เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - เงื่อนไขสามประการ

บทที่ 3 - เงื่อนไขสามประการ

บทที่ 3 - เงื่อนไขสามประการ


บทที่ 3 - เงื่อนไขสามประการ

เมื่อออกจากห้องนอน ลิโป้ก็เดินตรงไปยังคอกม้าและสะดุดตากับม้าเซ็กเธาว์อันสง่างามน่าเกรงขามในทันที

ในนิยายสามก๊ก หลังจากที่เจ้าของร่างเดิมตายไป ก็มีเพียงกวนอูหยุนฉางเท่านั้นที่คู่ควรกับชื่อเสียงอันเกรียงไกรของม้าตัวนี้

แต่ในชาตินี้ เขาจะไม่ยอมให้ม้าตัวนี้ตกไปเป็นของคนอื่นอีกแล้ว!

ลิโป้เดินเข้าไปใกล้ม้าเซ็กเธาว์ ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปจับสายบังเหียนของมัน

ม้าเซ็กเธาว์ก็จ้องมองเขาด้วยดวงตาสีดนิลกลมโตพร้อมกับพ่นลมหายใจออกทางจมูกเสียงดังฟืดฟาดอย่างดุดัน!

ลิโป้ชะงักไปเล็กน้อย

หรือว่าม้าตัวนี้จะดูออกว่าเขาไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม

แต่ในวินาทีต่อมาเขาก็กระชากสายบังเหียนอย่างแรง ดึงหัวของมันมาชนกับหน้าผากของตัวเองและข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

"ถึงข้าจะไม่ใช่เขา แต่ข้าก็จะไม่ทำให้ชื่อเสียงของเจ้ากับเขาต้องมัวหมองหรอกน่า!

"แต่ถ้าเจ้ากล้ามาเล่นตัวต่อหน้าข้าล่ะก็ อย่าหาว่าข้าเอาทวนแทงเจ้าให้ตายเชียว!"

เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความน่ากลัวที่คุ้นเคย ม้าเซ็กเธาว์ที่เพิ่งจะแสดงท่าทีก้าวร้าวเมื่อครู่นี้ก็รีบก้มหัวลงอย่างว่าง่ายทันที

ลิโป้ปล่อยสายบังเหียนและรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง

"อย่างนี้สิถึงจะถูก ติดตามข้าให้ดีๆ แล้ววันหลังข้าจะหาม้าตัวเมียสวยๆมาให้เจ้าสักหลายๆตัวเลย!"

"ฮี้~"

ม้าเซ็กเธาว์ราวกับฟังคำพูดของลิโป้รู้เรื่อง มันร้องครางออกมาด้วยความตื่นเต้น

ลิโป้ฉีกยิ้มกว้าง จูงมันออกมาจากจวน กระโดดขึ้นหลังม้าและควบมุ่งหน้าไปยังจวนของอ้องอุ้นทันที

...

ณ จวนซือถู

ผู้ติดตามที่มีไฝดำตรงมุมปากคุกเข่าลงข้างหนึ่งและรายงานต่อชายชราผมขาวโพลนที่สวมชุดหรูหราบนที่นั่ง

"เรียนท่านซือถู พออุ่นโหวได้ยินว่าเตียวเสี้ยนกับราชครูตั๋งโต๊ะเข้าหอกัน เขากลับไม่มีท่าทีโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อยขอรับ"

"อะไรนะ!"

อ้องอุ้นผุดลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและสงสัย

เมื่อคืนนี้อีกฝ่ายยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่เลยตอนที่รู้ว่าตั๋งโต๊ะพาเตียวเสี้ยนไป

แล้วทำไมวันนี้พอรู้ว่าทั้งสองคนร่วมหอลงโรงกันแล้วกลับไม่โกรธเสียล่ะ

หรือว่าไอ้ลิยูมันใช้วิธีไหนเกลี้ยกล่อมจนลิโป้สงบลงได้งั้นหรือ

ขณะที่อ้องอุ้นกำลังคิดว่าเรื่องนี้ชักจะยุ่งยากแล้ว คนรับใช้ก็รีบวิ่งเข้ามารายงาน

"เรียนท่านซือถู ลิโป้อุ่นโหวขอเข้าพบขอรับ!"

"หืม"

ดวงตาของอ้องอุ้นเบิกกว้างขึ้นและรีบเอ่ยถาม

"อุ่นโหวมีสีหน้าเช่นไร"

"เรียนท่านซือถู อุ่นโหวมีสีหน้าเรียบเฉยเป็นปกติขอรับ"

"ซี๊ดดด"

อ้องอุ้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเขาก็โบกมือไล่ให้คนรับใช้ของลิโป้ออกไปทางประตูหลัง ส่วนตัวเขาก็เดินไปต้อนรับลิโป้ที่หน้าประตูจวน

...

ลิโป้ยืนอยู่หน้าจวนซือถู มองดูผู้คนหลากหลายรูปแบบในยุคโบราณที่เดินขวักไขว่ไปมาบนท้องถนน

ชั่วขณะนั้นเขารู้สึกเหมือนกำลังดูคนแสดงละครย้อนยุคอยู่เลย

แต่ชาวบ้านที่ผอมจนหนังหุ้มกระดูกตามตรอกซอกซอยเหล่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนยุคปัจจุบันจะสามารถนำมาแสดงได้สมจริงขนาดนี้...

ยามรุ่งเรือง ราษฎรก็เป็นทุกข์

ยามล่มสลาย ราษฎรก็เป็นทุกข์

ในยุคปลายราชวงศ์ฮั่นและยุคสามก๊กที่มีแต่การทำศึกสงคราม มีการฆ่าล้างเมืองและสร้างจิงกวนอยู่บ่อยครั้ง ราษฎรย่อมต้องทุกข์ยากลำบากยิ่งกว่านี้เป็นแน่!

เขารู้สึกโชคดีอีกครั้งที่ได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของลิโป้ ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา

มิฉะนั้นความยากลำบากในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขาคงจะมากกว่านี้หลายเท่าตัว!

ไม่นานนักลิโป้ก็เห็นชายชราผมขาวแต่ยังมีท่าทางกระฉับกระเฉงเดินจ้ำอ้าวออกมาจากประตูจวนและประสานมือคารวะเขาอย่างนอบน้อม

"อุ่นโหวอุตส่าห์ให้เกียรติมาเยือน ชายชราผู้นี้บกพร่องที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับให้ไกลกว่านี้ ขออุ่นโหวโปรดอภัยด้วยเถิด!"

ลิโป้ปรายตามองตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้แวบหนึ่งก่อนจะประสานมือตอบด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา

"ท่านซือถูเกรงใจเกินไปแล้ว ลิโป้มาวันนี้ก็เพื่อมีเรื่องสำคัญจะมาปรึกษากับท่าน"

"โอ้"

อ้องอุ้นพอจะเดาอะไรได้เลาๆจึงรีบเชิญลิโป้เข้าไปในจวนและพาเดินตรงไปยังห้องหนังสืออันมิดชิดของเขาทันที

เขาปิดประตูห้องจนสนิท จากนั้นจึงหันไปมองลิโป้ในห้องที่เก็บเสียงได้อย่างดีเยี่ยม

"ที่นี่ปลอดภัยแน่นอน อุ่นโหวมีเรื่องอันใดก็เชิญกล่าวมาได้เลย"

ลิโป้มองสำรวจห้องหนังสือที่สะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยพลางกล่าวยิ้มๆ

"ถึงข้าจะบอกว่ามีเรื่องสำคัญมาปรึกษา แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องความลับเสียหน่อย

"การที่ท่านซือถูพาข้ามาที่นี่ หรือว่าท่านคิดว่าข้าจะคิดร้ายต่อราชครูงั้นหรือ"

อ้องอุ้นชะงักไปเล็กน้อย

ปกติตานี่เป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา ทำไมวันนี้ถึงได้พูดจาอ้อมค้อมนักนะ

เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแต่อย่างใด หรี่ตาลงแล้วย้อนถามกลับไป

"หรือว่าไม่ใช่ล่ะ"

นอกจากจะมาปรึกษาเรื่องวิธีจัดการกับตั๋งโต๊ะ หรือมาหาวิธีแย่งเตียวเสี้ยนคืนจากตั๋งโต๊ะแล้ว

เขาก็คิดไม่ออกว่าอีกฝ่ายจะมาที่นี่ด้วยเรื่องอะไรได้อีก

ลิโป้ลอบตกใจอยู่ในใจ

สมแล้วที่เป็นจิ้งจอกเฒ่าที่โลดแล่นอยู่ในราชสำนักมานานหลายปี มีฝีมือไม่เบาเลยจริงๆ

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตกหลุมพรางคำขู่ของเขา ลิโป้ก็เลิกเสแสร้งและประสานมือกล่าวตามตรง

"ไม่มีใครรู้ใจลิโป้เท่าท่านซือถูอีกแล้ว... ใช่ ข้ามาที่นี่ก็เพื่อเรื่องของไอ้โจรตั๋ง!"

โจรตั๋ง...

เมื่อได้ยินคำเรียกขานนี้ ก้อนหินที่ถ่วงอยู่ในใจของอ้องอุ้นก็ร่วงหล่นลงในที่สุด

เพียงแต่เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยว่าแผนยุแยงของตนได้ผลเร็วเกินไปหรือเปล่า

หรือว่าแท้จริงแล้วลิโป้มีความคิดที่จะก่อกบฏอยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่เรื่องของเตียวเสี้ยนเป็นตัวจุดชนวนความโกรธของเขาให้ปะทุขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ

เมื่อเห็นอ้องอุ้นเงียบไป ลิโป้จึงกล่าวต่อ

"ข้ายินดีช่วยท่านซือถูสังหารโจรชั่ว! แต่ข้าก็หวังว่าท่านซือถูจะยอมรับเงื่อนไขของข้าสามข้อ"

เมื่อได้ยินว่าลิโป้กล้ามาต่อรองเงื่อนไขกับตน ประกายบางอย่างก็วาบขึ้นในดวงตาของอ้องอุ้น เขาลูบเคราแล้วกล่าวว่า

"อุ่นโหวลองว่ามาสิ"

"ข้อแรก ข้าต้องมีราชโองการจากฝ่าบาทเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการสังหารโจร"

อ้องอุ้นพยักหน้า "เรื่องนี้ย่อมแน่นอนอยู่แล้ว ตั๋งโต๊ะเป็นพวกชื่อเสียงฉาวโฉ่ มีเพียงราชโองการจากฝ่าบาทเท่านั้นที่จะเป็นข้ออ้างอันชอบธรรมในการลงทัณฑ์เขาได้"

"ข้อสอง หลังจากสังหารโจรสำเร็จ ถือว่าข้าได้สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ ข้าหวังว่าราชสำนักจะแต่งตั้งให้ข้าเป็นเจ้าเมืองลู่เจียง" ลิโป้กล่าวต่อ

"เจ้าเมืองลู่เจียงงั้นหรือ"

ความสงสัยฉายแวบขึ้นในดวงตาของอ้องอุ้น

"เมืองลู่เจียงอยู่ห่างไกลจากฉางอันถึงเพียงนั้น เหตุใดอุ่นโหวจึงไม่อยู่ช่วยข้าค้ำจุนฝ่าบาทที่เมืองฉางอันเล่า"

ลิโป้ส่ายหน้ายิ้มๆ

"ข้าเป็นเพียงขุนศึก ไม่ชอบการชิงดีชิงเด่นในราชสำนัก

"อีกอย่าง หากกำจัดไอ้โจรตั๋งไปแล้ว พวกขุนศึกตามหัวเมืองห่างไกลก็จะไม่มีเป้าหมายในการร่วมมือกันปราบตั๋งโต๊ะอีกต่อไป และพวกมันจะต้องหันมาห้ำหั่นเพื่อกลืนกินดินแดนของกันและกันเป็นแน่

"หากข้าไปตั้งกองทัพอยู่ต่างถิ่น ก็จะสามารถข่มขวัญพวกมันได้ ไม่ทราบว่าท่านซือถูเห็นว่าอย่างไร"

อ้องอุ้นนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย

"เมื่อถึงเวลาข้าจะกราบทูลฝ่าบาทให้ หากอุ่นโหวสามารถกำจัดโจรชั่วได้จริง คำขอเพียงเท่านี้ฝ่าบาทย่อมต้องทรงอนุญาตอย่างแน่นอน!"

แต่ลิโป้กลับส่ายหน้าและเริ่มต่อรองราคา

"ในตอนที่ฝ่าบาททรงมีราชโองการให้ปราบโจร ก็ขอให้ท่านซือถูช่วยกราบทูลความปรารถนาของข้าให้ฝ่าบาททรงทราบด้วย

"หากได้รับความเห็นชอบจากราชสำนักล่วงหน้า ข้าก็จะมีแรงใจและกำลังใจในการสังหารโจรมากขึ้น!"

อ้องอุ้นขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลายออกในเวลาต่อมา

นี่แหละลิโป้คนที่คุ้นเคย โลภมากเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน...

แต่ในตอนนี้การสังหารโจรชั่วเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เมืองลู่เจียงก็เป็นแค่ดินแดนเล็กๆแห่งหนึ่ง พระราชทานให้เขาไปก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร

อ้องอุ้นนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

"ข้าจะนำเรื่องนี้ขึ้นกราบทูลฝ่าบาท"

ลิโป้ยิ้มอย่างพอใจและกล่าวต่อ

"ข้อที่สาม ตอนที่ข้าออกจากฉางอัน ข้าจะนำกองทหารม้าเหล็กสามพันนายของข้าไปด้วยเพื่อคุ้มกันข้าและครอบครัวไปรับตำแหน่งที่เมืองลู่เจียง

"และเมื่อเพิ่งไปถึงเมืองลู่เจียง ขุนนางในท้องถิ่นอาจจะยังไม่ยอมรับในตัวข้า

"หากมีกำลังทหารอยู่ในมือบ้าง ก็จะทำให้การทำงานราบรื่นขึ้น

"เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ท่านซือถูอ้องอุ้นคงจะเข้าใจใช่ไหม"

ครั้งนี้อ้องอุ้นเพียงแค่นิ่งคิดไปชั่วครู่ก็รับปากตกลง

ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ทหารม้าเหล็กสามพันนายนี้เป็นคนของลิโป้อยู่แล้ว

ทหารม้าเหล็กแห่งปิงโจวเหล่านี้ก็มีเพียงลิโป้เท่านั้นที่สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของพวกเขาออกมาได้

อีกอย่าง ทหารแค่สามพันนายก็ไม่ได้มากมายอะไร หากตั๋งโต๊ะตาย ภายในเมืองก็ยังมีทหารเหลืออยู่อีกตั้งหลายหมื่นนาย

หากไม่มีแม่ทัพที่เก่งกาจพอ การมีทหารมากเกินไปก็อาจไม่ใช่เรื่องดีนัก

ดังนั้นการมอบทหารม้าเหล็กสามพันนายนี้ให้ลิโป้ก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไร

แถมยังเป็นการไว้หน้าและทำให้เขายอมสู้ตายเพื่อสังหารโจรชั่วอีกด้วย

"มีเงื่อนไขแค่นี้เองหรือ"

อ้องอุ้นนึกทบทวนเงื่อนไขทั้งสามข้อของลิโป้ ดูเหมือนมันจะไม่ได้มากมายอย่างที่คิดไว้

ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และถามด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

"เมื่อตั๋งโต๊ะตาย ลูกสาวของข้าก็จะไร้ที่พึ่งพิง

"เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะยกเตียวเสี้ยนให้แต่งงานกับอุ่นโหวอีกครั้ง ดีหรือไม่"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - เงื่อนไขสามประการ

คัดลอกลิงก์แล้ว