- หน้าแรก
- เดอะแฟลชในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 15: การรอคอยใครสักคนมันทรมาน
บทที่ 15: การรอคอยใครสักคนมันทรมาน
บทที่ 15: การรอคอยใครสักคนมันทรมาน
“ขอถามหน่อยครับ คุณจางหยาง ในฐานะเดอะแฟลชและผู้กอบกู้เหตุการณ์ครั้งนี้ คุณมีความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ้างไหมครับ?”
หลังจากถูกผู้คนรุมล้อมแสดงความชื่นชมอยู่พักใหญ่ จางหยางที่เดิมทีตั้งใจจะกลับบ้านก็ถูกนักข่าวเข้ามาดักสัมภาษณ์เอาไว้ แน่นอนว่าเขาไม่ได้คิดจะหลบเลี่ยงการสัมภาษณ์เลย แถมยังถอดหมวกเกราะออกโดยตรง เผยใบหน้าที่แท้จริงของตัวเองออกมา
ซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ อย่างเช่นสไปเดอร์แมน อาจจะกังวลว่าอาชญากรจะเล่นงานคนในครอบครัว หรือทำร้ายเพื่อนฝูงของตน
แต่จางหยางไม่มีความกังวลนั้นเลย
อย่างแรก เขาไม่มีครอบครัวที่ว่านั่น
อย่างที่สอง เขาแทบไม่มีเพื่อนสนิทอยู่แล้ว ยิ่งคนที่สามารถใช้มาข่มขู่เขาได้ด้วยนั้น น่าจะมีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น...
และสำหรับคนคนนั้น เขาก็ซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ จากระบบเอาไว้ตั้งนานแล้ว เพื่อป้องกันการคุกคามจากพวกชั่วร้ายเหล่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความเร็วของเขา เพียงไม่กี่วินาทีก็สามารถไปปรากฏตัวต่อหน้าคนคนนั้นได้ ราวกับวีรบุรุษผู้เหยียบเมฆหลากสีมาช่วยเหลือ และถ้าจะใช้คนอื่นมาข่มขู่เขาจริง ๆ ล่ะก็ ความจริงแล้วต่อให้เป็นคนเดินถนนธรรมดาก็ทำได้
ที่สำคัญ วายร้ายส่วนใหญ่ในจักรวาลมาร์เวลก็ค่อนข้างตรงไปตรงมา พวกมันชอบปะทะกับฮีโร่แบบตัวต่อตัวมากกว่า ไม่ค่อยนิยมใช้คนอื่นเป็นตัวประกัน
ส่วนพวกที่ชอบใช้วิธีนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ตัวตลกกระจอก ๆ ที่ไม่ควรค่าแก่การพูดถึง
ผู้แข็งแกร่งตัวจริงไม่มีเวลามาใช้วิธีสกปรกแบบนั้นหรอก
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จางหยางก็ทำท่าครุ่นคิดลึกซึ้งก่อนกล่าวว่า
“คงยากที่จะบอกว่าผมมีความคิดเห็นยังไงกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ผมแค่หวังว่าสักวันหนึ่ง โลกจะสงบสุขอย่างแท้จริง จนไม่จำเป็นต้องมีผมอีกต่อไป ให้ผมได้ใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาคนหนึ่ง แทนที่จะต้องคอยออกไปช่วยเหลือผู้คนอยู่ทุกวัน”
แม้จะไม่ใช่คำพูดปลุกใจเลือดเดือดอะไร แต่กลับทำให้ทุกคนรู้สึกว่าภาพลักษณ์ของเขาดูสูงส่งขึ้นทันที จนนักข่าวสาวและคนรอบข้างต่างมองเขาด้วยสายตาเป็นประกายหัวใจ หลงใหลอยู่ในใบหน้าอันหล่อเหลาและเด็ดเดี่ยวของจางหยาง
คำพูดของเขาถูกส่งผ่านกล้องโทรทัศน์ไปยังผู้ชมทุกคน
ชื่อเสียงและความนิยมของเดอะแฟลชพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว บนแพลตฟอร์ม ต่าง ๆ ประเด็นคำสัมภาษณ์ของเดอะแฟลชก็กดข่าวสัตว์ประหลาดในนิวยอร์กและเหตุวุ่นวายบนถนนนิวยอร์กลงไป กลายเป็นอันดับหนึ่งของเทรนด์ทันที
สื่อกระแสหลักทั่วโลกต่างออกมาชื่นชมเขา
แน่นอนว่าเขาไม่ใช่ธนบัตรที่จะทำให้ทุกคนชอบได้ทั้งหมด ย่อมมีพวกแอนตี้อยู่บ้าง
แต่เมื่อเทียบกับจำนวนคนที่ชื่นชอบเขาแล้ว พวกนั้นก็ดูเล็กน้อยและน่าขันจนแทบไม่มีความหมาย
จางหยางมองคอมเมนต์เหล่านั้นโดยไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
ทุกครั้งที่พวกแอนตี้ออกมาแสดงความคิดเห็น เขาแทบไม่ต้องทำอะไรด้วยซ้ำ เพราะจะมีทั้งแฟนคลับและชาวเน็ตทั่วไปออกมาปกป้องเขาแทน
ความรู้สึกแบบนี้...
มันยอดเยี่ยมจริง ๆ
ครั้งหนึ่งเขาเคยจินตนาการเล่น ๆ ว่า ถ้าสิ่งที่ได้รับไม่ใช่ระบบผู้กอบกู้ แต่เป็นระบบทำลายโลกแทน จะเกิดอะไรขึ้น
ตอนนี้เขาคิดว่า
นั่นคงเป็นความโดดเดี่ยวของการเป็นศัตรูกับทั้งโลก
ไม่เหมือนตอนนี้ ที่มีผู้คนมากมายชื่นชอบและเคารพเขา
แน่นอนว่าการสัมภาษณ์ไม่ได้จบลงเพียงประโยคเดียว
หลังจากนั้นนักข่าวสาวก็เอ่ยชวนเขาไปทานอาหารค่ำเพื่อสัมภาษณ์พิเศษแบบส่วนตัวในตอนกลางคืนด้วยน้ำเสียงที่แฝงนัยบางอย่าง
จางหยางกวาดตามองรูปร่างสุดเซ็กซี่ของเธอ ก่อนตอบตกลงโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว
การได้เป็นซูเปอร์ฮีโร่นี่มันดีจริง ๆ
ถ้าเขาเป็นวายร้ายที่ต่อต้านโลกทั้งใบจริง ๆ คงไม่ได้รับการปฏิบัติที่ยอดเยี่ยมแบบนี้หรอก
ตกกลางคืน จางหยางแต่งตัวอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ
เขาเซ็ตผมใหม่อย่างตั้งใจ และเลือกเสื้อผ้ามาแมตช์อย่างละเอียด
ผลลัพธ์ที่ออกมาทั้งดูเท่ ทั้งดูมีสไตล์
ขณะที่เขามองนาฬิกาและกำลังเตรียมตัวออกจากบ้าน อลิซ่าก็เดินเข้ามาพร้อมถุงหลายใบในมือ
เธอไม่เกรงใจแม้แต่น้อย เดินตรงเข้าครัวทันที
จางหยางถึงกับอึ้ง
“เธอไปเอากุญแจบ้านฉันมาอีกดอกตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? แล้วคุณอลิซ่าครับ คุณไม่คิดเหรอว่าการเข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ มันเข้าข่ายผิดกฎหมายแล้วนะ?”
อลิซ่าเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง สายตาหยุดอยู่บนชุดหล่อเกินเหตุของเขาเพิ่มอีกหนึ่งวินาที
“ในฐานะเพื่อนผู้หญิงคนเดียวของนาย ฉันคิดว่าการมีกุญแจสำรองบ้านนายสักดอกเป็นเรื่องสมเหตุสมผลมาก และฉันเชื่อว่าผู้พิพากษาผู้ทรงความยุติธรรมและเป็นกลาง คงไม่ตัดสินฉันผิดแน่นอน”
“หึ...”
จางหยางนึกถึงเรื่องบางอย่างในอดีต ก่อนหัวเราะเยาะตัวเอง
“สุดท้ายพวกเธอก็มีเหตุผลเสมอ ส่วนผู้ชายก็แค่ต้องทนเงียบ ๆ ใช่ไหมล่ะ”
“รู้อยู่แล้วจะบ่นทำไม?”
อลิซ่าพูดอย่างดูแคลน
“เป็นผู้ชายตัวโตแท้ ๆ เอาแต่บ่นจุกจิก น่ารำคาญไหมเนี่ย?”
จางหยางหัวเราะหึในลำคอ เมื่อเห็นเธอหยิบผักและเนื้อออกมาจากถุง เตรียมลงมือทำอาหาร เขาจึงเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจมาทำกับข้าว
เขาขมวดคิ้ว
“แทนที่เธอจะไปเดินช็อปปิ้งหาหนุ่มรวย ทำไมถึงมาทำอาหารที่บ้านฉันอีกล่ะ?”
“ก็เดอะแฟลชช่วยชีวิตฉันเอาไว้นี่”
อลิซ่าล้างผักอย่างคล่องแคล่ว ก่อนหยิบเขียงและมีดทำครัวออกมา
“ฉันมาทดแทนบุญคุณไง บุญคุณช่วยชีวิตตอบแทนด้วยอย่างอื่นไม่ได้ ก็เลยมาทำอาหารอร่อย ๆ ให้กินแทน”
แต่จางหยางยังไม่ลืมนักข่าวสาวคนนั้น
พอคิดถึงเรียวขาในถุงน่องสีดำกับรูปร่างอวบอิ่มเซ็กซี่ของเธอ เขาก็รีบตะโกนขึ้นทันที
“เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งทำ!”
อลิซ่าชะงัก
เธอวางมีดลง ก่อนหันกลับมาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ราวกับคาดการณ์เรื่องนี้เอาไว้อยู่แล้ว
“ถ้านายมีนัดก็ไปเถอะ”
เธอกล่าวเบา ๆ
“ถ้าคืนนี้ไม่กลับบ้าน ก็บอกฉันสักคำ การรอใครสักคน...มันทรมานนะ”
แม้เธอจะพยายามควบคุมตัวเองอย่างเต็มที่ แต่จางหยางก็ยังสังเกตเห็นการสั่นไหวเล็กน้อยของร่างกาย รวมถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในดวงตาของเธอ
คำพูดที่จะบอกว่าเขากำลังจะออกไป กลับติดอยู่ที่ริมฝีปาก
และด้วยเหตุผลที่แม้แต่ตัวเขาเองก็อธิบายไม่ได้
มันกลับกลายเป็นคำปฏิเสธ
“ไม่มีนัดหรอก”
เขาพูดขึ้น
“ฉันแค่จะบอกว่าที่บ้านเหมือนเครื่องปรุงจะไม่ค่อยพอ เธออย่าเพิ่งรีบทำเลย ลองดูก่อนว่าขาดอะไรบ้าง ฉันจะได้ออกไปซื้อมาเพิ่ม”
ดวงตาของอลิซ่าหยีโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
ก่อนที่รอยยิ้มสดใสจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ]
……………