- หน้าแรก
- ระบบพ่อค้าอาวุธทิพย์ ปฐมบทตุ๋นเงินผู้ก่อการร้ายข้ามโลก
- บทที่ 20 - พวกเราหาตัวคนที่ฉ้อโกงเจอแล้ว!
บทที่ 20 - พวกเราหาตัวคนที่ฉ้อโกงเจอแล้ว!
บทที่ 20 - พวกเราหาตัวคนที่ฉ้อโกงเจอแล้ว!
บทที่ 20 - พวกเราหาตัวคนที่ฉ้อโกงเจอแล้ว!
หวังจิ้งจิ้งรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม เธอไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงเรื่องพฤติกรรมของคาร์ลอส เพียงแต่ต้องการให้เขาสงบสติอารมณ์โดยเร็ว และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
ก็แน่ล่ะ คาร์ลอสเป็นถึงหัวหน้ากลุ่มติดอาวุธรอสตาส ที่ได้ชื่อว่าบ้าบิ่นและโหดเหี้ยมอำมหิต
หากจัดการคดีฉ้อโกงครั้งนี้ไม่ดี เกิดคาร์ลอสโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แล้วก่อเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศเหยียนขึ้นมา มันก็คงจะไม่ใช่เรื่องดีแน่
ถึงแม้ว่าด้วยแสนยานุภาพทางทหารของประเทศเหยียนในปัจจุบัน กลุ่มติดอาวุธรอสตาสจะเปรียบเสมือนลูกกุ้งลูกปลาที่ไม่มีความสลักสำคัญอะไรเลยก็ตาม
แต่ก็ต้องเสียเวลามาจัดการอยู่ดี และถ้าเกิดเรื่องบานปลายจนทำให้ประชาชนชาวเหยียนผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับบาดเจ็บ มันก็ยิ่งได้ไม่คุ้มเสีย
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้คาร์ลอสได้ออกคำสั่งให้ลูกน้องของเขาตามล่าและทำร้ายชาวเหยียนทุกคนที่พบเจอแล้ว
ประชาชนที่อยู่ในประเทศเหยียนย่อมปลอดภัยหายห่วง
แต่สำหรับชาวเหยียนที่อยู่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะไปท่องเที่ยว เรียนต่อ หรือไปทำงาน ความปลอดภัยของพวกเขาก็ไม่สามารถรับประกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
แม้ว่าจะมองข้ามเรื่องพวกนี้ไป และถอยหลังกลับมามองแค่คดี หากชายที่ชื่อหลี่อู่หมิงได้กระทำการฉ้อโกงจริง เขาก็สมควรที่จะได้รับโทษตามกฎหมายของประเทศเหยียน
แม้แต่เจ้าฟ้าชายทำผิดก็ต้องรับโทษเหมือนสามัญชน
ตำรวจเหยียนจะไม่ยกเว้นโทษให้กับหลี่อู่หมิง เพียงเพราะว่าคาร์ลอสเป็นหัวหน้ากลุ่มติดอาวุธและไม่ใช่ชาวเหยียน
หากยอมปล่อยให้เกิดบรรทัดฐานเช่นนี้ขึ้น ก็จะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีเอาเสียเลย
เมื่อชาวเหยียนคนอื่นเห็นแบบนี้ ก็คงจะคิดว่า อ๋อ! การก่ออาชญากรรมกับชาวต่างชาติจะไม่ถูกดำเนินคดีงั้นเหรอ ถ้างั้นเยี่ยมไปเลย ต่อไปเราก็พุ่งเป้าไปที่ชาวต่างชาติก็แล้วกัน
เมื่อเวลาผ่านไป ภาพลักษณ์บนเวทีโลกของประเทศเหยียนก็จะเสื่อมเสีย ชาวต่างชาติก็จะมองว่าสภาพแวดล้อมและความปลอดภัยในประเทศเหยียนนั้นย่ำแย่ และไม่อยากจะเดินทางมาท่องเที่ยวหรือลงทุนในประเทศเหยียนอีก
ตัวอย่างแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีให้เห็น ประเทศไทยก็เป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือไง?
เมื่อก่อนประเทศไทยเคยเป็นประเทศท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่ด้วยความหละหลวมของทางการ ทำให้มีคดีฉ้อโกง การค้ามนุษย์ และการค้าอวัยวะที่พุ่งเป้าไปที่ชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างชาติลดฮวบลงอย่างน่าใจหายในปัจจุบัน
ทางการไทยก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้ ออกแถลงการณ์และให้คำมั่นสัญญาต่างๆ นานา แต่มันจะไปมีประโยชน์อะไรล่ะ มันสายไปเสียแล้ว!
ตอนนี้คาร์ลอสได้ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่โต สายตาเป็นหมื่นเป็นแสนคู่กำลังจับจ้องมาที่ประเทศเหยียน เพื่อรอดูว่าทางการเหยียนจะตอบสนองต่อเรื่องนี้อย่างไร ดังนั้นตำรวจเหยียนจึงต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด
หลังจากหวังจิ้งจิ้งพูดจบ ปลายสายของคาร์ลอสก็เงียบไป
หวังจิ้งจิ้งจึงพูดต่อว่า "คุณคาร์ลอส ถ้าคุณอยากให้คดีคลี่คลายโดยเร็ว และนำตัวคนที่หลอกลวงคุณมาลงโทษตามกฎหมาย ก็กรุณาให้ความร่วมมือกับฉันด้วยค่ะ ในเมื่อคุณเลือกที่จะติดต่อตำรวจอย่างพวกเราเพื่อแจ้งความ ก็แสดงว่าคุณไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้แล้ว"
"แต่ถ้าคุณมีวิธีจัดการของตัวเอง ตอนนี้ก็วางสายไปได้เลย ตำรวจเหยียนจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องนี้อีก"
คราวนี้ ปลายสายมีเสียงตอบรับกลับมาแล้ว
ฟู่
คาร์ลอสถอนหายใจยาว น้ำเสียงของเขาลดความแข็งกร้าวลงจากตอนแรกมาก และฟังดูนุ่มนวลขึ้น
"โอเคๆ ฉันยินดีให้ความร่วมมือ"
"เธออยากรู้อะไรล่ะ อยากให้ฉันเล่าเรื่องตอนที่ถูกหลอกให้ฟังอีกรอบไหม?"
"ใช่ค่ะ คุณต้องเล่าเรื่องราวให้ฉันฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วน ห้ามมองข้ามรายละเอียดใดๆ เด็ดขาด"
"ตกลง ฉันเข้าใจแล้ว"
จากนั้น คาร์ลอสก็เล่าเรื่องราวที่เขาถูกหลอกให้ฟังอีกครั้งตั้งแต่ต้นจนจบ หวังจิ้งจิ้งที่อยู่ปลายสายตั้งใจฟังอย่างละเอียด เธอไม่เพียงแต่จดบันทึกเท่านั้น แต่ยังซักถามคาร์ลอสซ้ำๆ เกี่ยวกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจถูกมองข้ามไปด้วย
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น หวังจิ้งจิ้งสามารถจับเบาะแสที่เป็นประโยชน์ได้จากคำตอบของคาร์ลอส
หลังจากวางสายจากคาร์ลอส เธอก็รีบนำเบาะแสที่พบไปรายงานให้ผู้บัญชาการซ่งกงเย่และคนอื่นๆ ทราบทันที
"ท่านผู้บัญชาการ ท่านผู้บังคับการ จ้าวต้าซู่ เมื่อกี้ฉันโทรไปหาคาร์ลอสมาค่ะ แล้วก็สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการฉ้อโกงเพิ่มเติม"
"เขาบอกฉันว่า เงินสามสิบล้านไม่ได้ถูกโอนมาในครั้งเดียว แต่แบ่งโอนหลายครั้งเนื่องจากข้อจำกัดในการโอนเงินระหว่างประเทศ"
"แถมตอนที่พวกเขาโอนเงินให้หลี่อู่หมิงในตอนแรก ระบบก็แจ้งเตือนว่าชื่อไม่ถูกต้อง พวกเขาต้องลองอยู่หลายครั้งกว่าจะโอนสำเร็จ"
"ซึ่งนั่นหมายความว่า"
หวังจิ้งจิ้งใช้มือทั้งสองข้างยันโต๊ะไว้ สีหน้าของเธอจริงจังและเคร่งเครียด "เป็นไปได้ไหมคะว่า ทิศทางการสืบสวนของเราอาจจะผิดพลาดมาตั้งแต่แรก เราไม่ควรเจาะจงตรวจสอบเฉพาะยอดเงินโอนจากต่างประเทศที่เกินสิบล้าน แต่ควรตรวจสอบยอดเงินโอนที่เกินหลักล้านทั้งหมด"
"และอีกอย่าง ชื่อหลี่อู่หมิงอาจจะเป็นชื่อปลอมที่นักต้มตุ๋นสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริง ซึ่งแม้แต่คาร์ลอสเองก็ยังถูกหลอก?"
จริงด้วย!
คำพูดของหวังจิ้งจิ้งทำให้ซ่งกงเย่และคนอื่นๆ หูตาสว่างขึ้นมาทันที พวกเขามัวแต่จดจ่ออยู่กับการปิดคดีให้เร็วที่สุด จนลืมที่จะวิเคราะห์และพิจารณาคดีจากหลายๆ มุมมอง!
"รีบจัดเตรียมกำลังคนทันที!"
ซ่งกงเย่ออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด พร้อมทั้งแจกแจงรายละเอียดภารกิจอย่างชัดเจน
"ให้ทำตามที่หวังจิ้งจิ้งเพิ่งเสนอมา ปรับเปลี่ยนทิศทางการสืบสวนใหม่ ช่วงนี้ให้ตรวจสอบประวัติการทำธุรกรรมขนาดใหญ่จากต่างประเทศของทุกธนาคารให้หมด"
"ส่วนเรื่องยอดเงินก็ไม่ต้องจำกัดไว้ที่หลักล้าน เอาเป็นว่า...ถ้ายอดเงินเกินสองแสนหยวน ก็นำมาตรวจสอบให้หมด"
สองแสนหยวนเนี่ยนะ?
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวต้าซู่ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนและคนอื่นๆ ก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจด้วยความตกใจ
ถึงแม้ว่าเมืองไห่เฉิงจะไม่สามารถเทียบชั้นกับเมืองหลวงได้ แต่การพัฒนาก็ไม่ได้ล้าหลังเลย ที่นี่มีบริษัทการค้าระหว่างประเทศและบัญชีธนาคารจำนวนมาก
หากต้องลงพื้นที่ตรวจสอบรายการที่มียอดเงินเกินสองแสนหยวนทั้งหมด ปริมาณงานคงจะมหาศาลน่าดู
แต่...
ในตอนนี้ก็ไม่มีวิธีไหนที่ดีไปกว่านี้แล้ว พวกเขาจำต้องใช้วิธีที่ดูโง่เขลาและเรียบง่ายที่สุดนี้ โดยการค่อยๆ ตรวจสอบไปทีละรายการ
"ปฏิบัติการได้!"
"รับทราบ!"
เมื่อซ่งกงเย่ออกคำสั่ง จ้าวต้าซู่และลูกน้องก็รีบออกเดินทางและแบ่งกำลังกันไปตรวจสอบตามธนาคารต่างๆ ทันที
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับม้าขาวพุ่งผ่านช่องแคบ
เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปแล้วสี่วัน
วันนี้
ซ่งกงเย่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน พิมพ์รายงานสรุปความคืบหน้าการสืบสวนคดี 'คาร์ลอสถูกฉ้อโกง' เพื่อส่งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
เนื่องจากสถานะของคาร์ลอสและการเผยแพร่ข่าวสารบนโลกอินเทอร์เน็ต ผู้บริหารระดับสูงของประเทศเหยียนจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ซ่งกงเย่จึงต้องรายงานความคืบหน้าให้ผู้บังคับบัญชาทราบอย่างสม่ำเสมอ
ในเวลานี้ เขากำลังนั่งขมวดคิ้วแน่น สีหน้าตึงเครียดราวกับแผ่นเหล็ก
หลายวันมานี้ จ้าวต้าซู่และทีมงานทำงานกันอย่างหนักจนลืมกินลืมขอนอน แต่สถานการณ์ก็ยังคงเหมือนกับหลานชายถือตะเกียงส่องทางให้ลุง ซึ่งก็คือ... ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย
แล้วเขาจะเอารายงานที่ไหนไปส่งให้ผู้บังคับบัญชาล่ะ?!
ฟู่
ซ่งกงเย่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางถอนหายใจยาวๆ เตรียมใจที่จะรับโทรศัพท์และโดนผู้บังคับบัญชาตำหนิหลังจากที่ส่งรายงานไปแล้ว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูรัวๆ ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายความเงียบในห้องทำงาน ซ่งกงเย่สะดุ้งสุดตัว เขารีบยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงเพื่อปรับท่าทางให้ดูเป็นทางการ
"เข้ามาได้!"
เอี๊ยด
ประตูถูกเปิดออก หวังจิ้งจิ้งถือแฟ้มเอกสารวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
เมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของเธอ ซ่งกงเย่ก็รีบถามขึ้นทันที "มีความคืบหน้าอะไรไหม?"
"มีค่ะ ท่านผู้บัญชาการซ่ง!"
เนื่องจากวิ่งมาด้วยความเร็ว หวังจิ้งจิ้งจึงหอบหายใจอย่างหนัก แต่ใบหน้าของเธอกลับฉายแววดีใจ น้ำเสียงของเธอก็ดังขึ้นกว่าปกติ
"พวกเรา...น่าจะหาตัวคนที่หลอกเงินคาร์ลอสเจอแล้วค่ะ!"
[จบแล้ว]