- หน้าแรก
- จากคนเก็บขยะเซียน สู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง
- บทที่ 4 แฟชั่นเซอร์สุดฮิต
บทที่ 4 แฟชั่นเซอร์สุดฮิต
บทที่ 4 แฟชั่นเซอร์สุดฮิต
โชคดีที่จางเหลียงตาไวเท้าไว เขาเหยียบเบรกได้ทันท่วงที
“เฮ้ย! จะมาดักกรรโชกทรัพย์กันหรือไง!”
“คิก ๆ พี่ชายคะ ฉันเห็นว่าพี่ดูท่าทางนิสัยดี ก็เลยอยากจะมาทำความรู้จักไว้น่ะค่ะ”
หญิงสาวส่งสายตายั่วยวน มือเรียวคีบนามบัตรออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นมาตรงหน้าจางเหลียง
แค่ซื้อรถคันเดียว ก็ดูออกแล้วเหรอว่านิสัยดี?
สงสัยจะดูออกว่า ‘เงินดี’ มากกว่ามั้ง!
เขาเพิ่งจะเลิกกับแฟนมาเมื่อวาน ความรู้สึกแย่ ๆ นั้นยังไม่ทันจะจางหายไปเลย ตอนนี้ต่อให้มีนางฟ้านางสวรรค์ที่สวยหยดย้อยมายืนอยู่ตรงหน้า เขาก็คงไม่แม้แต่จะชายตามอง
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงคนนี้ก็แค่พวกสวยด้วยเครื่องสำอางและมีดหมอเท่านั้นเอง
ต่อให้ภายนอกจะดูสวยพริ้งเพียงใด แต่จมูกนั่นก็ทำมา หนังตาสองชั้นนั่นก็กรีดมา ริมฝีปากอวบอิ่มนั่นก็คงเป็นของแถมจากคลินิกความงาม ถ้าล้างเครื่องสำอางหนาเตอะบนหน้าออกไป ก็คงไม่มีอะไรดีเลย!
อีกอย่าง พอพาลนึกไปถึงภาพที่ผู้หญิงคนนี้จูบกับไอ้หัวล้านเมื่อครู่ จางเหลียงก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที
“อุแหวะ...”
ยิ่งคิดก็ยิ่งขยะแขยง จางเหลียงฝืนความรู้สึกแล้วตอบกลับไปว่า “เพื่อนคงไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่ชอบคบเพื่อนใหม่”
หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ กลับโน้มตัวพิงขอบประตูรถพลางขยับหน้าอกไปมาโชว์ส่วนโค้งเว้า
เธอตบหน้าอกเบา ๆ แล้วจีบปากจีบคอพูด “ไม่อยากเป็นเพื่อนก็ไม่เป็นไรค่ะ เป็น ‘อย่างอื่น’ ก็ได้นะ รับรองว่าลีลาของฉัน...”
“ไปให้พ้น!”
จางเหลียงทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป เขาเหยียบคันเร่งออกไปทันทีโดยไม่รอให้เธอพูดจบ
หญิงสาวที่ทิ้งน้ำหนักตัวพิงรถไว้ไม่ทันตั้งตัว ร่างทั้งร่างจึงถลาลงไปกองกับพื้น หน้าทิ่มลงอย่างแรงจนจมูกที่ทำมาเบี้ยวผิดรูปไปทันที!
“แก!”
หญิงสาวตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาด้วยสภาพอเนจอนาถ สายตาจ้องมองตามไฟท้ายรถโคนิกเซกก์ที่ลับสายตาไปด้วยความอาฆาตแค้น...
บรื้น! บรื้น!
เสียงคำรามจากท่อไอเสียของโคนิกเซกก์ดึงดูดสายตาจากทุกที่ที่มันขับผ่าน
“โอ้โห ซูเปอร์คาร์ระดับท็อป!”
“รถคันนี้เท่ชะมัด! ถ้าได้ลองนั่งสักครั้ง ต่อให้อายุสั้นลงหนึ่งนาทีฉันก็ยอม!”
“ฝันไปเถอะ ของบางอย่างถ้าเกิดมาไม่มี ต่อให้อายุสั้นลงสิบปีแกก็ไม่มีวันได้สัมผัสหรอก”
“...”
จางเหลียงลดกระจกลงเล็กน้อย ปล่อยให้ลมแรงปะทะใบหน้า เขามองดูคู่รักที่เดินกระหนุงกระหนิงกันตามท้องถนนแล้วก็นึกถึงแฟนเก่า
เมื่อวันก่อน เธอเพิ่งจะขอเลิกกับเขาเพราะเรื่องเงิน และไปคบกับผู้ชายคนอื่น
ตอนนี้ ถ้าเธอรู้ว่าเขาขับรถโคนิกเซกก์ เธอจะมีสีหน้ายังไงนะ?
“เฮ้อ ช่างมันเถอะ อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ชีวิตใหม่ของฉันเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น”
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ สลัดความไม่สบายใจทั้งหมดทิ้งไป ความรู้สึกหดหู่เลือนหายไปจนหมดสิ้น
ตอนนี้รถหรูก็มีแล้ว เหลือก็แต่เสื้อผ้านี่แหละ!
เพราะอุบัติเหตุรถคว่ำ เสื้อผ้าของจางเหลียงจึงขาดวิ่นไปหมด แถมยังไปขลุกอยู่ที่ภูเขาขยะในแดนเซียนมาครึ่งค่อนวัน จนทั้งสกปรกและเหม็นเหงื่ออย่างรุนแรง
เมื่อครู่เขายังไม่ทันรู้สึกตัว แต่พอมานั่งอยู่ในรถที่ปิดมิดชิด แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังเริ่มทนกลิ่นไม่ไหว
ก่อนหน้านี้เพื่อหาเงินเลี้ยงแฟนเก่า จางเหลียงไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่มาสามปีแล้ว แม้แต่รองเท้าคอนเวิร์สที่ใส่อยู่ พื้นก็เกือบจะสึกจนทะลุ
ดังนั้น เขาจึงตั้งใจจะหาซื้อชุดดี ๆ มาใส่ประดับบารมีสักหน่อย
ยังไงเสียตอนนี้เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของสวรรค์แล้ว ถือเป็นหน้าเป็นตาของแดนเซียน จะทำตัวซอมซ่อไม่ได้!
ไม่นานนัก จางเหลียงก็ขับรถมาถึงห้างสรรพสินค้าสุดหรูแห่งหนึ่ง
ของที่ขายในที่นี้ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ กระเป๋าสักใบก็ราคานับหลายหมื่นหยวนแล้ว
ในอดีตตอนที่จางเหลียงซื้อของขวัญวันเกิดให้แฟนเก่า เขาก็เคยมาที่นี่ครั้งหนึ่ง แค่ซื้อลิปสติกแท่งเดียวก็หมดเงินเดือนไปสามเดือนแล้ว
แต่ตอนนี้ล่ะ!
เขามีบัตรดำเซนจูเรียนใบนี้อยู่ในมือ อย่าว่าแต่เดินช้อปปิ้งเลย ต่อให้เขาอยากจะซื้อห้างทั้งห้างนี้ก็ยังทำได้ถ้าต้องการ
“พวกคุณดูสั่นั่นสิ โคนิกเซกก์!”
“บ้าเอ๊ย! จริงด้วย!”
“รถคันนี้ฉันเคยเห็นแต่ในฝัน ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะได้เห็นของจริง!”
“ดูท่าจะเป็นลูกคนรวยพาสาวมาเดินห้างแน่ ๆ!”
“ช่างหัวสิ ถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนดีกว่า เอาไปลงติ๊กต็อกต้องได้ไลก์เป็นหมื่นแน่!”
แชะ! แชะ! แชะ!
ผู้คนมากมายต่างควักโทรศัพท์มือถือออกมาหวังจะบันทึกภาพชีวิตของคนรวย
ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องมาจากทุกสารทิศ โคนิกเซกก์ก็เข้าจอดที่ลานจอดรถกลางแจ้งหน้าห้าง ประตูแบบปีกผีเสื้อเปิดออก แล้วจางเหลียงก็ก้าวออกมาจากรถ
ทว่าเมื่อเห็นการแต่งกายของจางเหลียง ทุกคนต่างก็ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก!
“เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? นี่เหรอลูกคนรวย?”
“การแต่งกายแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ มั่นใจนะว่าไม่ใช่คนเก็บขยะ?”
“คนรวยนี่เขามีรสนิยมการแต่งตัวล้ำลึกจริง ๆ!”
ในตอนนั้นเอง มีวัยรุ่นที่ตามแฟชั่นคนหนึ่งโพล่งขึ้นมา
“เฮอะ! พวกแกจะไปรู้อะไร นี่เขาเรียกว่าแฟชั่น แฟชั่นเซอร์ที่ฮิตที่สุดในปีนี้!”
“เรื่องอื่นฉันไม่รู้นะ แต่ถ้าดูไม่ผิด เสื้อตัวที่เขาใส่อยู่คือรุ่นลิมิเต็ดที่แบรนด์หลุยส์กับแอร์เมสคอลแลปส์กันในงานปารีสแฟชั่นวีค!”
“มูลค่าตัวละสามแสนหกหมื่นหยวน เฉพาะภาษีนำเข้าก็เท่ากับเงินเดือนพวกแกสองเดือนแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำอธิบายจากผู้รู้ แฟนคลับแฟชั่นทั้งหลายต่างก็ร้องอ๋อออกมาทันที
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”
“พรุ่งนี้ฉันจะแต่งแบบนี้บ้าง ถึงจะไม่มีปัญญาซื้อตัวละสามแสนหกหมื่น แต่หาเสื้อขาด ๆ กางเกงขาด ๆ มาใส่ ก็นับว่าเป็นคนนำเทรนด์ได้เหมือนกัน”
“แต่ว่า... พวกคุณดูนั่นสิ ทำไมบนเสื้อเขามีโลโก้ ‘บีบีคาร์’ ติดอยู่ด้วยล่ะ?”
ทุกคนพากันเพ่งมองไปที่หน้าอกของจางเหลียง และเห็นคำว่า ‘บีบีคาร์’ สองตัวจริง ๆ
เสื้อตัวนี้คือชุดยูนิฟอร์มของบริษัทที่จางเหลียงทำงานอยู่ ซึ่งทางแอปพลิเคชันบังคับให้สวมใส่ ไม่นึกเลยว่าจะเกิดเรื่องเข้าใจผิดกันใหญ่โตขนาดนี้!
“ถุย! ที่แท้ก็แค่คนขับรถรับจ้างนี่นา!”
“ฉันว่าแล้วเชียว จะมีลูกคนรวยที่ไหนแต่งตัวทุเรศขนาดนี้ รสนิยมต่ำชะมัด!”
“เฮ้ ไอ้คนนำเทรนด์คนเมื่อกี้หายไปไหนแล้วล่ะ รบกวนออกมาอธิบายต่อหน่อยสิ?”
“อธิบายบ้านแกสิ!”
เจ้าหนุ่มคนนั้นหน้าแดงก่ำ รีบควักหน้ากากอนามัยขึ้นมาสวมแล้วเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว
จางเหลียงเองก็ไม่คิดว่าการมาของเขาจะทำให้เกิดความวุ่นวายขนาดนี้
แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เดินตรงเข้าไปที่ประตูทางเข้าห้างทันที
“เฮ้ แกนั่นแหละ หยุดอยู่ตรงนั้นเลย!”
พอเดินมาถึงประตู จางเหลียงก็ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยเรียกไว้ทันที
“มีอะไรครับ?”
“ยังจะมีหน้ามาถามอีกเหรอ?”
รปภ. คนนั้นเอ่ยด้วยท่าทางยะโส พลางชี้นิ้วไปที่ป้ายข้างประตู “ไอ้หนู ไม่เห็นหรือไงว่าบนป้ายนี้เขียนว่าอะไร?”
จางเหลียงหันไปมอง
‘ห้ามบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องและสุนัขเข้า’
นี่มันด่ากันทางอ้อมชัด ๆ ไม่ใช่เหรอ?
จางเหลียงขมวดคิ้วด้วยความโมโห “แกหมายความว่ายังไง”
“หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ?”
“ไอ้หนู รู้ตัวหน่อย ถ้าจะเก็บขยะก็ไปฝั่งโน้น ที่นี่ไม่ต้อนรับคนจนอย่างแก!”
คำว่าอวดดีถูกแสดงออกมาผ่านตัว รปภ. คนนี้อย่างครบถ้วน
จางเหลียงตวาดกลับ “ไอ้พวกสุนัขรับใช้ดูถูกคน! ใครให้ความกล้าแกมาพูดจาสามหาวแบบนี้ ความมั่นใจสูงขนาดนี้ไปเอามาจากไหนฮะ?”
“แกกล้าด่าฉันเหรอ? ไอ้หนู แกคงไม่อยากตายดีใช่ไหม!”
รปภ. แววตาเปลี่ยนเป็นดุร้าย เขาชักกระบองที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมา เตรียมจะสั่งสอนจางเหลียงสักยก
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
ในขณะนั้นเอง ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามา
“ผู้จัดการครับ มาได้จังหวะพอดีเลย ไอ้เด็กนี่มันตั้งใจมาป่วนห้าง แถมยังหาเรื่องผมด้วย!”
เมื่อเห็นผู้จัดการมา รปภ. แทนที่จะกลัว กลับทำเสียงแข็งฟ้องขึ้นมาทันที
เพียะ!
ทันใดนั้น ฝ่ามือหนึ่งก็ฟาดเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง
จบบท