- หน้าแรก
- สอบติดชิงหวาทั้งที จะมีความรักไปทำไม
- บทที่ 4 ยิ่งเธอทำตัวแบบนี้ ก็ยิ่งน่ารังเกียจ
บทที่ 4 ยิ่งเธอทำตัวแบบนี้ ก็ยิ่งน่ารังเกียจ
บทที่ 4 ยิ่งเธอทำตัวแบบนี้ ก็ยิ่งน่ารังเกียจ
บทที่ 4 ยิ่งเธอทำตัวแบบนี้ ก็ยิ่งน่ารังเกียจ
ในหนังสือ หลังจากหลี่ซือถงเสียชีวิต กู้เสวี่ยเจียวก็ยิ่งยึดติดกับเขาในฐานะที่พึ่งทางใจเพียงหนึ่งเดียวของเธอมากยิ่งขึ้น
และก็เป็นเพราะการตายของหลี่ซือถงนั่นเอง ที่ทำให้เธอเปลี่ยนลุคเด็กเกเรและคอยตามติดเฉิงหมิงเจ๋อตลอดทั้งวัน เขาไปไหน เธอไปด้วย สายตาและหัวใจของเธอมีเพียงเขาเท่านั้น
เฉิงซั่วคิดถึงหลี่ซือถง และเนื่องจากกู้เสวี่ยเจียวสูญเสียแม่ไป เขาจึงยิ่งตามใจเธอมากขึ้น โดยตั้งใจว่าจะดูแลเธอแทนภรรยาที่จากไป
ผลก็คือ กู้เสวี่ยเจียวยิ่งกลายเป็นคนเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจตัวเอง เกลียดชังผู้หญิงทุกคนที่พยายามจะแย่งเฉิงหมิงเจ๋อไป ท้ายที่สุด เธอก็คอยตั้งตนเป็นศัตรูกับนางเอกอย่างกู้ซืออวิ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนจบลงด้วยการเป็นศพถูกทิ้งไว้กลางป่าเขา
เสวี่ยเจียวไม่เข้าใจความรักหน้ามืดตามัวแบบนี้เลย แน่นอนว่ามีคนประสงค์ร้ายมากมายในชีวิตของกู้เสวี่ยเจียว แต่เธอนั่นแหละที่เป็นคนทำลายไพ่ดีๆ ในมือด้วยตัวเอง
ความชื่นชมหลงใหลของคนหนุ่มสาวเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ แต่เมื่อความหลงใหลนี้ถลำลึกจมลงสู่ห้วงเหว มันก็จะกลายเป็นความหายนะชั่วนิรันดร์
"เธอพูดบ้าอะไรเนี่ย! ความชอบของเธอคือความรักแบบชู้สาวชัดๆ!"
เฉิงหมิงเจียวกระโดดลุกขึ้น แทบจะเก็บอาการไม่อยู่
เสวี่ยเจียวเบิกตากว้าง และพูดราวกับกำลังตักเตือน
"หมิงเจียว! การมีความรักในวัยเรียนเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง! ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ฉันจะคบกับพี่ชายตัวเอง เธอห้ามมีความคิดเพ้อเจ้อแบบนี้อีกในอนาคตนะ"
"เธอ เธอ เธอ เธอ เธอ—"
เฉิงหมิงเจียวร้อนรนจนพูดไม่ออก
เสวี่ยเจียวยังคงท่าทีจริงจังและขึงขัง
"หมิงเจียว พวกเรากำลังจะขึ้นมัธยมปลายปีสองกันแล้วนะ เราควรตั้งใจเรียนและพยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ให้ได้ เธอต้องห้ามมีความรักในวัยเรียนเด็ดขาด! ต่อให้เริ่มมีความรู้สึกแบบนั้นก็อย่าไปกลัว! เมื่อก่อนฉันอาจจะเคยทำตัวงี่เง่าและไม่เชื่อฟัง แต่หลังจากได้ฟังแม่บ่นวันนี้ ฉันก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเปลี่ยนตัวเองใหม่ ตั้งแต่นี้ไปเรามาช่วยกันสอดส่องดูแลกันและกันเถอะ! ใครทำไม่ได้ต้องโดนลงโทษ!"
