เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 131 - พวกนายมโนเป็นตุเป็นตะไปเอง

บทที่ 131 - พวกนายมโนเป็นตุเป็นตะไปเอง

บทที่ 131 - พวกนายมโนเป็นตุเป็นตะไปเอง


บทที่ 131 - พวกนายมโนเป็นตุเป็นตะไปเอง

เพื่อนนักศึกษาทุกคนในที่นั้นต่างก็มีความคิดเห็นตรงกันว่า:

หยางเสียไม่มีทางพาจินไห่หยางและพรรคพวกไปทำธุรกิจค้าอาวุธได้หรอก จินไห่หยางคงมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างถึงได้แต่งเรื่องโกหกคำโตแบบนี้

ก็หยางเสียที่ถูกหมายจับข้อหาฉ้อโกง ตอนนี้ยังเอาตัวไม่รอดเลย

แล้วเขาจะเอาปัญญา เวลา หรือเรี่ยวแรงที่ไหนไปพาจินไห่หยางและคนอื่นๆ ทำธุรกิจค้าอาวุธล่ะ?

ไร้สาระ นี่มันเรื่องไร้สาระชัดๆ!

แต่!

ตอนนี้!

เวลานี้!

บุคคลที่นั่งอยู่ตรงหน้าพวกเขาคือใคร?

ผู้บัญชาการหน่วยรบเคลื่อนที่เร็วของเหยียน - เถากู่เซ่อ

แค่เห็นบุคลิกภายนอกก็รู้แล้วว่าเขาคือชายฉกรรจ์สายทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก

คนระดับนี้จะยอมสละเวลาอันมีค่า เดินทางมาไกลแสนไกล เพียงเพื่อจะมาร่วมมือกับจินไห่หยางหลอกพวกเขางั้นเหรอ ว่าหยางเสียกำลังทำธุรกิจค้าอาวุธอยู่?

ตั้งสติหน่อยสิ พวกเราก็แค่นักศึกษาจนๆ ธรรมดาๆ เขาจะมาเสียเวลาหลอกพวกเราทำไม?

พวกเราเป็นใคร สำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ!

พอคิดได้แบบนี้ สิ่งที่พวกเขาไม่เคยเชื่อมาก่อน มันก็กลายเป็นความจริงขึ้นมาทันที

นั่นก็หมายความว่า:

หยางเสียกำลังพาเฉินจื่อจินและพรรคพวกทำธุรกิจค้าอาวุธอยู่จริงๆ แถมธุรกิจยังไปได้สวยซะด้วย!

พระเจ้าช่วย กล้วยทอด สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง!

นักศึกษาทุกคนช็อกจนพูดไม่ออก อ้าปากค้าง สมองประมวลผลตามไม่ทันไปชั่วขณะ

พวกเขาไม่สนใจแล้วว่าเถากู่เซ่อ อธิการบดี หรือใครจะอยู่ตรงนั้น ต่างพากันซุบซิบปรึกษากันอย่างออกรส

"เฮ้ย นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ใครก็ได้ช่วยอธิบายให้ฉันฟังที!"

"นายอยากให้คนอธิบาย ฉันเองก็อยากให้คนอธิบายเหมือนกัน!"

"สรุปว่าจินไห่หยางไม่ได้โกหก หยางเสียกำลังพาพวกเขาทำธุรกิจค้าอาวุธอยู่จริงๆ!"

"แต่หยางเสียโดนออกหมายจับไม่ใช่เหรอ แล้วเขาไปทำธุรกิจค้าอาวุธได้ยังไงล่ะ?"

"ประเด็นสำคัญคือ เขาไปเอาช่องทางทำธุรกิจค้าอาวุธมาจากไหนต่างหาก!"

"แล้วก็ๆ ในเมื่อกองทัพรู้แล้วว่าเขาทำธุรกิจค้าอาวุธ ทำไมถึงไม่ส่งคนไปจับเขาล่ะ ดูจากท่าทางของผู้บัญชาการเถากู่เซ่อแล้ว เหมือนจะไม่ได้ตั้งใจมาจับเขาเลยนะ"

"ให้ตายเถอะ อย่าตัดสินคนจากภายนอกจริงๆ!"

"ใช่เลย ตอนแรกฉันคิดว่าการที่หยางเสียไปเป็นนักต้มตุ๋นก็ช็อกมากพอแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าหมอนี่จะสร้างข่าวใหญ่สะเทือนโลกได้ขนาดนี้!"

"มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว หยางเสียยังเป็นหยางเสียคนเดิมที่พวกเรารู้จักอยู่รึเปล่า เขาทำแบบนี้ได้ยังไงกัน!"

"พวกเรายังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ ยังต้องเริ่มจากศูนย์เหมือนกันหมด แต่หยางเสียกลับก้าวข้ามไปทำธุรกิจค้าอาวุธกับกลุ่มติดอาวุธแล้ว ส่วนพวกเราล่ะ งานก็ยังหาทำไม่ได้เลย"

"ไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ ก็อย่างที่เขาว่ากันนั่นแหละ แข่งบุญแข่งวาสนามันแข่งกันไม่ได้จริงๆ"

"พวกนายคิดว่าเรื่องนี้อาจจะมีอะไรเข้าใจผิดหรือเปล่า บางทีหยางเสียอาจจะไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ข้อหาฉ้อโกงอะไรนั่นอาจจะเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดก็ได้?"

"พูดก็พูดเถอะ นายพูดมีเหตุผลนะ ดูจากท่าทีที่ผู้บัญชาการเถาพูดถึงหยางเสียสิ มันไม่ใช่ท่าทีที่ทหารมีต่อพ่อค้าอาวุธเลยนะ"

"พอฟังนายพูดแบบนี้ มันก็เป็นไปได้แฮะ!"

บรรดานักศึกษาต่างพากันพูดคุยกันอย่างดุเดือด บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงที่เคยเงียบเหงากลับกลายเป็นมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตา สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความประหลาดใจและตื่นเต้น พวกเขาต่างก็ตื่นตะลึงกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตัวหยางเสีย

อธิการบดีเฉินชางหมิงและคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่แพ้กัน

เมื่อเห็นว่านักศึกษากำลังคุยกันอย่างออกรส พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะร่วมวงสนทนาเกี่ยวกับหยางเสียด้วย

"นึกไม่ถึงจริงๆ นึกไม่ถึงเลยว่ามหาวิทยาลัยของเราจะมี... พ่อค้าอาวุธโผล่มาคนนึง!"

"นี่คงเป็นว่าที่บัณฑิตที่... แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่ผมเคยทำงานมาเลยล่ะ"

"ถ้าว่ากันตามตรง หยางเสียนี่ก็เก่งเอาเรื่องเลยนะ ถึงขนาดทำธุรกิจค้าอาวุธได้เนี่ย!"

"จริงด้วยครับ สถานการณ์ตอนนี้ทำมาหากินก็ลำบาก ต่อให้จะไปเปิดร้านขายเครปเล็กๆ ก็ยังยากเลย แต่หยางเสียกลับทำธุรกิจค้าอาวุธได้สำเร็จ นี่มันเหนือความคาดหมายจริงๆ"

"ผมชักจะสนใจในตัวหยางเสียมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ"

"ผมพอจะรู้เรื่องของหยางเสียอยู่บ้าง ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวเรื่องข้อหาฉ้อโกง ผมจำได้ว่าไม่ได้มีแค่ประเทศเหยียนนะ แต่ประเทศอื่นก็ยังพูดถึงเขาเลย"

"ใช่ๆ ผมก็นึกออกแล้ว ได้ยินมาว่าหมายจับข้อหาฉ้อโกงของเขาถูกเพิกถอนไปแล้ว ไม่รู้ว่าเพิกถอนถาวรหรือแค่ชั่วคราวนะ"

"แต่ว่า... การที่มีนักศึกษาแบบหยางเสียอยู่ในมหาวิทยาลัยของเรา... มันถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ หรือว่า..."

เจอคำถามแทงใจดำเข้าไป เฉินชางหมิงและคนอื่นๆ ถึงกับเงียบกริบ

นั่นสิ

การที่หยางเสียไปเป็นพ่อค้าอาวุธ สรุปแล้วมันเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันแน่?

เสียงเจี๊ยวจ๊าวในห้องดังลั่นจนรบกวนการสนทนาระหว่างเถากู่เซ่อกับกลุ่มของจินไห่หยาง

ฝ่ายแรกจึงต้องกระแอมไอเบาๆ สองสามครั้ง

อะแฮ่ม อะแฮ่ม——

พอทุกคนรู้ตัวว่าเสียงดังเกินไป ก็รีบหุบปากฉับ แล้วหันกลับไปให้ความสนใจเถากู่เซ่อและกลุ่มของจินไห่หยางอีกครั้ง

เมื่อทุกคนเงียบลง เถากู่เซ่อก็เริ่มอธิบายให้จินไห่หยางและเพื่อนๆ ฟัง:

"สถานการณ์คร่าวๆ มันเป็นแบบนี้ครับ"

"กองกำลังต่อต้านจิเซลวางแผนจะโจมตีโรงกลั่นน้ำมันทิลิสมานานแล้ว"

"จุดประสงค์ของพวกเขาคือการจับตัวพนักงานทั้งหมดในโรงงานเป็นตัวประกัน เพื่อบีบให้รัฐบาลเอธิโอเปียปล่อยตัวสมาชิกของพวกเขาที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้"

"ดังนั้น เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน พวกเขาจึงใช้อาวุธที่ซื้อมาจากพวกคุณ บุกเข้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันทิลิสจากสามทิศทาง และตอนนี้ก็ยึดโรงงานไว้ได้สำเร็จแล้ว"

"พวกคุณน่าจะรู้ดีว่า โรงกลั่นน้ำมันทิลิสเป็นโปรเจกต์สำคัญของเอธิโอเปีย ที่มีหลายประเทศร่วมลงทุนสร้างขึ้นมา"

"ข้างในนั้นมีพนักงานหลายพันคนจากทั่วทุกมุมโลก"

"ที่แย่ไปกว่านั้นคือ มีคนงานชาวเหยียนของเราอยู่ข้างในนั้นเป็นร้อยคน พวกเขาไปทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางเทคนิค แต่ตอนนี้กลับถูกขังอยู่ในนั้นด้วย"

คำอธิบายสั้นๆ ของเถากู่เซ่อฟังดูเรียบง่ายแต่น่าขนลุก

แต่ยิ่งคำพูดนั้นตรงไปตรงมาและรวบรัดมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งแทงใจดำผู้ฟังมากเท่านั้น ทุกคนต่างพากันเป็นห่วงสวัสดิภาพของเพื่อนร่วมชาติที่ถูกจับเป็นตัวประกัน

ส่วนเสี่ยวจิน เฉินจื่อจิน และเพื่อนๆ ก็มีสีหน้าเคร่งเครียด แววตาเต็มไปด้วยความกังวล

ในมุมมองของสวี่เหล่ยและพรรคพวก การที่เถากู่เซ่อมาหาพวกเขาในวันนี้ ก็เพื่อจะมาเอาผิดและตำหนิพวกเขาที่ขายอาวุธให้กับกองกำลังต่อต้านจิเซล จนทำให้ชาวเหยียนต้องมาติดร่างแหในโรงกลั่นน้ำมันทิลิสไปด้วย

โธ่เอ๊ย ตั้งสติหน่อยได้ไหม!

เหยาเจี๋ยและเพื่อนๆ รู้สึกอึดอัดใจสุดๆ

พวกกลุ่มติดอาวุธนั่นเวลามาซื้ออาวุธ พวกเขาไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะเอาไปทำอะไร ต่อให้บอกก็อาจจะโกหกก็ได้

พวกเขาเป็นแค่พ่อค้าขายอาวุธนะ ไม่ใช่ตำรวจทะเบียนราษฎร์ จะให้ไปนั่งสืบประวัติลูกค้าทุกคนที่มาซื้ออาวุธได้ยังไง?

หงุดหงิด โคตรหงุดหงิดเลย!

จินไห่หยางและเพื่อนๆ ทำหน้ามุ่ย ในใจเตรียมคำพูดโต้ตอบไว้เรียบร้อยแล้ว กะว่าถ้าเถากู่เซ่อเปิดฉากโจมตีเมื่อไหร่ ก็จะสวนกลับไปทันที

แต่หลังจากคิดทบทวนดูให้ดี เสี่ยวจินก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ควรจะบอกให้หยางเสียรู้ก่อนดีกว่า

เผื่อว่ากองทัพเหยียนมีแผนจะลงมือทำอะไร หยางเสียจะได้เตรียมตัวรับมือทัน

เสี่ยวจินจึงกระซิบกระซาบบอกความคิดของเขากับเฉินจื่อจินและคนอื่นๆ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยว่าควรจะรายงานเรื่องนี้ให้หยางเสียทราบ

จากนั้น เสี่ยวจินก็หันไปขอตัวกับเถากู่เซ่อเพื่อออกไปโทรศัพท์

เถากู่เซ่อพยักหน้าอนุญาตและบอกว่า 'ตามสบาย'

เสี่ยวจินถือโทรศัพท์เดินออกจากห้องไปหามุมเงียบๆ แล้วต่อสายหาหยางเสีย

เมื่อหยางเสียรับสาย เสี่ยวจินก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังและรอให้หยางเสียตัดสินใจ

"ผู้มาเยือนท่าทางไม่ประสงค์ดีแฮะ"

หยางเสียพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะสั่งเสี่ยวจินว่า "เอาอย่างนี้ เดี๋ยวเปิดกล้องวิดีโอคอลคุยกัน ให้ฉันเข้าไปอยู่ในวงสนทนาด้วย ฉันอยากได้ยินกับหูว่าเถากู่เซ่อมันจะพูดอะไร"

"แบบนั้นมันจะดีเหรอ..."

จินไห่หยางรู้สึกลังเล "ทำแบบนี้มันไม่เท่ากับเปิดเผยตัว..."

"เปิดเผยอะไรกัน ก่อนหน้านี้กองทัพก็เคยติดต่อฉันมาแล้ว ฉันก็เคยวิดีโอคอลคุยกับพวกเขามาแล้วด้วย"

หยางเสียพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ "ยังไงตอนนี้พวกเขาก็หาฉันไม่เจอหรอก แล้วดูจากท่าทางแล้ว พวกเขาก็คงไม่ได้ตั้งใจจะมาจับฉันด้วย การที่ฉันอยู่ตรงนั้นจะได้ช่วยพวกนายตัดสินใจไง เผื่อว่าหมอนั่นจะมาหาเรื่อง พวกเราจะได้ช่วยกันคิดหาทางแก้ปัญหาได้ทันควัน"

"อีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้เจอหน้าเพื่อนๆ มาตั้งนานแล้ว ถือโอกาสนี้ทักทายทุกคนเลยแล้วกัน"

"อืม ก็ได้"

เสี่ยวจินพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นระบบวิดีโอคอลแล้วถือโทรศัพท์เดินกลับเข้าไปในห้อง

แต่พอทุกคนเห็นหน้าหยางเสียปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของเสี่ยวจิน แต่ละคนก็ตกตะลึงจนตาค้าง!

"หยางเสีย นี่หยางเสียจริงๆ ด้วย?!"

"หยางเสียมาแล้ว!"

"นั่นหยางเสีย ตัวจริงเสียงจริงเลย!"

ราวกับมีคนสาดน้ำเย็นลงไปในกระทะน้ำมันเดือดๆ บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงก็ระเบิดความตื่นเต้นขึ้นมาทันที

เพื่อนนักศึกษาทุกคนต่างพากันวิ่งกรูเข้าไปรุมล้อมเสี่ยวจินราวกับเห็นมนุษย์ต่างดาว แม้แต่อธิการบดีเฉินชางหมิงและคณะผู้บริหารก็ยังทนความสงสัยไม่ไหว ต้องขยับเข้าไปมุงดูด้วย

"สวัสดีทุกคน ไม่เจอกันนานเลยนะ! สวัสดีครับๆ!"

เมื่อได้เห็นหน้าเพื่อนๆ ที่ไม่ได้เจอกันนาน หยางเสียก็รู้สึกตื่นเต้นและดีใจ เขาเอ่ยทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง

เพื่อนๆ ก็ตอบรับด้วยความกระตือรือร้นไม่แพ้กัน

"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเนี่ย!"

"หยางเสีย ช่วงนี้นายเป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม?"

"ขอฉันดูหน้าหน่อยสิ... โอ้โห หยางเสีย นายผอมลงไปเยอะเลยนะเนี่ย!"

"จริงด้วย ผอมลงไปเยอะเลย ท่าทางจะทำงานหนักน่าดู"

"ขอพูดตรงๆ นะหยางเสีย... นาย... โผล่หน้ามาแบบนี้ มันจะดีเหรอ?"

"ใช่ๆ นายยังโดนหมายจับอยู่นะ ไม่ใช่เหรอ?"

