เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 158 - กุยช่าย? ล้วงเกาลัดจากกองไฟ!

บทที่ 158 - กุยช่าย? ล้วงเกาลัดจากกองไฟ!

บทที่ 158 - กุยช่าย? ล้วงเกาลัดจากกองไฟ!


บทที่ 158 - กุยช่าย? ล้วงเกาลัดจากกองไฟ!

"เมืองหลวงตานหู"

"มีกองทหารนับล้าน"

"แบ่งออกเป็น 【กองทัพร้อยสัตว์ร้าย】, 【กองทัพเกราะนิล】, 【กองทัพเกราะทอง】 และ 【กองทัพเกราะดำ】"

"【กองทัพเกราะดำ】 แข็งแกร่งที่สุด!"

"【กองทัพร้อยสัตว์ร้าย】 มีจำนวนมากที่สุด!"

"ส่วนทหารที่รักษาการอยู่ที่ 【เหมืองเหล็กนิล】 แห่งนั้น คือ 【กองทัพเกราะนิล】 จำนวนหนึ่งสังกัด"

"【กองทัพเกราะนิล】 ได้ชื่อนี้มาจากการที่ทหารทุกนายสวม 【เกราะทองแดงนิล】 ซึ่งมีสีดำสนิท ทหารแต่ละคนล้วนมีฝีมือไม่ธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้น 【เกราะทองแดงนิล】 ยังเป็นชุดเกราะชั้นดี กองทัพเกราะนิลเพียงหนึ่งสังกัดที่มีจำนวนหนึ่งร้อยคน สามารถบุกทะลวงสังหาร 【กองทัพร้อยสัตว์ร้าย】 จำนวนหนึ่งพันคนได้อย่างง่ายดาย"

หวังควนแนะนำเมืองหลวงตานหู แนะนำ "กองทัพเกราะนิล" สีหน้าของเขาดูจริงจัง "【กองทัพเกราะนิล】 นั้นแข็งแกร่งมาก พวกเราห้ามเผชิญหน้ากับพวกมันโดยตรงเด็ดขาด หากปะทะกันเมื่อไหร่ มีคำเดียวคือ หนี! ห้ามลังเลเป็นอันขาด หากถูกพัวพันเอาไว้ รับรองว่ามีแต่ตายกับตาย!"

กองทัพเกราะนิลหนึ่งร้อยนาย!

ทุกคนสวมเกราะและถืออาวุธชั้นดี ทั้งยังเป็นยอดฝีมือ เมื่อรวมตัวกันจัดตั้งค่ายกลเข้าจู่โจมและปิดล้อม เรียกได้ว่าไร้เทียมทาน

ทำลายค่ายกลหรือ?

หนึ่งต่อร้อยหรือ?

อย่าได้แม้แต่จะคิด!

"กองทัพเกราะนิล!"

"แข็งแกร่งขนาดนั้นเลยหรือ?"

เหยียนฉวงถามด้วยความสงสัย "หรือว่าทหารกองทัพเกราะนิลทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือระดับทะลวงขีดจำกัดกันหมด?"

เขาถูกหวังควนทำให้ตกใจ จึงจินตนาการถึงเมืองหลวงตานหูและกองทัพเกราะนิลไว้สูงลิบลิ่ว

แต่สิ่งที่เขาคิดนั้นเกินจริงไปหน่อย...

"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก"

เจี่ยนหรงหัวเราะ "【กองทัพเกราะนิล】 แบ่งเป็น 【สังกัด】 ผู้บัญชาการเรียกว่า 【หัวหน้าสังกัด】 ความแข็งแกร่งของหัวหน้าสังกัดหนึ่งคนจะอยู่ที่ประมาณระดับสี่ หล่อหลอมแขนขาทั้งสี่ข้างจนสมบูรณ์แล้ว รองลงมาคือหนึ่งทุนมีห้าสิบคน สิบคนคือหนึ่งหมู่ หัวหน้าทุนและหัวหน้าหมู่เกือบครึ่งหนึ่งก็เป็นระดับทะลวงขีดจำกัด ส่วนทหารเลวธรรมดาที่อยู่ต่ำลงไปนั้นไม่ใช่"

หัวหน้าสังกัด!

หัวหน้าทุน!

หัวหน้าหมู่!

ถ้าคำนวณตามนี้ กองทัพเกราะนิลหนึ่งสังกัด อย่างน้อยก็มียอดฝีมือระดับทะลวงขีดจำกัดถึงแปดคน

"กองทัพเกราะนิลหนึ่งสังกัด ก็เทียบได้กับสำนักศึกษาเมืองกว่างหลิงทั้งสำนักแล้ว!"

เหยียนฉวงอุทานด้วยความตกใจ

นับตั้งแต่ที่อู๋ฉี่ เวินอู่ และหยวนสือไฉ ถูกเขาสังหาร สำนักศึกษาเมืองกว่างหลิงก็เหลือผู้อาวุโสสำนักในเพียงเจ็ดคน ซึ่งก็คือระดับทะลวงขีดจำกัดเจ็ดคน

น้อยกว่าจำนวนระดับทะลวงขีดจำกัดในกองทัพเกราะนิลหนึ่งสังกัดเสียอีก

และกองทัพเกราะนิลของเมืองหลวงตานหูก็ไม่ได้มีแค่ร้อยคนแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึง "กองทัพเกราะทอง" และ "กองทัพเกราะดำ" ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าซึ่งอยู่เหนือขึ้นไป

เมืองหลวงหนึ่งแห่ง!

ช่างแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้!

"กองทัพเกราะนิลนั้นเก่งกาจ"

"ดังนั้น เหมืองเหล็กนิล จึงต้องใช้สติปัญญาเข้าแย่งชิงเท่านั้น"

หวังควนกล่าวต่อไปว่า "คนงานเหมืองที่ขุดเหมืองเหล็กนิลล้วนเป็นคนธรรมดา พวกเขาหาและแยกแยะ 【หินเพลิงดำ】 ได้ยากมาก หากต้องการได้ 【หินเพลิงดำ】 มา จะต้องให้ยอดฝีมือระดับทะลวงขีดจำกัดในกองทัพเกราะนิลเข้าไปหาด้วยตัวเอง โดยอาศัยประสาทสัมผัสอันเฉียบแหลมต่อ 【ปราณวิญญาณ】 หลังจากทะลวงขีดจำกัดพลังเลือดลมแล้วเท่านั้นจึงจะหาพบ ด้วยเหตุนี้ กองทัพเกราะนิลหนึ่งสังกัด จะมียอดฝีมือระดับทะลวงขีดจำกัดอย่างน้อยหกคน และครึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในอุโมงค์เหมืองเพื่อค้นหาหิน หากพวกลอบเข้าไปในอุโมงค์เหมือง ก็มีโอกาสสูงมากที่จะเผชิญหน้ากับพวกเขา"

ผู้ฝึกยุทธ์ต้าเยียนกระหายทรัพยากรการฝึกฝน!

ผู้ฝึกยุทธ์ในภพซานไห่ก็ไม่ข้อยกเว้น!

การรักษาการที่เหมืองนั้นเป็นงานที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ไม่ต้องพูดถึงการลักลอบขาย "แร่เหล็กนิล" ลำพังแค่ "หินเพลิงดำ" ที่เกิดขึ้นมาคู่กันก็ถือเป็นความมั่งคั่งมหาศาลแล้ว มันสามารถเร่งความเร็วในการฝึกฝนได้อย่างมาก ซึ่งจะส่งผลให้ได้สถานะและผลตอบแทนที่สูงขึ้นในกองทัพเกราะนิล

ดังนั้น คนเหล่านี้จึงไม่ได้เอาแต่รักษาการณ์อยู่ข้างนอกอย่างเดียว นอกจากการรับมือกับการตรวจสอบจากเบื้องบนแล้ว เวลาส่วนใหญ่ ยอดฝีมือระดับทะลวงขีดจำกัดจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าไปคลำหาหินในอุโมงค์เหมือง

"หาหินปราณได้หนึ่งชั่ง ก็ดีกว่าฝึกฝนอย่างหนักตั้งครึ่งปี!"

เจี่ยนหรงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "พวกเราอย่าโลภมากนัก เข้าไปแล้ว พวกเราสี่คนต้องเกาะกลุ่มกันไว้ แบบนี้ถ้าเจอยอดฝีมือระดับทะลวงขีดจำกัดของกองทัพเกราะนิล สี่รุมหนึ่ง จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะสู้หรือหนี ก็จะได้ไปพร้อมๆ กัน!"

"ตกลง!"

เหยียนฉวงและฮั่วเจินเชื่อฟังทุกอย่าง

เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว

ทั้งสี่คนก็จับมือกันแล้วกระโจนเข้าสู่ประตูดารา

หนึ่งเดือนผ่านไป

เหยียนฉวงกลับมาเยือนภพซานไห่อีกครั้งเป็นหนที่สอง!

...

ภพซานไห่

ทางตอนใต้ของเมืองหลวงตานหู มีเทือกเขาทอดยาวและหนองน้ำหนาแน่น เมื่อปีก่อน ทีมสำรวจแร่ได้พบเหมืองเหล็กนิลขนาดเล็กในภูเขาที่มีรูปร่างคล้ายวัวนอนแห่งนี้ ทางเมืองหลวงจึงได้ส่งกองทัพเกราะนิลหนึ่งสังกัดมาประจำการและเริ่มการขุดเจาะ

ในช่วงเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา มีหัวขโมยและโจรป่าแอบลักลอบเข้าไปในเหมืองเพื่อขโมย "เหล็กนิล" ไปจนถึง "หินปราณ" อยู่บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะถูกกองทัพเกราะนิลทุบตีจนตาย แต่ก็มีบางคนที่โชคดีหนีรอดไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเดือนก่อน มีคนหนึ่งสามารถตอบโต้และฆ่าหัวหน้าหมู่ของกองทัพเกราะนิลไปได้เสียด้วยซ้ำ

นี่มันความอัปยศอดสูชัดๆ!

ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ กองทัพเกราะนิลภายนอกดูหละหลวม แต่ภายในกลับเข้มงวด พวกเขาแอบเพิ่มการป้องกันบริเวณอุโมงค์เหมืองอย่างลับๆ

ในขณะเดียวกัน ทางเมืองหลวงก็รีบส่งหัวหน้าหมู่คนใหม่มาเติมเต็มตำแหน่งที่ว่างลงอย่างรวดเร็ว

หัวหน้าหมู่คนใหม่มาถึงได้หลายวันแล้ว

คืนนี้

เขากำลังฝึกหมัดอยู่บนภูเขา

ปัง ปัง ปัง!

เห็นเพียงชายผู้นี้เคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งมังกรผงาด มั่นคงดั่งพยัคฆ์หมอบ ว่องไวดั่งกระต่ายป่า ปราดเปรียวดั่งวานร แผ่วเบาดั่งกระเรียนเมฆา หนึ่งชก สองจับ สามทุ่ม องอาจสง่างาม ปราดเปรียวว่องไว หลบหลีกพลิกแพลง ช้าเร็วหนักเบา มีไหวพริบยืดหยุ่น

วิชาหมัดช่างล้ำเลิศจริงๆ!

ไม่เพียงแค่วิชาหมัดเท่านั้น แต่ยังมีพลังเลือดลมอีกด้วย!

ซ่า ซ่า ซ่า!

ในระหว่างที่ออกหมัดและเตะ พลังเลือดลมก็พุ่งพล่านดั่งสายรุ้ง แฝงด้วยเสียงฟ้าร้องคำราม

นี่คือ...

"เสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาว!"

หยางเจิ้ง หัวหน้าสังกัดกองทัพเกราะนิล มองดูเด็กใหม่ฝึกหมัดอยู่แต่ไกล เห็นว่าวิชาหมัดของเขาเชี่ยวชาญ "เสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาว" ดังกึกก้องไม่ขาดสาย ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ช่วงก่อนหน้านี้ หัวหน้าหมู่คนสนิทของเขาถูกโจรขโมยแร่ฆ่าตาย หยางเจิ้งก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมากอยู่แล้ว

แต่ในตอนนั้นเอง เบื้องบนกลับส่งเด็กใหม่ลงมาให้เขาอีกคน

เท่านั้นยังไม่พอ!

ทว่าเด็กใหม่คนนี้กลับเป็นคนไม่รู้ความ เข้ามาอยู่ในกองทัพของเขาแล้ว หนึ่งคือไม่ยอมมาประจบสอพลอ สองคือไม่มีเงินทองมาเซ่นไหว้ ช่างไม่รู้ประสีประสาเอาเสียเลย

สำหรับ "พวกหัวรั้น" แบบนี้ หยางเจิ้งมีวิธีดัดนิสัยมากมาย ดังนั้นเขาจึงปล่อยเด็กใหม่ทิ้งไว้ สั่งให้ออกลาดตระเวนทั้งวัน แต่ไม่ยอมเปิดโอกาสให้เข้าไปหาหินปราณในอุโมงค์เหมือง

นี่เป็นการแสดงออกถึงการกีดกันอย่างชัดเจน!

เดิมทีก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ปล่อยให้เจอความลำบากเสียบ้าง ทิ้งให้นานหน่อย เดี๋ยวก็คงจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร

แต่ทว่า ผ่านไปไม่กี่วัน เขาก็พบว่าเด็กใหม่คนนี้แม้จะเพิ่งทะลวงขีดจำกัดมาได้ไม่นาน แต่วิชาหมัดและวิชาทวนกลับไม่ธรรมดา ที่น่าเหลือเชื่อไปกว่านั้นคือ ถึงกับเชี่ยวชาญ "เสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาว" ด้วย ต่อจากนี้ไป ความก้าวหน้าจะต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืนแน่นอน "เด็กใหม่" แบบนี้ จะดุด่าหรือทุบตีก็ไม่ได้ จะล่วงเกินก็ไม่ได้!

แต่หยางเจิ้งได้ล่วงเกินไปแล้ว ตอนนี้จะให้เขาไปแสดงความอ่อนแอ ยอมจำนน หรือแก้ไขสิ่งที่ทำลงไป หยางเจิ้งก็เสียหน้าเกินกว่าจะทำได้

เมื่อรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านใจ!

ความชั่วร้ายก็ก่อตัวขึ้น!

"เสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาวงั้นหรือ?"

"แล้วยังไงล่ะ!"

"อัจฉริยะในกองทัพเกราะนิลก็ตายไปเยอะแยะแล้ว!"

หยางเจิ้งคิดอย่างเหี้ยมเกรียมในใจ "ในอาณาเขตของข้า ข้ามีวิธีจัดการให้เจ้าตายได้ตั้งมากมาย!"

เขาเกิดจิตสังหารขึ้นมาในใจ

แต่ใบหน้าไม่แสดงออก ยังคงยิ้มแย้ม เดินออกมาแล้วพูดกับชายคนนั้นว่า "ช่วงนี้พวกโจรป่าเหิมเกริมหนัก หัวหน้าหมู่หวังคงต้องเหนื่อยหน่อย คืนนี้คงต้องรบกวนให้เจ้านำทีมออกลาดตระเวนอีกแล้ว"

"ขอรับ!"

"ท่านหัวหน้าสังกัด!"

หัวหน้าหมู่หวังหันขวับกลับมา หน้าตาหล่อเหลาหมดจด อายุราวๆ ยี่สิบปี เขายกมือประสานคารวะรับคำสั่ง!

...

"ถึงแล้ว!"

"ภูเขารูปร่างเหมือนวัวนอน ที่นี่แหละ!"

ใต้แสงจันทร์กระจ่างและดวงดาวพราวระยับ เหยียนฉวงและพรรคพวกรวมสี่คน หลังจากเข้ามาในภพซานไห่ ก็มุ่งตรงไปยังเหมืองเหล็กนิล ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนก็มาถึงแล้ว

ภูเขาหวงหนิว! (วัวนอน)

เหมืองเหล็กนิล!

อยู่ข้างหน้านี่เอง!

"ภูเขาลูกนี้ไม่ใหญ่มาก"

"แต่ก็ไม่ใช่ว่าทหารแค่ร้อยคนจะคุ้มกันได้หมด!"

ฮั่วเจินมองไปที่ภูเขาวัวนอนแต่ไกลด้วยความสงสัย "เมืองหลวงตานหูส่งกองทัพเกราะนิลมาประจำการที่นี่แค่สังกัดเดียวจริงๆ หรือ?"

"ไม่ผิดแน่"

เจี่ยนหรงพยักหน้า นางอธิบายว่า "เจ้าสำนักฮั่วอาจจะไม่ทราบ ความจริงแล้วกองทัพเกราะนิลไม่จำเป็นต้องคุ้มกันภูเขาวัวนอนทั้งลูก เพียงแค่เฝ้าปากทางเข้าอุโมงค์เหมืองไม่กี่แห่งให้ดี จากนั้นก็ส่งกำลังคนออกลาดตระเวนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันสองชุดก็พอแล้ว"

ปากทางเข้าอุโมงค์เหมืองถูกกองทัพเกราะนิลเฝ้าเอาไว้!

และยังมีคนอีกสองชุดลาดตระเวนทั้งวันทั้งคืน ไม่เปิดโอกาสให้พวกโจรขุดอุโมงค์ลักลอบเข้าไป แค่นี้ก็สามารถป้องกันเหตุโจรกรรมส่วนใหญ่ได้แล้ว

อีกอย่าง ถึงแม้โจรจะโชคดีลักลอบเข้าไปได้ แต่การจะหนีออกมาก็เป็นเรื่องยุ่งยากเช่นกัน

ตรวจเข้มทั้งขาเข้าขาออก!

ขโมยแร่ยากมาก!

"เข้มงวดขนาดนั้นเลยหรือ?"

"แล้วพวกเราจะเข้าไปได้ยังไง?"

เหยียนฉวงชะงักไป

ตามที่เจี่ยนหรงอธิบาย เข้าก็เข้าไม่ได้ ออกก็ออกไม่ได้ ทางถูกปิดตายหมด แล้วจะไปขโมยได้อย่างไร?

เจี่ยนหรงยิ้ม "กองทัพเกราะนิลไม่ได้ไร้ช่องโหว่เสียทีเดียว บนภูเขาลูกนี้ มีคนงานเหมืองอย่างน้อยห้าหกร้อยคน ทุกวันตอนเข้ากะและเลิกกะ คนเดินเข้าออกพลุกพล่านวุ่นวาย นี่แหละคือโอกาสของพวกเรา!"

หวังควนอธิบายเสริมว่า "พวกเราล้วนเป็นยอดฝีมือระดับทะลวงขีดจำกัด เคลื่อนไหวคล่องแคล่วว่องไว สามารถแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มคนงานเหมืองที่กำลังจะเข้ากะ อาศัยจังหวะชุลมุนตอนที่คนงานเปลี่ยนกะและทหารเกราะนิลเปลี่ยนเวรยาม ลักลอบเข้าไปได้เลย"

"ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?"

เหยียนฉวงขมวดคิ้ว "ตอนเปลี่ยนกะคนงาน ถึงจะมีคนเยอะ แต่ถ้าให้เข้าออกทางเดียว ต่อแถวนับจำนวนคน จะวุ่นวายได้อย่างไร?"

อย่าว่าแต่ห้าหกร้อยคนเลย!

ลองนึกถึงคอนเสิร์ตหรือการเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีนในชาติก่อน ต่อให้คนเป็นพันเป็นหมื่น จะมีสักกี่คนที่สามารถหลบเลี่ยงการตรวจความปลอดภัยและแอบเข้าไปได้?

วางแผนเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว

ต่อให้เป็น "หนึ่งคนเฝ้าด่าน หมื่นคนก็มิอาจผ่าน" ก็ตาม!

วุ่นวายหรือ?

ไม่มีทางหรอก!

"ถูกต้อง!"

"ความวุ่นวาย น่าจะเป็นเรื่องหลอกตา"

เจี่ยนหรงพยักหน้า ส่งสายตาชื่นชมให้เหยียนฉวง "พวกเราสงสัยว่า บางทีกองทัพเกราะนิลอาจจะจงใจสร้างความวุ่นวายขึ้นมา เพื่อให้พวกเราสามารถลอบเข้าไปได้ พวกเขาหวังให้พวกเราเข้าไป!"

"จับเต่าในโอ่งงั้นหรือ?"

ฮั่วเจินขมวดคิ้ว

ถ้าเป็นอย่างนั้น รู้ทั้งรู้ว่าเป็นหลุมพราง เป็นกับดัก พวกเขาก็ยังจะกระโดดลงไปอีกหรือ?

"ก็ไม่เชิง"

หวังควนส่ายหน้า และอธิบายให้ทั้งสองฟังว่า "ยอดฝีมือระดับทะลวงขีดจำกัดในกองทัพเกราะนิลมีจำนวนจำกัด จำนวน 【หินปราณ】 ที่จะหาเจอในอุโมงค์เหมืองก็มีจำกัดเช่นกัน แต่ถ้าเว้นระยะสักพักแล้วจงใจปล่อยให้ระดับทะลวงขีดจำกัดสักสามสี่คนเข้าไป ปล่อยให้คนพวกนี้อยู่ในนั้นสักระยะ รอจนพวกเขาหาหินปราณได้เยอะๆ กองทัพเกราะนิลค่อยลงมือ ฆ่าทิ้งหรือขับไล่ แย่งชิงหินปราณที่หามาได้จากมือโจรพวกนี้ ประสิทธิภาพจะดีกว่าและสบายกว่าการก้มหน้าก้มตาหาเองตั้งเยอะ"

"อ้อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!"

เหยียนฉวงเข้าใจขึ้นมาทันที...

กุยช่าย!

เก็บเกี่ยว!

นี่คือการเห็นโจรที่ทะลวงขีดจำกัดเป็นผักกุยช่าย ปล่อยให้เข้าไป เพื่อหลอกใช้แรงงานฟรี สามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดเวลา

"ยังมีอีกจุดหนึ่ง"

เจี่ยนหรงเสริม "อาจจะไม่ได้ทำไปเพื่อ 【หินปราณ】 อย่างเดียว แต่อาจจะเป็นการสร้างเงื่อนไขให้ตัวเองขโมยของที่เฝ้าอยู่ก็ได้ การรักษาการที่เหมืองแร่นั้นเป็นงานที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ไม่เพียงแต่ร่ำรวยเพราะ 【หินปราณ】 แต่ยังร่ำรวยเพราะ 【แร่เหล็ก】 ด้วย หากหัวหน้าสังกัดคนนั้นควบคุมลูกน้องได้ดี ร่วมมือเป็นใจกัน ก็สามารถลักลอบนำ 【แร่เหล็กนิล】 ไปขายได้อย่างเปิดเผย ผลตอบแทนไม่ด้อยไปกว่า 【หินปราณ】 เลย และถ้าอยากจะขโมยแร่เหล็ก ก็ต้องทำให้มันไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยจนเกินไป วุ่นวายสักหน่อย จะได้ลงมือสะดวกขึ้น!"

ทั้งสองข้อนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของหวังควนและเจี่ยนหรง

แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงมาก

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน หรือเป็นทั้งสองกรณีพร้อมกัน นี่ก็ถือเป็นโอกาสของพวกเหยียนฉวง...

"ลอบเข้าไป!"

"หาหินปราณ!"

"หลบหลีกการแกะรอยและวงล้อมของกองทัพเกราะนิล นำหินปราณออกมาให้สำเร็จ!"

"นี่คือการล้วงเกาลัดจากกองไฟ ถ้าทำสำเร็จ ก็จะได้กินดีอยู่ดี ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว หากความแตก พวกเราทั้งสี่คนร่วมมือกัน ก็สามารถฝ่าวงล้อมออกไปได้"

ผู้อาวุโสทั้งสองชักช้าไม่ยอมมาบุกที่นี่เสียที ก็เพราะกลัวว่าทำเสร็จแล้วจะหนีไม่พ้น

แต่ตอนนี้

มีเหยียนฉวง

มีฮั่วเจิน

สี่ยอดฝีมือทะลวงขีดจำกัดร่วมมือกัน ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น ลองดูสักตั้งก็ไม่เสียหาย!

เหยียนฉวงและฮั่วเจินมองหน้ากัน ทั้งคู่พยักหน้าพร้อมกัน...

"ลุย!"

...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 158 - กุยช่าย? ล้วงเกาลัดจากกองไฟ!

คัดลอกลิงก์แล้ว