- หน้าแรก
- เดอะแฟลชในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 13: ดวลเดี่ยวกับอะบอมิเนชั่นและฮัลค์
บทที่ 13: ดวลเดี่ยวกับอะบอมิเนชั่นและฮัลค์
บทที่ 13: ดวลเดี่ยวกับอะบอมิเนชั่นและฮัลค์
ถ้าต้องสู้กับฮัลค์หรืออะบอมิเนชั่นเพียงตัวใดตัวหนึ่ง จางหยางสามารถจบการต่อสู้ได้ภายในเวลาอันสั้น
แต่ปัญหาก็คือเมื่อสัตว์ประหลาดที่มีพละกำลังมหาศาลสองตัวร่วมมือกันโจมตี ขอแค่โดนเข้าไปสักหมัดก็มีแต่ตายหรือไม่ก็บาดเจ็บสาหัส เขาไม่อยากตายตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องระมัดระวังให้มาก และเมื่อเป็นแบบนี้ ต่อให้สามารถเอาชนะฮัลค์กับอะบอมิเนชั่นได้ ก็ไม่มีทางจัดการได้ภายในเวลาอันสั้นแน่นอน
และตราบใดที่เวลายืดเยื้อออกไปอีกเพียงเล็กน้อย พวกเพื่อนร่วมทีมสมองกลวงที่ขับเฮลิคอปเตอร์บินวนอยู่ด้านบนพร้อมกราดยิงปืนกลไม่หยุด ก็คงจะเผลอยิงประชาชนเพิ่มอีกไม่รู้กี่คน
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่ไม่สามารถโจมตีกองทัพได้ มิฉะนั้นในประเทศนี้คงไม่มีที่ให้เขาอยู่ต่อไป จางหยางคงอยากจัดการพวกคนที่เห็นชีวิตคนเป็นผักปลาเหล่านี้ก่อนเป็นอันดับแรก
พวกนี้มันตัวอะไรกันแน่?
เพื่อจับตัวฮัลค์กับอะบอมิเนชั่นกลับไป พวกมันไม่เห็นค่าชีวิตของประชาชนธรรมดาเลยแม้แต่น้อย
ต่อให้เป็นความเสียหายที่ฮัลค์กับอะบอมิเนชั่นสร้างขึ้น จริง ๆ แล้วยังไม่ร้ายแรงเท่าพวกทหารเหล่านี้ด้วยซ้ำ
หากไม่ถึงทางตันจริง ๆ เขาไม่สามารถโจมตีกองทัพได้ ไม่อย่างนั้นต่อให้เป็นโทนี่ก็ปกป้องเขาไม่ได้ และสุดท้ายเขาคงถูกบังคับให้ออกจากประเทศนี้
ตอนนี้สิ่งสำคัญคือ ขอแค่โทนี่ช่วยถ่วงพวกทหารเหล่านั้นเอาไว้ พร้อมทั้งอพยพและคุ้มครองประชาชน เขาก็มั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะสัตว์ประหลาดสองตัวนี้ได้
การต่อสู้ของผู้ใช้ความเร็วเหนือขีดจำกัด ไม่เคยมีคำว่าสงครามยืดเยื้ออยู่แล้ว
เพราะเวลาสิบนาทีของผู้ใช้ความเร็วเหนือขีดจำกัด กับเวลาสิบนาทีของคนธรรมดา ไม่เคยเป็นแนวคิดเดียวกันเลย
คนธรรมดาใช้เวลาสิบนาทีอย่างมากก็วิ่งได้เพียงสามหรือสี่กิโลเมตร
แต่สำหรับจางหยาง นั่นเป็นเพียงเรื่องที่ใช้เวลาแค่สองวินาทีเท่านั้น
สิบนาทีของคนธรรมดา ในสายตาของจางหยางมีค่าเพียงสองวินาที
การเคลื่อนไหวของพวกเขา ในสายตาของจางหยางแทบจะหยุดนิ่ง!
ช้าจนแทบสังเกตไม่เห็น!
เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ จางหยางก็ช่วยผู้เคราะห์ร้ายได้อีกหลายคน
แต่แปลกมาก ในเวลานี้เฮลิคอปเตอร์ด้านบนกลับหยุดยิง หลังบินวนอยู่เหนือพื้นที่หนึ่งรอบ ก็หันหัวออกจากถนนที่เต็มไปด้วยซากความเสียหายแห่งนี้
ทหารที่อยู่ด้านหลังก็ค่อย ๆ ถอนกำลังออกไปเช่นกัน
ขณะที่จางหยางกำลังสงสัย โทรศัพท์ภายในชุดเกราะของเขาก็เชื่อมต่อขึ้นมา
“เซอไพร์! ฉันใช้สื่อหลายแห่ง รวมทั้งเส้นสายบางส่วนในกองทัพกดดันนายพลรอสส์ไปแล้ว ตอนนี้เขาจำเป็นต้องถอนทหารกลับไป พนันได้เลยว่าเขาต้องมีปัญหาแน่ ๆ อาจถึงขั้นถูกขึ้นศาลทหารเลยด้วยซ้ำ”
“เยี่ยมมาก! ถ้าไม่มีพวกทหารน่ารำคาญพวกนั้น ต่อจากนี้ฉันก็จะได้ตั้งใจจัดการเจ้าสัตว์ประหลาดสองตัวนี่ซะที”
“อืม ฉันยังอยู่ที่มาลิบู กำลังรีบไปนิวยอร์ก นายพยายามถ่วงเวลาพวกยักษ์สองตัวนั่นไว้ก่อน อย่าให้นิวยอร์กกลายเป็นสนามเด็กเล่นของพวกมันจริง ๆ ล่ะ ไม่เกินสองชั่วโมงฉันถึงแน่นอน!”
“ไม่ต้องหรอก นายกลับไปนอนต่อเถอะ ฉันจัดการคนเดียวได้!”
จางหยางดีใจจนแทบกระโดด เขาตัดสายทันที เดิมทีเขาแค่วางแผนให้โทนี่ช่วยรับมือกองทัพและช่วยอพยพประชาชนเท่านั้น แต่ไม่คิดเลยว่าโทนี่ยังไม่ทันมาถึง ก็ส่งของขวัญชิ้นใหญ่ให้จากระยะไกลแล้ว!
เรื่องนี้ยังสอนเขาอีกอย่างหนึ่งว่า บางครั้งวิธีแก้ปัญหาไม่ได้มีแค่กำลังเสมอไป
ผู้คนในบริเวณใกล้เคียงถูกเขาย้ายออกไปเกือบหมดแล้ว กองทัพก็ถอนตัวเรียบร้อย จางหยางมองสัตว์ประหลาดสีแดงกับสีเขียวที่ยังคงต่อยตีกันอยู่ตรงหน้า ก่อนจะหยุดยืนอยู่ต่อหน้าพวกมันด้วยความฮึกเหิม
“เฮ้ พวกตัวใหญ่! ถึงเวลาที่พวกแกต้องชดใช้สำหรับเกมของพวกแกแล้ว!”
อะบอมิเนชั่นยังคงมีสติของตัวเองอยู่ มันหยุดต่อยตีกับฮัลค์ชั่วคราว ก่อนมองจางหยางในชุดเกราะประหลาดด้วยสายตาระแวดระวัง
“ไสหัวไปซะ! แมลงชั้นต่ำ!”
แต่การที่อะบอมิเนชั่นอยากหยุดต่อสู้กับฮัลค์เพื่อจัดการจางหยางก่อน ไม่ได้หมายความว่าฮัลค์ซึ่งจิตใจยังไม่โตเต็มที่และเต็มไปด้วยความโกรธจะคิดแบบเดียวกัน
ฮัลค์คำรามลั่น ก่อนพุ่งเข้าไปพร้อมหมัดเล็ก ๆ ของเขาอีกครั้ง
“เฮ้ ๆ ยังไงฉันก็เป็นซูเปอร์ฮีโร่นะ พวกแกเมินฉันแบบนี้จะดีจริงเหรอ?”
จางหยางส่ายหน้าพร้อมส่งเสียงจิ๊จ๊ะ และในวินาทีต่อมา ร่างของเขาก็หายไปจากจุดเดิม
ภายใต้การคิดความเร็วเหนือมนุษย์ของสปีดฟอร์ซ ในสมองของจางหยางได้จำลองรูปแบบการโจมตีและวิธีรับมือทั้งหมดที่ฮัลค์กับอะบอมิเนชั่นอาจใช้ไปเรียบร้อยแล้ว
แทบจะเรียกได้ว่าเขาวางจังหวะของการต่อสู้ทั้งหมดเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
ทันใดนั้น อะบอมิเนชั่นก็ส่งเสียงร้องโหยหวน ก่อนทรุดคุกเข่าลงกับพื้น
ตรงหน้ามัน มีร่างความเร็วสูงกำลังสั่นแขนอย่างรุนแรงไม่หยุด
หมัดสั่นสะเทือน!
แต่ยังไม่พอ!
จางหยางขมวดคิ้วเมื่อพบว่าตัวเองไม่สามารถทะลุผ่านผิวหนังของอะบอมิเนชั่นได้ เรื่องนี้ทำให้เขาแทบไม่อยากเชื่อ
เดิมทีเขาตั้งใจจะให้แขนทะลุผ่านโครงสร้างสสารของผิวหนังอะบอมิเนชั่น เข้าไปในร่างกายโดยตรง แล้วควักหัวใจออกมา
แต่ไม่คิดเลยว่า...
เขาจะทะลุผ่านผิวหนังของมันไม่ได้!
เหลือเชื่อจริง ๆ!
“สมแล้วที่เป็นอะบอมิเนชั่นซึ่งสามารถกดฮัลค์ได้อยู่บ้าง ดูเหมือนว่าหมัดสั่นสะเทือนจะไม่มีผลกับแกมากนัก”
จางหยางมองอะบอมิเนชั่นที่คุกเข่ากรีดร้องด้วยสายตาเคร่งเครียด ถึงแม้เขาจะไม่สามารถทะลุผิวหนังของมันและควักหัวใจออกมาได้ แต่ก็ยังสามารถสร้างความเสียหายต่ออวัยวะภายในของมันสำเร็จ
ด้านข้าง ฮัลค์เห็นว่ามีคนมาแย่งเหยื่อของตัวเองไป จึงเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ใบหน้าของจางหยางอย่างแรง
แทบจะมองเห็นภาพได้เลยว่า ถ้าหมัดนี้โดนเข้าเต็ม ๆ เจ้าพ่อจีบสาวอย่างจางหยางคงไม่มีโอกาสได้นัดสาวอีกต่อไปแล้ว
จางหยางจะลืมเจ้าตัวนี้ได้ยังไง?
นี่คือชายผู้ที่ในอนาคตจะจับทั้งโลกิและธอร์ฟาดพื้นเหมือนของเล่น!
สายฟ้าพลันแลบวาบ และร่างของเขาก็ปรากฏห่างออกไปห้าเมตรแล้ว
“เอาล่ะ มาให้พวกแกได้เห็นกันหน่อยว่าพลังของสปีดฟอร์ซคืออะไร ท่านี้ฉันยังไม่เคยใช้เลยนะ”
หลังพูดจบ จางหยางก็กลายเป็นสายฟ้าสีแดงเหลือง พุ่งไปปรากฏตัวตรงหน้าสัตว์ประหลาดทั้งสอง
สายฟ้านั้นหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ลมแรงมหาศาลกวาดร้านค้าสองข้างทางจนสั่นสะเทือน ข้าวของปลิวว่อนเต็มไปหมด บดบังทัศนวิสัยโดยรอบ เหลือเพียงสายฟ้าสีแดงเหลืองที่กะพริบวาบต่อเนื่องจนกลายเป็นวงแหวน
“หอกสายฟ้า!”
ขณะหมุนวนอย่างต่อเนื่อง จางหยางสะสมพลังสายฟ้าเอาไว้ในมือ มันค่อย ๆ กลายเป็นหอกสายฟ้าขนาดใหญ่ ภายใต้การควบคุมของสปีดฟอร์ซ สายฟ้ากลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้จริง เปล่งแสงสีแดงเหลืองอันน่าตกตะลึง ก่อนถูกเขาซัดออกไปทางอะบอมิเนชั่นและฮัลค์
มันเร็วราวกับสายฟ้าจริง ๆ!
ภายในดวงตาของฮัลค์ ราวกับเหลือเพียงแสงสว่างกลุ่มนั้นที่แผ่กลิ่นอายแห่งความตายออกมา
จิตใจที่เพิ่งถือกำเนิดได้ไม่นานของมัน...
เป็นครั้งแรกที่ได้ลิ้มรสชาติของความหวาดกลัว
……………