ทุกคนต่างแย่งกันถามคำถาม อธิการบดีเฉินชางหมิงก็เอ่ยถามหยางเสียด้วยความเป็นห่วงว่า:

"หยางเสีย เธอหนีคดีออกไปอยู่ต่างประเทศ คงต้องเจอเรื่องลำบากมาเยอะแน่ๆ ถ้ามีอะไรที่ทางมหาวิทยาลัยพอจะช่วยได้ ก็บอกมาได้เลยนะ..."

เฉินชางหมิงยังพูดไม่ทันจบ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็รีบกระตุกแขนเสื้อเขาเบาๆ แล้วส่งสายตาเป็นเชิงเตือนว่าซ่งกงเย่และเถากู่เซ่อยังยืนอยู่ตรงนั้น ให้ระวังคำพูดหน่อย

แต่เฉินชางหมิงไม่ได้สนใจ เขาเป็นคนที่รักและห่วงใยลูกศิษย์มาก ถึงแม้หยางเสียจะโดนหมายจับ แต่ยังไงก็ยังเป็นลูกศิษย์ของเขาอยู่ดี

เขาจึงไม่สนใจผู้บริหารคนนั้นและตั้งใจจะพูดเตือนสติหยางเสียต่อ

"อะแฮ่ม——"

จังหวะนั้นเอง เถากู่เซ่อที่นั่งเงียบมาตลอดก็กระแอมไอขึ้นมาเบาๆ สายตาทุกคู่หันขวับไปมองเขา และเสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวก็เงียบลงทันที

เสี่ยวจินที่รู้หน้าที่ก็รีบหันหน้าจอโทรศัพท์ไปทางเถากู่เซ่อ ซึ่งฝ่ายหลังก็เริ่มแนะนำตัว:

"หยางเสีย ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อเถากู่เซ่อ เป็นผู้บัญชาการหน่วยรบเคลื่อนที่เร็วของเหยียน"

"ครับ ผมทราบแล้ว เมื่อกี้เสี่ยวจินก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังแล้วครับ"

สัญญาณวิดีโอถูกแปลงผ่านดาวเทียม ทำให้เถากู่เซ่อและคนอื่นๆ สามารถมองเห็นภาพหยางเสียได้อย่างชัดเจน

"ผู้บัญชาการเถา มีอะไรก็พูดมาตรงๆ ได้เลยครับ คุณตั้งใจจะมาตำหนิพวกเราที่ขายอาวุธให้กองกำลังต่อต้านจิเซลใช่ไหมครับ?"

หยางเสียในหน้าจอโทรศัพท์ทำหน้านิ่ง แต่คำพูดกลับดุดันไม่เบา

"จริงอยู่ที่พวกเราเป็นคนขายอาวุธให้พวกเขา แต่พวกเขาจะเอาไปทำอะไร มันเกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วยล่ะครับ?"

"ไม่ใช่ว่ามีคนเอาอีโต้ไปฟันคนตาย แล้วจะไปจับคนขายอีโต้เข้าคุกนี่ครับ บนโลกนี้มันมีตรรกะแบบนี้ด้วยเหรอ?"

หยางเสียตอบโต้กลับอย่างเผ็ดร้อนแต่มีเหตุผล ท่าทางสงบเยือกเย็นของเขาทำเอาผู้บริหารและนักศึกษาที่ยืนดูอยู่รอบๆ ถึงกับอึ้งไปเลย

"โอ้โห หยางเสียกล้าพูดจาแบบนี้กับทหารระดับผู้บัญชาการเลยเหรอเนี่ย"

"ใจกล้าบ้าบิ่นสุดๆ"

"พูดจาฉะฉานแถมยังหนักแน่นมาก"

"ช่วงที่ผ่านมาหยางเสียไปเจออะไรมาบ้างเนี่ย ดูเป็นผู้ใหญ่และสุขุมขึ้นเยอะเลย"

"ใช่ๆ ดูน่าเกรงขามขึ้นเยอะเลย"

ผู้คนรอบข้างต่างกระซิบกระซาบกันด้วยความทึ่งในความเปลี่ยนแปลงของหยางเสีย

ส่วนเถากู่เซ่อ หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของหยางเสีย เขากลับไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองหรือฉุนเฉียวออกมาเลย

ในฐานะทหารผ่านศึกที่โชกโชนด้วยประสบการณ์ เขาเพียงแค่ยิ้มมุมปากเบาๆ ใบหน้ายังคงเรียบเฉย

"ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ นายก็ชิงตัดสินไปแล้วเหรอ หยางเสีย?"

