- หน้าแรก
- ระบบส่งของข้ามภพ สั่งปุ๊บส่งปั๊บ รับประกันด้วยแต้มบุญ
- บทที่ 241 เธอสามารถแจ้งความได้ไหม
บทที่ 241 เธอสามารถแจ้งความได้ไหม
บทที่ 241 เธอสามารถแจ้งความได้ไหม
บทที่ 241 เธอสามารถแจ้งความได้ไหม
"งานชุมนุมแลกเปลี่ยนวิชาอาคมจะจัดขึ้นเมื่อไหร่คะ" หรงเล่ออิงถาม
"วันที่สิบห้าถึงสิบแปดมีนาคม แข่งขันกันสามวัน วันสุดท้ายมอบรางวัล" เว่ยเซี่ยบอก "พวกเราต้องไปถึงสถานที่แข่งขันล่วงหน้าหนึ่งวัน"
สถานที่จัดงานชุมนุมแลกเปลี่ยนวิชาอาคมในครั้งนี้คือเมืองหลวง
หรงเล่ออิงพยักหน้า ยังมีเวลาอีกครึ่งเดือน
"ได้ค่ะ ฉันจะลางานกับอาจารย์ไว้ล่วงหน้า... จริงสิ หนานอาหมานไม่ได้เป็นอันตรายอะไรใช่ไหมคะ เธอพักอยู่ห้องเดียวกับเพื่อนๆ ของฉันด้วย"
หรงเล่ออิงดึงเรื่องกลับมาอีกครั้ง "เธอคงจะไม่ลงมือทำร้ายใครสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกใช่ไหมคะ"
เฉินโต้วโต้วตอบ "ไม่หรอกครับ สำนักงานดูแลเวทมนตร์มีกฎห้ามลงมือทำร้ายผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผล ไม่อย่างนั้นจะต้องรับโทษ"
"แต่เธอลงมือกับฉันนี่คะ" หรงเล่ออิงชี้มาที่ตัวเอง "ฉันสามารถแจ้งความได้ไหมคะ"
แม้จะสัมผัสไม่ได้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาร้าย แต่การที่จู่ๆ ก็ถูกลงมือใส่แบบไม่รู้ต้นสายปลายเหตุก็ทำให้เธอรู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่ดี
เว่ยเซี่ยเลิกคิ้ว "แน่นอน"
หลังมื้ออาหาร พวกเว่ยเซี่ยตามหรงเล่ออิงไปที่มหาวิทยาลัย แล้วก็พาตัวหนานอาหมานไป
หนานอาหมานกำลังค้นคว้าอยู่ในห้องพักว่าหนอนกู่ของเธอตายได้อย่างไร
จู่ๆ ก็ถูกพวกเว่ยเซี่ยจับตัวไปในข้อหาลงมือกับผู้อื่นตามอำเภอใจ
หนานอาหมาน: ...
ไม่ใช่สิ เธอแค่ต้องการทดสอบความสามารถของหรงเล่ออิง ไม่ได้คิดจะทำอะไรสักหน่อย ไม่ได้คิดจะทำร้ายใครเลยนะ
แถมหนอนกู่ของเธอก็ถูกหรงเล่ออิงจัดการจนตายไปแล้วด้วย ไม่เห็นต้องจับตัวกันเลย!
หนานอาหมานอายุยังน้อยแต่ก็ได้เป็นกำลังหลักของสาขามณฑลอวิ๋น นิสัยค่อนข้างจะดื้อรั้นเอาแต่ใจ ปกติก็มักจะล้อเล่นแบบที่คิดเอาเองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแบบนี้อยู่เสมอ
เป็นเพราะเธอไม่เคยทำให้ใครตายและไม่เคยทำร้ายร่างกายใครจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ดังนั้นหัวหน้าของเธอจึงหลับตาข้างหนึ่งมาโดยตลอด อย่างมากก็แค่ปรับเงิน
แต่ในความเป็นจริง การที่เธอลงมือกับผู้อื่นตามอำเภอใจ แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้รับบาดเจ็บและหนอนกู่ตัวนั้นก็ไม่ได้อันตรายถึงชีวิต
แต่ก็ถือว่าละเมิดกฎของสำนักงานดูแลเวทมนตร์แล้ว ที่นี่คือเมืองตงหนิง เว่ยเซี่ยไม่สามารถปล่อยให้เธอใช้หนอนกู่ทำร้ายผู้คนตามอำเภอใจได้
ที่สำคัญที่สุดคือคนที่เธอไปยุ่งด้วยคือหรงเล่ออิง
ดังนั้นหนานอาหมานจึงไม่เพียงแค่ถูกปรับเงิน แต่ยังต้องถูกกักบริเวณเพื่อสำนึกผิดอีกหลายวัน ซึ่งนั่นจะทำให้หัวหน้าของเธอต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วย
หากไม่ใช่เพราะเธอต้องเป็นตัวแทนของมณฑลอวิ๋นเข้าร่วมงานชุมนุมแลกเปลี่ยนวิชาอาคม เรื่องคงไม่จบแค่การถูกกักบริเวณไม่กี่วันแน่
ตอนบ่ายช่วงเรียน หวังชิวซวงกระซิบถามหรงเล่ออิง "หนานอาหมานถูกจับไปแล้วเหรอ"
หรงเล่ออิงพยักหน้า "แมลงของเธอมีปัญหา เลยต้องกลับไปปรับปรุงสักสองสามวันน่ะ พอเธอออกมาก็ให้เธอไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอกแล้วล่ะ"
หวังชิวซวงทั้งสามคนมองหรงเล่ออิงด้วยความเลื่อมใสพลางยกนิ้วโป้งให้
ดีจังเลย ไม่ต้องทนอยู่กับคนเลี้ยงแมลงแล้ว
หรงเล่ออิงจุดยิ้มมุมปาก การที่เธออารมณ์ดีไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะมาลองดีกับเธอได้ง่ายๆ นะ
หนึ่งสัปดาห์มีห้าวัน มีเพียงวันศุกร์เท่านั้นที่หรงเล่ออิงมีเรียนแค่ครึ่งวัน ส่วนวันอื่นๆ เธอมีเรียนทั้งวัน
วันศุกร์หลังจากเลิกเรียนช่วงเช้า หรงเล่ออิงก็พาคุณปู่ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล
เธอจองคิวของหมอเลี่ยวเจียหมู้เอาไว้ เขาออกตรวจพอดีในวันศุกร์
เลี่ยวเจียหมู้ออกใบสั่งตรวจให้คุณปู่ "คุณปู่ดูแข็งแรงดีนะครับ แต่ก็ต้องตรวจอย่างละเอียดดูก่อน ตรวจเสร็จแล้วพอได้ผลตรวจก็โทรหาผมได้เลยนะครับ"
หรงเล่ออิงรับใบสั่งตรวจมา "ได้ค่ะ หมอเลี่ยว"
ก่อนหน้านี้พวกเขาแลกช่องทางการติดต่อและแอดวีแชตกันไว้แล้ว
คุณปู่หรง: "ขอบคุณมากครับคุณหมอเลี่ยว"
"ยินดีครับ"
เลี่ยวเจียหมู้มองหรงเล่ออิง แววตาดูลังเลเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็พูดแค่ว่า "เดินระวังๆ นะครับ"
เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น หรงเล่ออิงก็นึกถึงเรื่องน้องสาวของเขาที่เหลียงเยี่ยนปินเคยเล่าให้ฟัง
เดาว่าเขาคงอยากจะพูดเรื่องน้องสาวแน่ๆ แต่ในเมื่อเขาไม่ถาม หรงเล่ออิงก็ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ไม่ได้เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน แล้วก็พาคุณปู่หรงไปตรวจร่างกาย
ตอนที่ไปตรวจเธอยังบังเอิญเจอสองแม่ลูกอู๋ฉี่เหวิน พวกเธอก็มาตรวจตามนัดเหมือนกัน
คุณแม่อู๋ฉี่เหวินฟื้นตัวหลังการผ่าตัดได้ดีมาก แต่จำเป็นต้องมาตรวจตามนัดเป็นประจำ
อู๋ฉี่เหวินบอกกับหรงเล่ออิงว่า พ่อของเธอจากไปในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่แม่ของเธอออกจากโรงพยาบาลแล้ว โดยมียมทูตมารับตัวไปยมโลก
ส่วนเธอกับเจิ้งต้าฟาหย่าขาดกันเรียบร้อยแล้ว ลูกทั้งสองคนและบ้านตกเป็นของเธอ หนี้สินทั้งหมดเจิ้งต้าฟาต้องเป็นคนรับผิดชอบเพียงผู้เดียว เขากำลังวิ่งเต้นหาเงินใช้หนี้ทุกวัน
หลังจากหลุดพ้นจากไอ้สวะตัวพ่อ ตอนนี้ชีวิตของเธอดีขึ้นมากทีเดียว
"ขอบคุณมากนะคะอาจารย์ หากไม่ได้คุณ ป่านนี้ฉันคงตายไปแล้ว" อู๋ฉี่เหวินกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ
หรงเล่ออิงส่ายหน้า "ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ พ่อของคุณต่างหากที่ช่วยคุณไว้"
อู๋ฉี่เหวินมีน้ำตาคลอเบ้า เปล่งเสียงอืมสะอื้นเบาๆ เธอรู้ดีว่าหากไม่ได้ทองคำที่พ่อทิ้งไว้ให้ เธอคงไม่มีเงินมารักษาแม่
เมื่อนึกถึงสามีคู่ชีวิต คุณแม่อู๋ฉี่เหวินก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาซึมเช่นกัน
คุณปู่หรงยืนมองหรงเล่ออิงอยู่ข้างๆ ด้วยความภาคภูมิใจ หลานสาวของเขายอดเยี่ยมที่สุดเลย!
ผลตรวจจะออกในวันรุ่งขึ้น สองปู่หลานตรวจเสร็จก็กลับบ้าน วันเสาร์จึงค่อยมาเอาผลตรวจไปให้เลี่ยวเจียหมู้ดู
เลี่ยวเจียหมู้เข้าเวรที่แผนกผู้ป่วยใน หรงเล่ออิงกับคุณปู่จึงไปหาเขาที่นั่น
พวกเขายังเจอกับฉีเหวินเหวินที่กำลังเข้าเวรอยู่ที่เคาน์เตอร์พยาบาลด้วย
"เสี่ยวอิง!" ฉีเหวินเหวินมองพวกเขาด้วยความประหลาดใจ "พวกคุณมาได้ยังไงคะ คุณปู่รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า"
หรงเล่ออิงแกว่งฟิล์มเอกซเรย์ในมือ "เปล่าค่ะ ฉันพาคุณปู่มาตรวจตามนัด วันนี้ผลตรวจออกแล้ว พวกเราเลยเอามาให้คุณหมอเลี่ยวดูค่ะ"
คุณปู่หรงหัวเราะร่วน "ขอบใจที่เป็นห่วงนะ ร่างกายของฉันแข็งแรงดี"
"แข็งแรงก็ดีแล้วค่ะ" ฉีเหวินเหวินชี้ไปทางห้องพักแพทย์ "เชิญเลยค่ะ คุณหมอเลี่ยวอยู่ในห้องพักแพทย์นั่นแหละค่ะ"
"โอเคค่ะ ขอบคุณนะคะพี่เหวินเหวิน"
สองปู่หลานเดินไปที่ห้องพักแพทย์และเคาะประตูเข้าไป
ในห้องนอกจากเลี่ยวเจียหมู้แล้วยังมีแพทย์ฝึกหัดอีกสองคน เลี่ยวเจียหมู้รับผลตรวจทั้งหมดของคุณปู่ไปดู
"ไม่มีปัญหาครับ ตอนนี้ร่างกายของคุณปู่แข็งแรงดีมาก หลังจากนี้ถ้าไม่มีอาการผิดปกติอะไรก็ไม่ต้องมาตรวจแล้วล่ะครับ"
รายงานผลการตรวจทุกอย่างของคุณปู่หรงไม่มีปัญหาเลย แข็งแรงดีทุกอย่าง
หากไม่ใช่เพราะเลี่ยวเจียหมู้เป็นคนผ่าตัดให้คุณปู่ด้วยตัวเอง เขาคงสงสัยว่าก่อนหน้านี้พวกเขาวินิจฉัยโรคผิดพลาดหรือเปล่า
อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ร้ายแรงขนาดนั้น ไม่เพียงแต่ฟื้นตัวได้เร็วปานนี้ แต่ยังไม่มีผลกระทบหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
แพทย์ฝึกหัดทั้งสองคนก็รู้สึกทึ่งเช่นกัน ความสามารถในการฟื้นตัวของคุณปู่ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน
เมื่อได้ยินคุณหมอพูดเช่นนั้น คุณปู่หรงก็ยิ้มจนแก้มแทบปริ กล่าวขอบคุณคุณหมอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังจากดูผลตรวจเสร็จ เลี่ยวเจียหมู้ไม่ได้ให้พวกเขากลับไปในทันที แต่กลับเชิญหรงเล่ออิงไปที่ห้องทำงานข้างๆ เนื่องจากมีเรื่องจะคุยด้วย
เลี่ยวเจียหมู้หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดอัลบั้มรูป แล้วเลือกรูปหญิงสาวคนหนึ่งให้หรงเล่ออิงดู
"เสี่ยวอิง คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหมว่าตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง ชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายดีไหม"
"นี่น้องสาวของคุณหมอเหรอคะ" หรงเล่ออิงถามกลับ
รูปถ่ายเป็นรูปติดบัตรของหญิงสาวหน้าตาสะสวย เค้าโครงหน้าคล้ายกับเลี่ยวเจียหมู้มาก
"ใช่ครับ น้องสาวผมเอง"
เลี่ยวเจียหมู้นวดหว่างคิ้ว น้ำเสียงเหนื่อยล้า "ช่วงนี้ผมมักจะฝันถึงเธออยู่บ่อยๆ แต่พอตื่นขึ้นมาผมก็จำไม่ได้ว่าฝันเรื่องอะไร"
"ผมอยากให้คุณช่วยดูให้หน่อยว่าตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง"
[จบแล้ว]