคนนี้ถือเป็นบุคลากรชั้นยอด เป็นถึงผู้เล่นอาชีพสายผลิตระดับซ่อนเร้นเชียวนะ
หลินเฟิงจึงไม่รอช้า กดส่งคำเชิญเข้ากิลด์ให้ทั้งสองคนทันที
【ผู้เล่น: ฉันชอบไส้ใหญ่หมู เข้าร่วมกิลด์แล้ว!】
【ผู้เล่น: ฉันชอบกินคากิ เข้าร่วมกิลด์แล้ว!】
จำนวนสมาชิกในกิลด์เพิ่มขึ้นมาแค่สองคน แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนเพิ่มขึ้นมาสองร้อยคน
ฉันชอบไส้ใหญ่หมู: 【แม่ร่วง ฉันได้เข้ากิลด์แล้ว ตอนนี้ฉันเป็นสมาชิกลำดับที่สองของเมืองหนิงตูเลยนะ! คนแรกก็คือลูกพี่ชาง!】
ฉันชอบกินคากิ: 【ไสหัวไปเลย ฉันต่างหากที่เป็นคนที่สอง ส่วนแกน่ะคนที่สาม!】
【ทำไม? อยากมีเรื่องหรือไง?】
【มาต่อยกันตัวๆ นอกจอเลยไหมล่ะ!!】
【ขอคิดดูก่อนนะ!】
หลินเฟิง: "..."
ดูออกเลยว่าสองคนนี้มาเล่นเกมเพื่อความบันเทิงจริงๆ รู้จักเสพความสุขจากการเล่นเกม
เก่งกว่าเขาเยอะเลยแฮะ
ชางเทียนจื่อ: 【ฉันกำลังเดินทางไปที่อาณาเขตกิลด์ เดี๋ยวพวกนายตามมานะ ฉันจะเอาวัตถุดิบให้พวกนาย!】
【กิลด์ของเรามีอาณาเขตด้วยเหรอ?】
【แกโง่หรือเปล่าเนี่ย ไม่ได้ฟังประกาศจากระบบเลยหรือไง?】
【ลูกพี่ เดี๋ยวรีบตามไปนะ!】
ไอ้คู่หูตัวตลกนี่
หลินเฟิงยิ้มเจื่อนพลางส่ายหน้า ก่อนจะเริ่มไล่อ่านกระทู้ที่ตัวเองตั้งไว้
เขาคัดเลือกคนที่ดูน่าเชื่อถือจากคอมเมนต์ใต้กระทู้ แล้วแอดเพื่อนไปทีละคน
ตอนนี้หลินเฟิงเป็นคนคุมเกม ย่อมมีสิทธิ์ตั้งกฎเกณฑ์ได้ตามใจชอบ
เงื่อนไขในการเข้าร่วมราชวงศ์ต้าซางนั้นง่ายนิดเดียว
พ่อค้าที่เข้าร่วมกิลด์ราชวงศ์ต้าซาง จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการค้าให้กิลด์ห้าเปอร์เซ็นต์
กฎเกณฑ์พวกนี้ถูกกำหนดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
หลินเฟิงสามารถปรับเปลี่ยนได้ในหน้าต่างตั้งค่ากิลด์
และที่สำคัญคือห้ามหลอกลวงลูกค้าเด็ดขาด ใครที่ตุกติกจะถูกเตะออกจากกิลด์ทันที
เงื่อนไขสำหรับพ่อค้าอาจจะดูเข้มงวดไปสักหน่อย แต่สวัสดิการสำหรับอาชีพสายผลิตนั้นยอดเยี่ยมมาก
เมื่อเข้าร่วมราชวงศ์ต้าซาง หลินเฟิงจะจัดหาวัตถุดิบสำหรับการอัปเลเวลสกิลให้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแร่ ไม้ หนังสัตว์ หรือสมุนไพร เพื่อสนับสนุนให้พวกเขาสามารถพัฒนาสายอาชีพผลิตของตัวเองได้อย่างเต็มที่
แต่มีข้อแม้ว่า สินค้าที่พวกเขาผลิตออกมาได้ จะต้องให้พ่อค้าในกิลด์เป็นคนนำไปขาย โดยจะแบ่งกำไรให้สิบเปอร์เซ็นต์
นี่แหละคือระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ
(จบแล้ว)