- หน้าแรก
- ตกปลาอยู่ดีๆ ไหงทะลวงระดับได้ล่ะเนี่ย
- บทที่ 1 - ตกปลาก็ทะลวงระดับได้
บทที่ 1 - ตกปลาก็ทะลวงระดับได้
บทที่ 1 - ตกปลาก็ทะลวงระดับได้
บทที่ 1 - ตกปลาก็ทะลวงระดับได้?
ทวีปซิงหยวน สำนักไท่เสวียน!
ยอดเขากระบี่เทวะ!
ท่ามกลางความว่างเปล่าปรากฏลำแสงหกสายพาดผ่าน แต่ละสายล้วนปลดปล่อยพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
พวกเขาคือประมุขและรองประมุขแห่งสำนักไท่เสวียนรวมถึงบรรดาผู้อาวุโส
เพียงชั่วพริบตา ร่างทั้งหกก็ร่อนลงตรงหน้าตำหนักผู้อาวุโสแห่งยอดเขากระบี่เทวะ
"ไม่รู้ว่าอาการบาดเจ็บของผู้อาวุโสเซียวเป็นอย่างไรบ้าง"
ผู้ที่ยืนอยู่หน้าสุดมีรูปร่างสูงสง่า แววตาดุดันทรงพลัง เขาคือประมุขแห่งสำนักไท่เสวียน ป๋ายเทียนโฉว!
"ในการต่อสู้แย่งชิงเกสรแดงโบราณกาล ผู้อาวุโสเซียวถูกลอบทำร้ายจนได้รับพิษร้ายแรง ตอนนี้เก็บตัวมานานกว่าสามเดือนแล้ว หรือว่าจะเป็นอันตรายไปแล้ว"
เวลานี้สตรีเงาร่างงามสง่าที่ยืนอยู่เบื้องหลังป๋ายเทียนโฉวก้าวออกมา ดวงตาคู่งามเต็มไปด้วยความกังวล
"ผู้อาวุโสเทียนอู่อย่าได้กังวล เซียวอวิ๋นฝานคือยอดฝีมือระดับปราณตันที่อายุน้อยที่สุดของสำนักไท่เสวียนเรา เป็นความหวังของสำนักไท่เสวียน หากเขามีอันเป็นไป ประมุขผู้นี้จะไม่มีวันปล่อยสำนักกุยหลัวเอาไว้แน่!"
ป๋ายเทียนโฉวหรี่ตาลง กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาทำให้มวลอากาศสั่นสะเทือน
"เอ๊ะ?"
เวลานี้จางเทียนอู่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เผยแววประหลาดใจ
"หน้าตำหนักของผู้อาวุโสเซียวมีศิษย์รับใช้มาอยู่ตั้งแต่เมื่อใด"
ทุกคนได้ยินดังนั้นต่างเงยหน้าขึ้นมอง
บริเวณหน้าตำหนักโบราณปรากฏร่างของเด็กสาวสวมชุดศิษย์รับใช้เรียบง่าย ในมือถือไม้กวาด ยืนตัวตรงแน่วแน่ ใบหน้าเล็กๆ แดงระเรื่อเต็มไปด้วยความจริงจัง
"มู่หลิงเอ๋อร์ เหตุใดจึงมาอยู่หน้าตำหนักของผู้อาวุโสเซียวได้"
จางเทียนอู่ก้าวเดินเข้าไปเอ่ยถาม
เด็กสาวมีนามว่ามู่หลิงเอ๋อร์ เป็นศิษย์รับใช้ที่สำนักส่งมาทำความสะอาดที่ยอดเขากระบี่เทวะ
เซียวอวิ๋นฝานคือผู้อาวุโสระดับปราณตันที่อายุน้อยที่สุดของสำนักไท่เสวียน ไม่ชอบความวุ่นวาย ดังนั้นแม้ยอดเขากระบี่เทวะจะกว้างใหญ่ แต่กลับมีศิษย์ในสำนักเพียงหยิบมือ
"ผู้อาวุโสเทียนอู่ ท่านประมุข"
เมื่อมู่หลิงเอ๋อร์เห็นเช่นนั้น ใบหน้าเล็กๆ ก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก รีบโค้งคำนับให้ป๋ายเทียนโฉวและจางเทียนอู่ทันที
"อาจารย์เก็บตัว สั่งให้ศิษย์เฝ้าอยู่หน้าตำหนัก ไม่อนุญาตให้ผู้ใดรบกวน!"
