เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 โจรกระจอก

ตอนที่ 9 โจรกระจอก

ตอนที่ 9 โจรกระจอก


ตอนที่ 9 โจรกระจอก

ชินเหวยลุกขึ้นยืนทันที เขาอยากจะออกไปต่อสู้กับศัตรูทุกคนจนกว่าตัวเองจะตาย ทว่าเหตุผลในหัวของเขาได้หยุดการกระทำทั้งหมดเอาไว้ ไม่ว่าภูมิหลังของนักฆ่าทุกคนจะเป็นเช่นไร แต่ความเก่งกาจทางด้านกังฟูของนักฆ่าเหล่านั้นคงจะสูงมากเพราะท่านพ่อ อาจารย์หยางเจิ้ง และพี่ชายทั้งสองคนก็ยังพ่ายแพ้ต่อนักฆ่า ซึ่งการที่เขารอดชีวิตมาได้เช่นนี้มันเป็นเหมือนเรื่องมหัศจรรย์

เสียงจ้อกแจ้กดังมากจากทุกทิศทาง บางคนพูดจาโวยวายเสียงดังบางคนไม่พูดอะไรออกมาเลย คนพวกนั้นเป็นเหมือนฝูงนักล่าที่ส่งเสียงดังและกำลังแย่งอาหารกันอย่างบ้าคลั่ง ในอีกไม่ช้าพวกเขาก็จะเดินเข้าไปในซากปรักหักพังของคฤหาสน์ ด้วยเสียงฝีเท้าที่เขาได้ยินนั้นมันเหมือนกับว่ากำลังมีคนหลายพันคนเดินกูลกันเข้ามา

ขณะนั้นชินเหวยก็ได้ย่อตัวลงหลบอยู่หลังกำแพงที่พังเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จู๋ ๆ ก็มีคบเพลิงถูกโยนลอยผ่านหัวเขาไป

ก่อนที่ชินเหวยจะรู้สึกตัวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น มืออันใหญ่และน่ายำเกรงได้คว้าไปที่คอของเขาจากด้านหลัง เท้าของชินเหวยลอยขึ้นจากพื้นทันที เพราะถูกคนที่นั่งอยู่หลังม้าคว้าคอและลอยไปกับม้า

และเมื่อม้าหยุดอยู่กับที่เขาก็ถูกทุ่มลงพื้นอย่างรุนแรง เขาร้องโอดครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด เขากลิ้งไปมาบนพื้นโดยไม่มีโอกาสที่จะพยุงตัวลุกขึ้นมาด้วยซ้ำ เมื่อรู้สึกตัวอีกทีเขาก็ถูกห้อมล้อมด้วยมีดดาบจากชายบนหลังม้า พวกมันเหมือนหมาป่าที่หิวโหยภายใต้แสงคบเพลิง ทุกคนจ้องมองเหยื่ออย่างตะกละตะกลาม

ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ เมื่อฝนตกแล้วมันมัดจะมีแผ่นดินไหวและมีลมแรงตามเสมอ ความโชคร้ายมันก็เหมือนกับสัตว์ร้ายที่ทำร้ายคนคนหนึ่งจนเลือดไหลหยดไปทั่วพื้นที่ โชคร้ายมันเหมือนกับสัตว์ที่คอยกินของเน่าเปื่อยที่แทะจนเหลือเพียงกระดูก

ตระกูลกู๋ที่ถูกทำร้ายนี้เป็นเหมือนบาดแผลอันร้ายแรงในชีวิตของชินเหวย นักฆ่ากลุ่มแรกทำงานเสร็จและหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล หลังจากนั้นกลุ่มหมาป่าได้ตามมากินเหยื่อ

พวกมันเป็นโจรที่จิตใจแสนสกปรกและพวกมันเป็นแค่โจรที่ขโมยของเล็ก ๆ น้อย ๆ และก็มีจำนวนน้อยกว่าที่ชินเหวยคาดเดาไว้ในตอนแรก ความจริงแล้วมันมีกันอยู่เพียงห้าคนเท่านั้น แต่เสียงนกหวีดและเสียงกีบเท้าพร้อมแสงจากคบเพลิงทำให้พวกมันดูเหมือนมากันเยอะเป็นร้อย ๆ คน

ชินเหวยไม่รู้จักคนเหล่านี้เป็นการส่วนตัวเลยแม้แต่คนเดียว แต่เขาคิดทันทีว่าคนเหล่านี้เป็นศัตรู เขาทำตัวเหมือนเป็นสัตว์ร้ายตัวเล็ก ส่งเสียงคำรามในลำคอซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาดุร้ายอยู่เล็ก ๆ และมีกรงเล็บที่ไม่แหลมคม

แส้ตวัดมาหาเขาท่ามกลางความมืดมิด ทำให้ชินเหวยนั่นลงกับพื้นอีกครั้ง โจรทั้งห้าคนหัวเราะชอบใจกับภาพอันแสนเจ็บปวดของชินเหวยจู๋ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งโน้มตัวไปคว้าเด็กชายผู้นั้น เขาจับเด็กชายขึ้นมาบนหลังม้าพร้อมค้นตัวของเขาทันที โจรผู้นั้นพบถุงสีเงินถุงเล็ก ๆ ในอ้อมแขนของเด็กชาย เขาจับมันขึ้นมาพร้อมพูดว่า "เฮ้! เด็กผู้นี้มาจากขบวนพ่อค้าเดียวกัน! มันมาขโมยของก่อนพวกเรา!"

เมื่อชินเหวยรู้ว่าพวกโจรเหล่านี้มาจากไหน เขาก็ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว "ปล่อยข้า!" เขาตะโกนและดิ้นเพื่อคว้าถุงผ้าสีเงินชิ้นนั้น

บรรดาโจรหัวเราะเสียงดัง พวกเขาไม่ได้สนใจเด็กชายน้อยคนนี้เท่าไหร่และยัดถุงสีเงินเข้าไปในมือเด็กน้อยเช่นเดิม เขาตบหน้าเด็กน้อยอย่างรุนแรงและดึงถุงผ้ามันสีเงินจากเขาทันที

ชินเหวยรู้สึกเจ็บแสบเหมือนโดยไฟคอก มันรู้สึกราวกับว่าใบหน้ากำลังแตกสลาย แต่สิ่งที่เขากลัวที่สุดคือคัมภีร์ลับอย่าง คัมภีร์แห่งพลังหยินหยางถูกดึงไปจากมือ มันเป็นเหมือนคัมภีร์อันล้ำค่าประจำตระกูลซึ่งมันสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของเขาด้วยซ้ำ

โจรผู้นั้นเป่านกหวีดพลางหยิบคัมภีร์ออกจากถุงผ้ามันสีเงิน ทว่าเขากลับแปลกใจมากกว่าเดิมที่ของข้างในนั้นเป็นเพียงหนังสือเล่มบาง ๆ หลังจากเปิดไปสองสามหน้าเขาก็ทำหน้างงงวยเพราะอ่านหนังสือไม่ออก

"นี่มันหนังสืออะไรวะ?!" ชายผู้นี้พูดออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว

"เอาคืนมา!" ชินเหวยตะโกนออกไปและลุกขึ้นด้วยความโกรธ

ชายร่างใหญ่ชกเข้าที่ใบหน้าของชินเหวยจนตัวเขากระเด็นลงไปนอนกับพื้น โจรผู้นั้นโยนคัมภีร์ทิ้งไปและมัดมือชินเหวยเอาไว้ด้วยเชือก พวกเขาเดินตามหาสมบัติตามซากปรักหักพัง

เนื่องจากมือและเท้าของชินเหวยถูกมัดเอาไว้ เขาจึงได้แต่ดิ้นเหมือนหนอน จากนั้นเขาจึงพยายามดิ้นและเคลื่อนตัวเองเข้าไปหาคัมภีร์หยินหยางของตระกูล

ขณะที่เขากำลังจะถึงคัมภีร์หยินหยาง จู่ ๆ ก็มีลมแรงพัดเข้ามา เปลวไฟของคบเพลิงที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ คัมภีร์ถูกลมแรงพัดจนมันโดยคัมภีร์ เมื่อเปลวไฟโดนถุงผ้ามันสีเงินและหน้าคัมภีร์ ทุกอย่างในบริเวณนั้นก็ลุกเป็นไฟขึ้นมาทันที

มันน่าเจ็บปวดที่เห็นคัมภีร์หยินหยางอันล้ำค่าของเขาไหม้กับตา สิ่งที่น่าเสียใจมากที่สุดคือเขาไม่ได้ใช้มันเพื่อฝึกฝนและสร้างรากฐานพลังกังฟูเพื่อให้เป็นเกียรติแก่ตระกูล ฝีมือของเขาในตอนนี้ยังไม่สามารถต่อกรกับโจรแสนธรรมดาได้ด้วยซ้ำ

เขาพยายามกลิ้งเข้าไปหาคัมภีร์และดับไฟอย่างเร็วที่สุด เขาคาบคัมภีร์เอาไว้ในปาก และกลิ้งหนีจากกองไฟ ในที่สุดชินเหวยก็ได้ปกป้องคัมภีร์หยินหยางอันล้ำค่าของตระกูลเอาไว้ได้ แต่สามหน้าแรกของมันถูกเผาไปเสียแล้ว

เขามองดูมันด้วยความเศร้าและประหลาดใจกับตัวหนังสือในคัมภีร์! เขาอ่านหนังสือออกจะตัวหนังสือในหนังสือเล่มนี้มันบอกได้ว่านี่มันเป็นเพียงแค่สมุดบัญชีเท่านั้น! มันไม่ใช่คัมภีร์หยินหยางแสนล้ำค่าของตระกูล!

หนังสือเล่มนี้ที่เขาพยายามปกป้องมันเอาไว้กลับไม่ใช่คัมภีร์หยินหยาง! ชินเหวยค่อนข้างผิดหวังเพราะคัมภีร์หยินหยางเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เขาแก้แค้นล้างความอัปยศให้แก่ตระกูลใด้สำเร็จ ซึ่งในตอนนี้พื้นฐานกังฟูของเขาอ่อนแอมาก และเขาอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 30 ปีถึงจะสามารถล้างแค้นให้แก่ตระกูลกู๋ได้

หนังสือที่เป็นทางลัดของพลังอันแข็งแกร่งอย่าง "คัมภีร์หยินหยาง" เมื่อใช้แล้วมันจะมีผลข้างเคียงมากมายตามมา ดั้งนั้นผู้เฒ่าผู้แก่หรือผู้นำของตระกูลจึงซ่อนมันเอาไว้อย่างมิดชิด และไม่อนุญาตให้ผู้สืบเชื้อสายคนใดใช้มันเลย บรรพบุรุษตระกูลกู๋ได้ฝึกฝน "พลังหยินหยาง" ตามวิถีกังฟูในคัมภีร์หยินหยางของตระกูล ซึ่งพวกเขามัทักษะที่แข็งแกร่งมากกว่าคนปกติสองเท่าในระยะเวลาอันสั้น พวกเขามีทักษะดาบและหอกสูงดังนั้นจึงมีชื่อเสียงมากในช่วงเวลานั้น ทว่าสามปีต่อมาพวกเขาได้เสียชีวิตลงอย่างลึกลบและน่าสลด

ชินเหวยมีความปรารถนาแรงกล้าต้องการล้างแค้นให้กับตระกูลกู๋ ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจผลกระทบที่จะตามมาแต่อย่างใด ทว่าตอนนี้ "คัมภีร์หยินหยาง" ไม่ได้อยู่ในมือของเขาแล้ว ความหวังทั้งหมดที่จะสามารถเอาชนะศัตรูได้สูญเสียไปแล้ว

โจรกระจอกทั้งหมดเอาแต่ขุดและค้นหาทรัพย์สมบัติตามซากปรักหักพังอย่างตั้งใจ ในที่สุดพวกเขาก็ค้นหาทรัพย์สมบัติเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมกับทำการเป่านกหวีดให้สัญญาณและเตรียมตัวออกเดินทาง

ผู้ที่จับชินเหวยได้กลับมายังม้าของตนพร้อมกับวางถุงสองถุงเอาไว้ที่หลังม้า ทรัพย์สมบัติที่เขาหาได้นั้นไม่มามายเท่าคนอื่น ๆ ในกลุ่มดังนั้นเขาจึงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เขาเดินเข้ามาหาชินเหวยแล้วเตะเด็กน้อยเต็มแรงเพราะต้องการระบายความหงุดหงิด

ชินเหวยขดตัวด้วยความเจ็บปวด  โจรจับผู้นั้นจับเชือกที่มัดลำตัวของเขาและพยายามอุ้มขึ้นหลังม้า

ทันใดนั้นชินเหวยก็ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างได้ทันที มีหนังสือเล่มหนึ่งถูกโยนทิ้งและเมื่อมันกระเด็นออกมาทำให้เขาเห็นผ้าเช็ดหน้าสีขาว หลังจากที่เขาเห็นผ้าสีขาวเขาก็ใช้ปากของตนคาบผ้าเช็ดหน้าสีขาวผื่นนั้นขณะที่นอนอยู่บนหลังม้า

จบบทที่ ตอนที่ 9 โจรกระจอก

คัดลอกลิงก์แล้ว