- หน้าแรก
- มาร์เวล: จัดอันดับ 10 ซูเปอร์ฮีโร่
- บทที่ 50: วิชั่น... คุณคือวิชั่นจริง ๆ เหรอ? (ฟรี)
บทที่ 50: วิชั่น... คุณคือวิชั่นจริง ๆ เหรอ? (ฟรี)
บทที่ 50: วิชั่น... คุณคือวิชั่นจริง ๆ เหรอ? (ฟรี)
“หน่วยซอร์ดทำเกินไปแล้ว! ทั้งหมดนี่เป็นผลกรรมที่พวกคุณก่อขึ้นเอง!”
ผู้ชมต่างโกรธแค้นจนแทบระเบิด เดิมทีคิดว่าความทุกข์ของวานด้ามาถึงขีดสุดแล้ว แต่ใครจะคิดว่าแม้แต่ร่างของคนรักที่จากไป เธอก็ยังไม่อาจรักษาเอาไว้ได้
เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของคนรักที่ถูกชำแหละ วานด้ารู้สึกราวกับถูกมีดกรีดหัวใจ น้ำตาไหลพรากออกมา ก่อนจะจมดิ่งสู่ความสิ้นหวังอย่างลึกซึ้ง
แต่ผู้อำนวยการหน่วยซอร์ดกลับประกาศด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“พวกเรากำลังรื้อแยกอาวุธที่มีความรู้สึกนึกคิดที่ล้ำหน้าที่สุดในประวัติศาสตร์ เราไม่มีทางปล่อยให้คุณฝังทรัพย์สินมูลค่าสองพันล้านดอลลาร์ลงดินได้”
คำพูดเหล่านี้ทำให้วานด้ายืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
เธอทุ่มเททุกอย่างเพื่อปกป้องโลก ส่วนวิชั่นก็สละชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้คน
แต่สุดท้ายเขากลับถูกมองเป็นเพียงทรัพยากรที่นำมาใช้ประโยชน์ได้เท่านั้น?
ในสายตาของหน่วยซอร์ด คุณค่าของเขามีเพียงเท่านี้เอง
คนรักที่อยู่ตรงหน้าวานด้า บัดนี้เหลือเพียงกองชิ้นส่วนโลหะเย็นเยียบ
เปลวเพลิงแห่งความโกรธลุกโชนอยู่ในอก เธอทุบกระจกแตกกระจายอย่างรุนแรง
แม้จะมีปากกระบอกปืนจำนวนนับไม่ถ้วนเล็งมาที่เธอ วานด้าก็ไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอเดินช้า ๆ ไปยังร่างของวิชั่น
เธอลูบหน้าผากของเขาเบา ๆ พยายามตามหาความอบอุ่นอันคุ้นเคยสักเสี้ยวหนึ่ง แต่กลับไม่รู้สึกอะไรเลย
เสียงของวานด้าสั่นเครือ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
“ฉันไม่รู้สึกถึงคุณอีกแล้ว...”
ประโยคสั้น ๆ นี้ราวกับเข็มแหลมที่แทงทะลุแนวป้องกันทางอารมณ์ของผู้คนทุกคน
มันไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความรักอันลึกซึ้งระหว่างวานด้ากับวิชั่นเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของสายสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณระหว่างพวกเขาด้วย
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างจบลงแล้ว
วานด้าหันหลังจากไปอย่างเงียบงัน และกลับขึ้นรถ
จากนั้นเธอก็พบการ์ดใบหนึ่ง ซึ่งมีคำว่า “เวสต์วิว” เขียนอยู่
เธอเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนั้นตามคำแนะนำบนการ์ด
เมื่อวานด้าเปิดการ์ด ดนตรีประกอบก็เปลี่ยนเป็นโศกเศร้าและบีบคั้นหัวใจอย่างถึงที่สุด
บนการ์ดเขียนเอาไว้ว่า ที่ดินผืนนี้คือบ้านในอนาคตที่วิชั่นซื้อไว้ให้ทั้งคู่ และยังมีข้อความอีกประโยคหนึ่ง
“พวกเราจะได้แก่เฒ่าไปด้วยกันที่นี่”
หัวใจของผู้คนนับไม่ถ้วนถูกกระแทกซ้ำอีกครั้ง ความสุขในอดีตแปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าอันไร้ขอบเขต
“วิชั่นวางแผนจะใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับวานด้ามาตั้งนานแล้ว ถึงขั้นซื้อที่ดินผืนนี้ไว้ด้วย!”
“ทำไมโชคชะตาถึงโหดร้ายแบบนี้? วิชั่นไม่ควรจากไปแบบนี้!”
“พวกเขาสละทุกอย่างเพื่อโลกใบนี้ แต่กลับรักษาแม้แต่ร่างของคนรักเอาไว้ไม่ได้ แล้วจะให้คนยอมรับได้ยังไง!”
ผู้ชมต่างร้องไห้ไปพร้อมกับวานด้า ขณะที่ดนตรีผลักดันบรรยากาศแห่งความเศร้าไปถึงจุดสูงสุด
แม้แต่คนที่ปกติไม่ค่อยอ่อนไหว ก็ยังรู้สึกแน่นหน้าอกและเจ็บปวดในใจ
ความรักของวานด้ากับวิชั่นช่างน่าชื่นชม และยิ่งน่าสะเทือนใจยิ่งกว่าเดิม
ทันใดนั้นเอง อารมณ์ที่ถูกกดเอาไว้ก็ระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์...
ตูม!
เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนฟ้าดังขึ้น
ท่ามกลางความเศร้าอย่างถึงที่สุด วานด้าปลดปล่อยพลังเวทมนตร์แห่งความโกลาหลทั้งหมดในร่างออกมา พลังมหาศาลนั้นกวาดผ่านทั้งเมืองในพริบตา
ชั่วขณะนั้น ทุกสิ่งรอบตัวสูญเสียสีสัน กลายเป็นภาพขาวดำ
สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ แสงสีทองที่แผ่ออกมาจากร่างของเธอค่อย ๆ รวมตัวกัน และสุดท้ายกลายเป็นร่างของวิชั่น
วิชั่นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“วานด้า... ยินดีต้อนรับกลับบ้าน”
เมื่อได้ยินประโยคนั้น รอยยิ้มแห่งความสุขก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของวานด้า
ภาพตัดไปยังฐานของหน่วยซอร์ด
ไวท์วิชั่นที่มีร่างกายสีขาวล้วนถูกปลุกขึ้นมาสำเร็จ จังหวะดนตรีเร่งความเร็วขึ้นอย่างฉับพลัน สร้างบรรยากาศกดดันและตึงเครียด
ผู้ชมต่างสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา และตระหนักทันทีว่าไวท์วิชั่นคืออาวุธที่หน่วยซอร์ดสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับวานด้า
มีคนอดด่าไม่ได้
“หน่วยซอร์ดนี่น่ารังเกียจจริง ๆ! ตอนนี้ไม่เพียงเล่นงานแม่มด แต่ยังจะเล่นงานไวท์วิชั่นอีก แล้วจะทำยังไงดี?”
อีกคนภาวนา
“วานด้า เธอต้องห้ามล้มเด็ดขาด พวกเราสนับสนุนเธอ!”
และยังมีคนตะโกนให้กำลังใจ
“สู้เขา วานด้า! เอาชนะพวกมันให้ได้!”
ผู้คนนับไม่ถ้วนทั่วจักรวาลต่างภาวนาให้ฮีโร่หญิงผู้เปี่ยมด้วยอารมณ์คนนี้ หวังว่าเธอจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้
ที่แอสการ์ด ธอร์ลุกขึ้นยืนอย่างโมโห และถามนิค ฟิวรี่ว่า
“องค์กรบนโลกของพวกเจ้าปฏิบัติต่อฮีโร่แบบนี้เหรอ?”
แม้จะเป็นเทพเจ้า เขาก็ยังสะเทือนใจกับเรื่องราวในวิดีโอ และรู้สึกเจ็บปวดตามไปด้วย
นิค ฟิวรี่ตอบอย่างจนปัญญา
“มนุษย์มีความซับซ้อนอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น นี่ยังเป็นเรื่องของอนาคต”
“ตอนนี้สิ่งที่พวกเราควรสนใจคือชะตากรรมสุดท้ายของวานด้า”
ในวิดีโอ แม่มดคนนั้นกำลังพยายามแย่งชิงพลังเวทมนตร์แห่งความโกลาหลของวานด้า
การปรากฏตัวของไวท์วิชั่นยิ่งเพิ่มความตึงเครียด ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าวานด้าอาจกำลังเผชิญกับวิกฤตที่ร้ายแรงกว่าเดิม
ธอร์นั่งลงอีกครั้ง ก่อนจะจ้องหน้าจออย่างไม่กะพริบตา
ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น ผู้ชมทั่วทั้งจักรวาลต่างรู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
วานด้าเพียงต้องการสร้างโลกในอุดมคติร่วมกับวิชั่น แต่จากคำพูดก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าภัยพิบัติครั้งใหม่กำลังใกล้เข้ามา
วิดีโอยังคงดำเนินต่อไป
หลังจากอากาธาพาวานด้าย้อนมองอดีต เธอก็ลักพาตัวลูก ๆ ของวานด้าไป
ในที่สุดอากาธาก็ยืนยันได้ว่า วานด้าคือสการ์เล็ตวิทช์ ผู้ครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่ที่สามารถสร้างสรรพสิ่งและรักษาความสมดุลของโลกได้
แต่เธอกลับรู้สึกเสียดายและผิดหวังอย่างมากที่วานด้านำพลังนั้นมาใช้กับเมืองสมมติแห่งนี้
อากาธาพยายามชิงพลังของวานด้า และทั้งสองฝ่ายก็เปิดฉากต่อสู้อย่างดุเดือด
วานด้าพบว่าอากาธาสามารถดูดซับเวทมนตร์ของเธอได้ โชคดีที่เธอมีพลังมากพอ จึงควบคุมรถยนต์คันหนึ่งพุ่งเข้าชนจนอีกฝ่ายถอยร่น
ในเวลานั้นเอง ดนตรีลึกลับน่าขนลุกก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้หัวใจของผู้ชมกระตุกวูบ
ร่างสีขาวปรากฏขึ้นด้านหลังวานด้าอย่างเงียบเชียบ
เป็นไปตามที่ทุกคนคาด ไวท์วิชั่นคืออาวุธที่หน่วยซอร์ดสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับเธอ
แต่วานด้าไม่รู้ตัวเลย
เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปหา พร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคิดถึง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“วิชั่น... คุณคือวิชั่นจริง ๆ เหรอ?”
ภาพนี้ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนเดือดดาล
มีคนตะโกนออกมา
“เธอรู้ทั้งรู้ว่านั่นไม่ใช่วิชั่นที่เธอสร้างขึ้นมา แต่ยังคิดว่าเขาฟื้นคืนชีพอีกเหรอ!”
“หยุดหลอกเธอสักที! เธอผ่านอะไรมามากพอแล้ว!”
“รีบหนีสิ วานด้า! เขาไม่ใช่วิชั่นของเธอ!”
แต่ไม่ว่าผู้คนจะร้องตะโกนอย่างไร ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นในวิดีโอได้
วานด้ามองไวท์วิชั่นนิ่ง ๆ ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความรัก
และในจังหวะที่เธอคิดว่าอีกฝ่ายกำลังยื่นมือมาลูบศีรษะของเธอ
ไวท์วิชั่นกลับใช้มือทั้งสองข้างบีบศีรษะของเธออย่างรุนแรง
พลังมหาศาลแทบจะบดกะโหลกของเธอให้แหลกละเอียด
ความเจ็บปวดรุนแรงถาโถมเข้ามาในทันที ทำให้เธอแทบขาดใจ
ผู้คนรอบข้างต่างมองดูไวท์วิชั่นใช้พลังเหนือชั้นกดข่มวานด้า จนเธอไม่อาจดิ้นรนได้
เสียงไวโอลินที่ตึงเครียดยิ่งขึ้นทำให้บรรยากาศยิ่งกดดัน หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าวานด้าจะถูกไวท์วิชั่นฆ่าหรือไม่
แต่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตและความตาย เงาร่างหนึ่งกลับพุ่งเข้ามาราวสายฟ้า และซัดไวท์วิชั่นกระเด็นออกไปอย่างแรง ช่วยวานด้าเอาไว้ได้
ทุกคนเพ่งมองอย่างตั้งใจ ก่อนจะพบว่านั่นคือวิชั่น!
มีคนตะโกนด้วยความตื่นเต้น
“วิชั่นมาแล้ว! ในที่สุดสามีภรรยาคู่นี้ก็จะได้สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันแล้ว น่าตื่นเต้นจริง ๆ!”
อีกคนรีบเสริม
“ใช่แล้ว! ในที่สุดก็ได้เห็นพวกเขาร่วมมือกันสู้ศัตรูแล้ว!”
วิชั่นและไวท์วิชั่นเปิดฉากต่อสู้อย่างดุเดือด ตั้งแต่พื้นดินไปจนถึงท้องฟ้า
เมื่อเห็นวิชั่นต่อสู้เพื่อปกป้องโลกของพวกเขาทั้งสอง ดวงตาของวานด้าก็ยิ่งแน่วแน่มากขึ้น
เธอหันตัวพุ่งเข้าหาอากาธา เตรียมเผชิญหน้ากับบททดสอบครั้งใหม่
ภาพตัดกลับไปยังจัตุรัสกลางเมือง
อากาธายืนอยู่บนที่สูง มองลงมายังวานด้า ก่อนจะเรียกหนังสือสีดำเล่มหนึ่งออกมา
ทันทีที่ผู้คนเห็นหน้าปกของหนังสือ ทั้งจักรวาลมาร์เวลก็สั่นสะเทือน
นั่นคือดาร์กโฮลด์!
มีคนร้องด้วยความตกใจ
“ดาร์กโฮลด์มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? มันไม่ใช่รางวัลของด็อกเตอร์สเตรนจ์เหรอ?”
อีกคนคาดเดา
“หรือว่าจะเหมือนคทาจิตใจ? รางวัลชิ้นนี้เดิมเป็นของคนอื่นอยู่แล้ว...”
บางคนคิดต่อ
“หรือว่ารางวัลอื่น ๆ ก็เอามาจากที่อื่นเหมือนกัน?”
“แต่พวกเราไม่เคยเห็นของพวกนั้นมาก่อนเลย...”
ผู้คนจำนวนมากตกอยู่ในห้วงความคิด
“หรือว่านี่หมายความว่ามีจักรวาลคู่ขนานนับไม่ถ้วนอยู่จริง? ไม่อย่างนั้นที่มาของรางวัลพวกนี้จะอธิบายยังไง?”
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ]
……………