"อาจารย์หรือ"
จางเทียนอู่ได้ยินดังนั้น แววตาก็เต็มไปด้วยความสงสัย
แต่เมื่อมองเห็นป้ายหยกสีทองโบราณในมือของมู่หลิงเอ๋อร์ สีหน้าก็พลันเคร่งเครียดลง
ตรงกลางป้ายหยกมีลวดลายรูปกระบี่สลักไว้ นั่นคือสัญลักษณ์ของเจ้าแห่งยอดเขากระบี่เทวะ!
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเซียวอวิ๋นฝานมุ่งมั่นแต่การฝึกวิชา ไม่เคยรับศิษย์มาก่อน แล้วเหตุใดจึงรับศิษย์รับใช้คนหนึ่งมาเป็นศิษย์ได้
หรือว่าในการต่อสู้แย่งชิงเกสรแดงโบราณกาล เขาไม่อาจถอนพิษร้ายในร่างกายได้ ร่างกายถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ
เพื่อป้องกันไม่ให้ยอดเขากระบี่เทวะไร้ผู้สืบทอด จึงได้รับมู่หลิงเอ๋อร์มาเป็นศิษย์เช่นนั้นหรือ
"อะไรนะ"
ป๋ายเทียนโฉวเห็นเช่นนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
"เด็กน้อย จงหลีกทางให้ประมุขผู้นี้ เซียวอวิ๋นฝานคืออนาคตของสำนักเรา จะให้เกิดเรื่องผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด"
สามเดือนก่อน พลังปราณทางตอนใต้ของราชวงศ์เทวะเทียนตูเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ปรากฏของวิเศษแห่งฟ้าดินอย่างเกสรแดงโบราณกาล หากผู้ใดได้กลืนกิน จะสามารถเพิ่มพูนค่าความเข้าใจของผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างมหาศาล
ด้วยเหตุนี้จึงดึงดูดขุมกำลังนับไม่ถ้วนของราชวงศ์เทวะเทียนตูให้มาแย่งชิง ซ้ำยังมีผู้แข็งแกร่งจากราชวงศ์เทวะอื่นลงมือด้วย สำนักไท่เสวียนก็เช่นกัน ผู้แข็งแกร่งระดับผู้อาวุโสขึ้นไปแทบจะทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มีออกมา!
