เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 หลินจือหัวพยักหน้า

บทที่ 7 หลินจือหัวพยักหน้า

บทที่ 7 หลินจือหัวพยักหน้า


บทที่ 7 หลินจือหัวพยักหน้า

ใบหน้าแทบจะไร้ความรู้สึก ก่อนจะหันไปมองผู้เป็นพ่อ

"ตรวจสอบชัดเจนแล้วหรือยังครับ"

"ยัง... พ่อยังไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบเลย..." คุณพ่อหลินรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยที่ถูกลูกชายวัยหนุ่มทว่ามีท่าทีน่าเกรงขามจ้องมอง

"ไม่ต้องสืบแล้วครับ การที่รู้ว่าวันนี้ผมออกไปทำธุระส่วนตัว และสามารถแทรกแซงรถของผมได้ ทั้งเบรกขัดข้อง ถุงลมนิรภัยไม่ทำงาน... ไม่ว่าจะถูกชนตายหรือถูกไฟคลอกตายในท้ายที่สุด มันก็เหมือนกับการทำประกันไว้สองชั้นเพื่อย้ำให้แน่ใจว่าผมต้องตาย พ่อเดาไม่ออกจริงๆ หรือครับว่าเป็นใคร"

สีหน้าของคุณพ่อหลินดูย่ำแย่มาก ส่วนคุณแม่หลินก็ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด "แม่จะไปคิดบัญชีกับเขา!"

หลินจือหัวไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เขาแทบไม่ขยับตัว เพียงแค่ขยับปากเล็กน้อย "เฉินเยี่ยน คุณอารองไม่มีสติปัญญาพอจะทำเรื่องแบบนี้หรอก ยังมีใครอีก"

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ใบหน้ากลับเคร่งเครียด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาถูกลอบกัดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

เฉินเยี่ยนปรายตามองคู่สามีภรรยาตระกูลหลิน ก้มหน้าลงเล็กน้อย และเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความหวั่นไหว "นายท่านผู้เฒ่ามีส่วนร่วมด้วยครับ"

สองสามีภรรยาตระกูลหลินเบิกตากว้าง "เป็น... เป็นไปได้ยังไง!"

หลินจือหัวดูเหมือนจะรู้อยู่ก่อนแล้ว น้ำเสียงของเขายังคงสงบนิ่ง "คุณปู่ที่รักกับคุณอารองที่รักของผมคงจะรอไม่ไหวแล้วจริงๆ พ่อครับ แม่ครับ เรื่องนี้พวกท่านไม่ต้องกังวลไปหรอก"

เขาเอียงคอเล็กน้อยแล้วมองไปทางเฉินเยี่ยน "นี่เป็นการลงมือครั้งแรกของนายท่านผู้เฒ่า เขามั่นใจมากว่าคราวนี้ผมจะต้องตาย ดังนั้นเขาต้องยังจัดการร่องรอยไม่สะอาดแน่ ส่งคนไปรวบรวมหลักฐาน จับกุมคุณอารองในข้อหาพยายามฆ่า และปล่อยให้เขาถูกตัดสินโทษตามกฎหมาย แล้วก็ส่งคนไปกักบริเวณนายท่านผู้เฒ่าเอาไว้ อย่าให้ใครหน้าไหนเข้าไปพบเขาทั้งนั้น"

"ครับ!"

"จับตาดูความเคลื่อนไหวของผู้ถือหุ้นเอาไว้ แต่อย่าเพิ่งแหวกหญ้าให้งูตื่น"

"ครับ!"

"เปลี่ยนแม่บ้านและคนขับรถใหม่ทั้งหมด ไล่ผู้ช่วยหวังออกข้อหาเปิดเผยความลับทางการค้า ฉันไม่อยากเห็นหน้าเขาในวงการนี้อีก และให้ส่งเอกสารทั้งหมดของบริษัทมาที่โรงพยาบาล"

"ครับ!"

เขายกมือขึ้น เฉินเยี่ยนจึงรีบเข้ามาประคองตัวและปรับให้เขานอนราบลงบนเตียง

"บอสครับ งั้นผมขอตัวออกไปจัดการก่อนนะครับ"

"อืม"

เฉินเยี่ยนผงกศีรษะให้คู่สามีภรรยาตระกูลหลิน แล้วรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

คุณแม่หลินอ้าปากคล้ายอยากจะพูดอะไร ในที่สุดก็ตัดสินใจเอ่ยออกมา "ลูกจ๊ะ ลูกลอง... ลองทำเด็กหลอดแก้ว... แล้วมีลูกสักคนดีไหม... พวกสัมภเวสีผีสางพวกนี้จะได้อยู่ห่างๆ ลูกสักที!"

ภายในห้องพักฟื้นตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ

หลินจือหัวสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า "คนพวกนี้กล้าก่อเรื่อง ก็เป็นเพราะเมื่อก่อนพ่อตามใจพวกเขามากเกินไปจนทิ้งปัญหาเอาไว้ การที่ผมจะมีผู้สืบทอดหรือไม่ มันก็เป็นแค่ข้ออ้างให้พวกเขาโจมตีเท่านั้นแหละครับ"

คุณแม่หลินมีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย เธอก้าวเข้าไปดึงผ้าห่มคลุมให้เขา แล้วจึงพูดขึ้นว่า "เอาล่ะๆ ถึงคราวนี้ลูกจะจัดการพวกเขาได้ แต่พ่อกับแม่ก็อายุมากขึ้นทุกวัน เราแค่อยากอุ้มหลานเท่านั้นเอง"

"พวกท่านก็มีลูกอีกคน แล้วก็อุ้มลูกเอาสิครับ"

"ไอ้ลูกคนนี้นี่ พ่อกับแม่อายุปูนนี้แล้วนะ..."

คุณพ่อหลินเองก็พูดเสริมขึ้นว่า "ลูกเอ๊ย อย่างน้อยลูกก็ต้อง..."

"ผมอยากพักผ่อนแล้วครับ"

ทันทีที่หลินจือหัวพูดจบ คุณแม่หลินก็รีบดึงตัวคุณพ่อหลินออกไป "งั้นลูกก็พักผ่อนให้สบายเถอะ ถ้ามีเรื่องอะไรก็โทรหาแม่นะ เดี๋ยวแม่กับพ่อจะกลับไปตุ๋นน้ำซุปมาให้!"

ทั้งสองคนดึงดันกันออกไป และทันทีที่ประตูห้องปิดลง คุณพ่อหลินก็โวยวายขึ้น "คุณจะดึงผมออกมาทำไม ผมพูดอะไรผิดเหรอ ไม่ว่าแกจะใช้วิธีไหน แกก็ต้องรีบหาหลานมาให้ผมให้ได้!"

คุณแม่หลินหยิกเขาเข้าอย่างจังพร้อมกับกัดฟันกรอด "ตาเฒ่านี่ ถ้าคุณเก่งนัก ทำไมไม่เข้าไปขู่ลูกเองล่ะ! ถ้าตอนนั้นคุณไม่ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ลูกเราจะกลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง! แล้วพี่ชายกับพ่อบังเกิดเกล้าของคุณ ก็คงไม่เกิดความคิดสกปรกพวกนั้นขึ้นมาด้วย!"

"เรื่องเล็กงั้นเหรอ! นั่นมัน... นั่นมัน..." คุณพ่อหลินแอบคับแค้นใจอยู่ในลึกๆ นั่นมันเรื่องเสื่อมสมรรถภาพทางเพศเลยนะเว้ย!

ใช่แล้ว ผู้นำตระกูลหลินคนปัจจุบันที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ ชายโสดรูปหล่อ มาดดี และอายุน้อยคนนี้ เป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ...

หลังจากด่าทอสามีจบ คุณแม่หลินก็หันกลับไปมองห้องพักฟื้นด้วยสีหน้าอมทุกข์และถอนหายใจยาว "ฉันไม่คาดหวังจะได้ลูกสะใภ้อีกต่อไปแล้ว ขอแค่ลูกชายเรายอมมีลูกด้วยการทำเด็กหลอดแก้วก็พอ จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ทั้งนั้น แต่เขาก็ดันไม่ยอมทำนี่สิ! น่าหนักใจจริงๆ!"

