- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากรากวิญญาณขยะสู่ยอดเซียนวิถีมาร
- ฟรี บทที่ 615 เห็ดรุ่งอรุณไม่รู้คืนเดือนดับเดือนเพ็ญ จั๊กจั่นฤดูหนาวไม่รู้ฤดูใบไม้ผลิใบไม้ร่วง
ฟรี บทที่ 615 เห็ดรุ่งอรุณไม่รู้คืนเดือนดับเดือนเพ็ญ จั๊กจั่นฤดูหนาวไม่รู้ฤดูใบไม้ผลิใบไม้ร่วง
ฟรี บทที่ 615 เห็ดรุ่งอรุณไม่รู้คืนเดือนดับเดือนเพ็ญ จั๊กจั่นฤดูหนาวไม่รู้ฤดูใบไม้ผลิใบไม้ร่วง
บทที่ 615 เห็ดรุ่งอรุณไม่รู้คืนเดือนดับเดือนเพ็ญ จั๊กจั่นฤดูหนาวไม่รู้ฤดูใบไม้ผลิใบไม้ร่วง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การกระทำเช่นนี้ไม่ได้จงใจเล่นตัวเพื่อเพิ่มค่าตัวแต่อย่างใด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่เป็นการป้องกันปัญหาไว้ล่วงหน้า พูดตามตรงเขาก็รู้สึกดีกับชิงชิงอยู่ไม่น้อย ทว่านั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเชื่อคำพูดลอยๆ ของอีกฝ่ายไปเสียหมด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ถ้ำบำเพ็ญเพียรขู่หรงไม่ว่าจะมีอันตรายอันใด หรือต่อให้นางคิดจะวางแผนเล่นงานเขา ก็ล้วนต้องถูกข่มขวัญด้วยข่าวการต่อสู้ที่ตำหนักเสี่ยวจี๋อยู่ดี
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากมีแผนการร้ายก็คงแท้งไปตั้งแต่ในครรภ์แล้ว หากไม่มีแผนการร้ายแถมยังตั้งใจแน่วแน่ที่จะเชิญเขาต่อไป เช่นนั้นปริศนายากเย็นในถ้ำบำเพ็ญเพียรขู่หรง แปดในสิบส่วนคงต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งบุกทะลวงเข้าไปดื้อๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ทางอ้อมได้ว่านางไม่มีเจตนาปองร้าย มิฉะนั้นหากหวังอี้ตบสวนกลับไปสักฉาด นางเองก็คงรับไม่ไหวเช่นกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สรุปคือ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀รออีกสักสองสามวันในใจก็คงรู้เรื่องเอง จะไปหรือไม่ไปเมื่อถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน งานในมือเขามีไม่น้อย การฝึกบำเพ็ญรวมเก้าสลายเก้าย่อมต้องจัดไว้เป็นอันดับแรก จากนั้นก็คือการยกระดับกระบี่เทวบุตรเหยียนหมัวและภาพมารฟ้าหกตัณหา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ขั้นตอนการหลอมอสูรกลืนอารมณ์กับการยกระดับภาพมารฟ้านั้นนับว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อีกทั้งเรื่องการซ่อมแซมเรือเทพเบิกมิติก็ยังพอผัดผ่อนไปก่อนได้ เวลายังคงเหลือเฟือ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อย่างน้อยที่สุดเขาก็ต้องสะสมพลังก้าวสุดท้ายของการทะลวงระดับกายาให้เสร็จสิ้นเสียก่อน… [กลืนฟ้า]!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นั่นคือการกลืนกินและสกัดกลั่นกฎเกณฑ์เบญจธาตุหยิน เพื่อให้ได้มาซึ่งเค้าโครงพลังแห่งโลกที่ทัดเทียมกับดินแดนจำลองระดับหลอมสุญญตา ผสานเข้าสู่อวัยวะภายในทั้งห้า ถึงจะนำเรื่องการเหาะเหินขึ้นมาพิจารณา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เหาะเหินขึ้นไปแล้วหากไม่สามารถทะลวงขอบเขตได้ทันที จะเหาะเหินไปหาหอกอะไรเล่า แบบนั้นมันไม่มีความหมายเลยสักนิด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ด้วยเหตุนี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้จึงเริ่มงัดเอาความรู้ความเข้าใจในวิชาหลอมโอสถของตนเองออกมาใช้ โดยใช้เตาหลอมบงกชโลหิตสามสิบหกชั้นเป็นเตาโอสถ เริ่มนำซากศพอสูรระดับแปลงเทวะคุณภาพสูงที่ได้มาจากงานแลกเปลี่ยนสมบัติ มาหลอมเป็นยาลูกกลอนบำรุงขนานใหญ่ที่เหมาะสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรสายกายากิน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ของพรรค์นี้จะเรียกว่าเป็นโอสถก็ดูจะยกย่องกันเกินไป นับได้ว่าเป็นเพียงก้อนสกัดบริสุทธิ์ที่อัดแน่นเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ต้องทำตามกฎเกณฑ์การออกจากเตาของโอสถ โดยปกติซากศพอสูรหนึ่งร่างจะขึ้นอยู่กับขนาดตัว สามารถหลอมเป็นยาลูกกลอนบำรุงขนานใหญ่ได้ตั้งแต่หนึ่งร้อยถึงหนึ่งร้อยห้าสิบเม็ด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้ถือว่ากินโอสถเป็นขนมขบเคี้ยวเล่นล้วนๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยาลูกกลอนบำรุงขนานใหญ่แต่ละเม็ดล้วนหลอมรวมพลังสกัดบริสุทธิ์อันมหาศาลของสัตว์อสูรเอาไว้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการฝึกบำเพ็ญรวมเก้าสลายเก้า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อีกทั้งยังมีขนาดเล็กพอเหมาะ หากกินทีละน้อยแต่หลายๆ ครั้ง ความเร็วในการสกัดกลั่นก็ถือว่ารวดเร็วมาก ผสมสมุนไพรที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางกายาเข้าไปอีกสักหน่อย ก็กลายเป็นของล้ำค่าแห่งการหลอมกายาแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หลังจากที่เขาใช้เวลาหลายวัน หลอมซากศพอสูรคุณภาพสูงทั้งหมดให้กลายเป็นยาลูกกลอนบำรุงขนานใหญ่ ก็น่าจะได้ผลผลิตมาประมาณพันกว่าเม็ด บวกกับความช่วยเหลือจากของวิเศษชิ้นอื่นๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การสะสมพลังให้ผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ประจวบเหมาะพอดี
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ชิงชิงที่ไปสืบข่าวการต่อสู้ที่ “ภูเขาดำมรณะเงียบงัน” ซึ่งแพร่สะพัดไปทั่วโลกซานไห่มาจนครบถ้วน เห็นได้ชัดว่านางมีความรู้ความเข้าใจในตัวหวังอี้มากขึ้น ทั้งตกตะลึงและหวาดหวั่น ถึงขั้นมีความตื่นเต้นและปีติยินดีอย่างบอกไม่ถูกเจือปนอยู่ด้วย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ราวกับตัวเอกในนิยายที่มีกลิ่นอายของราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ เพียงร่างกำยำสั่นสะท้าน ก็มีสาวงามหยาดเยิ้มทิ้งตัวเข้าสู่อ้อมอก สถานการณ์ของเขาก็คล้ายคลึงกันนั่นแหละ สตรีแต่ไหนแต่ไรมาก็ล้วนชื่นชมผู้แข็งแกร่ง ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงยิ่งเป็นที่สุดของเรื่องนี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การสามารถคว้าหัวใจของผู้แข็งแกร่งที่ทำให้ทั่วทั้งโลกซานไห่ต้องสั่นสะเทือนได้ ก็ถือเป็นหัวข้อสนทนาไว้คุยโวได้แล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในเวลานี้ชิงชิงถึงกับรู้สึกว่าการที่หวังอี้ชวนนางบำเพ็ญคู่ เป็นการแสดงออกถึงธาตุแท้ที่ซื่อตรงอย่างแท้จริง หากเขามีพลังการต่อสู้ทัดเทียมระดับหลอมสุญญตาขั้นต้นอย่างในข่าวลือจริงๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ต่อให้คิดจะใช้กำลังบังคับขืนใจ นางก็ขัดขืนไม่ได้อยู่ดี ช่างเป็นต้นกล้าเซียนที่มุ่งมั่นแต่การบำเพ็ญเพียรจริงๆ!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ถูกใจนางยิ่งกว่าพวกจ้าวโม่หรือหลานเฟิงอะไรนั่นเสียอีก แถมทั้งสองฝ่ายยังอยู่ใกล้กัน ยิ่งทำให้มีความรู้สึกสมจริงจากการได้ใกล้ชิด ร่างฮั่นป๋าของนางนี้ พูดจาให้ระคายหูหน่อย จะต่างอะไรกับศพคนงามเล่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มีคนไม่น้อยที่ในใจรู้สึกรังเกียจจนขวัญผวา นึกไม่ถึงเลยว่าหวังอี้จะไม่ถือสา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ แม่นางชิงชิงที่ได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดมีห้วงอารมณ์ความรู้สึกมากมายในใจ แต่ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อตัวหวังอี้นั้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมากจริงๆ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นางอาบแสงดาวฝ่าแสงจันทร์เร่งรุดมายังย่านศพเบญจธาตุ หมายจะจ่ายค่าตอบแทนที่สูงกว่าเดิมเพื่อเชิญอีกฝ่ายให้ไปร่วมสำรวจถ้ำบำเพ็ญเพียรขู่หรงด้วยกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ส่วนหวังอี้ทางฝั่งนี้ก็กำลังครุ่นคิดถึงวิชามังกรปรโลกอมตะอยู่เช่นกัน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ของสิ่งนี้มีความเชื่อมโยงกับวิชาลับมารศพอย่างใกล้ชิดมาก แม้จะเป็นวิชาที่เขาอนุมานและคิดค้นขึ้นมาเอง แต่การฝึกบำเพ็ญหลังจากระดับหกก็ยังมีปริศนาซ่อนอยู่
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อย่างเช่นวิถีแห่งเจียงซือนี้ เป้าหมายที่พอจะใช้เป็นแนวทางอ้างอิงได้พอมาถึงระดับ “ป๋า” ก็หมดลงแล้ว [ช่องจัดวาง] สามารถช่วยเขาอนุมานไปถึงระดับหกได้ แต่เขาเองก็ต้องเป็นผู้อนุมานสานต่อให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปด้วย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เช่นนี้ถึงจะสามารถใช้ช่องโหว่ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ออกมาได้อย่างไม่หยุดหย่อน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จู่ๆ เขาก็นึกถึงวิชาลับขู่หรงที่ชิงชิงพูดถึงขึ้นมาได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀‘เปลี่ยนตายเป็นเป็น เปลี่ยนเป็นเป็นตาย ขู่หรงและเป็นตาย เจตจำนงที่แท้จริงทั้งสองชนิดนี้ ถึงขั้นสามารถขยายขอบเขตไปถึงระดับกฎเกณฑ์เต๋าได้ บางทีอาจเป็นจุดผลิกผันที่ช่วยให้ก้าวข้ามวิถีการหลอมกายาเจียงซือก็เป็นได้ หากชิงชิงยอมบำเพ็ญคู่กับข้าก็คงจะดี...’ (ขู่หรง = เหี่ยวเฉาและผลิบาน)
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀‘ฮั่นป๋าที่มีสติปัญญานั้นหาได้ยากยิ่ง โอกาสเช่นนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ’
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀‘ต้องช่วยข้าแก้ไขปัญหาได้มากมายแน่ๆ ไม่รู้ว่าหลายวันมานี้นางพิจารณาไปถึงไหนแล้ว ถ้ำบำเพ็ญเพียรขู่หรงนี่ ไม่แน่ว่าอาจจะต้องลองไปเดินดูสักรอบจริงๆ’
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในใจของหวังอี้มีห้วงความคิดมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งยังแอบจดจำคะนึงหาร่างกายของชิงชิงขึ้นมาอีกครั้ง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ลองคิดดูว่านับตั้งแต่เริ่มบำเพ็ญเพียร เขาก็ฝึกฝนวิชาลับวิถีมารที่ดัดแปลงร่างกายอย่างวิชาลับมารศพฉบับไม่สมบูรณ์มาตลอด หากพูดในระดับหนึ่งก็ถือเป็นเจียงซือครึ่งซีกแล้ว เพียงแต่เขายังมีชีวิตอยู่ก็เท่านั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จนกระทั่งถึงระดับวิญญาณแรกกำเนิด ถึงได้สลัด “รูปลักษณ์ศพ” ทิ้งไปได้อย่างหมดจด
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ได้รู้สึกแบ่งแยกหรือรังเกียจสถานะฮั่นป๋าเลยแม้แต่น้อย ต่างคนต่างก็พอๆ กันนั่นแหละ ขอเพียงมีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียร จะวิตถารสักหน่อยแล้วจะเป็นไรไป แค่สภาพจิตใจยังปกติอยู่ก็พอแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ในถ้ำบำเพ็ญเพียรครู่หนึ่ง หวังอี้ก็มองไปยังสุดขอบฟ้าอีกครั้ง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ทำไมยังไม่มาอีก? หากยังไม่มาอีก ข้าคงต้องเก็บตัวปิดด่านจริงๆ แล้ว”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀กาลเวลาล่วงเลยผ่านไป
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยามอาทิตย์อัสดง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ลำแสงสีแดงเพลิงที่แฝงมาด้วยกลิ่นอายภัยพิบัติอันร้อนระอุสายหนึ่งร่วงหล่นลงมายังย่านศพเบญจธาตุ หวังอี้ที่กำลังนั่งขัดสมาธิเดินลมปราณอยู่ในห้องเงียบ พลันสัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของกลิ่นอายสายนี้ จึงรีบออกไปต้อนรับในทันที
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยังไม่ทันได้ทักทายปราศรัย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ก็เห็นโฉมสะคราญเย้ายวนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามทอดถอนใจแผ่วเบา
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“พี่เว่ยมีวิชาศักดิ์สิทธิ์ไร้เทียมทาน ปิดบังผู้น้อยเสียจนมิดชิดเลยทีเดียวนะเจ้าคะ”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀น้ำเสียงเปลี่ยนไปแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อก่อนมักจะแทนตัวเองว่าชิงชิง ท่าทีแม้จะอ่อนโยนและให้ความเคารพ แต่โดยเนื้อแท้แล้วยังคงมองว่าทั้งสองคนเป็นตัวตนที่อยู่ใน “ระดับ” เดียวกัน เป็นเพียงการถ่อมตัวเท่านั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่ตอนนี้ กลับนำพาตนเองไปอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าอย่างแท้จริง โดยแทนตัวเองว่าผู้น้อย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นี่แหละคือข้อดีของการเผยความแข็งแกร่งออกมา ผลดีย่อมมีมากกว่าผลเสีย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“สหายชิงชิงพูดอะไรเช่นนี้เล่า” หวังอี้ตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะหึๆ “ในเมื่อทราบเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดแล้ว เจ้ายังต้องการจะเชิญผู้แซ่เว่ยไปร่วมสำรวจถ้ำบำเพ็ญเพียรขู่หรงอยู่อีกหรือไม่?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“แน่นอนเจ้าค่ะ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“สู้พูดว่าความแข็งแกร่งที่พี่เว่ยแสดงออกมานั้น มากพอที่จะทำให้ผู้น้อยยอมศิโรราบให้เลยต่างหาก”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ถ้อยคำพลอดรักที่โจ่งแจ้งปานนี้ ช่างไม่อายฟ้าอายดินเอาเสียเลย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀นางเป็นถึงผู้สืบทอดของสายเวทดารามาร ย่อมไม่เห็นคุณค่าของพรหมจรรย์อะไรเทือกนั้นเท่ากับสตรีทั่วไป ภายใต้เงื่อนไขที่มีผลประโยชน์มากพอ นางย่อมไม่ปฏิเสธเรื่องดีๆ ที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀และก็เป็นไปตามคาด ยังไม่ทันที่หวังอี้จะตอบรับ นางก็ชิงพูดขึ้นมาเองเสียก่อน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เรื่องบำเพ็ญคู่ ผู้น้อยตกลงเจ้าค่ะ หวังเพียงพี่เว่ยจะทะนุถนอมเมตตา รอให้การเดินทางไปเขาขู่หรงสิ้นสุดลง พี่เว่ยอยากจะทำอะไรก็ย่อมได้ทั้งนั้นเลยเจ้าค่ะ~”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀‘ช่างเป็นนางมารร้ายยั่วสวาทจริงๆ’
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สีหน้าหวังอี้ไม่เผยพิรุธใดๆ ทว่าในใจกลับสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของโฉมสะคราญระดับสวรรค์ผู้นี้ อย่าว่าแต่มารพเนจรที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับตัณหาอย่างเขาเลย ต่อให้เป็นนักพรตถือศีลที่ละกิเลสตัดทางโลกก็ใช่ว่าจะทนทานไหว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เลือกวันมิสู้ลุยเลยดีกว่า พวกเราออกเดินทางกันเถอะ”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ก็ดีเจ้าค่ะ”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หลังจากที่หวังอี้กำชับถึงทิศทางการปกครองแคว้นอวิ๋นในลำดับถัดไป ทั้งยังทิ้งไพ่ตายบางอย่างไว้ให้เว่ยซูเยว่ เขาก็ออกเดินทางไปสำรวจถ้ำลับพร้อมกับชิงชิง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀…………