เซียวอวิ๋นฝานแย่งชิงเกสรแดงโบราณกาลมาได้สำเร็จ และฝ่าวงล้อมของผู้แข็งแกร่งมากมายออกมาได้
ส่วนป๋ายเทียนโฉว จางเทียนอู่ และคนอื่นๆ ต่างทุ่มเทกำลังสุดความสามารถเพื่อถ่วงเวลาผู้แข็งแกร่งส่วนใหญ่เอาไว้ เพื่อให้เซียวอวิ๋นฝานนำเกสรแดงโบราณกาลกลับมายังสำนัก
ทว่าระหว่างทาง เซียวอวิ๋นฝานกลับถูกขุมกำลังมากมายของราชวงศ์เทวะเทียนตูดักซุ่มโจมตี
ในบรรดาขุมกำลังเหล่านั้น สำนักที่แข็งแกร่งที่สุดคือสำนักกุยหลัว ซึ่งอยู่ในอันดับสองของราชวงศ์เทวะเทียนตู เหนือกว่าสำนักไท่เสวียนมากนัก
สำนักกุยหลัวมีความแข็งแกร่งหาที่เปรียบไม่ได้ เพียงผู้อาวุโสคนเดียวก็สามารถถ่วงเวลาเซียวอวิ๋นฝานไว้ได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการลงมือพร้อมกันของผู้อาวุโสทั้งห้า
บวกกับผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ ที่จ้องตะครุบเหยื่ออยู่รอบด้าน เกสรแดงโบราณกาลจึงเปลี่ยนมือในชั่วพริบตา แม้แต่เซียวอวิ๋นฝานก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกผู้อาวุโสทั้งห้าของสำนักกุยหลัวรุมล้อม ดวงวิญญาณถึงกับได้รับความเสียหาย
หากไม่ใช่เพราะป๋ายเทียนโฉว จางเทียนอู่ และคนอื่นๆ ตามมาสมทบได้ทันเวลา เซียวอวิ๋นฝานคงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นั่นแล้ว
หลังจากการต่อสู้ครั้งนั้น เซียวอวิ๋นฝานก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส พอทนกลับมาถึงสำนักก็เก็บตัวปิดด่านทันที
"ท่านประมุข ผู้น้อย"
แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่แรงกดดันจากผู้แข็งแกร่งระดับปราณตันที่ป๋ายเทียนโฉวปลดปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัว ศิษย์รับใช้ระดับหลอมกายาขั้นสี่จะทนรับได้อย่างไร
มู่หลิงเอ๋อร์กำไม้กวาดในมือแน่น ใบหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นสะท้านไม่หยุด ภายในใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
"ท่านประมุข อาจารย์บอกไว้แล้ว ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไป ขอท่านประมุขโปรดอภัยด้วย!"
"นี่แก"
ป๋ายเทียนโฉวได้ยินดังนั้นก็บันดาลโทสะทันที
"เด็กน้อย แม้จะเป็นศิษย์ของอวิ๋นฝาน แต่นี่เป็นเรื่องความเป็นความตายของอวิ๋นฝาน เป็นเรื่องความอยู่รอดของสำนัก วันนี้ไม่มีใครขวางประมุขผู้นี้ได้!"
สิ้นเสียง ป๋ายเทียนโฉวก็ก้าวเท้าออกไป แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้าใส่ทันที
วินาทีนั้นเอง ภายในตำหนักก็ปรากฏคลื่นพลังไร้สภาพสายหนึ่งแผ่ซ่านออกมา สลายแรงกดดันของป๋ายเทียนโฉวไปในพริบตา ตามมาด้วยเสียงอันกังวานใส
"ศิษย์พี่ทุกท่าน เชิญเข้ามาเถิด!"
"หลิงเอ๋อร์ ทำได้ดีมาก อาจารย์พอใจยิ่งนัก!"
ป๋ายเทียนโฉวเห็นเช่นนั้น ก็รีบพาคนอื่นๆ ก้าวเข้าไปในตำหนัก
"ศิษย์น้องเซียว อาการบาดเจ็บของร่างกาย"
ป๋ายเทียนโฉวมีสีหน้าร้อนรน เพิ่งจะเอ่ยปากก็ถึงกับชะงักงันไป
เซียวอวิ๋นฝานที่สมควรจะบาดเจ็บสาหัสปางตาย ลมหายใจรวยริน เวลานี้กลับนั่งหย่อนใจอยู่บนเก้าอี้ไม้โบราณ กำลังตกปลาอย่างสุนทรีย์
ใช่แล้ว กำลังตกปลา!
"เอ่อ มองผิดไปหรือไม่"
มุมปากของป๋ายเทียนโฉวกระตุกอย่างแรง บรรดาผู้อาวุโสที่อยู่ด้านหลังก็พากันยืนนิ่งอึ้งไปตามๆ กัน
"เป็นไปได้อย่างไร"
เซียวอวิ๋นฝานในชุดคลุมยาวสีเขียว คิ้วกระบี่ดวงตาดุจดวงดาว ใบหน้างดงามเหนือคำบรรยาย เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ พลางกระตุกคันเบ็ดในมือเบาๆ
"ศิษย์พี่มองไม่ผิด ศิษย์น้องกำลังตกปลาอยู่!"
"แต่อาการบาดเจ็บในร่างกายของ"
ป๋ายเทียนโฉวนึกถึงอาการบาดเจ็บของเซียวอวิ๋นฝานขึ้นมาได้ พลังสัมผัสเทวะก็แผ่ซ่านออกไปปกคลุมร่างของเซียวอวิ๋นฝาน
วินาทีต่อมา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก เต็มไปด้วยความตกตะลึง
"นี่ เป็นไปได้อย่างไร พิษร้ายในร่างกายหายไปไหนแล้ว"
จากการตรวจสอบด้วยสัมผัสเทวะ เซียวอวิ๋นฝานมีลมหายใจสม่ำเสมอ พลังปราณหนักแน่นดุจภูเขาผาชัน
นี่คือสภาพของผู้ที่ถูกพิษร้ายแรงและดวงวิญญาณได้รับความเสียหายจริงๆ หรือ
"ผู้อาวุโสเซียว เกิดอะไรขึ้นกันแน่"
จางเทียนอู่เห็นเช่นนั้น ดวงตาก็เต็มไปด้วยความสงสัย
"ชู่ว!"
จู่ๆ เซียวอวิ๋นฝานก็ทำท่าทางให้เงียบเสียง แล้วกระตุกคันเบ็ดอย่างแรง
ปลาวิญญาณเปล่งแสงสีขาวตัวหนึ่งหลุดพ้นจากผิวน้ำ ร่วงหล่นลงในตะกร้าปลาด้านขวามือของเซียวอวิ๋นฝานอย่างแม่นยำ
ขณะเดียวกัน ร่างกายของเซียวอวิ๋นฝานก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ราวกับพันธนาการบางอย่างภายในร่างกายถูกทำลายลง พลังปราณพุ่งทะยานราวกับมหาสมุทรที่บ้าคลั่ง ปลดปล่อยแรงดึงดูดอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
ชั่วพริบตานั้น!
โดยมีเซียวอวิ๋นฝานเป็นศูนย์กลาง บังเกิดเป็นวังวนอันน่าหวาดหวั่น ดูดซับพลังปราณฟ้าดินรอบตัวอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายเปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้า จากนั้นก็มารวมกันที่จุดเดียว ราวกับกำลังควบแน่นเป็นตัง!
พร้อมกับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านออกมา จางเทียนอู่เบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
"กลิ่นอายนี้ นี่คือการทะลวงระดับหรือ"
ป๋ายเทียนโฉวและคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านข้างเห็นเช่นนั้น ก็พากันดวงตาสั่นไหว
"พลังปราณทะลักล้น กายาตันแปรเปลี่ยนเป็นวิญญาณตัน นี่ นี่คือระดับวิญญาณตัน!"
"เป็นไปได้อย่างไร ผู้อาวุโสเซียวเพิ่งตกปลาวิญญาณได้ตัวเดียว เหตุใดจึงทะลวงระดับได้แล้ว"
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่"
ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงอยู่นั้น ภายในหัวของเซียวอวิ๋นฝานกลับมีเสียงแจ้งเตือนราวกับเครื่องจักรดังขึ้น
"ติง! เนื่องจากโฮสต์ตกปลาในดินแดนธรรมวิถีเป็นครั้งแรก ได้รับคริติคอลจากการตกปลาหนึ่งหมื่นเท่า ได้รับโอสถทะลวงระดับเจ็ดวิถีหนึ่งเม็ด"
"ติง! เนื่องจากโฮสต์ทานโอสถทะลวงระดับ กำลังควบแน่นวิญญาณตัน"