รักในวัยเรียนบ้าบออะไรกัน!
สอดส่องดูแลกันและกันบ้าบออะไรกัน!
เฉิงหมิงเจียวโกรธจัดจนแทบลมจับ พูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ
หลี่ซือถงจูงมือเสวี่ยเจียวเดินตามเฉิงซั่วและเฉิงหมิงเจ๋อที่กำลังมึนงงไม่แพ้กันออกมาจากบ้านใหญ่ตระกูลเฉิงด้วยความสับสน
หลังจากขึ้นรถมาได้สักพักกว่าเฉิงหมิงเจียวจะตั้งสติได้ และเธอก็กำลังอยู่ในจุดที่อารมณ์โกรธปะทุจนแทบจะระเบิด
"นังนั่น กู้เสวี่ยเจียว!!"
ทันทีที่เธอสบถจบ หลิวหยาเจินผู้เป็นแม่ก็กระตุกแขนเธอเบาๆ แล้วถามด้วยความลังเล
"หมิงเจียว... ลูกไม่ได้กำลังมีความรักในวัยเรียนจริงๆ ใช่ไหม ลูกยังเด็กอยู่นะ..."
"แม่!! นังนั่นมันพูดจาไร้สาระ—"
ลมหายใจที่เพิ่งสูดเข้าปอดไปเมื่อกี้แทบจะพ่นออกมาอีกรอบ...
"แม่ หนูจะออกไปข้างนอกแป๊บนึงนะ"
เสวี่ยเจียวตะโกนบอกขณะกำลังเปลี่ยนรองเท้า
หลี่ซือถงเดินคิ้วขมวดออกมาจากห้องครัว ความโกรธฉายชัดบนใบหน้าตามคาด
"จะไปไหน"
เห็นไหมล่ะ ปากก็บอกว่าจะปรับปรุงตัว แต่ผ่านไปแค่วันเดียวนิสัยเดิมๆ ก็ออกลายอีกแล้ว!
"ไปทำผมค่ะ"
หลี่ซือถงสูดหายใจเข้าลึก พยายามอย่างเต็มที่ที่จะข่มอารมณ์ให้สงบ
"แกยังจะไปทำอะไรกับไอ้ผมทรงรังนกนั่นอีก?! กู้เสวี่ยเจียว แม่ขอบอกแกไว้เลยนะ พรุ่งนี้โรงเรียนจะเปิดเทอมแล้ว วันนี้อย่าหวังว่าจะได้ออกไปไหน!"
เสวี่ยเจียวเปลี่ยนรองเท้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอยกกระเป๋าเป้สีชมพูที่เฉิงซั่วซื้อให้เป็นของขวัญตอนขึ้นมัธยมปลายขึ้นสะพายหลัง แล้วหันมองผู้เป็นแม่
"หนูจะไปย้อมผมกลับค่ะ สีแดงมันดูเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีจริงๆ นั่นแหละ"
ทันทีที่เธอพูดจบ หลี่ซือถงก็ชะงักงัน
"แก—"
เสวี่ยเจียวลอบถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาแล้วพูดต่อ
"ในเมื่อหนูประกาศต่อหน้าเฉิงหมิงเจียวไปแล้วว่าจะเปลี่ยนตัวเอง หนูจะปล่อยให้ยัยนั่นมาดูถูกหนูไม่ได้เด็ดขาด!"
