- หน้าแรก
- ตื่นปุ๊บวิวาห์ฟ้าแลบกับซีอีโอสาวทายาทหมื่นล้านแห่งวงการบันเทิง
- บทที่ 12 ท่าทีที่ผิดแปลกไปของซุนเมิ่งหราน
บทที่ 12 ท่าทีที่ผิดแปลกไปของซุนเมิ่งหราน
บทที่ 12 ท่าทีที่ผิดแปลกไปของซุนเมิ่งหราน
เฉินเมิ่งไม่รู้เรื่องที่เพื่อนร่วมงานพากันคาดเดาไปต่างๆ นานา และต่อให้รู้เหตุผล เธอค็ไม่กล้าแพร่งพรายออกไปซี้ซั้วอยู่ดี
ในฐานะคนสนิทของเจ้านาย ความสามารถนั้นเป็นเรื่องรอง การรู้จักปิดปากให้สนิทต่างหากที่เป็นความสำคัญอันดับแรก เพราะไม่มีเจ้านายคนไหนชอบผู้ช่วยหรือเลขาที่ปากโป้ง
"ประธานซุนคะ นี่คือเอกสารที่ต้องเซ็นอนุมัติค่ะ ฉบับหนึ่งเป็นงบประมาณการสร้างซีรีส์ย้อนยุคกับซีรีส์ยุคปัจจุบัน ส่วนอีกฉบับเป็นเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์นิยายค่ะ"
เฉินเมิ่งวางแฟ้มในมือลงทางขวามือของซุนเมิ่งหรานอย่างระมัดระวัง พร้อมกับเปิดหน้าสำหรับเซ็นชื่อเตรียมไว้ให้เพื่อความสะดวก
"โอเค วางไว้ตรงนี้แหละ ถ้าฉันอ่านเสร็จแล้วจะเรียกนะ" ซุนเมิ่งหรานพยักหน้ารับ
ทว่าขณะที่เฉินเมิ่งกำลังจะหันหลังเดินออกไป ซุนเมิ่งหรานก็เรียกเธอไว้เสียก่อน
"ตอนที่ไปพบพ่อแม่สามีครั้งแรก เธอเอาของฝากอะไรติดไม้ติดมือไปบ้างเหรอ?"
"คะ?" เฉินเมิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง แต่โชคดีที่เธอตั้งสติได้เร็วจึงตอบไปว่า "พ่อสามีฉันชอบสูบบุหรี่กับดื่มเหล้าค่ะ ฉันเลยซื้อเหล้าไปหนึ่งลังกับบุหรี่อีกสองคอตตอน ส่วนแม่สามีไม่ได้มีงานอดิเรกอะไรเป็นพิเศษ ฉันก็เลยซื้อกาวหนังลาเจียวอายกับน้ำผึ้งไปให้สองกล่อง แล้วก็ซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ให้น้องสาวของสามีด้วยค่ะ"
"โอเค ไปทำงานของเธอต่อเถอะ" ซุนเมิ่งหรานยิ้มพร้อมกับโบกมือไล่เบาๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดการกับงานตรงหน้าต่อ
เฉินเมิ่งหันหลังเดินจากมา เมื่อทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เธอก็ได้แต่นั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ตาค้าง ความอยากรู้อยากเห็นตีตื้นขึ้นมาในอก วันนี้ท่านประธานมีท่าทีผิดแปลกไปจริงๆ
ถึงขั้นเอ่ยปากถามว่าเธอซื้ออะไรไปฝากตอนเจอพ่อแม่สามีครั้งแรก หรือว่า... ท่านประธานจะกำลังมีความรัก?
เป็นไปไม่ได้น่า ไม่มีทาง!
มีผู้ชายตามจีบท่านประธานตั้งมากมาย แต่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าเธอคบหาดูใจกับใคร
เฮ้อ คนที่เก่งและเพียบพร้อมเกินไปมักจะหาคู่ยากแบบนี้แหละ
ท่านประธานของพวกเขาอายุยี่สิบแปดปี ครองตัวเป็นโสดมาตลอดชีวิต มีใบหน้างดงามระดับล่มบ้านล่มเมือง หุ่นเย้ายวนราวกับปีศาจสาว ท่วงท่าสง่างามสูงส่ง และกิริยาวาจาที่ไร้ที่ติ มีผู้ชายคนไหนในบริษัทบ้างที่ไม่ยกให้ท่านประธานเป็นหญิงสาวในฝัน?
ทว่าแม้จะงดงามเพียงใด แต่ปกติแล้วท่านประธานมักจะจริงจังและเคร่งขรึมอยู่เสมอราวกับภูเขาน้ำแข็ง ท่าทีที่เย็นชาของเธอทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้
แต่จะว่าไปท่านประธานก็น่าสงสารเหมือนกัน เธอต้องบริหารจัดการกรุ๊ปมาตลอดสามปี ทำงานหนักอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทุกวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ การที่ผู้หญิงคนหนึ่งสามารถแบกรับภาระได้มากขนาดนี้ ช่างเป็นเรื่องที่น่ายกย่องจริงๆ
ถ้าเพียงแต่มีผู้ชายสักคนเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของท่านประธานได้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเลิกงานดึกดื่นแบบนี้ตลอดเวลา และได้ยิ้มแย้มบ่อยขึ้นก็คงดี เมื่อกี้ตอนที่ท่านประธานยิ้ม ช่างดูมีเสน่ห์เหลือเกิน
ในขณะเดียวกัน ณ บ้านเก่าซอมซ่อหลังหนึ่ง สองสามีภรรยาวัยกลางคนกำลังนั่งคุยกัน
"คุณกำลังจะบอกว่าลูกสะใภ้ของเราแก่กว่าลูกชายตั้งสามปีงั้นเหรอ?" หลี่เจี้ยนเว่ยอัดควันบุหรี่เข้าปอด ก่อนจะเคาะเถ้าบุหรี่ลงในที่เขี่ย
"ใช่แล้ว ในทะเบียนสมรสมีเลขบัตรประชาชนเขียนไว้ ฉันเห็นเต็มสองตา แต่แก่กว่าสามปีก็ไม่เป็นไรหรอก โตกว่าจะได้รู้จักดูแลเอาใจใส่คนอื่นเป็น แถมในรูปหนูสะใภ้ก็หน้าตาสะสวยมากด้วย แค่ไม่รู้ว่าตัวจริงจะหน้าตาเป็นยังไง" จางเถาฟางพยักหน้า
"ขอแค่รู้จักดูแลจัดการเรื่องในบ้านก็พอ หน้าตาสะสวยมันก็ทำให้ตื่นเต้นได้แค่ปีสองปีเท่านั้นแหละ หลังจากนั้นมันก็เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตประจำวัน เรื่องปากท้อง ข้าวสารอาหารแห้ง งานบ้านงานเรือน เสื้อผ้าหน้าผมทั้งนั้น" หลี่เจี้ยนเว่ยขยี้บุหรี่ดับไฟแล้วจิบชา
"อืม นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกสะใภ้จะมาเยือนบ้านเรา เราน่าจะเตรียมอั่งเปาไว้รับขวัญเธอสักหน่อย คุณคิดว่าใส่ซองสักเท่าไหร่ถึงจะเหมาะ?" จางเถาฟางถาม
"ทั้งคู่จู่ๆ ก็ไปจดทะเบียนสมรสกัน งานแต่งก็ไม่ได้จัด สินสอดก็ไม่ได้เรียก รถหรือบ้านก็ไม่เคยปริปากขอ ผู้หญิงดีๆ แบบนี้จะไปหาที่ไหนได้อีก? ในเมื่อเธอเป็นคนใจกว้าง เราก็อย่าตระหนี่ถี่เหนียวจนเกินไปนักเลย ให้ไปสักแสนหยวนก็แล้วกัน" หลี่เจี้ยนเว่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเสนอตัวเลขที่เหมาะสม
"เดี๋ยวรอทั้งคู่กลับมา เราค่อยถามดูว่าพวกเขามีแผนยังไงเรื่องบ้านกับเรื่องรถ เราจะช่วยออกแรงสนับสนุนอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ ถ้าเราไม่ช่วยอะไรเลย เดี๋ยวทางฝั่งบ้านนู้นจะหาว่าเราแล้งน้ำใจและดูไม่ดีเอาได้"
"ตกลง เดี๋ยวฉันจะแวะไปซูเปอร์มาร์เก็ต ซื้อพวกผักกับเนื้อสัตว์มาทำอาหารมื้อใหญ่ฉลองกันคืนนี้ ส่วนคุณก็ถูพื้นซ้ำอีกรอบ เช็ดโต๊ะ เก้าอี้ แล้วก็ตู้ให้สะอาดด้วยล่ะ อย่าปล่อยให้ลูกสะใภ้มาเห็นสภาพบ้านรกๆ เดี๋ยวจะพาลเสียความประทับใจแรกกันพอดี" จางเถาฟางกำชับก่อนจะเดินออกจากบ้านไป
"รู้แล้วน่า เข้าใจแล้ว"
ตัดภาพมาที่หลี่เฉินซึ่งหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน หลังจากทำความสะอาดห้องครัวเสร็จ เขาก็ลงมือเขียนนิยายต่อ
เมื่อเข้าสู่ระบบของเว็บไซต์นิยายซีหงสือ แล้วเปิดดูระบบหลังบ้านของนักเขียน เขาก็พบข้อความแจ้งเตือน พอกดเข้าไปดูเนื้อหาด้านในก็พบว่าเป็นคำเชิญเซ็นสัญญาจากทางแพลตฟอร์ม
ปกติแล้วนิยายเรื่องหนึ่งๆ จะไม่ได้รับข้อเสนอเซ็นสัญญาเร็วขนาดนี้ ตามกฎของแพลตฟอร์ม มักจะมีการเซ็นสัญญาก็ต่อเมื่อเขียนได้ราวๆ หนึ่งแสนคำ หลังเซ็นสัญญาแล้ว รายได้จะถูกแบ่งครึ่งห้าสิบต่อห้าสิบ และถ้าหากมีเงินโดเนทจากผู้อ่าน ก็จะแบ่งในสัดส่วนเจ็ดสิบต่อสามสิบ
ทว่าหากผลงานเขียนออกมายอดเยี่ยมเป็นพิเศษก็ถือเป็นข้อยกเว้น หากบรรณาธิการถูกใจ ก็จะมีการยื่นข้อเสนอเซ็นสัญญาล่วงหน้า และเงื่อนไขต่างๆ ก็สามารถเจรจาต่อรองกันได้
นักเขียนระดับท็อปบางคนได้เซ็นสัญญาด้วยเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์อย่างมาก ทั้งส่วนแบ่งรายได้ที่สูงกว่าและการโปรโมตหน้าเว็บไซต์ที่ดีกว่า ซึ่งแตกต่างราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับนักเขียนไส้แห้งธรรมดาๆ
หลี่เฉินตอบกลับข้อความของหนิงเหมิง บรรณาธิการของเขาไปว่า: ผมพร้อมเซ็นสัญญาทุกเมื่อครับ
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาที หนิงเหมิงก็ตอบกลับมา: "นี่คือร่างสัญญาค่ะ รบกวนตรวจสอบดูเมื่อคุณมีเวลานะคะ หากไม่มีปัญหาอะไร กรุณาแจ้งที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของคุณมาได้เลยค่ะ ทางเราจะจัดส่งสัญญาฉบับจริงไปให้ทางไปรษณีย์"
ในยุคปัจจุบัน สัญญาวรรณกรรมออนไลน์ทั้งหมดจะถูกเซ็นเป็นลายลักษณ์อักษรแบบออฟไลน์ ไม่สามารถเซ็นสัญญาผ่านทางช่องทางออนไลน์ได้โดยตรง
หลี่เฉินเปิดอ่านร่างสัญญา ดูเหมือนว่าจะเป็นสัญญามาตรฐานทั่วไป เขาไล่อ่านอย่างละเอียดทีละบรรทัด ส่วนอื่นๆ ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่นัก แต่ประเด็นหลักคือเรื่องลิขสิทธิ์ที่เขายอมเพิกเฉยไม่ได้เด็ดขาด
ท้ายที่สุดแล้ว หลี่เฉินไม่อยากซ้ำรอยความผิดพลาดแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นกับเทียนเซี่ยป้าช่าง
โชคดีที่เว็บไซต์นิยายซีหงสือขอแค่ลิขสิทธิ์ทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ไม่ได้บังคับควบรวมสิทธิ์ในการดัดแปลงเป็นเกม การ์ตูน หรือภาพยนตร์และซีรีส์ไปด้วย หลี่เฉินได้ศึกษาข้อมูลในส่วนนี้มาก่อนล่วงหน้าแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เลือกอัปโหลดนิยายลงในเว็บไซต์นี้
รายได้ระหว่างช่วงที่กำลังลงรายตอนนั้นถือว่าน้อยนิดมาก และเมื่อเทียบกับรายได้ที่จะมาจากเกม การ์ตูน ซีรีส์ และสินค้าที่เกี่ยวข้องในภายหลังแล้ว ก็แทบจะไม่คุ้มค่าที่จะเอาไปเสี่ยง
ยิ่งไปกว่านั้น หลี่เฉินมีแผนการของตัวเองอยู่แล้ว เขาจะต้องเก็บลิขสิทธิ์ไว้ในมือและเป็นผู้กุมอำนาจในการตัดสินใจทั้งหมด
หลี่เฉินตอบกลับไป: ไม่มีปัญหาครับ เราดำเนินการเซ็นสัญญากันได้เลย
จากนั้นเขาก็ส่งที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสารและเบอร์โทรศัพท์ไปให้หนิงเหมิง
นิยาย 'มังกรหยก' ตอนแรกถูกอัปเดตลงไปแล้ว กระแสเรียกร้องให้อัปตอนใหม่ก็ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน พร้อมกับคอมเมนต์จากนักอ่านที่หลั่งไหลเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ
หลี่เฉินไล่อ่านคอมเมนต์จากบรรดานักอ่านพร้อมกับรอยยิ้มที่จุดประกายขึ้นบนมุมปาก เขาคิดในใจว่า "นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น ความตื่นเต้นเร้าใจหลังจากนี้มันเหนือกว่าที่พวกคุณจินตนาการไว้เยอะ"
จะว่าไปก็เหมือนชาวเน็ตที่นี่กินแต่รำหยาบมาทุกวัน พอจู่ๆ ได้มากินรำชั้นดี พวกเขาก็เลยอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นชินสักเท่าไหร่
หลี่เฉินลงมือเขียนนิยายต่อ บทที่จะเขียนในวันนี้คือตอนที่สาม "ผืนทรายเหลืองกว้างใหญ่"
เนื้อหาในตอนนี้หลักๆ จะเล่าถึงเรื่องราวของคิวชู่กี่ที่ถูกคนพาลหลอกลวงระหว่างตามล่าต้วนเทียนเต๋อ จนเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดระหว่างเขากับเจ็ดประหลาดกังหนำที่วัดฝ่าหัว ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัส และเป็นเหตุทางอ้อมที่ทำให้หลวงจีนเจียวมู่ต้องมรณภาพ
เพื่อยุติความบาดหมาง คิวชู่กี่จึงเสนอการประลองที่มีระยะเวลาสิบแปดปี โดยแต่ละฝ่ายจะต้องไปตามหาและสั่งสอนวิชายุทธ์ให้กับลูกในท้องของภรรยาก๊วยเซ่าเทียนและเอี้ยทิซิม จากนั้นในอีกสิบแปดปีให้หลัง เด็กทั้งสองจะต้องมาประลองยุทธ์กันที่หอซุยเซียน เมืองเจียซิง เพื่อตัดสินแพ้ชนะ ข้อเสนอนี้ไปจุดประกายจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเจ็ดประหลาดกังหนำเข้าอย่างจัง และในที่สุด ทั้งสองฝ่ายก็บรรลุข้อตกลงร่วมกัน
เวลา 17.30 น. ซุนเมิ่งหรานอ่านเอกสารในมือเสร็จก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ แม้จะมีเอกสารอีกสองสามกองบนโต๊ะที่ยังอ่านไม่เสร็จ แต่เธอก็ตั้งใจจะเก็บไว้จัดการต่อในวันพรุ่งนี้
"สวัสดีครับประธานซุน"
"สวัสดีค่ะประธานซุน"
"อืม"
พนักงานที่ขึ้นลิฟต์มาเป็นระยะๆ ต่างพากันตกตะลึงเมื่อเห็นซุนเมิ่งหราน
วันนี้พระอาทิตย์ต้องขึ้นทางทิศตะวันตกแน่ๆ! ประธานซุนถึงได้เลิกงานเร็วขนาดนี้!
ทว่าไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม หลังจากก้าวเข้ามาในลิฟต์ ทุกคนก็แค่ยืนหลบมุมอยู่เงียบๆ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา ภายในลิฟต์นั้นเงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ กระทั่งลิฟต์ลงไปถึงชั้นหนึ่งและชั้นจอดรถใต้ดิน