- หน้าแรก
- เดอะแฟลชในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 45: ของขวัญเปิดเทอม (ฟรี)
บทที่ 45: ของขวัญเปิดเทอม (ฟรี)
บทที่ 45: ของขวัญเปิดเทอม (ฟรี)
ภายนอกยังคงเต็มไปด้วยสีสันและเรื่องราวมากมาย แต่ชีวิตประจำวันของจางหยางก็ยังดำเนินต่อไปเหมือนเดิม เขาไม่ได้ตั้งใจออกตามหาคนเพื่อช่วยเหลือเหมือนช่วงแรกที่เพิ่งเป็นซูเปอร์ฮีโร่อีกแล้ว
แต่เลือกปล่อยไปตามโชคชะตา ถ้าเห็นก็ช่วย ถ้าไม่เห็นก็ถือว่าเป็นเรื่องของวาสนา ต่อให้เป็นพระเจ้าก็ไม่สามารถช่วยเหลือทุกคนได้ตลอดเวลา นับประสาอะไรกับตัวเขา
ข่าวการฟื้นคืนชีพของกัปตันอเมริกา ฮีโร่ในตำนาน ถูกหน่วยชีลด์ปิดเป็นความลับอย่างแน่นหนา แทบไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย แน่นอนว่าจางหยางก็ไม่รู้เช่นกัน
วันนี้เป็นวันไปรายงานตัวเข้ามหาวิทยาลัย
เขานั่งกินอาหารเช้าอย่างเอื่อยเฉื่อยอยู่ที่บ้าน พลางดูวิดีโอในโทรศัพท์ไปด้วย หัวเราะลั่นเป็นระยะ
อลิซ่านั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง หัวเราะแห้ง ๆ ไปด้วย
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ คือ...อาจจะฟังดูน่าอายหน่อยนะ แต่ฉันมีข้อเสนอที่ยังไม่ค่อยสุกงอมเท่าไร”
จางหยางเหลือบมองเธอ
“ในเมื่อยังไม่สุกงอม งั้นก็ไม่ต้องพูด รอให้มันโตเต็มที่ก่อนค่อยมาคุยกัน”
“มันสุกงอมแล้วตอนนี้เลย!”
อลิซ่าพูดรวดเดียวจบ ก่อนจะยิ้มประจบต่อ
“คืออย่างนี้นะ คุณดูสิ ช่วงนี้คุณใช้เงินมือเติบไปหน่อยใช่ไหม คนจีนมีคำโบราณไม่ใช่เหรอ ความสุขคนเดียวจะสู้แบ่งปันความสุขได้ยังไง เอาเงินของคุณออกมาแบ่งกันใช้ ทุกคนมีความสุขไปด้วยกัน แบบนี้ไม่ดีเหรอ?”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ”
จางหยางหัวเราะจนแทบตัวงอ
จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นจริงจังทันที
“ขอถามหน่อย หนังหน้าของเธอทำจากกำแพงเมืองหรือไง? กินของฉัน อยู่บ้านฉัน ตอนนี้ยังจะมาขอเงินค่าขนมอีก? งานบ้านก็ฉันทำ คนก็ไม่เคยอยู่บ้าน วัน ๆ หาไม่เจอ ถ้าไม่ใช่เพราะตอนเช้าตื่นมาเห็นหน้าเธอ ฉันคงคิดว่าเธอหายตัวไปแล้ว”
อลิซ่าเก็บรอยยิ้ม
“สรุปจะให้ไหม?”
“เอาเท่าไร?”
“สัก...หนึ่งพัน?”
อลิซ่าถามอย่างระมัดระวัง นี่เป็นตัวเลขที่เธอกล้าพูดออกมาเพราะเห็นว่าช่วงนี้จางหยางใช้เงินหนักจริง ๆ
จางหยางไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบมือถือขึ้นมาโอนให้หนึ่งพันดอลลาร์ทันที
อลิซ่ามองข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีในมือถืออย่างดีใจ ก่อนจะหอมแก้มจางหยางหนึ่งที จากนั้นคว้ากระเป๋าสะพายแล้วเตรียมออกจากบ้านทันที
จางหยางได้แต่มองอย่างจนปัญญากับพฤติกรรมได้เงินแล้ววิ่งของเธอ แต่ในใจก็อดเป็นห่วงไม่ได้
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา พฤติกรรมของอลิซ่าประหลาดมากจริง ๆ
ตอนแรกที่กลับมาถึงบ้านตอนบ่ายแล้วเห็นเธอนอน เขาคิดว่าเป็นการงีบกลางวัน แต่พอเอาเหตุการณ์ต่าง ๆ มาคิดต่อกัน เขากลับรู้สึกว่าเธอน่าจะอดนอนทั้งคืน แล้วค่อยมานอนชดเชยตอนบ่ายมากกว่า
อีกอย่าง พ่อแม่ของเธอก็ให้ค่าครองชีพไม่น้อย เธอก็ไม่ใช่คนประเภทช้อปปิ้งจนลืมตัว แล้วทำไมถึงไม่มีเงินเหลือจ่ายค่าเช่าจนต้องย้ายมาอยู่บ้านเขา?
ยิ่งไปกว่านั้น เขาสังเกตว่าตลอดเดือนที่ผ่านมา อลิซ่าใช้แต่เครื่องสำอางกับมาสก์หน้าเก่า ๆ แม้แต่เล็บก็ไม่ได้ไปทำมาสักพักแล้ว แถมยังไม่ซื้อเสื้อผ้าใหม่เลย
ทั้งที่เธอมาอยู่บ้านเขา ไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่องกินอยู่ ไม่ได้ช้อปปิ้ง แล้วเงินค่าครองชีพของเธอหายไปไหน?
แถมยังมาขอเงินเขาอีกหนึ่งพันดอลลาร์ด้วย
จะไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไง
สิ่งที่จางหยางกลัวที่สุดก็คืออลิซ่าไปคบคนไม่ดี หรือโดนหลอกเข้าพวกแชร์ลูกโซ่อะไรทำนองนั้น
คิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรออก
ทันทีที่ปลายสายรับสาย ยังไม่ทันได้พูดอะไร จางหยางก็พูดขึ้นก่อน
“โคลสัน ผมมีเรื่องอยากรบกวนหน่อย ช่วยตรวจสอบอลิซ่า ผู้หญิงที่อยู่บ้านผมหน่อยได้ไหม ช่วงนี้ไม่รู้ทำไมเธอถึงขาดเงินหนักมาก แถมยุ่งสุด ๆ ออกเช้ากลับดึกทุกวัน ผมเป็นห่วง ช่วยเช็กให้หน่อยนะ”
“ได้สิ เดี๋ยวถ้าได้ข้อมูลแล้วผมจะโทรกลับ”
โคลสันตอบรับอย่างง่ายดาย
สำหรับเขา เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
หลังจากวางสาย จางหยางก็มองนาฬิกาอย่างไม่รีบร้อนจะไปมหาวิทยาลัยเลยแม้แต่น้อย
นิวยอร์กอยู่ไม่ไกลจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์มากนัก มันตั้งอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ ใกล้บอสตัน บริเวณชายฝั่งตะวันออก ระยะทางประมาณห้าร้อยกิโลเมตร
ถ้าขับรถก็ใช้เวลาราวห้าชั่วโมง
แต่ถ้าเป็นเขา...
สองนาทีก็ถึงแล้ว
ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องพักในหอ สามารถอยู่บ้านต่อได้เลย และเขาเองก็ไม่คิดจะออกจากนิวยอร์กไปนานด้วย
ถึงจะไม่รู้เนื้อเรื่องทั้งหมด แต่เขารู้เรื่องหนึ่งดี
นิวยอร์กคือเมืองที่เกิดเหตุการณ์ในจักรวาลมาร์เวลบ่อยที่สุดอย่างแน่นอน
เพราะไม่รู้ว่าบริษัทหนังอเมริกันมีความแค้นกับนิวยอร์กหรือยังไง คล้ายกับที่หนังญี่ปุ่นชอบถล่มโตเกียวนั่นแหละ
มีเรื่องอะไรก็เกิดในประเทศตัวเองไม่พอ ส่วนใหญ่ยังต้องเกิดในเมืองหลวงอีก ราวกับกลัวว่าคนในประเทศจะตายน้อยเกินไป
เหล่าวายร้ายผลัดกันมาบุกทีละคน กวาดกันเป็นแถบ ๆ
ตัวอย่างชัดที่สุดก็คืออุลตร้าแมน
สิบนาทีต่อมา โคลสันโทรกลับมา
และเพียงประโยคแรกที่เขาพูด ก็ทำให้จางหยางคาดไม่ถึงอย่างสิ้นเชิง
หลังจากวางสาย จางหยางนั่งเงียบครุ่นคิดอยู่พักใหญ่
สุดท้ายก็ถอนหายใจอย่างจนใจ เก็บของที่ต้องใช้สำหรับรายงานตัว สะพายกระเป๋า แล้วสวมชุดเกราะก่อนพุ่งออกไป
ความเร็วสิบสามมัค
ใครจะรับไหวกัน?
ไม่มีเสื้อผ้าชุดไหนทนแรงเสียดทานอากาศระดับนั้นได้
มีเพียงชุดเกราะที่โทนี่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเท่านั้น ที่สามารถป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าลุกไหม้จากแรงเสียดทานได้
ดังนั้นทุกครั้งที่ใช้พลัง เขาจึงต้องสวมชุดเกราะก่อน
พอถึงจุดหมายค่อยถอดออก แล้วเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าปกติของตัวเอง
ด้วยความเร็วของเขา
ดวงตามนุษย์ไม่สามารถมองทันตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าได้อยู่แล้ว
ระหว่างพุ่งไปตามเส้นทางที่ระบบนำทางกำหนด จางหยางยังคงคิดถึงเรื่องของอลิซ่าอยู่ จนกระทั่งปัญญาประดิษฐ์ในชุดเกราะแจ้งเตือนข้อความ เขาถึงได้สติกลับมา
“ติ๊ง!”
“เพื่อนร่วมปฏิบัติการของคุณ โทนี่ ส่งข้อความมา”
“เฮ้! ฉันเตรียมของขวัญเปิดเทอมไว้ให้นาย นายต้องชอบแน่นอน คืนนี้ไปกินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวตอนกินข้าวฉันจะให้ เพพเพอร์ก็ไปด้วย”
“ของขวัญเปิดเทอม?”
จางหยางชะงักไปเล็กน้อย
ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านหัวใจ
เขาไม่คิดเลยว่าโทนี่ที่ยุ่งขนาดนั้นจะยังจำวันเปิดเทอมของเขาได้ แถมยังเตรียมของขวัญไว้อีก
ในใจเขาแอบตัดสินใจเงียบ ๆ
ต่อให้โทนี่จะให้บูกัตติ เวย์รอน หรือคฤหาสน์หรูในย่านคนรวย ซึ่งเป็นของฟุ่มเฟือยที่เขาดูถูกมาตลอด
เขาก็จะกัดฟันรับเอาไว้!
จะให้ความตั้งใจดีของโทนี่สูญเปล่าไม่ได้เด็ดขาด!
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ]
……………