เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ฟรี บทที่ 585 ร่วงหล่น (❌) ฟื้นคืนชีพ (✅) (จบตอน)

ฟรี บทที่ 585 ร่วงหล่น (❌) ฟื้นคืนชีพ (✅) (จบตอน)

ฟรี บทที่ 585 ร่วงหล่น (❌) ฟื้นคืนชีพ (✅) (จบตอน)


บทที่ 585 ร่วงหล่น (❌) ฟื้นคืนชีพ (✅) (จบตอน)

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ศรนี้ คือศรเสี่ยงตาย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ภายใต้เงื่อนไขที่เขารู้แน่ชัดว่าศึกนี้ต้องจบให้เร็วที่สุด หวังอี้จึงจงใจใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ โดยเดิมพันว่าต่อให้จงอิงจะระมัดระวังต่อเขาเพียงใด แต่ในส่วนลึกของหัวใจย่อมไม่ได้เห็นเขาเป็นภัยฃุกคามที่แท้จริง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สืบรากขุดโคนแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อีกฝ่ายเป็นถึงอัจฉริยะจากโลกเบื้องบน หากใช้ตบะระดับหลอมสุญญตาขั้นกลางมาสู้กับคนพื้นเมืองระดับแปลงเทวะขั้นต้นตัวเล็กๆ แล้วยังต้องระแวดระวังซ้ายขวา ไร้ซึ่งความมั่นใจเด็ดขาดว่าจะเอาชนะได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เช่นนั้น จงอิงผู้เป็นศิษย์เอกแห่งสายเวทมิติคนนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ก็คงเสียทีที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ผู้บำเพ็ญเพียรรุ่นราวคราวเดียวกันยังคงมีปณิธานอันไร้พ่าย หวังอี้อายุน้อยกว่าเขาตั้งหลายร้อยปี ทั้งยังถูกกดทับด้วยขอบเขตพลังขั้นใหญ่ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ลงมือทำก็สำเร็จหรอกหรือ?

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยามอยู่ต่อหน้าอาจารย์ยังเชื่อฟังคำตักเตือนอย่างนอบน้อม

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทว่าเมื่อต้องเคลื่อนไหวเพียงลำพัง ต่อให้จะเคยเสียทีครั้งใหญ่ให้กับมารหลอมฟ้า แต่ในส่วนลึกของหัวใจเขาก็ไม่ได้มองว่าหวังอี้เป็นภัยคุกคามเลยแม้แต่น้อย หรือแม้กระทั่งว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนที่มีความสมบูรณ์พร้อมหรือไม่ ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ความหยิ่งยโส ความดูแคลน ความเย้ยหยัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ปัจจัยแห่งความโอหังอวดดีทั้งหมด ล้วนถูกแสดงออกบนร่างของคนผู้นี้อย่างลึกล้ำถึงขีดสุด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀และด้วยเหตุนี้เอง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หลังจากตรึกตรองอย่างถี่ถ้วนแล้ว หวังอี้จึงยอมทุ่มเททุกสิ่งลงไปในศรเต็มกำลังดอกนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀พลังมาร วิชาศักดิ์สิทธิ์ พลังเทพ อาวุธวิเศษ เจตจำนง เพลิงน้ำแข็ง... และที่สำคัญที่สุดคือการสับเปลี่ยนสายเลือดในส่วนลึก การเสริมพลังของสายเลือดหงส์น้ำแข็งวิญญาณแท้จริงที่มีต่อวิชาศักดิ์สิทธิ์ธาตุน้ำแข็งนั้น ย่อมไม่มีข้อกังขาใดๆ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อาจเรียกได้ว่า เป็นการหลอมรวมพลังทั้งเจ็ดสายเข้าด้วยกัน!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ต่อให้จะเป็นเพราะสภาวะร่างกายและรากฐานอันแข็งแกร่งของเขา หลังจากที่ร่ายการโจมตีเช่นนี้ออกไปแล้ว เขาก็ต้องสิ้นเรี่ยวแรงไปหลายอึดใจ ภายในเวลาหนึ่งชั่วยามย่อมไม่มีทางยิงศรดอกที่สองออกไปได้อย่างแน่นอน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากเกิดล้มเหลวขึ้นมา ผลลัพธ์ที่ตามมาคงจะอนาถนัก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ดังนั้นหวังอี้ถึงได้กล่าวว่านี่คือการกระทำอันเสี่ยงตายที่เขาต้องทุ่มเทสุดกำลัง โชคดีที่... ดูเหมือนจะสำเร็จแล้ว!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀พายุน้ำแข็งอันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ได้ทำลายล้างเมืองคางคกทองคำลงอย่างสิ้นเชิง ทั้งยังฝืนทำลายค่ายกลปิดล้อมที่จงอิงจัดวางไว้จนระเบิดออก พลังเหมันต์สุดขั้วที่แผ่ขยายออกไปตามใจชอบ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แทบจะทำให้พื้นที่แถบนี้ตกอยู่ในนรกน้ำแข็งไปตลอดกาล

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แปรเปลี่ยนสภาพภูมิประเทศตามธรรมชาติของที่นี่ไปชั่วนิรันดร์

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀และในพื้นที่ใจกลางที่อานุภาพหนาแน่นที่สุด ร่างเนรมิตมังกรมารไท่หยินได้ถูกหวังอี้ละลายทิ้งไปนานแล้ว ดอกบัวสีฟ้าอ่อนดอกหนึ่งที่กำลังแผดเผาด้วยเพลิงน้ำแข็งกำลังเบ่งบานอย่างเงียบสงัด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ที่แท่นดอกบัว จงอิงที่ดูเหมือนจะถูกลงทัณฑ์อย่างหนักกำลังคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ศรไท่หยินกว่างหานที่ควบแน่นจนเป็นรูปธรรมแทงทะลุกระหม่อมของเขา ส่งผลให้คนทั้งร่างกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง กลิ่นอายแห่งชีวิตอ่อนแสงลงอย่างมาก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทว่าก็ยังไม่ได้ตายไปจริงๆ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀พลังชีวิตอันเหนียวแน่นปานนั้น สมแล้วที่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมสุญญตา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยามนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สติของจงอิงพร่าเลือน พลังหลักทั่วร่างไหลเวียนหายไปจนหมดสิ้น สัมผัสเทวะเหือดแห้ง จิตวิญญาณแรกกำเนิดกำลังจะพังทลาย ไม่อาจปกป้องปราณชีวิตที่กำลังหลั่งไหลออกไปได้เลย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการโคจรเคล็ดวิชาหลักเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายเลย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทำได้เพียงนอนรอความตายเท่านั้น!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อคิดได้ดังนี้ อารมณ์ของเขาก็ยิ่งพลุ่งพล่านรุนแรง หากไม่ใช่เพราะอาวุธวิเศษทั่วร่างของเขาถูกทำลายไปเพราะแสงเทพสังหารโลก หากไม่ใช่เพราะเขาดูแคลนพลังรบของหวังอี้ต่ำเกินไป หากไม่ใช่เพราะพลังแห่งแสงเทพส่งผลกระทบต่อความเร็วในการไหลเวียนของพลังเวทของเขา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เงื่อนไขทั้งสามข้อ บังเอิญถูกเขาเหยียบเข้าเต็มๆ หากเขาไม่ตายแล้วใครจะตาย?

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่... ในใจไม่ยินยอมเลย!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กว่าจะช่วงชิงตำแหน่งพัศดีราชันย์วิญญาณมาได้ ขอเวลาเขาเพียงพันปี บางทีเขาอาจจะสามารถสัมผัสถึงความลี้ลับของระดับบรรลุเต๋าได้ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว ก็ก้าวพลาดไปเสียทุกก้าว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทั้งๆ ที่มีหนทางแก้ไข ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่เขากลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของมดปลวกชั้นต่ำในโลกเบื้องล่าง เขาเคียดแค้นหวังอี้ที่มีแผนการลึกล้ำ มีกลยุทธ์แปลกประหลาด เคียดแค้นท่านอาจารย์ที่ไม่สามารถมาช่วยชีวิตได้ทันท่วงที และยิ่งเคียดแค้นวังเซียนที่มองไม่เห็นพรสวรรค์ของเขา และไม่ยอมฟูมฟักเขาตั้งแต่เนิ่นๆ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ข้า... ไม่ยินยอม!!!!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀พร้อมกับเสียงคำรามต่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างกายของจงอิงก็แตกสลายกลายเป็นผงน้ำแข็งทีละส่วน และปลิวหายไปตามสายลม แม้แต่จิตวิญญาณแรกกำเนิดก็ยังมีจุดแสงพวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง จนดูโปร่งแสงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเลือนหายไป

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เงาร่างของหวังอี้ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว เขารับเอาธงมิติที่พังทลายไปครึ่งหนึ่ง และแหวนมิติที่เป็นของจงอิงมาไว้ในมือ แม้ใบหน้าของเขาจะซีดเซียว แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀…ทำสำเร็จแล้ว!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀นึกไม่ถึงว่าแผนการเสี่ยงตายที่มีอัตราความสำเร็จไม่ถึงสามส่วนจะทำสำเร็จได้ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสภาพร่างกายของอีกฝ่ายที่เห็นได้ชัดว่ามีความผิดปกติอยู่ หวังอี้จะไม่ดูแคลนตัวเอง แต่ก็จะไม่ประเมินตัวเองสูงเกินไปเช่นกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ครั้งนี้ ถือเป็นโชคดีในความโชคดีจริงๆ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀และ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ [ผลแห่งโชคลาภ] ที่ฟักตัวอยู่ในมิติแห่งทะเลสาบจิตใจก็กลับมาหม่นหมองไร้แสง เห็นได้ชัดว่าความสำเร็จในครั้งนี้ มีความดีความชอบของเคล็ดวิชาโชคลาภเทียมฟ้านี้อยู่ด้วย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ต่อให้ปล่อยให้เขาทำซ้ำอีกครั้ง ก็ยากที่จะรับประกันความสำเร็จได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ความเสี่ยงในครั้งนี้มีอัตราความชนะต่ำเกินไป วันหน้าห้ามทำเรื่องเช่นนี้อีกเด็ดขาด อย่างน้อยต้องรับประกันว่ามีโอกาสชนะห้าส่วนขึ้นไป ถึงจะค่อยลงมือเสี่ยงดวงสักตั้ง"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาตักเตือนตัวเองในใจเช่นนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้ทอดมองไปยังเมืองคางคกทองคำที่ถูกทำลายล้างจนหมดสิ้น เขารีบแผ่สัมผัสเทวะออกไปค้นหา โชคดีที่เขาให้พวกนางล่วงหน้าหนีไปก่อน ประกอบกับรากฐานของหอจินหม่านนั้นไม่ธรรมดา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมืองคางคกทองคำก็คือศูนย์บัญชาการใหญ่ของพวกนาง ค่ายกลที่จัดวางไว้ล่วงหน้ามีจำนวนค่อนข้างมาก นอกจากคนดวงซวยไม่กี่คนที่ถูกอสูรมิติตั๊กแตนตำข้าวสังหารไปแล้ว ก็ไม่ได้มีความสูญเสียที่ใหญ่โตอะไรนัก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ตอนนี้ทั้งหมดหลบซ่อนอยู่ภายในมิติค่ายกลใต้ดินที่ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น สภาพร่างกายย่ำแย่มาก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เฮ้อ... ได้เวลาต้องไปแล้ว"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในขณะที่หวังอี้กำลังเตรียมตัวจะเคลื่อนไหว ร่างกายของเขาก็พลันแข็งทื่อ ลางสังหรณ์ราวกับไร้ผลลัพธ์โดยไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทว่ากลับมีความน่าสะพรึงกลัวครั้งใหญ่มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาโดยตรง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เงาร่างของนักพรตผู้หนึ่งที่ทั่วร่างอาบไปด้วยเลือดมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀มือซ้ายชูผลึกสีเลือดก้อนหนึ่งไว้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กลิ่นอายที่เป็นของมารโลหิตภายในนั้นรุนแรงและหนาแน่นมาก เห็นได้ชัดว่าร่างหลักของมันถูกคนผู้นี้จับกุมตัวไว้ได้ทั้งเป็น ส่วนมารชีพที่เคยก่อหวอดกลับไร้ร่องรอย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀นักพรตคงคงหรี่ตาลง เพื่อกั้นไม่ให้เลือดไหลเข้าตา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาประเมินหวังอี้พลาถอนหายใจออกมา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"อัจฉริยะผู้เปี่ยมพรสวรรค์ล้นฟ้า ต่อให้เป็นในวังเซียน เจ้าก็คืออัจฉริยะมารตัวจริง น่าเสียดาย... ที่มาเกิดในคุกมาร"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ช่างน่าเวทนาแท้ๆ~"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กล่าวพลาง มือขวาของเขาก็กางออกทำท่าคว้าจับความว่างเปล่า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀จิตวิญญาณแรกกำเนิดของจงอิงที่เพิ่งจะวิญญาณแตกสลายไปเมื่อครู่ ราวกับเวลาหมุนวนกลับหลัง ถูกเขาฝืนสร้างขึ้นมาใหม่จากความว่างเปล่า แม้แสงวิญญาณจะหม่นแสงลง แต่ก็ไม่มีภัยอันตรายถึงชีวิตแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ขอเพียงหลอมสร้างกายเนื้อขึ้นมาใหม่สักชุด ก็จะสามารถได้รับชีวิตใหม่กลับมาได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ร่วงหล่นไปแล้ว ก็ฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀นี่น่ะหรือคือวิธีการของยอดฝีมือระดับบรรลุเต๋า ใบหน้าของหวังอี้แปรเปลี่ยนเป็นความขมขื่น ในใจเกิดความรู้สึกสิ้นหวังขึ้นมา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากคู่ต่อสู้คือระดับหลอมสุญญตา เขายังมีความคิดที่จะดิ้นรนต่อสู้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่เมื่อคู่ต่อสู้เปลี่ยนเป็นยอดฝีมือระดับบรรลุเต๋า ช่องว่างระว่างระดับพลังตั้งสองขั้นใหญ่ แล้วเขาจะกล้าพูดได้อย่างไรว่าจะสามารถเอาชีวิตรอดไปได้?