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀…………
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ถ้ำบำเพ็ญเพียรเขาขู่หรงที่ว่านั้น ตั้งอยู่ไม่ไกลเท่าใดนัก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันตั้งอยู่ในป่าดึกดำบรรพ์อันกว้างใหญ่ไพศาล บริเวณรอยต่อระหว่างชายแดนแคว้นอวิ๋นกับแคว้นเหลย แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งยุคบรรพกาลที่เข้มข้นเป็นพิเศษ ราวกับเป็นดินแดนล้ำค่าที่ตกทอดมาจากยุคโบราณกาล
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀พลังวิญญาณฟ้าดินก็อัดแน่นอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก เพียงแค่เดินทางมาถึงบริเวณใกล้เคียงได้ไม่นาน หวังอี้ก็ขับเคลื่อนเนตรทองคำมองปราณจนค้นพบเบาะแสบางอย่างเข้าแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“น่าสนใจดีนี่”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ชิงชิงได้ยินดังนั้นก็หันขวับมามองทันที
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ยังไม่ทันถึงที่หมาย พี่เว่ยก็มองเห็นความลึกล้ำซ่อนเร้นแล้วหรือเจ้าคะ?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ก็คงงั้นมั้ง”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้มองดูปราณชีพจรปฐพีที่แบ่งแยกกันอย่างชัดเจนใต้ฝ่าเท้า แล้วอธิบายว่า “ชีพจรปฐพีของที่นี่พิเศษมาก ทั้งๆ ที่เป็นปราณปฐพีที่บริสุทธิ์ที่สุด ทว่ากลับครอบคลุมทั้งการก่อกำเนิดของสรรพสิ่งในฤดูใบไม้ผลิ การเจริญเติบโตของสรรพสิ่งในฤดูร้อน การร่วงโรยของสรรพสิ่งในฤดูใบไม้ร่วง และการดับสูญของสรรพสิ่งในฤดูหนาว”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“หลังจากผ่านวัฏจักรไปหนึ่งรอบ พลังชีวิตก็จะยิ่งเข้มข้นและบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น การร่วงโรยก็จะยิ่งเด็ดขาดและหมดจดมากยิ่งขึ้น ผ่านการหมุนเวียนของสี่ฤดูอย่างไม่รู้จบ ทำให้เจตจำนงแห่งขู่หรงยิ่งทรงพลังมากขึ้น หากข้าคาดเดาไม่ผิดล่ะก็”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เขาขู่หรงที่สหายชิงชิงพูดถึง สมควรจะเป็นลูกนั้น ถูกต้องหรือไม่?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“…ร้ายกาจมากเจ้าค่ะ!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อเห็นหวังอี้ชี้เป้าหมายภูเขาลูกนั้นได้อย่างแม่นยำ ในดวงตาของชิงชิงก็มีประกายประหลาดใจปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง นางรู้แค่เพียงว่าหวังอี้มีพลังการต่อสู้เป็นเลิศ ฝีมือการประชันเวทไร้ผู้ต่อต้าน แต่กลับไม่รู้เลยว่าเขายังมีวิชามองปราณตามหามังกรเช่นนี้อยู่ด้วย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀การสืบทอดวิชาของปรมาจารย์ฮวงจุ้ยในโลกซานไห่นั้นไม่ได้เป็นระบบระเบียบ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀มันถูกหลอมรวมเข้ากับวิถีค่ายกล ซึ่งด้อยกว่า [คัมภีร์บทพิสดารฮวงจุ้ยชมฟ้าดิน] ที่หวังอี้มีติดตัวอยู่มาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่เขามีป้ายคำสั่งบรรพบุรุษของวิถีฮวงจุ้ยซึ่งเป็นของวิเศษล้ำค่าคอยหนุนนำอีก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ต่อให้จะแอบอ้างว่าเป็นปรมาจารย์ฮวงจุ้ยปฐพีอันดับหนึ่งของโลกซานไห่ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยแม้แต่น้อย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ไปกันเถอะเจ้าค่ะ สถานที่แห่งนี้ผู้น้อยได้สำรวจมาหลายครั้งแล้ว ปัญหาทั่วไปล้วนถูกจัดการไปหมดแล้ว เหลือเพียงด่านนั้นด่านเดียวที่ทำให้ข้าต้องจนปัญญา เดี๋ยวพวกเรายังต้องเดินผ่านค่ายกลพิสดารพรางตาอีกหนึ่งชั้น พี่เว่ยต้องตามมาให้ชิดนะเจ้าคะ”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ได้เลย ได้เลย”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ถ้ำบำเพ็ญเพียรเขาขู่หรงมีความหมายต่อชิงชิงอย่างยิ่ง ปัญหาที่แก้ไขได้ย่อมถูกจัดการไปนานแล้ว หวังอี้คาดการณ์ไว้แต่แรกแล้วว่าครั้งนี้คงไม่ทำให้เสียเวลามากนัก เขาจึงยอมรับด้วยความยินดี
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อทั้งสองคนทะลวงผ่านค่ายกลพิสดารพรางตาเข้าไปหนึ่งชั้น ฟ้าดินที่กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่าเดิมก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา หวังอี้เองก็ยังรู้สึกตกตะลึงอยู่บ้าง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เพราะเขาเองก็นึกไม่ถึงว่า เขาขู่หรงที่ชิงชิงพูดถึง จะเป็นต้นไม้ยักษ์ที่ใหญ่โตมโหฬารอย่างถึงที่สุดต้นหนึ่ง!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀อาจเป็นเพราะความเก่าแก่ตามยุคสมัย เปลือกนอกของต้นไม้ยักษ์จึงมีผิวสัมผัสราวกับหินผา ไม่ต่างอะไรกับหินภูเขาทั่วไป เมื่อคนไปยืนอยู่บนเขาขู่หรงก็ให้ความรู้สึกราวกับกำลังแหงนหน้ามองก้อนเมฆบนฟ้า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นไม่รู้ว่ากว้างกี่ลี้ ลำพังแค่ความสูงขนาดนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในโลกหล้าแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ตำนานเล่าว่าในยุคโบราณกาลมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ชื่อ ‘ต้าชุน’ ใช้เวลาแปดพันปีเป็นฤดูใบไม้ผลิ แปดพันปีเป็นฤดูใบไม้ร่วง อายุขัยยืนยาวนัก หากได้สัมผัสก็จะรู้แจ้งในวิถีแห่งกาลเวลา”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ชิงชิงพยักหน้ารับพลางกล่าว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ข้าไม่รู้ว่าไม้ยักษ์ต้นนี้จะเป็นต้นต้าชุนหรือไม่ แต่เจตจำนงขู่หรงเริ่มรู้แจ้งการเกิดดับจากการหมุนเวียนของสี่ฤดู หนึ่งความตายหนึ่งการเติบโตล้วนมีความเร้นลับอยู่ไม่สิ้นสุด การที่ผู้อาวุโสขู่หรงสามารถสร้างชื่อเสียงอันโด่งดังขึ้นมาได้ บางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับไม้ยักษ์ต้นนี้ด้วย”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“น่าเสียดายที่ต้นไม้นี้ได้ตายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว แม้แต่เรือนร่างก็กลายเป็นภูเขาหิน สำหรับพวกเราแล้ว มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยแม้แต่น้อย”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หวังอี้พยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรอีก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀คล้ายกับว่ายังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความตกตะลึง ไม่อาจถอนตัวได้เป็นเวลานาน
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ชิงชิงรอคอยอย่างมีมารยาทอยู่พักหนึ่ง ถึงได้เอ่ยปากขึ้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“พี่เว่ย พวกเราไปกันเถอะเจ้าค่ะ ทางเข้าถ้ำบำเพ็ญเพียรอยู่บนรูปสลักหินที่มีรูปร่างเหมือนแมลงตัวหนึ่งตรงตีนเขา”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ตกลง”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อทั้งสองคนเคลื่อนที่อีกครั้ง รูปสลักหินแมลงที่อีกฝ่ายพูดถึง กลับกลายเป็นจั๊กจั่นฤดูหนาวตัวหนึ่ง
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀สมดั่งคำกล่าวที่ว่า: เห็ดรุ่งอรุณไม่รู้คืนเดือนดับเดือนเพ็ญ จั๊กจั่นฤดูหนาวไม่รู้ฤดูใบไม้ผลิใบไม้ร่วง!
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀หากทำความเข้าใจตามเจตนาของคน ก็คือผู้มีความรู้น้อยย่อมตามไม่ทันผู้มีความรู้มาก ผู้มีอายุขัยสั้นย่อมมีวิสัยทัศน์กว้างไกลสู้ผู้มีอายุขัยยืนยาวไม่ได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀แต่หากตีความจากมุมมองของการบำเพ็ญเพียร
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เห็ดรุ่งอรุณหมายถึงเชื้อราที่งอกเงยในตอนเช้าตรู่ และตายลงในตอนพลบค่ำ หรือจะใช้แมลงเม่ามาแทนก็ได้ ล้วนเป็นตัวแทนของเจตจำนงอันลึกล้ำที่ว่าเกิดเช้าตายค่ำ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀คำว่าเดือนดับเดือนเพ็ญ (晦朔) จำเป็นต้องแยกตีความ "เดือนดับ (晦)" หมายถึงวันสุดท้ายของปลายเดือน "เดือนเพ็ญ (朔)" หมายถึงวันแรกของต้นเดือน เกิดเช้าตายค่ำ กลางวันกลางคืนผลัดเปลี่ยน เป็นตัวแทนของการก่อกำเนิดและจุดจบ ดุจดั่งวัฏสงสาร
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀จั๊กจั่นฤดูหนาว (蟪蛄) หรือที่เรียกว่าหานฉาน ฟักตัวในปลายฤดูใบไม้ผลิ และตายในฤดูใบไม้ร่วง วงจรชีวิตมีเพียงไม่กี่เดือน ฤดูใบไม้ผลิใบไม้ร่วง (春秋) นั้นยิ่งชัดเจนกว่า มันหมายถึงการหมุนเวียนของสี่ฤดูที่สมบูรณ์แบบ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ปัญหาที่ชิงชิงพบเจอ ในใจของเขาก็พอจะรู้คำตอบแล้ว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ช่างเป็นการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดอย่างแท้จริง ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าความรู้ที่มีอยู่ไม่พอใช้ ครั้งสุดท้ายที่เขาอ่านหนังสือต้องย้อนกลับไปถึงสมัยที่อยู่นิกายโลหิตวิญญาณผกผันเลยทีเดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อเกิดความรู้แจ้งขึ้นมาในตอนนี้ กลับมีความรู้สึกละอายใจที่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“การจัดเตรียมบททดสอบเช่นนี้ ดูเหมือนผู้อาวุโสขู่หรงท่านนี้จะจงใจอยากให้คนรุ่นหลังที่มีความรู้แจ้งสืบทอดเจตนารมณ์ของเขาไปสินะ เพียงแต่... เมื่อรับการสืบทอด ก็ต้องรับผลของเหตุและผลไปด้วย”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“สหายชิงชิง เจ้าเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูในอดีตของผู้อาวุโสขู่หรงท่านนี้แล้วหรือยัง?”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เรื่องนี้มีอันใดต้องกลัว? เบื้องหลังผู้น้อยคือสายเวทดารามาร ต่อให้เป็นในโลกผู้บำเพ็ญมาร ก็ยังนับว่าเป็นขุมกำลังระดับบน ผู้อาวุโสขู่หรงเป็นแค่ระดับแปลงเทวะขั้นสูงสุด ศัตรูของเขาจะมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้หรือไม่ก็ยังไม่แน่เลย”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀โลกผู้บำเพ็ญมาร ก็ตามชื่อเลยว่าเป็นสวรรค์ของผู้บำเพ็ญมารเผ่ามนุษย์
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยึดถือกฎแห่งป่าที่ผู้อ่อนแอตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่ง โหดร้ายยิ่งกว่าแดนอสูรสวรรค์เสียอีก และยังเป็นดินแดนที่เผ่ามนุษย์ให้กำเนิดผู้แข็งแกร่งได้ง่ายที่สุดด้วย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ทั้งยังเป็นจอมมารผู้ยิ่งใหญ่แบบครบเครื่องที่เชี่ยวชาญเรื่องโลกีย์ ใช้แผนการอันแยบยลเก่งกาจ ประชันเวทไร้เทียมทาน เพียงแต่มีนิสัยค่อนข้างประหลาด และชอบฉายเดี่ยว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เล่าลือกันว่าโลกผู้บำเพ็ญมารมักจะจับกุมสิ่งมีชีวิตหมื่นเผ่าพันธุ์ เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการขัดเกลาบุตรมาร แน่นอนว่าการต่อสู้แย่งชิงกันเองของพวกเขาก็รุนแรงมากเช่นกัน ทั้งยังเชี่ยวชาญในการใช้ประโยชน์จากกฎเกณฑ์เป็นอย่างมาก
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ในบรรดาเก้าโลกเบื้องบนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเก้าเซียนเผ่ามนุษย์ พลังเฉลี่ยของที่นั่นมากพอที่จะรั้งอันดับต้นๆ ได้เลย เพียงแต่มีจำนวนคนน้อยไปสักหน่อย
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อเผชิญหน้ากับคำตอบของชิงชิง หวังอี้กลับส่ายหน้า แล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ข้าว่าเขายังมีชีวิตอยู่นะ พลังก่อนตายของผู้อาวุโสท่านนี้ไม่ด้อยไปกว่าผู้แซ่เว่ยอย่างแน่นอน ศัตรูที่เขาไปล่วงเกิน เจ้าลองคิดให้สูงกว่านี้สักหน่อยเถอะ มิฉะนั้นเขาคงไม่มาตายตาไม่หลับอยู่ที่นี่หรอก”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำเตือนที่จริงจังเช่นนี้ของหวังอี้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ชิงชิงเพียงแค่ลังเลไปชั่วครู่ ก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “พี่เว่ยอย่าได้ดูถูกผู้น้อยไป เจียงซือกำเนิดขึ้นจากความคับแค้นใจของฟ้าดิน หากข้าดุร้ายขึ้นมา ต่อให้ศพนับล้านก็ใช่ว่าจะหยุดข้าได้ มิฉะนั้นสายเวทดารามารจะมาถูกใจข้าได้อย่างไร”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เมื่อได้รับคำตอบเช่นนี้ หวังอี้ก็ไม่พูดอะไรให้มากความอีก เขาเลิกคิ้วแล้วกล่าวว่า
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“พูดเช่นนี้ ก็กลายเป็นว่าผู้แซ่เว่ยแส่หาเรื่องไปเองเสียนี่”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“[วิชาลับกงล้อขู่หรง] ผู้น้อยต้องเอามาให้ได้ พี่เว่ยลองตามข้าเข้าไปทดสอบดูเถิด รูปสลักหินจั๊กจั่นฤดูหนาวนี้ประหลาดนัก หลังจากเข้าไปแล้วจะพบกับวัฏจักรเกิดแก่เจ็บตาย ดุจดั่งการหมุนเวียนของสี่ฤดู”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ข้าสงสัยว่าจะมีสมบัติวิญญาณระดับสุดยอดชิ้นหนึ่งคอยก่อกวนอยู่ ผู้น้อยได้ลองมาแล้วหลายวิธี แต่ก็ไม่สามารถทำลายมันได้ จะผ่านบททดสอบชั้นนี้ไปได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับท่านแล้วล่ะเจ้าค่ะ”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“ตกลง!”
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀รับปากผู้อื่นแล้ว ย่อมต้องทำให้สำเร็จ
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ยิ่งไปกว่านั้นผลพลอยได้ที่เป็นประเภทความรู้เหล่านี้ แต่เดิมก็สามารถแบ่งปันกันได้อยู่แล้ว เขาเตือนชิงชิงเรื่องการรับผลแห่งเหตุและผลอย่างมั่วซั่ว สู้เอาเวลาไปคิดดีกว่าว่าตามข้อตกลงแล้ว ของทั้งหมดที่ได้จากถ้ำบำเพ็ญเพียรขู่หรงย่อมตกเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ชิงชิงต้องการแค่วิชาลับกงล้อขู่หรง เหตุและผลนี้ยังไม่รู้เลยว่าใครจะเป็นคนรับไป หากเขาสามารถผ่านบททดสอบจั๊กจั่นฤดูหนาวนี้ไปได้ ไม่แน่ว่าอาจจะได้เป็นผู้สืบทอดของขู่หรงจริงๆ ก็เป็นได้
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀เรื่องที่ดูเหมือนจะได้ผลประโยชน์ไปเสียทุกอย่าง เบื้องหลังก็ย่อมมีราคาที่ต้องจ่ายเช่นกัน เหตุและผลรวมถึงวาสนานี้ ใครเล่าจะอธิบายได้ชัดเจน?
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀‘ช่างเถอะ หนี้เยอะแล้วก็ไม่ต้องกังวล’
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀ต้องรู้ก่อนว่าในตัวเขายังมีเหตุและผลขององค์รัชทายาทราชวงศ์เซียน, ซ่านเหรินเก้าทัณฑ์ และโลกคุกน้ำแข็งอยู่ จะเพิ่มผู้อาวุโสขู่หรงมาอีกสักคน ก็เป็นแค่เรื่องจิ๊บจ๊อยเท่านั้น
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀คิดมากไปก็ไร้ประโยชน์
⠀⠀⠀
⠀⠀⠀“เข้าไปกันเถอะ”