คู่สามีภรรยาตระกูลหลินจากไปพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม ทว่าคนที่อยู่ภายในห้องพักฟื้นกลับไม่ได้พักผ่อนอย่างที่พูด

ใบหน้าหล่อเหลานั้นมีแววตาเหม่อลอย นิ้วเรียวไล้ไปตามหน้าปัดนาฬิกาข้อมือผู้หญิงเรือนหนึ่ง ในขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างเอาแต่จ้องมองความว่างเปล่า

"คุณคะ... คุณ... ฉันขอโทษนะคะ... ถึงคุณจะบาดเจ็บอยู่... แต่ฉัน... ฉันต้อง... ดึงคุณออกมา..."

"คุณคะ... ไม่ต้องกลัวนะคะ ฉันจะช่วยคุณเอง... ทุกอย่าง... ทุกอย่างจะต้องปลอดภัย!"

"คุณคะ... พยายามเข้านะ... เร็วเข้า ฉัน... พวกเรา... ไปกันต่ออีกนิดเถอะ! ออก... ออกแรงหน่อยนะคะ... แข็งใจไว้... ฉันแบก... คุณไม่ไหวหรอก..."

——

โรงเรียนมัธยมหมายเลขเจ็ดเปิดเทอมแล้ว

วันนี้เฉิงซั่วและหลี่ซือถงมาส่งพวกเขาที่โรงเรียน เฉิงซั่วเป็นคนขับรถ หลี่ซือถงนั่งเบาะข้างคนขับ ส่วนเฉิงหมิงเจ๋อและเสวี่ยเจียวนั่งอยู่เบาะหลัง

"หมิงเจ๋อ ลูกอยู่มัธยมหกแล้วนะ ปีนี้ต้องตั้งใจเรียนให้มากๆ ได้ยินไหม"

"ครับ" เด็กหนุ่มมองออกไปนอกหน้าต่าง พยักหน้ารับอย่างเหม่อลอย

หลี่ซือถงอดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้น "หมิงเจ๋อก็ตั้งใจเรียนมากพออยู่แล้ว เหล่าเฉิง คุณเลิกบ่นลูกตลอดเวลาเสียทีเถอะ"

"ตั้งใจที่ไหนกัน อย่าคิดนะว่าที่บ้านมีบริษัทให้แล้วจะเอาแต่เที่ยวเล่นได้ จะให้ไปเหมือนพวกไม่เอาถ่านที่เอาแต่พูดว่าจะกลับมาสืบทอดธุรกิจครอบครัวงั้นสิ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีตตั้งเท่าไหร่ที่ตามโลกไม่ทันจนต้องพ่ายแพ้ไป ตอนที่ยังหนุ่มยังแน่นแกก็ต้องเรียนรู้ให้มากๆ ไม่อย่างนั้นถ้าวันข้างหน้ายกบริษัทให้แกดูแล ไม่ช้าก็เร็วคงได้ล้มละลายแน่"

"มันไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คุณพูดสักหน่อย!" หลี่ซือถงถลึงตาใส่

เฉิงซั่วยังคงอธิบายปรัชญาการศึกษาของเขาต่อไป "คุณอย่าหาว่าผมไม่เชื่อสิ คุณดูเครือตระกูลหลินที่สร้างตัวขึ้นมาในมณฑลของเราสิ บอสคนปัจจุบันของพวกเขาเป็นถึงนักเรียนหัวกะทิ จบจากสแตนฟอร์ดเลยนะ เขาเข้ามาบริหารเครือหลินได้แค่สามปีกว่าๆ ก็บีบให้พวกตาเฒ่าหัวโบราณในวงการต้องเต้นผางด้วยความคับแค้นใจได้แล้ว นี่แหละคือพลังของการศึกษา! แน่นอน ผมไม่ได้บอกว่าการเรียนหนังสือเก่งๆ เป็นหนทางเดียวที่จะบริหารบริษัทได้ดี แต่มันคือทัศนคติรูปแบบหนึ่ง การตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและการให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ เป็นสิ่งที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทุกที่ในอนาคตนั่นแหละ"

จบบทที่ บทที่ 7 หลินจือหัวพยักหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว