เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 355: ต้นแบบนักรบรูน 22 แบบ (ฟรี)

บทที่ 355: ต้นแบบนักรบรูน 22 แบบ (ฟรี)

บทที่ 355: ต้นแบบนักรบรูน 22 แบบ (ฟรี)


ภายในสวนหลังบ้านของเทพบุปผา โกดังขนาดมหึมา กว้างขวาง และว่างเปล่า

ซูเฉินยืนอยู่บนสะพานเหล็ก พร้อมกับคู่หูอาเก๋าอาเหมา

ด้านล่างเป็นความมืดมิด ไม่มีแม้แต่แสงสว่าง ราวกับเหวลึกไร้ก้นบึ้ง

ซูเฉินยิ้มแล้วพูดว่า "พวกนายกำลังเล่นอะไร? ทำตัวลึกลับขนาดนี้ ถ้าผลลัพธ์ไม่ทำให้ฉันพอใจ หลังจากวันนี้... เผ่าก็อบลินจะถูกถอดออกจากการบังคับบัญชาของฉัน"

เขาพูดด้วยรอยยิ้ม จนแยกไม่ออกว่าจริงจังหรือแค่ล้อเล่น

คู่หูอาเก๋าอาเหมาหน้าเปลี่ยนสีทันที เหงื่อไหลซึม รีบคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว

"นายท่าน พวกเราไม่กล้าทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน!"

ในตอนนี้ ทั้งสองกลับคืนสู่ร่างก็อบลินดั้งเดิม ผิวสีเขียว ตัวเตี้ย หูแหลม ใบหน้าคล้ายลิง

ที่จริงแล้ว... พวกมัน รวมถึงก็อบลินนักวิจัยที่สำคัญบางส่วน ได้เปลี่ยนร่างกายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

สกิล ‘ปลุกสติปัญญา’ ของซูเฉิน ทำให้พวกมันสามารถถ่ายทอดความทรงจำได้

บนพื้นฐานนี้ อาเก๋าและอาเหมาได้พัฒนาเครื่องจักรที่สามารถเก็บรักษาจิตสำนึกของตัวเองเอาไว้ได้สำเร็จ

ดังนั้น สมาชิกหลักของเผ่าก็อบลินจึงแทบจะเรียกได้ว่าเป็นอมตะ

แน่นอนว่า มีเงื่อนไขสำคัญข้อเดียว

นั่นคือซูเฉินต้องไม่เป็นอะไร เพราะการมีอยู่ของเขาคือรากฐานของทุกสิ่ง

ซูเฉินหัวเราะ "พวกนายจริงจังเกินไป ฉันแค่ล้อเล่นเอง"

"เอาล่ะ เลิกอ้อมค้อมได้แล้ว เอาผลงานวิจัยมาให้ฉันดูหน่อย"

คู่หูอาเก๋าอาเหมาพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

"รับทราบ!"

ทั้งสองลุกขึ้น ยืนประกบซูเฉินทั้งซ้ายและขวา แล้วชี้นำสายตาของเขาลงด้านล่าง

"เปิดไฟ!"

อาเก๋าและอาเหมาพูดเสียงดัง

เสียงเบาๆ ดังขึ้นจากเพดาน ก่อนที่ไฟสปอร์ตไลต์สว่างจ้าจะค่อยๆ เปิดติดขึ้นทีละดวง ไล่จากด้านหลังของซูเฉินไปยังทั้งสองด้าน

ซูเฉินเริ่มสงสัยว่าก็อบลินพวกนี้เก็บตัวทำวิจัยอะไรกันแน่? หรือว่าพวกมันเอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มกับการสร้างบรรยากาศ?

ถ้าเป็นแบบนั้น คำพูดก่อนหน้าของเขาคงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้ว

แม้ตอนนี้เขาจะไม่ต้องพึ่งกำลังรบจากเผ่าก็อบลิน แต่เขาไม่ชอบลูกน้องที่ทำงานแบบหลอกๆ

เมื่อไฟทั้งหมดสว่างขึ้น ซูเฉินก็เห็นตู้กระจกทรงกระบอกโปร่งใสทั้งหมดยี่สิบสองตู้ แต่ละตู้ถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนาและมีขนาดแตกต่างกัน

ตู้ที่ใหญ่ที่สุดสูงถึงเจ็ดหรือแปดเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางสิบเมตร ส่วนตู้ที่เล็กที่สุด มีขนาดแค่พอใส่ลูกบาสเกตบอลได้สามลูกเท่านั้น

อาเหมาที่ยืนอยู่ข้างๆ พยายามกลั้นความตื่นเต้น แล้วเริ่มอธิบาย "นายท่าน สิ่งที่ท่านเห็นตอนนี้ คือคริสตัลแห่งปัญญาที่สมบูรณ์แบบ ที่เผ่าของเรารวบรวมสติปัญญาทั้งหมด ใช้ชีวิตของนักวิจัยชั้นยอดนับไม่ถ้วน และผสานเทคโนโลยีเสริมสร้างชีวภาพ การดัดแปลงจักรกล ปัญญาอักขระเวทมนตร์ และวิศวกรรมยาเข้าด้วยกัน"

"พวกเราเรียกมันว่า... นักรบรูนรุ่นที่หนึ่ง!"

ซูเฉินจ้องมองตู้กระจกกว่ายี่สิบตู้เบื้องล่าง เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วถามด้วยสีหน้าสนใจ "นักรบรูน? ตั้งชื่อเก่งดีนะ บอกมาสิว่าแต่ละตัวต่างกันยังไง? มีความสามารถอะไร?"

อาเก๋าเริ่มอธิบาย "นายท่าน นักรบรูนรุ่นที่หนึ่งของเรา บรรลุเป้าหมายหลายอย่าง..."

"ทะลุขีดจำกัดสายเลือด ผลิตได้จำนวนมากด้วยต้นทุนต่ำ ขยายต่อยอดได้ รับมือสงครามขนาดใหญ่ได้ และรับมือสงครามเฉพาะจุดได้..."

มันร่ายยาวถึงคุณสมบัติต่าง ๆ กว่าสิบข้อ อธิบายราวกับว่านักรบรูนเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สุดในระดับต่ำกว่าเทพ และสามารถผลิตได้ตามใจชอบ

ซูเฉินฟังมันขายฝันอยู่เงียบๆ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง แต่แววตาเริ่มไม่อดทน

โชคดีที่อาเหมายังพอมีไหวพริบ จึงรีบตัดบททันที "ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อรองรับสนามรบที่แตกต่างกัน พวกเราแบ่งนักรบรูนออกเป็นสี่ประเภทใหญ่ และยี่สิบเอ็ดประเภทย่อย"

"ได้แก่..."

"สายป้อมปราการ... ป้อมปราการนิรันดร์ โล่ศักดิ์สิทธิ์แสงดาว ผู้พิทักษ์หนามเหล็ก อัศวินเหล็กอสูรยักษ์!"

"สายความเร็ว... เงาซ่อนเร้น วายุฉับไว มังกรดุเดือด นักล่าคลั่ง นักฆ่าเจ้าเล่ห์ นักล่ามิติ"

"สายบุกทะลวง... นักล่าสีชาด พายุพิพากษา ทูตแสงศักดิ์สิทธิ์ นักรบทำลายล้าง นักล่าพงไพร!"

"สายสมดุล... จอมเวททมิฬ หมอสนามรบ นักบวชศักดิ์สิทธิ์ ผู้พยากรณ์ วิญญาณดวงดาว!"

"และแบบสำหรับการวิจัยต่อยอด... หมายเลขศูนย์!"

ขณะที่อาเหมาอธิบายไปทีละแบบ ตู้กระจกแต่ละใบก็ถูกโซ่เหล็กที่แขวนอยู่ด้านบนค่อยๆ ก็ยกขึ้น ก๊าซภายในระบายออก เผยให้เห็นร่างที่แท้จริงของเหล่านักรบรูน

นักรบรูนส่วนใหญ่ติดตั้งแขนขาเทียมกลไก

ส่วนหนึ่งในนั้น ถึงขั้นเป็นหุ่นยนต์ทั้งตัว

ทั่วร่างมีท่อยาบรรจุของเหลวหลากสีพาดผ่าน พร้อมขวดแก้วขนาดต่างๆ

และยังมีอักขระเวทมนตร์กระจายอยู่ทั่วทั้งเนื้อหนังและชิ้นส่วนกลไก

พูดตามตรง เมื่อมองแบบนี้แล้ว...

นอกจากจะดูอลังการ ซูเฉินก็ไม่เห็นว่ามันต่างจากก็อบลินธรรมดาตรงไหน

เมื่อใช้สกิลตรวจสอบดู ก็พบว่าค่าพลังของพวกมันอ่อนแอจนน่าสงสาร เทียบเท่ามอนสเตอร์ขั้นที่สี่ระดับทั่วไป

แม้จะแข็งแกร่งกว่าก็อบลินธรรมดา แต่ก็ยังห่างไกลจากก็อบลินที่เขาอัญเชิญเองมาก

"งั้น..." ซูเฉินมองอาเก๋าและอาเหมา พร้อมรอยยิ้มที่แฝงความไม่เป็นมิตรอยู่เล็กน้อย

"ใช้เวลาครึ่งปี สุดท้ายได้แค่ของหรูแต่ไร้ประโยชน์พวกนี้งั้นเหรอ?"

เมื่อเผชิญกับคำถามนี้ ทั้งคู่กลับไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

อาเหมาพูดด้วยความตื่นเต้น "ถ้ามองแค่ภายนอก มันอาจดูธรรมดา แต่... อย่าตัดสินจากแค่รูปลักษณ์"

"ได้โปรดจัดการทดสอบเถอะครับนายท่าน เราเชื่อว่ามันจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!"

ซูเฉินเลิกคิ้ว นิ่งเงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า "ก็ได้ ฉันจะให้โอกาสสุดท้าย"

"ไม่ต้องหาคนอื่น ฉันจะทดสอบเอง!"

ไม่นานหลังจากนั้น...

ซูเฉิน อาเก๋า อาเหมา และนักรบรูนทั้ง 22 ก็ย้ายมายังพื้นที่รกร้าง

ซูเฉินเริ่มคิดถึงวิธีการทดสอบพวกมัน ซึ่งหัวใจสำคัญก็คือ เขาต้องกำหนดก่อนว่า อยากให้นักรบรูนมีศักยภาพในระดับใด

ตอนนี้ เขาไม่ได้ขาดกำลังรบระดับสูง

แต่กำลังรบระดับล่างกลับขาดแคลนอย่างหนัก เพราะสกิลอัญเชิญขั้นต่ำของเขาถูกหลอมรวมจนหมดแล้ว

ขอแค่นักรบรูนสามารถมีพลังต่อกรกับมอนสเตอร์ขั้นที่เก้าระดับทั่วไปได้ เขาก็พอใจแล้ว

เมื่อกำหนดเป้าหมายได้ การทดสอบก็ง่ายขึ้น

ซูเฉินไม่ลังเล สร้างวงเวทอัญเชิญทันที

ในช่วงที่ผ่านมา เขาได้หลอมรวมกิลอัญเชิญของตัวเองเล็กน้อย และเหลือไว้เพียง 4 สกิล

หลังกลับไปต้าเซีย เขาเคยคิดจะสร้างค่ายกลสิ่งมีชีวิตอัญเชิญแบบปราชญ์ภาพ อู๋ยู่

แต่หลังลองวิจัยอยู่หลายเดือน เขาพบว่ามันไม่เหมาะกับตัวเอง มันซับซ้อนเกินไป และต้องสะสมองค์ความรู้จำนวนมาก

หลังจากปรึกษากับกู้หยู เขาจึงตัดสินใจเดินบนเส้นทางของตัวเอง

เขามีสกิล ‘หลอมรวม’ ขั้นที่เก้า ทุกสิ่งสามารถหลอมรวมได้

ดังนั้น ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ซูเฉินจึงหมกมุ่นอยู่กับการทดลองจัดเรียงและหลอมรวมสกิลต่างๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

ทำให้การใช้สกิลอัญเชิญแต่ละครั้งใช้มานามหาศาล ระดับหลักแสนล้าน

แม้แต่จอมเวทขั้นที่เก้าพร้อมพรสวรรค์ระดับ SS ประเภทเพิ่มมานา ก็ยังอาจหมดแรงจากการใช้เพียงครั้งเดียว

มีเพียงซูเฉินที่มีพรสวรรค์ระดับ SSS ‘ฟื้นฟูมานา’ เท่านั้นที่รับไหว

สุดท้าย ตอนนี้เขาเหลือสกิลอัญเชิญเพียง 4 อย่าง

‘หนอนสังเวยโลหิต (ขั้นที่แปด)’, ‘อัญเชิญยักษ์แห่งแสง (ขั้นที่แปด)’, ‘อัญเชิญอสูรปีศาจโบราณขั้นสุดยอด (ขั้นที่แปด)’, ‘อัญเชิญเงือกโบราณ (ขั้นที่เก้า)’

ยักษ์แห่งแสง เกิดจากการหลอมรวม ‘อัญเชิญนักธนูยักษ์สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์’ กับ ‘อัญเชิญเทวทูตแสงศักดิ์สิทธิ์’ รวมถึงสกิลธาตุสายฟ้าและธาตุแสงจำนวนมาก

อสูรปีศาจโบราณขั้นสุดยอด เกิดจากการหลอมรวม ‘มังกรพิษเก้าหัว’ กับสกิลธาตุอันเดด พิษ และอื่นๆ จำนวนมาก

ทั้งสองตัวนี้ แม้ในสภาพเริ่มต้น ก็มีค่าพลังเทียบเท่าเทพระดับล่าง

หากเสริมด้วยสกิล ‘ต้นกำเนิดหวนคืน’ ค่าพลังจะเข้าใกล้เทพระดับกลาง

ซูเฉินตั้งใจจะใช้ร่างเริ่มต้นของพวกมันมาทดสอบพลังของนักรบรูน

เขาหวังว่า ครั้งนี้อาเก๋าและอาเหมาจะสร้างสิ่งที่ทำให้เขาประทับใจได้จริงๆ

ไม่ใช่ว่าเขาโหดร้ายกับลูกน้องเก่า

แต่เพราะอาเก๋าและอาเหมาเล่นใหญ่ขนาดนี้ ทำให้ความคาดหวังของเขาสูงลิ่ว

ยั่วให้อยากขนาดนี้จะทำให้ผิดหวังได้ยังไง!

เมื่อคิดได้แบบนั้น ซูเฉินก็ใช้สกิลทันที...

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ]

……………

จบบทที่ บทที่ 355: ต้นแบบนักรบรูน 22 แบบ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว