- หน้าแรก
- ยอดกุนซือทะลุมิติ ชิงแผ่นดินสามก๊ก
- บทที่ 33 - ซือหม่าอี้ออกศึก!
บทที่ 33 - ซือหม่าอี้ออกศึก!
บทที่ 33 - ซือหม่าอี้ออกศึก!
บทที่ 33 - ซือหม่าอี้ออกศึก!
วันที่ยี่สิบเอ็ดเดือนหก ฝนตกหนัก
ซือหม่าเจารีบร้อนเดินเข้าไปในค่ายทหารพร้อมกับยื่นเอกสารรายงานการทำนาสะสมเสบียงของกองทัพฮั่นขึ้นไป
ซือหม่าอี้ขมวดคิ้วอ่านรายงานฉบับนั้นจนจบ สีหน้าเคร่งเครียดและไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
ซินผีรับไปอ่านต่อ หลังจากอ่านจบสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย "กองทัพสู่นี่คิดจะ... ล้อมที่ดินสร้างเป็นเมืองงั้นหรือ"
ซือหม่าอี้ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า "กองทัพสู่ขุดคูน้ำมากมายไว้รอบนอกพื้นที่ทำนา ทั้งยังเอาดินมาถมเป็นกำแพงเตี้ย พวกเขากำลังป้องกันไม่ให้พวกเราลอบโจมตีที่นาของพวกเขา!"
ในหัวของซือหม่าอี้ ซือหม่าเจา และซินผี ต่างก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาพร้อมกัน แย่แล้ว กองทัพสู่เริ่มตั้งรับแล้ว!
อีกทั้งการตั้งรับแบบนี้ยังเจ้าเล่ห์เพทุบายยิ่งนัก ไม่ใช่การตั้งรับเพื่อป้องกันตัว แต่เป็นการตั้งรับเพื่อเพิ่มผลผลิต
"พวกเราพบว่าในพื้นที่บริเวณนี้ยังมีแนวป้องกันที่สร้างไม่เสร็จ ไม่มีคูน้ำ รั้วค่ายก็ยังไม่ได้กั้น บนพื้นก็ไม่มีหนามเหล็ก น่าจะเป็นเพราะกองทัพสู่ยังจัดการไม่ทัน ทว่าโครงการล้อมที่ทำนาใหญ่โตถึงเพียงนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก"
ซือหม่าเจอกล่าวต่อ "ช่องโหว่ในบริเวณนี้กว้างประมาณหลายลี้ แต่ก็มีทหารสู่ประจำการอยู่บริเวณใกล้เคียงแล้วขอรับ"
ซือหม่าเจาชี้ไปที่กระบะทรายจำลองการรบ ซึ่งมีโมเดลแสดงขอบเขตคร่าวๆ ของกองทัพฮั่นวางอยู่
ซินผีปรายตามองก่อนจะเอ่ยด้วยความประหลาดใจ "แผนการล้อมที่ทำนาของกองทัพฮั่นเห็นได้ชัดว่าเริ่มล้อมจากทั้งสองฝั่งแล้วค่อยๆ บีบเข้าหากัน โดยเว้นพื้นที่ตรงกลางเอาไว้ หรือว่าจูเก่อเลี่ยงจะคำนวณไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าพวกเราจะต้องลอบโจมตี"
ซือหม่าอี้กลับไม่ได้ตอบคำถามของซินผีตรงๆ
เรื่องนี้ยังต้องถามอีกหรือ
หากจูเก่อเลี่ยงจัดการเรื่องแค่นี้ไม่ได้ เขาก็ควรจะม้วนเสื่อกลับบ้านไปได้แล้ว
ซือหม่าอี้หันไปถามซือหม่าเจา "ตอนนี้กองทัพสู่ยังมีคนขุดคลองอยู่อีกหรือไม่"
"ยังขุดอยู่ขอรับ!"
สายฝนด้านนอกเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ภายในกระโจมค่าย ซือหม่าอี้เดินวนไปวนมา สายตาของเขาล้ำลึกจนยากจะหยั่งถึง ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่
ไม่นานนักซือหม่าอี้ก็หยุดเดิน เขาหันกลับมามองซินผีแล้วเอ่ยถาม "ท่านซินผี ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้"
ซินผีย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พระราชโองการของฝ่าบาทคือห้ามออกรบเด็ดขาด!"
"ท่านคิดว่าเวลานี้ไม่ควรออกรบงั้นหรือ"
ซินผีกลับมีสีหน้าลังเล
หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่ลังเลและยืนกรานที่จะไม่ออกรบอย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้ ความเคลื่อนไหวของกองทัพสู่เหนือความคาดหมายของทุกคนไปมาก
หากตอนนี้ไม่ออกรบ ปล่อยให้กองทัพสู่ล้อมพื้นที่ที่ว่างอยู่จนเสร็จสมบูรณ์ ถึงตอนนั้นกองทัพวุยคิดจะโจมตีก็คงหมดหนทางแล้ว
ซินผีกล่าวว่า "ข้าจะรีบเขียนสาส์นกราบทูลฝ่าบาท เพื่อขอพระราชวินิจฉัยเดี๋ยวนี้"
"ไม่ทันแล้วล่ะ ขี่ม้าเร็วไปลั่วหยางต้องใช้เวลาหลายวัน กว่าฝ่าบาทจะทรงมีพระราชวินิจฉัยลงมาก็ต้องใช้เวลาอีกหลายวัน เมื่อครู่ท่านก็คงได้ยินแล้ว แม้ฝนจะตกหนักแต่กองทัพสู่ก็ยังคงขุดคูน้ำและสร้างรั้วค่ายต่อไป จูเก่อเลี่ยงรู้ดีว่าพวกเราจะต้องลงมือ จึงไม่ยอมหยุดพักเลยแม้แต่น้อย"
ซินผีเองก็เริ่มรู้สึกลำบากใจ
เขาเพิ่งจะมาถึงได้ไม่นาน จุดประสงค์ที่มาที่นี่ก็เพื่อช่วยซือหม่าอี้ข่มขวัญบรรดาขุนพลและสั่งให้ตั้งรับอย่างเดียว
แต่สุดท้ายตอนนี้กลับต้องออกรบ นี่มันไม่ใช่การตบหน้าพระราชโองการของโจยอยหรอกหรือ
ซินผีถามขึ้น "ท่านแม่ทัพใหญ่มีแผนจะทำศึกอย่างไรล่ะ"
"ใช้ทหารราบร่วมกับทหารม้า รวมกำลังบุกโจมตีจุดนี้!" ซือหม่าอี้ชี้ไปที่ช่องโหว่นั้น "บริเวณนี้ล้วนเป็นที่ราบ ให้ทหารม้าเข้าก่อกวนก่อน ส่วนทหารราบให้รอคอยจังหวะ"
"แต่ตอนนี้ฝนตกหนัก เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการรบของกองทัพเรานะ"
"ฝนตกหนักย่อมส่งผลกระทบต่อพลหน้าไม้ของกองทัพสู่มากกว่า ในเมื่อจูเก่อเลี่ยงยังให้คนขุดคูน้ำท่ามกลางสายฝนได้ แล้วพวกเราจะเอาเรื่องฝนตกมาเป็นข้ออ้างไม่ออกรบได้อย่างไรกัน!"
สายตาอันล้ำลึกของซือหม่าอี้แปรเปลี่ยนเป็นคมกริบ เขาเม้มริมฝีปากบางเบาๆ จ้องมองกระบะทราย ความเป็นมิตรประหนึ่งชายชราข้างบ้านมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเย็นชาเท่านั้น
"ทุกอย่างสุดแล้วแต่ท่านแม่ทัพใหญ่จะจัดการเถิด!" ซินผีกล่าวด้วยความจนใจ
แท้จริงแล้วนิสัยของซินผีนั้นชัดเจนมาก นั่นคือความยุติธรรมและเคร่งครัด
จุดสำคัญอยู่ที่ความยุติธรรม
หากโจยอยส่งคนที่มีความเห็นแก่ตัวอย่างหนักมา การที่ซือหม่าอี้คิดจะออกรบในตอนนี้คงต้องเผชิญกับแรงต่อต้านอย่างมหาศาล
เพราะคนเห็นแก่ตัวย่อมสนใจแค่คำสั่งที่ตัวเองได้รับมอบหมายมาโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด
ไม่ว่าสถานการณ์การรบจะเปลี่ยนไปเช่นไร มันเกี่ยวอะไรกับข้าล่ะ ต่อให้เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้เสด็จมาก็ต้องทำตามที่กำหนดไว้
ซือหม่าอี้เอ่ยขึ้นทันที "ซือหม่าเจา!"
"ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ!"
"เจ้าจงนำกองทหารม้าเหล็กชั้นยอดสามพันนายพุ่งตรงไปยังฝั่งซ้ายของช่องโหว่นี้เพื่อก่อกวนกองทัพสู่ จำไว้ว่าห้ามปะทะกับกองทัพสู่ตรงๆ และห้ามยืดเยื้อการรบเด็ดขาด!"
"ข้าน้อยรับคำสั่ง!"
"จางหู่!"
"ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ!"
"ข้าจะมอบทหารราบให้เจ้าหนึ่งหมื่นนาย เจ้าจงประสานงานกับซือหม่าเจาโจมตีฝั่งซ้ายของช่องโหว่นี้!" ซือหม่าอี้มอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้จางหู่พร้อมกับเน้นย้ำ "จำไว้ว่ากลยุทธ์ของเจ้าคือค่อยๆ รุกคืบ ให้ซือหม่าเจาเป็นฝ่ายก่อกวนกองทัพสู่ รอจนกองทัพสู่เคลื่อนไหวแล้วเจ้าค่อยเคลื่อนไหว!"
"หากกองทัพสู่ไม่เคลื่อนไหว กองทัพของเจ้าก็จงรุกคืบเข้าใกล้ช่องโหว่นั้นอย่างมั่นคงเพื่อบีบเส้นทางการโจมตีของกองทัพสู่! เจ้าต้องร่วมมือกับทหารม้าของซือหม่าเจาในการรบ!"
"ข้าน้อยรับคำสั่ง!"
"ไต้หลิง!"
"ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ!" ไต้หลิงก้าวออกมา
"ข้าจะมอบทหารม้าเหล็กให้เจ้าสามพันนาย เจ้าจงโจมตีฝั่งขวาของช่องโหว่นี้! หน้าที่ของเจ้ายังคงเป็นการก่อกวนกองทัพสู่ ห้ามปะทะตรงๆ และห้ามยืดเยื้อการรบเด็ดขาด!"
"ข้าน้อยรับคำสั่ง!"
"เย่ว์หลิน!"
"ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ!"
"ข้าจะมอบทหารราบให้เจ้าหนึ่งหมื่นนาย เจ้าจงโจมตีฝั่งขวาของช่องโหว่นี้! เจ้าเองก็ห้ามผลีผลามเด็ดขาด จงบีบเส้นทางการโจมตีของกองทัพสู่อย่างมั่นคง! ประสานงานกับไต้หลิงให้ดี!"
"รับคำสั่ง!"
"เซี่ยโหวป้า!"
"ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ!"
"เซี่ยโหวป้า ข้าจะมอบทหารม้าเหล็กให้เจ้าสามพันนาย! เจ้าจงบุกทะลวงเข้าไปในแดนของกองทัพสู่!" ซือหม่าอี้มอบป้ายอาญาสิทธิ์ให้แล้วกล่าวต่อ "เจ้าจงจำไว้ การลอบโจมตีครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งก่อนๆ กองทัพสู่เน้นตั้งรับ ช่องโหว่ตามแนวขวางยังคงกว้างหลายลี้ กองทหารม้าของเราได้เปรียบในการบุกทะลวง ความได้เปรียบนั้นอยู่ที่การยืดเส้นทางโจมตีให้ยาวขึ้น ทหารม้านั้นรวดเร็ว!"
"ให้กองกำลังของซือหม่าเจาและเย่ว์หลินถ่วงเวลากองทัพสู่เอาไว้ ทำให้กองทัพสู่ไม่สามารถสกัดกั้นเจ้าได้ เจ้าเพียงแค่นำทหารม้าบุกทะลวงเข้าไปให้ลึกที่สุด เท่านี้จุดประสงค์ของพวกเราก็สำเร็จแล้ว!"
ไม่รอให้เซี่ยโหวป้าตอบ ซือหม่าอี้ก็กล่าวต่อ "จูเก่อเลี่ยงย่อมต้องวางกำลังป้องกันไว้ทั้งด้านในและด้านนอกเป็นแน่ หลังจากที่เจ้าบุกเข้าไปแล้วก็ยังมีกองทัพสู่รอเจ้าอยู่ ตอนนี้ฝนตกหนัก หน้าไม้ของกองทัพสู่อาจจะมีอานุภาพลดลง แต่เจ้าก็ห้ามปะทะตรงๆ เด็ดขาด เมื่อเข้าไปแล้วให้รีบโอบล้อมอย่างรวดเร็ว หลีกเลี่ยงการปะทะกับกองทัพสู่ โจมตีพื้นที่ทำนาของกองทัพสู่ และสังหารทหารที่ทำนาสะสมเสบียงของกองทัพสู่ซะ"
"ข้าน้อยรับคำสั่ง!"
"ยังไม่หมด ในเมื่อเจ้าเข้าไปในถิ่นของกองทัพสู่ กองทัพสู่ย่อมต้องส่งกำลังเสริมมาที่ช่องโหว่เพื่อปิดทางถอยของเจ้าและล้อมปราบเจ้า เจ้าเพียงแค่ต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว อย่าปล่อยให้กองทัพสู่มาก่อกวนได้ กองกำลังหลักที่อยู่ด้านหลังจะช่วยถ่วงเวลากองทัพสู่ให้เจ้าเอง เจ้าจงรอคอยหาจังหวะลงมือ!"
"ขอรับ!"
คำว่ารอคอยหาจังหวะนั้น เปิดพื้นที่ให้ลงมือได้กว้างมาก
จะถอยทัพหรือ
หรือจะหาจังหวะตีโต้กองทัพสู่
สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนตัวของแม่ทัพ
แท้จริงแล้ว หากวิเคราะห์ตามทฤษฎีจากลักษณะของกองกำลัง การจัดทัพเช่นนี้ถือเป็นข้อห้ามสำคัญทางทหาร
ทหารม้าต้องประสานงานกับทหารราบจึงจะสามารถแสดงอานุภาพได้สูงสุด
ยิ่งไปกว่านั้นในยุคสามก๊ก โกลนม้ายังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก ความสามารถในการบุกทะลวงซึ่งหน้าของทหารม้าจึงค่อนข้างอ่อนแอ
การส่งกองทหารม้าของเซี่ยโหวป้าเข้าไปในพื้นที่ที่กองทัพฮั่นล้อมเอาไว้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการส่งเขาไปตาย
ง่ายมากที่จะถูกทหารราบของกองทัพฮั่นโอบล้อม
แต่เมื่อพิจารณาจากภาพรวมของสนามรบแล้ว มันก็สมเหตุสมผลอยู่
[จบแล้ว]