- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์ เด็กกริฟฟินดอร์ในคราบเรเวนคลอ
- บทที่ 150 - จัตุรัสเงือก
บทที่ 150 - จัตุรัสเงือก
บทที่ 150 - จัตุรัสเงือก
บทที่ 150 - จัตุรัสเงือก
เรื่องของวิญญาณสองดวงถูกปล่อยผ่านไปโดยไม่มีใครพูดถึงอีก มีเพียงอาจารย์ไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้
โยฮันเองก็ยังไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กับใคร
ตอนที่เขากลับมาถึงห้องโถงใหญ่ เฮอร์ไมโอนี่ก็ไม่อยู่แล้ว กลายเป็นรอนที่โผล่มานั่งคุยจ้อกับแฮร์รี่อย่างออกรสออกชาติแทน
เมื่อไม่เห็นเฮอร์ไมโอนี่ เขาก็ขี้เกียจเข้าไปผสมโรงคุยเรื่องผู้ชายด้วย
เลยตัดสินใจหันหลังเดินไปที่ห้องสมุด มั่นใจว่าร้อยทั้งร้อยต้องเจอเฮอร์ไมโอนี่ที่นั่นแน่ๆ
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เฮอร์ไมโอนี่นั่งอยู่ตรงที่ประจำริมหน้าต่าง ตรงหน้ามีหนังสือกองพะเนินเทินทึกเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในทะเลสาบสีดำ
"กลับมาแล้วเหรอ"
เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้าขึ้นมาเห็นโยฮันก็ไม่ได้แปลกใจอะไร ส่งยิ้มทักทาย
"อืม ศาสตราจารย์มู้ดดี้เรียกไปถามเรื่องบางอย่างนิดหน่อยน่ะ"
โยฮันตอบส่งๆ ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ สายตากวาดมองหนังสือที่เปิดค้างไว้
"เป็นไงบ้าง ทะเลสาบสีดำมีอะไรน่าสนใจบ้างไหม"
"ไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหนเลย มีแต่อันตรายทั้งนั้น"
พอได้ยินโยฮันถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เฮอร์ไมโอนี่ก็บ่นอุบ
"ปกติพวกสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลสาบสีดำจะไม่ทำร้ายนักเรียนของฮอกวอตส์หรอกนะ"
"แต่พอถึงการทดสอบรอบที่สอง ทางโรงเรียนน่าจะอนุญาตให้พวกมันโจมตีตัวแทนได้แน่ๆ"
"โดยเฉพาะพวกกรินดี้โลว์ที่พวกเงือกเลี้ยงไว้ มันต้องมากันเป็นฝูงเพื่อโจมตีผู้เข้าแข่งขันแน่ๆ"
เฮอร์ไมโอนี่อธิบายถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ใต้ทะเลสาบสีดำให้โยฮันฟัง พร้อมกับเปิดหนังสือให้ดูรูปไปด้วย
กรินดี้โลว์คือปีศาจน้ำตัวจิ๋วสีเขียว สูงไม่ถึงเมตร มีเขี้ยวแหลมคมและกรงเล็บน่ากลัว ท่อนล่างคล้ายปลาหมึก ชอบซุ่มซ่อนตัวอยู่ตามดงสาหร่ายมืดๆ เพื่อรอจังหวะจู่โจมเหยื่อ
ถ้ามาตัวเดียวก็ไม่เท่าไหร่ ขนาดมักเกิ้ลธรรมดายังจัดการได้เลย
แต่ปัญหามันอยู่ที่ไอ้พวกนี้ชอบอยู่กันเป็นฝูง แล้วก็ชอบรุมทึ้งลากคนลงไปจมน้ำตายในที่ลึกๆ นี่สิ
"แล้วก็มีพวกเงือกด้วย พวกมันฉลาดกว่ากรินดี้โลว์มาก คงจะมีการจัดทัพโจมตีอย่างเป็นระบบแน่ๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะจัดเต็มขนาดไหนนะ"
เฮอร์ไมโอนี่พูดต่อพลางเลื่อนหนังสืออีกเล่มมาให้ดู ในหน้าหนังสือมีภาพวาดของเงือกหน้าตาดุร้ายถือฉมวกกระดูกเป็นอาวุธ ฉากหลังเป็นก้นทะเลสาบสีดำที่ดูลึกลับน่ากลัว
"เงือกหน้าตาขี้เหร่ชะมัด"
แต่หลังจากที่โยฮันดูรูปอยู่นาน เขากลับหลุดปากวิจารณ์หน้าตาของเงือกออกมาซะงั้น
เฮอร์ไมโอนี่มองบนอย่างระอาใจ ไม่น่าหวังให้โยฮันวิเคราะห์อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย
เธอปิดหนังสือดังปับ แล้วถอนหายใจยาว "ประเด็นคือเราจะดำน้ำลงไปหาของที่ซ่อนอยู่ใต้ทะเลสาบสีดำได้ยังไงภายในชั่วโมงเดียวต่างหากล่ะ"
ใต้น้ำเต็มไปด้วยอันตราย แถมภูมิประเทศใต้น้ำก็ซับซ้อนกว่าบนบกตั้งเยอะ มองอะไรก็ไม่ค่อยเห็น ทิศทางก็กะลำบาก
แต่โยฮันกลับมีความคิดเห็นต่างออกไป
"ฉันว่าเรื่องนั้นไม่น่าเป็นปัญหาใหญ่นะ"
"ทะเลสาบสีดำกว้างจะตาย แถมใต้น้ำยังมีซอกหลืบเยอะแยะ กรรมการคงไม่เอาของไปซ่อนในที่ลึกๆ ลับตาคนหรอก ไม่งั้นคงหาไม่เจอแหงๆ"
"แล้วโจทย์ก็ไม่ได้ระบุชัดเจนด้วยว่าของที่ต้องหาคืออะไร เพราะงั้นก็พอจะเดาได้ว่า..."
"ของชิ้นนั้นต้องถูกวางไว้ในที่โล่งๆ ใต้น้ำแบบมองเห็นได้ชัดๆ แน่นอน"
"และของของตัวแทนทั้งสี่คนก็น่าจะวางรวมกันไว้ที่เดียวกัน เหมือนตอนไข่ทองคำนั่นแหละ ใครหยิบของตัวเองได้ก็ถือว่าผ่าน"
"แล้วรอบๆ บริเวณที่ซ่อนของ ก็อาจจะมีสิ่งมีชีวิตคอยเฝ้าอยู่ เหมือนตอนบททดสอบแรกนั่นแหละ ตัวแทนต้องฝ่าด่านพวกมันไปให้ได้ถึงจะเอาของของตัวเองมาได้"
เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้าเห็นด้วยกับบทวิเคราะห์ของโยฮัน ฟังดูมีเหตุผลทีเดียว
แค่ชั่วโมงเดียว ดำน้ำลงไปก็คงไปได้ไม่ไกลนักหรอก คงไม่เอาไปซ่อนลึกซะจนหาไม่เจอหรอก
พอคิดแบบนี้ เฮอร์ไมโอนี่ก็หยิบหนังสืออีกเล่มออกมา
"นี่เป็นแผนที่ภูมิประเทศใต้ทะเลสาบสีดำที่ถูกวาดขึ้นเมื่อศตวรรษที่แล้ว"
"นี่ไง นายดูสิ บริเวณนี้เป็นเขตที่อยู่อาศัยของพวกเงือกทั้งหมดเลย แล้วตรงกลางนี่ก็มีจัตุรัสขนาดใหญ่อยู่ด้วย"
"ถ้าเป็นไปตามที่นายวิเคราะห์มา ของก็น่าจะซ่อนอยู่ที่จัตุรัสนี้แหละ"
ตรงขอบจัตุรัสในแผนที่มีสัญลักษณ์เสาหินปรักหักพังอยู่ด้วย น่าจะเป็นซากโบราณสถาน ซึ่งเหมาะจะเป็นจุดสังเกตชั้นดีเลย
"แล้วที่นั่นก็เป็นรังของพวกเงือกด้วย เพราะงั้นตัวที่คอยเฝ้าของอยู่ก็ต้องเป็นพวกเงือกชัวร์ๆ"
"แถมรอบๆ บริเวณนี้ก็ยังมีสาหร่ายน้ำล้อมรอบอยู่เต็มไปหมด ซึ่งเป็นที่อยู่ชั้นเยี่ยมของพวกกรินดี้โลว์เลย แล้วยังเป็นเกราะป้องกันทางธรรมชาติให้กับชุมชนของเงือกได้อีกด้วย ช่วยกันไม่ให้คนนอกเข้าไปได้ง่ายๆ"
เฮอร์ไมโอนี่ชี้ไปที่แผนที่พร้อมกับอธิบายแผนการรับมือ
"แต่ตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าจุดสตาร์ทอยู่ตรงไหน เลยกะเส้นทางลำบากนิดหน่อย"
"วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือ ว่ายไปบนผิวน้ำก่อน เพื่อเลี่ยงระดับน้ำที่พวกกรินดี้โลว์อยู่ แล้วพอกะตำแหน่งจัตุรัสเงือกได้แล้ว ค่อยดำดิ่งลงไปทีเดียวเลย"
วิธีนี้ทั้งประหยัดเวลาและช่วยลดความเสี่ยงที่จะโดนพวกกรินดี้โลว์รุมทึ้งระหว่างทางได้ด้วย
อารมณ์เหมือนทหารพลร่มโดดร่มลงกลางดงศัตรูนั่นแหละ
เพราะงั้นขอแค่รู้พิกัดคร่าวๆ ของจัตุรัสเงือก ก็สามารถกำหนดจุดบนผิวน้ำ แล้วค่อยดำลงไปได้เลย
ทั้งสองคนคุยกันอย่างออกรส ช่วยกันคิดหาวิธีรับมือและวางแผนการเคลื่อนไหวสารพัดรูปแบบ
เพื่อเป้าหมายที่จะเผด็จศึกให้เร็วที่สุด เพราะใต้น้ำมีอะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ
"จริงสิ เราไปถามแฮกริดกันดีกว่า เขาต้องรู้แน่ๆ ว่าจัตุรัสเงือกอยู่ตรงไหน"
โยฮันเสนอไอเดียขึ้นมา เฮอร์ไมโอนี่ก็เห็นด้วย ทั้งสองจึงพกหนังสือแผนที่เล่มนั้นติดตัวไปด้วย แล้วมุ่งหน้าไปที่กระท่อมของแฮกริด
พอไปถึงก็เห็นแฮกริดกำลังนั่งผ่าฟืนอยู่หน้าบ้าน
ลมหนาวพัดจนหน้าเขาแดงก่ำ แต่เขาก็ยังคงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี สับขวานลงไปจนเศษไม้กระเด็นว่อน
พอทั้งสองเดินเข้าไปใกล้ เขาถึงเพิ่งสังเกตเห็น
"อ้าว พวกเธอสองคนนี่เอง!"
"งานเต้นรำเมื่อคืนสนุกไหมล่ะ"
แฮกริดเห็นทั้งสองคนก็ยิ้มแฉ่ง ยกมือขึ้นโบกทักทาย
ยังไม่ทันขาดคำ หน้าของเฮอร์ไมโอนี่ก็แดงเถือกขึ้นมาทันที ส่วนโยฮันก็ก้มหน้างุดด้วยความขัดเขิน
ภาพตอนที่แอบจุ๊บกันในสวนเมื่อคืนยังคงตราตรึงอยู่ในหัวของทั้งคู่
วันนี้อุตส่าห์ทำใจดีสู้เสือ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดเวลาอยู่ด้วยกันแล้วเชียว แต่ดันมาตกม้าตายเพราะคำถามประโยคเดียวของแฮกริดซะได้
แต่แฮกริดกลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย เขาหอบฟืนที่ผ่าเสร็จแล้วกองเบ้อเริ่มเดินนำเข้าบ้าน พลางเรียกให้ทั้งสองคนเข้ามาผิงไฟด้วยกัน
ไฟในเตาผิงลุกโชน แฮกริดโยนฟืนเข้าไปเพิ่ม เสียงไม้แตกปะทุดังเปรี๊ยะๆ
แฮกริดหันมามองทั้งสองคน แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
"วันนี้ลมพัดมาทางไหนเนี่ย ถึงได้มาหาฉัน"
"ฉันนึกว่าพวกเธอจะมัวแต่ยุ่งกับการแกะของขวัญวันคริสต์มาสซะอีก"
พอพูดถึงเรื่องธุระ ทั้งสองคนก็ดึงสติกลับมาได้
"แฮกริดคะ พวกเราอยากจะถามหน่อยค่ะ ว่าคุณพอจะรู้ไหมคะว่าจัตุรัสเงือกในแผนที่ทะเลสาบสีดำใบนี้ อยู่ตรงไหน"
เฮอร์ไมโอนี่กางหนังสือออก เผยให้เห็นหน้าแผนที่
แฮกริดชะโงกหน้าเข้ามาดู คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน หนวดเคราสั่นน้อยๆ
"จัตุรัสเงือกเหรอ"
โยฮันจึงรีบอธิบายเสริม
"ใช่ครับ พวกเราอยากรู้ตำแหน่งของจัตุรัสเงือก เพราะเราเดาว่าการทดสอบที่สองน่าจะต้องไปหาของที่นั่นน่ะครับ"
พอได้ยินโยฮันพูดแบบนั้น แฮกริดก็มีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที
"อ้อ เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้ว มันอยู่ตรงกลางทะเลสาบสีดำพอดีเลย"
"ห่างจากโรงเก็บเรือของปราสาทไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณสามร้อยเมตรได้"
"ตรงนั้นน้ำลึกมาก แถมมีกระแสน้ำวนเยอะด้วย พวกเงือกเอาเสาหินมาเรียงล้อมรอบไว้จนกลายเป็นจัตุรัสลานหินกว้างๆ ใต้น้ำน่ะ"
แฮกริดยังดูแผนที่ไม่ทันจบ ก็สามารถบอกพิกัดของจัตุรัสเงือกได้อย่างแม่นยำจากความทรงจำของตัวเอง
พอพูดจบก็เสริมขึ้นมาอีกประโยค
"แผนที่ของพวกเธอมันเก่าตั้งแต่ศตวรรษที่แล้ว ภูมิประเทศใต้น้ำมันเปลี่ยนไปตั้งนานแล้ว ตำแหน่งในแผนที่นี่มันกลายเป็นแค่ซากไปแล้วล่ะ"
พูดพลางแฮกริดก็ใช้นิ้วหยาบกร้านลากไปบนแผนที่ ชี้ไปที่พื้นที่ว่างเปล่าตรงมุมขวาล่าง
"น่าจะอยู่ประมาณตรงนี้แหละ แต่แถวๆ ซากปรักหักพังนั่นก็ยังมีพวกเงือกป้วนเปี้ยนอยู่นะ ถ้าจะไปหาของ ก็แวะไปดูซะหน่อยก็ดี ยังไงก็อยู่ไม่ไกลกันหรอก"
แฮกริดพูดซะชิลล์ ราวกับแค่จะแวะไปเยี่ยมเพื่อนบ้านทางผ่านซะงั้น
ใต้น้ำจะหาทางเจอรึเปล่ายังไม่รู้เลย ยังจะให้แวะไปดูอีก...