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀นักพรตคงคงเห็นว่าเขาดูเหมือนจะยอมรับชะตากรรมแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ก็ไม่รีบร้อนลงมือ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"แม้เจ้าศิษย์ไม่ได้เรื่องของข้าจะไม่เอาไหน แต่การปล่อยให้เขามาตายในคุกมารมันก็น่าเวทนาเกินไป หวังอี้ หากเจ้ายินยอมให้ข้าฝังข้อห้ามตายไว้ในจิตวิญญาณของเจ้า ตำแหน่งราชาผู้ไร้บัลลังก์ของคุกมารในอีกสามพันปีข้างหน้า ข้าจะยกให้เจ้าเป็นผู้ครอบครอง เป็นอย่างไร?"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อหวังอี้ได้ยินเช่นนั้น ในใจก็พลันขยับ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การมีชีวิตอยู่ย่อมมีความหวังเสมอ เขาครอบครอง [ช่องจัดวาง] อยู่กับตัว การต้องตกอยู่ใต้บัญชาของคนอื่นชั่วคราวไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ขอเพียงมีชีวิตอยู่... วันหนึ่งเขาย่อมต้องครอบครองพลังที่เพียงพออย่างแน่นอน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อถึงเวลานั้น เขาจะทำให้ไอ้นักพรตเฒ่าคนนี้ได้รู้ซึ้งถึงคำว่าอำมหิต!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เกิดมาต่ำต้อย ไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀รู้จักยืดหยุ่น ยอมก้มหัวได้ต่างหากถึงจะเป็นลูกผู้ชายตัวจริง!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ความคิดหนึ่งเปลี่ยน ฟ้าดินก็พลันกว้างขวาง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในตอนนั้นเขาไม่สนใจเรื่องใบหน้าอีกต่อไป กลับเผยรอยยิ้มออกมาพร้อมกล่าวว่า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"คำขอของผู้อาวุโสถือเป็นเรื่องที่ชอบธรรม หวังอี้ ไม่มีข้อคิดเห็นใดๆ ขอรับ..."

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เจ้ายอมตกลงงั้นรึ"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀คำตอบเช่นนี้ ทำให้นักพรตคงคงดูเหมือนจะตะลึงไปเล็กน้อย ทว่าเจตนาฆ่าในดวงตากลับพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุดในทันที

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้ฝึกฝนเจตจำนงวิถีสังหาร พลังฝีมืออาจจะไม่ทัดเทียมกับนักพรตคงคง แต่หากพูดถึงความสามารถในการรับรู้เจตนาฆ่าแล้ว จัดว่าอยู่ในระดับแนวหน้าอย่างแน่นอน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงบังเกิดเจตนาฆ่าขึ้นมาอย่างกะทันหัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า... เขาจะไม่มีวิธีการเอาชีวิตรอดหลงเหลืออยู่จริงๆ หรอกนะ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ตอนที่ตบะระดับกายาไปถึงระดับห้า เขาก็ครอบครองวิธีการฟื้นคืนชีพจากหยดเลือดแล้ว ภายใต้วิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ของสภาพแวดล้อมโดยรวม ย่อมต้องนำเอาหยาดเลือดบริสุทธิ์ของตนเองไปซุกซ่อนไว้ตามสถานที่ต่างๆ ในโลกคุกน้ำแข็งอยู่แล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เพื่อป้องกันไม่ให้ภัยพิบัติสังหารอันคาดไม่ถึงในวันนี้มาเยือน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การยอมจำนนเมื่อครู่ เป็นเพราะตบะระดับกายาของเขาถูกเปิดเผยไปนานแล้ว ไอ้ยอดฝีมือระดับบรรลุเต๋าคนนี้มาจากโลกเบื้องบน มีความรู้กว้างขวาง ไม่มีทางที่จะไม่รู้ถึงความมหัศจรรย์แห่งขอบเขตของผู้บำเพ็ญเพียรสายกายาหรอก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อีกอย่าง การใช้หยาดเลือดบริสุทธิ์มาสร้างกายเนื้อขึ้นมาใหม่นั้นต้องใช้เวลา การฟื้นฟูพลังฝีมือก็ยิ่งต้องใช้เวลาเช่นกัน หากอาศัยวิธีการของยอดฝีมือระดับบรรลุเต๋า เกรงว่าคงสามารถค้นหาไปทั่วทั้งแคว้นเพื่อระบุตำแหน่งของเขาได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ดังนั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาจึงเลือกที่จะยอมศิโรราบ ยอมลดตัวเป็นข้ารับใช้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ตอนนี้เจตนาฆ่าระเบิดขึ้นมา เขาก็จะไม่ยอมถูกเชือดอยู่ฝ่ายเดียวเช่นกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในตอนนั้นเขาโคจรพลังมารไปที่ลำคอ แผดเสียงคำรามลั่นราวกับจะฉีกกระชากเสียงออกมาว่า "เหยียนหลิง กระตุ้นตราประทับ พาถังถังไปด้วย..."

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ภายในมิติค่ายกลใต้ดิน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เหยียนหลิงแทบจะไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย ร่ายวิชาลับเผ่าพญาหงส์ขึ้นมาทันที ทันใดนั้น ตราประทับวิญญาณหงส์น้ำแข็งที่อยู่กลางฝ่ามือก็ถูกจุดติดขึ้น ในความเลือนลางสามารถสัมผัสได้ถึงต้นอู๋ถงเซียนของเผ่าพญาหงส์

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ไม่ถึงหนึ่งในพันของวินาที

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ภาพลวงตาของต้นไม้ยักษ์บดบังฟ้าดินตั้งตระหง่านอยู่บนผืนแผ่นดินที่เต็มไปด้วยหิมะ ต้นอู๋ถงเซียนที่ทั่วร่างแผดเผาด้วยเพลิงเซียนพญาหงส์ยื่นกิ่งก้านออกมา ปกป้องพื้นที่แถบหนึ่งที่มีเหยียนหลิงเป็นศูนย์กลางเอาไว้อย่างแน่นหนา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀คลื่นพลังประหลาดแล่นผ่านไป คนกลุ่มหนึ่งก็อันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในจำนวนนั้นยังมีคนดวงดีรวมอยู่ด้วยคนหนึ่ง… ถานไถฉาน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"นี่มัน... ต้นอู๋ถงเซียน เผ่าพญาหงส์!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀คิ้วของนักพรตคงคงแทบจะขมวดเข้าหากันจนเป็นปม

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาลงมืออย่างรวดเร็ว บีบทำลายร่างของหวังอี้จนระเบิด คมมีดมิติอันทรงพลังขยายตัวกลายเป็นลูกบอลแห่งความตายราวกับเครื่องบดเนื้อ ต่อให้หวังอี้จะมีกายเนื้ออมตะอันแข็งแกร่งปานนั้น ก็ไม่มีหนทางที่จะต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀รวมถึงจิตวิญญาณก็เสื่อมสลายตามไปด้วย ไร้ซึ่งกลิ่นอายแห่งชีวิตหลงเหลืออยู่

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การสังหารอัจฉริยะระดับแปลงเทวะในพริบตา สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรระดับบรรลุเต๋าแล้ว มันก็เป็นเพียงแค่การขยับนิ้วมือเท่านั้นจริงๆ ห่างไกลจากความรับมือยากของมารโบราณที่มีแก่นแท้ใกล้เคียงกับระดับเซียนลิบลับ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ต่อให้เขาจะเหนือมนุษย์ปานใด ก็ไม่อาจหนีพ้นจุดจบแห่งความตายไปได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขารู้ซึ้งถึงความสามารถในการฟื้นคืนชีพจากหยดเลือดของผู้บำเพ็ญเพียรสายกายาดี แต่เพียงแค่ระดับห้า ทั้งยังสูญเสียจิตวิญญาณไปแล้ว ต่อให้ฟื้นคืนชีพกลับมาได้ ก็ไม่มีทางเป็นจิตสำนึกเดิมดั้งเดิมดวงนั้นอีกต่อไป

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀จิตสำนึกใหม่กับร่างหลักแม้จะมีความคล้ายคลึงกัน แต่ก็เป็นดอกไม้คนละดอกที่เบ่งบานออกมา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในสายตาของเขา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ตัวปัญหาอย่างหวังอี้ได้รับการแก้ไขไปเกินครึ่งแล้ว หยาดเลือดบริสุทธิ์ที่เหลืออยู่เหล่านั้นค่อยๆ ตามค้นหาก็ได้ แต่ต้นอู๋ถงเซียนเมื่อครู่นี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นวิธีการของเผ่าพญาหงส์

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สถานที่อย่างคุกมารมีความสำคัญมากปานนี้ เกรงว่าการดำรงอยู่ระดับสูงสุดของวังเซียน คงจะรู้ตัวแล้ว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เขาต้องรีบผนึกมารชีพให้เร็วที่สุด มิฉะนั้นแม้แต่โอกาสที่จะทำความดีชดเชยความผิดก็คงจะสูญสิ้นไป ในตอนที่เขาคิดจะหยิบเอาแหวนใจสมุทรของหวังอี้ไปนั่นเอง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ภายในนั้นพลันปรากฏแสงวิญญาณห้าสีสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀และมุดหายเข้าไปในความว่างเปล่าโดยตรง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ดวงตาของนักพรตคงคงส่องประกายเจิดจ้า

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เกราะศักดิ์สิทธิ์เบญจธาตุเร้นสวรรค์ของศิษย์พี่เฟยคง... เป็นไปได้อย่างไร? จิตวิญญาณของหวังอี้เสื่อมสลายไปแล้ว เรื่องนี้ข้าลงมือด้วยตัวเองไม่มีทางพลาดแน่ หรือว่าเป็นเพราะจิตวิญญาณศัสตราของเกาะศักดิ์สิทธิ์เป็นฝ่ายริเริ่มหลบหนีไปเอง?"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หลังจากตัดสินใจในใจแล้ว แม้จะอยากตามไปจับของวิเศษระดับบรรลุเต๋าชิ้นนี้กลับมา แต่เมื่อคำนึงถึงความเคลื่อนไหวที่เกิดจากต้นอู๋ถงเซียนแล้ว เขาจึงตัดสินใจจัดการเรื่องของมารชีพให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อถึงเวลานั้นก็ยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะตามหาของวิเศษ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากเกิดโชคร้ายถูกเบื้องบนเรียกตัวกลับไป ก็สามารถปล่อยให้พัศดีราชันย์วิญญาณคนต่อไปช่วยเขาตามหาของวิเศษได้ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในตอนนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ด้วยเหตุนี้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ร่างของนักพรตคงคงจึงเลือนหายเข้าไปในวังวนมิติอีกครั้ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀…………

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀วังเซียนชางหมั่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ชั้นฟ้าไท่เสวียน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เงาร่างสายหนึ่งที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าเตาแปดทิศพลันปรายตาทอดมองไปยังทะเลจักรวาล น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งระลอกคลื่นใดๆ ส่งตรงเข้าไปในแคว้นชางอู๋เซียนของเผ่าพญาหงส์

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"เซียนนิพพาน ขอคำอธิบายให้ข้าด้วย"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ที่ยอดต้นอู๋ถงเซียน เบื้องหน้ากระท่อมไม้หลังเล็ก สตรีผมแดงนางหนึ่งกลับหัวเราะคิกคักพลางเอามือปิดปาก "ตายจริง ก็แค่นำพาคนรุ่นหลังในเผ่ากลับบ้านเท่านั้น เซียนเสวียนเต๋อไม่เห็นจำเป็นต้องเอิกเกริกขนาดนี้เลยนี่เจ้าคะ"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"คนเดียวรึ? คุกมารเกี่ยวข้องกับโชคชะตาของเผ่ามนุษย์ จำนวนคนที่เจ้าพาไปมันดูจะมากเกินไปหน่อยนะ"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"งั้นคืนให้เจ้าบางส่วนก็ได้"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สตรีผมแดงปรายตามองกลุ่มคนที่นอนอยู่บนใบอู๋ถง นางอ่านความทรงจำของเหยียนหลิงอย่างทะลุปรุโปร่งในทันที ดังนั้นจึงเลือกเอาเฉพาะคนที่สนิทกับนางที่สุดไว้ไม่กี่คน ส่วนคนที่เหลือทั้งหมดถูกส่งกลับไปยังโลกคุกมารตามเดิม

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เซียนเสวียนเต๋อ: "…อีกสามร้อยปีให้หลัง ให้สิบอัจฉริยะแห่งชั้นฟ้าไท่เสวียนเข้าสู่รังหงส์เพื่อรับชมศิลาจารึกสวรรค์พญาหงส์ เรื่องนี้ก็ถือว่าแล้วกันไป"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ตกลง"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สตรีผมแดงไม่ได้ลังเล ตอบตกลงในทันที

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในโลกใบนี้มีวาสนาอยู่นับไม่ถ้วน แต่ก็มีวาสนาระดับสูงสุดอยู่ไม่กี่ชนิดที่แม้แต่เซียนก็ยังให้การยอมรับ ว่ามีส่วนช่วยในการสำเร็จเป็นเซียนได้ไม่น้อย มีอยู่ทั้งหมดห้าชนิด ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับอักขระอันลึกล้ำแห่งต้นกำเนิดวิถีเต๋าทั้งสิ้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀[อักขระมารต้นกำเนิด]

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀[ลวดลายมังกรหงส์]

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀[บททองคำแห่งวิถี]

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀[อักขระเมฆาแต่กำเนิด]

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀[จารึกทองคำหยกจาร]

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀สิ่งที่เรียกว่าศิลาจารึกสวรรค์พญาหงส์ ก็คือสิ่งที่บันทึกความลี้ลับของลวดลายหงส์บางส่วนใน [ลวดลายมังกรหงส์] เอาไว้ การเรียนรู้ลวดลายมังกรจะสามารถทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ต้นกำเนิดแห่งกาลเวลา การเรียนรู้ลวดลายหงส์จะสามารถทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ต้นกำเนิดแห่งมิติ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀กฎเกณฑ์ต้นกำเนิดระดับสูงสุดทั้งสองชนิด ขอเพียงได้รับมาชนิดหนึ่งก็สามารถใช้วางศิลาฤกษ์สำหรับผลแห่งเต๋าเพื่อสำเร็จเป็นเซียนได้ แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะสำเร็จเป็นเซียนได้ร้อยส่วน เพราะถึงอย่างไรหนทางแห่งเซียนแท้จริงก็สามารถรองรับจำนวนเซียนได้ในจำนวนจำกัด

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หนทางบางสายถึงขั้นรองรับคนได้เพียงคนเดียวด้วยซ้ำไป เว้นเสียแต่ว่าเจ้าจะสามารถบุกเบิกแนวคิดของวิถีเซียนสายนี้ และเปิดขอบเขตตำแหน่งที่เพียงพอขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀คนประเภทนี้ ต่อให้ผ่านไปหมื่นๆ ปีก็ใช่ว่าจะเกิดมาสักคน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ศิลาจารึกสวรรค์พญาหงส์ก็ตั้งอยู่ตรงนั้น คนในเผ่าพญาหงส์ล้วนสามารถทำความเข้าใจได้ ผู้ที่สามารถได้รับอะไรบางอย่างจากมัน มีไม่ถึงหนึ่งในพัน โอกาสในการทำความเข้าใจจึงไม่ได้ถึงขั้นมีกฎห้ามไม่ให้เผ่าพันธุ์ภายนอกแตะต้องหรอก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทั่วทั้งหมื่นโลกในห้วงจักรวาล ผู้ที่สำเร็จเป็นเซียนด้วยวิถีแห่งมิติ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ปัจจุบันมีจำนวนไม่เกินห้าคน ตำแหน่งที่สูงสุดปานนั้น จำนวนเซียนแท้จริงที่สามารถบรรลุได้ มีมากกว่าจำนวนนี้ตั้งเยอะ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าตำแหน่งจะไม่พอ

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ด้วยเหตุนี้ สตรีผมแดงจึงใจกว้างมาก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ในทางกลับกัน หงส์น้ำแข็งที่มีจำนวนอยู่ในปัจจุบันมีน้อยกว่าหงส์ไฟมากนัก มีจำนวนไม่ถึงสามสิบตัวด้วยซ้ำ จัดว่าเป็นปัจเจกบุคคลที่หายากและล้ำค่าอย่างยิ่ง ต่อให้พรสวรรค์ในการฝึกฝนจะไม่เอาไหน ก็ยังสามารถช่วยเผ่าพญาหงส์สืบทอดทายาท และขยายเผ่าพันธุ์ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เมื่อคิดได้ดังนี้ แววตาที่นางทอดมองเหยียนหลิงก็ร้อนแรงขึ้นมาไม่น้อย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ใครก็ได้ พาคนในเผ่าคนใหม่ไปผลัดเปลี่ยนเลือดเนื้อนิพพานซะ!"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀…………

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀โลกคุกน้ำแข็ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ทุ่งน้ำแข็งไร้สิ้นสุด ซากปรักหักพังของชนเผ่าผู้พิทักษ์ประตู

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หยาดเลือดสีทองอร่ามหยดหนึ่งกำลังสูบกลืนพลังวิญญาณแห่งฟ้าดินคำโต โดยมีหยาดเลือดดิบเป็นศูนย์กลาง ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปทรงของหัวใจ เส้นเลือดและเส้นเอ็นแผ่ขยายออกไปตามมา ความเร็วในการสร้างขึ้นมาใหม่นั้นรวดเร็วมาก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เพียงครู่เดียว

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ท่ามกลางอากาศพลันปรากฏแสงวิญญาณห้าสีสายหนึ่งพุ่งออกมาอย่างไร้ลางบอกเหตุ มันคือเกราะศักดิ์สิทธิ์เบญจธาตุเร้นสวรรค์… นับตั้งแต่ถูกภาพอนาคตอันรุ่งโรจน์ที่หวังอี้เคยวาดไว้ดึงดูดใจ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มันได้แสดงผลลัพธ์ออกมา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀จิตวิญญาณศัสตราที่มีสติปัญญาไม่ด้อยไปกว่าผู้ใหญ่ ยอมลงทุนควักเนื้อ ยอมสิ้นเปลืองต้นกำเนิดเพื่อนำพาเอาของดูต่างหน้าของหวังอี้หลบหนีมา ย่อมต้องมีสาเหตุของมันอย่างแน่นอน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀จะเห็นได้ว่ากระบี่วิญญาณหลัวซ่าพุ่งโดดเด่นออกมาจากในบรรดาของดูต่างหน้าเหล่านั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ตัวอ่อนกระบี่ระดับสุดยอดพังทลายลงด้วยตัวเอง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ส่วนจิตวิญญาณบางส่วนที่เคยแบ่งออกไปเพื่อเลี้ยงดูอาวุธเจตจำนง ได้ฟื้นฟูโฉมหน้าเดิมดั้งเดิมกลับมาอีกครั้ง ซึ่งก็คือหวังอี้นั่นเอง!

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀พลังของจิตวิญญาณสายนี้อ่อนแอเกินไป

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แต่มันก็คือรากฐานในการรักษาความเป็นตัวเองของหวังอี้เอาไว้ ภายใต้การขับเคลื่อนของสัญชาตญาณ มันได้หลอมรวมเข้าสู่กายเนื้อที่กำลังสร้างขึ้นมาใหม่ ทันใดนั้น สัตว์ประหลาดตัวหนึ่งที่ยังคงอยู่ในขั้นตอนการสร้างโครงสร้างร่างกายใหม่ก็เบิกตากว้างขึ้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หวังอี้ในตอนนี้มีความสงบนิ่งเป็นอย่างมาก

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ตบะระดับกายาถูกทำลายไปเป็นการชั่วคราว เว้นเสียแต่ว่าจะฟื้นฟูกายเนื้ออมตะกลับคืนมา มิฉะนั้นพลังทางกายเนื้อจะยากที่จะสำแดงอานุภาพออกมาได้"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"โครงสร้างร่างกายที่เกิดใหม่ก็ยากที่จะแบกรับพลังเวทระดับแปลงเทวะไหว อย่างน้อยต้องใช้เวลาปรับสมดุลและดูดซับปราณวิญญาณฟ้าดินปริมาณมหาศาลนานนับสิบปี ถึงจะค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาได้..."

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀"ที่ร้ายแรงที่สุดคืออาการบาดเจ็บของจิตวิญญาณ ต่อให้วิชาลับหล่อเลี้ยงวิญญาณจะบรรลุขั้นสมบูรณ์ ก็ยังต้องใช้เวลาร่วมสามร้อยปีถึงจะสามารถฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนหน้านั้น ย่อมไม่มีความเป็นไปได้ที่จะทะลวงผ่านระดับแปลงเทวะขั้นปลายเด็ดขาด"

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀การวิเคราะห์ชุดหนึ่ง

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀แสดงให้เห็นว่าหวังอี้มีความชัดเจนในการประเมินสภาพร่างกายของตัวเองเป็นอย่างมาก ลำดับต่อไปคือการตรวจสอบความสูญเสียของสมบัติทั้งหลาย แหวนใจสมุทรยังอยู่ แต่ของวิเศษระดับหลอมรวมที่เคยเก็บไว้ในทะเลลมปราณภายในร่างกาย และคอยหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลานั้น สูญหายไปไม่น้อยเลย

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀เหลือเพียงเกาทัณฑ์มารทะลวงตะวันและกระบี่เทวบุตรเหยียนหมัวเท่านั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ระดับขอบเขตของเจดีย์หลิวหลีซึ่งเป็นอาวุธวิเศษประจำตัวนั้นต่ำเกินไป จึงถูกนักพรตคงคงบีบจนแหลกสลายไปพร้อมกัน ซึ่งนี่ก็ยิ่งทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจนสะเทือนถึงต้นกำเนิด และทำให้อายุขัยต้องสั้นลงไปหลายร้อยปีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀รวมถึงเกราะมังกรมารอาฆาตที่เป็นอาวุธประจำตัว ก็ต้องเผชิญกับจุดจบแบบเดียวกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หากคิดจะฟื้นฟู ทำได้เพียงหลอมสร้างของประจำตัวขึ้นมาใหม่เท่านั้น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀และต้องตามหาของวิเศษระดับสูงสุดเพื่อต่อชีวิต เพื่อมาเติมเต็มต้นกำเนิดส่วนที่สูญเสียไปนี้ หรือไม่ก็อาศัยกายามารแต่กำเนิดไปกลืนกินสิ่งมีชีวิต ก็สามารถฟื้นฟูได้เช่นกัน

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀หลังจากจัดระเบียบเสร็จสิ้น บนใบหน้าของหวังอี้ก็เหลือเพียงความขมขื่น

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀ความพยายามทั้งหมดกลายเป็นความว่างเปล่าในพริบตา

⠀⠀⠀

⠀⠀⠀อันตรายก็ยังไม่ได้ห่างไกลออกไป เขาอดไม่ได้ที่จะทอดสายตามองไปยังสถานที่ผนึกมารเหมันต์ นี่คือหนทางสุดท้ายของเขา... หรือจะเรียกว่า เป็นการข่มขู่ประเภทสู้ตายถวายชีวิตชนิดหนึ่งก็น่าจะได้

จบบทที่ ฟรี บทที่ 585 ร่วงหล่น (❌) ฟื้นคืนชีพ (✅) (จบตอน)

คัดลอกลิงก์แล้ว