แม่ของเธอคงไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะคิดปรับปรุงตัวได้เอง ดังนั้นการใช้เฉิงหมิงเจียวมาเป็นข้ออ้างจึงทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
และก็เป็นอย่างที่คิด หลี่ซือถงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ยินดังนั้น แม้ว่าสีหน้าของเธอจะยังคงดูขัดแย้งในใจอยู่บ้างก็ตาม
เฉิงซั่วที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟาวางหนังสือพิมพ์ลงแล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
"เอาเถอะ ปล่อยให้เจียวเจียวออกไปเถอะ เจียวเจียว ให้คนขับรถไปส่งนะลูก อย่าอยู่ข้างนอกนานนักล่ะ ดูแลตัวเองด้วย"
"โอเคค่ะ ขอบคุณนะคะคุณลุงเฉิง"
เสวี่ยเจียวโบกมือให้หลี่ซือถงก่อนจะเปิดประตูเดินออกไป
เฉิงหมิงเจ๋อที่กำลังเดินลงบันไดมาขมวดคิ้วเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร
นานๆ ทีที่ยัยเด็กนั่นจะไม่ออกมาเดินโฉบไปโฉบมาตรงหน้าเขาทั้งวันด้วยใบหน้าที่แต่งซะเหมือนผี วันนี้เขาคงได้พักผ่อนอยู่บ้านอย่างสงบสุขเสียที
"คุณคิดว่าเจียวเจียวอยากจะปรับปรุงตัวจริงๆ ใช่ไหมคะ"
หลี่ซือถงนั่งลงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ
เฉิงซั่ววางมือลงบนไหล่ของเธอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ลูกโตแล้ว เดี๋ยวก็ค่อยๆ รู้ความขึ้นเองแหละ ไม่ว่าแกจะคิดได้จริงๆ หรือแค่ทำไปเพราะอยากเอาชนะหมิงเจียว แต่ตราบใดที่แกยอมปรับปรุงตัว คุณก็ควรจะเอ่ยปากชมแกให้มากหน่อย อย่าเอาแต่ดุแกทั้งวันสิ เดี๋ยวถ้าแกกลับมาดื้อรั้นพยศขึ้นมาอีกจะทำยังไง"
ความกังวลบนใบหน้าของหลี่ซือถงไม่ได้จางหายไป เธอถอนหายใจออกมา
"ฉันก็แค่หวังว่ามันจะอยู่ได้นานกว่านี้อีกสักหน่อย"
เฉิงซั่วตบไหล่เธอเบาๆ แล้วหันไปมองเฉิงหมิงเจ๋อที่กำลังดื่มน้ำอยู่
"หมิงเจ๋อ ในเมื่อเจียวเจียวอยากตั้งใจเรียนแล้ว ลูกก็ช่วยติวหนังสือให้น้องหน่อยสิ"
เฉิงหมิงเจ๋อยักไหล่และเบะปากเล็กน้อย
คนอย่างกู้เสวี่ยเจียวเนี่ยนะจะตั้งใจเรียนได้ หลอกผีเถอะ
—
"เพอร์เฟกต์! ไร้ที่ติจริงๆ!"
ช่างทำผมจับผมของเสวี่ยเจียวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทึ่ง แทบไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือผลงานจากน้ำมือของตัวเอง
ตอนที่เด็กผู้หญิงคนนี้เดินเข้ามาในร้าน เธอเป็นเพียงสาวน้อยหน้าตาน่ารักที่มีผมสีแดงแปร๊ด แต่พอได้ย้อมผมกลับเป็นสีธรรมชาติและเล็มหน้าม้าให้เข้าทรง เธอกลับดูเหมือนเป็นคนละคนเลย!
"ขอบคุณค่ะ"
เสวี่ยเจียวเองก็ค่อนข้างพอใจ ตราบใดที่สีผมไม่ได้ดูขัดหูขัดตา เธอแฮปปี้ทั้งนั้น
เธอยิ้มอย่างว่านอนสอนง่ายให้กับช่างทำผมขณะจ่ายเงิน ดวงตาของเธอหยีโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว ผิวขาวเนียนละเอียดมีเลือดฝาดสีแดงระเรื่อ และผมสีดำขลับที่ดัดลอนคลายๆ ยาวประบ่าไปจนถึงเอว ทำให้เธอดูน่าทะนุถนอมราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบราคาแพงที่ยืนอยู่ตรงนั้น
หลังจากที่เธอเดินออกจากร้านไป ช่างทำผมก็บีบมือช่างทำผมอีกคนด้วยท่าทางเคลิบเคลิ้มหลงใหล
"ในอนาคตฉันจะต้องมีลูกสาวแบบนางฟ้าตัวน้อยคนนี้ให้ได้เลย!"