"ถ้าอย่างนั้นฉันขอบอกเลยนะว่า นายคิดผิด ผิดถนัดเลยล่ะ"

ผิดงั้นเหรอ?

เมื่อเถากู่เซ่อพูดแบบนั้น หยางเสียและพรรคพวกก็เงียบกริบ ในใจต่างก็คิดสงสัยว่า พวกเขาคิดผิดตรงไหนกันแน่

ในเวลาเดียวกัน.

ณ ประเทศเอธิโอเปียที่อยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์

ห่างจากโรงกลั่นน้ำมันทิลิสไปประมาณ 500 เมตร ทีมช่วยเหลือเฉพาะกิจจากหลายประเทศได้ตั้งเต็นท์บัญชาการชั่วคราวขึ้นเพื่อวางแผนปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกัน

ตัวแทนทีมช่วยเหลือจากสิบกว่าประเทศถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน

ฝ่ายหนึ่งคือ 'สายสันติวิธี' นำโดยตัวแทนจากประเทศเจียง ซึ่งสนับสนุนให้เจรจาต่อรองกับกองกำลังต่อต้านจิเซลเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์จับตัวประกันในครั้งนี้

ส่วนอีกฝ่ายคือ 'สายเหยี่ยว' นำโดยตัวแทนจากประเทศเหยียน ซึ่งตระหนักดีว่าการเจรจากับกลุ่มผู้ก่อการร้ายนั้นไร้ประโยชน์ จึงเสนอให้ใช้กำลังทหารบุกเข้าปราบปรามให้สิ้นซาก

ทั้งสองฝ่ายถกเถียงกันอย่างดุเดือดว่าควรจะเลือกใช้แนวทางใดในการปฏิบัติการ

"ถ้าพวกคุณไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของพวกกลุ่มติดอาวุธ ตัวประกันก็จะไม่มีวันได้เป็นอิสระ และพวกเราก็ต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่ต่อไป"

"ยิ่งปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ ชีวิตของตัวประกันก็จะยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากขึ้นเท่านั้น ถ้าเกิดความล่าช้าจนนำไปสู่ความสูญเสีย พวกคุณจะรับผิดชอบไหวไหมล่ะ?"

ตัวแทนจากประเทศเจียงโยนความผิดให้ตัวแทนจากประเทศเหยียนอย่างหน้าตาเฉย แต่ทางฝ่ายเหยียนก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้เช่นกัน

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลุ่ม 'สายสันติวิธี' ที่เอาแต่ยืนกรานโต้เถียง ตัวแทนฝ่ายเหยียนจึงตอบกลับด้วยท่าทีเยือกเย็นว่า:

"นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์บุกยึดโรงกลั่นทิลิส กองกำลังต่อต้านจิเซลก็ได้ยื่นข้อเรียกร้องมาตรลอด และพวกคุณก็ยอมทำตามมาตลอดเช่นกัน"

"และตอนนี้ พวกมันก็ยื่นข้อเรียกร้องข้อที่สี่มาอีกแล้ว โดยเรียกร้องเงินทุนจำนวนสองพันล้านดอลลาร์"

"วัฏจักรเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีวันจบสิ้น!"

ปัง ปัง——! ตัวแทนฝ่ายเหยียนผู้มีท่าทางน่าเกรงขามตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ทำเอาตัวแทนฝ่ายตรงข้ามสะดุ้งสุดตัว

"ถ้าพวกคุณยอมจ่ายให้ตามข้อเรียกร้องข้อที่สี่ เดี๋ยวพวกมันก็จะเรียกร้องข้อที่ห้า หก เจ็ด ตามมาอีกเรื่อยๆ..."

"พวกคุณมันก็แค่คนโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ถูกกองกำลังต่อต้านจิเซลปั่นหัวเล่น!"

จางหรูหนาน ตัวแทนฝ่ายเหยียนโกรธจนควันออกหู กล้ามเนื้อตรงมุมปากกระตุกเป็นจังหวะด้วยความโมโห

แต่ถึงอย่างนั้น กลุ่ม 'สายสันติวิธี' ที่นำโดยประเทศเจียงก็ยังคงดื้อดึงและไม่ยอมอ่อนข้อให้

"ถ้าพวกคุณ ประเทศเหยียนมั่นใจขนาดนั้น ก็บุกเข้าไปช่วยตัวประกันเองเลยสิ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 131 - พวกนายมโนเป็นตุเป็นตะไปเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว