- หน้าแรก
- ระบบขโมยจักรกลก็คนมันจน เลยต้องปล้นคนรวย
- บทที่ 15 ผู้ชายที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งที่สุดในหอพัก
บทที่ 15 ผู้ชายที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งที่สุดในหอพัก
บทที่ 15 ผู้ชายที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งที่สุดในหอพัก
บทที่ 15 ผู้ชายที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งที่สุดในหอพัก
หอพัก 222 หวังตังนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ พิจารณาแหวนรูปกระต่ายน้อยสีชมพูในมือ
เมื่อกี้เขาลองค้นหาโครงสร้างภายในของแหวนมิติรุ่นนี้ในคอมพิวเตอร์แสงแล้ว แต่ไม่พบแหวนรุ่นเดียวกันเลย
แต่ตามหลักแล้ว โครงสร้างภายในของแหวนมิติประเภทนี้น่าจะคล้ายๆ กันหมด ส่วนรายละเอียดปลีกย่อย พอแกะออกมาดูเขาก็น่าจะพอเดาออก
ความจริงเขาสงสัยมาก ม่ายเสี่ยวม่ายก็เป็นถึงช่างซ่อมสร้างหุ่นรบ เรื่องกล้วยๆ อย่างการเปลี่ยนชิป ทำไมถึงต้องจ้างคนอื่นมาซ่อมให้ด้วย
แต่เขาก็เก็บความสงสัยนั้นไว้ เพราะยังไงเขาก็อยากได้เงินก้อนนี้อยู่ดี
ถ้าได้เงินก้อนนี้มา เขาก็จะสามารถเอาไปดัดแปลงหุ่นรบที่โรงเรียนแจกให้ เพื่อเพิ่มพลังต่อสู้ให้ตัวเองได้
หวังตังสวมแว่นตาขยาย เปิดกล่องเครื่องมือ แล้วเริ่มชำแหละแหวนมิติวงจิ๋วนี้
พอแกะออกมา เขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมม่ายเสี่ยวม่ายถึงไม่กล้าซ่อมเอง
ปกติแล้วช่างซ่อมสร้างหุ่นรบจะคุ้นเคยกับชิ้นส่วนหรือฟันเฟืองขนาดใหญ่ แต่โครงสร้างภายในของแหวนมิตินี้ทั้งเล็กและซับซ้อนมาก หากพลาดไปนิดเดียวก็อาจจะทำให้โครงสร้างภายในเสียหายได้
ถ้าไม่ใช่ช่างฝีมือที่มีประสบการณ์มานับสิบปี การจะซ่อมมันให้สำเร็จนั้นไม่ง่ายเลย
ตลอดหลายปีที่อยู่ในเมืองหนานเฉิง หวังตังซ่อมของมาแล้วทุกรูปแบบ เรื่องชิ้นส่วนเล็กๆ ซับซ้อนแบบนี้จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา เขาค่อยๆ หลบหลีกโครงสร้างที่ซับซ้อนอย่างระมัดระวัง ใช้แหนบปลายแหลมขนาดเท่าปลายเข็มคีบเอาชิปข้างในออกมา
จากนั้นก็เปลี่ยนเอาชิปพลังแห่งดวงดาวที่ยังสมบูรณ์ดีใส่เข้าไป กดชิ้นส่วนเล็กๆ ให้เข้าล็อกทีละชิ้น แล้วประกอบแหวนมิติกลับคืนสู่สภาพเดิมทุกประการ
หลังจากปลุกพรสวรรค์ด้านพลังจิตแล้ว หวังตังก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า มีพลังแห่งดวงดาวแผ่ซ่านออกมาจากแหวนวงเล็กๆ วงนี้ ส่วนชิปพลังแห่งดวงดาวที่เปลี่ยนออกมานั้น ไม่หลงเหลือพลังแห่งดวงดาวอยู่เลย
หวังตังหลับตาลง ใช้พลังจิตตรวจสอบแหวนมิติตรงหน้า ก็สัมผัสได้ถึงพื้นที่ว่างภายใน กะคร่าวๆ น่าจะมีขนาดประมาณ 10 ตารางเมตร ซึ่งเทียบเท่ากับห้องนอนเล็กๆ ห้องหนึ่งเลยทีเดียว
ดูท่าทางบ้านของม่ายเสี่ยวม่ายคงจะรวยน่าดู เพราะแหวนมิติทั่วไปในท้องตลาดมักจะมีพื้นที่แค่ประมาณ 5 ตารางเมตรเท่านั้น
หวังตังเก็บแหวนมิติไว้ กะว่าจะรออีกสักสองสามวันค่อยเอาไปคืนม่ายเสี่ยวม่าย เพื่อสร้างภาพว่าเขาต้องทุ่มเทอย่างหนักกว่าจะซ่อมมันเสร็จ
ถึงยังไงอีกฝ่ายก็จ่ายเงินมาตั้งเยอะ ก็ต้องทำให้เขารู้สึกว่าเงินที่เสียไปนั้นคุ้มค่าจริงไหม
หวังตังถือเป็นพ่อค้าที่ยอดเยี่ยมมาก รู้จักวิธีมอบความพึงพอใจทางอารมณ์ให้กับลูกค้าเป็นอย่างดี
เพิ่งจะเก็บกวาดโต๊ะที่รกๆ เสร็จ หวังตังก็ได้ยินเสียงดังมาจากนอกห้อง น่าจะเป็นเพื่อนร่วมห้องของเขากลับมาแล้ว
"ไม่รู้ว่าพี่น่องไก่อยู่ห้องไหน ไม่งั้นต้องไปขอเคล็ดลับวิชาหน่อยแล้ว"
"สุดยอดไปเลย รุ่นพี่สาวสวยตั้งหลายคนนั่งอยู่ตรงข้าม หมอนั่นดันไม่มองเลยสักนิด ในสายตามีแต่ข้าวหน้าไก่ทอด"
"เพิ่งเข้าเรียนก็ตีสนิทกับรุ่นพี่สาวสวยได้ แถมได้ข่าวว่าเป็นรุ่นพี่สาขาช่างซ่อมสร้างหุ่นรบด้วยนะ ฉันเดาว่าหมอนั่นต้องเป็นผู้ใช้พลังแห่งดวงดาวแน่ๆ"
เจ้าลิงพูดพลางเปิดประตูพลาง คุยกับเพื่อนร่วมห้องที่เดินตามมาข้างหลัง พอเห็นหวังตังก็ชะงักไปนิดนึง แล้วก็ยิ้มแฉ่งทันที
"อ้าว นายอยู่ห้องเดียวกับฉันนี่เอง"
"นี่นายรู้ไหม เมื่อกี้พวกเราได้ยินข่าวลือข้างนอกมาว่า ในหมู่นักเรียนใหม่รุ่นนี้มีตัวตึงโผล่มาคนนึง..."
เจ้าลิงเข้ามาทักทายอย่างสนิทสนม ทำเอาหวังตังถึงกับทำตัวไม่ถูก
ประเด็นคือ ตัวตึง ที่เจ้าลิงพูดถึง น่าจะหมายถึงตัวเขาเองนี่แหละ
คนพวกนี้ไม่เคยเห็นโลกกว้างหรือไง แค่กินข้าวหน้าไก่ทอดรวดเดียวหกจาน มันเป็นเรื่องแปลกประหลาดขนาดนั้นเชียวเหรอ
ระหว่างที่เจ้าลิงกำลังคุยจ้อกับหวังตัง เพื่อนร่วมห้องอีกสองคนก็ลอบสังเกตหวังตังอย่างเงียบๆ
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดบนตัวหวังตังก็คือคอมพิวเตอร์แสงรุ่นใหม่ล่าสุดบนข้อมือ รองลงมาก็คือเตียงนอนของหวังตังที่ดูเรียบง่าย บนโต๊ะมีแค่กระเป๋าเดินทางแบบหิ้วรุ่นเก่าเพียงใบเดียว
สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาลงความเห็นตรงกับเจ้าลิงว่า ชายหนุ่มที่แต่งตัวเรียบง่ายถ่อมตัวคนนี้ ต้องเป็นลูกเศรษฐีที่เก็บงำประกายเอาไว้แน่ๆ
และในขณะที่พวกเขากำลังประเมินหวังตัง หวังตังก็แอบประเมินพวกเขาอยู่เงียบๆ เช่นกัน
ในบรรดาเพื่อนร่วมห้องทั้งสามคน เรื่องราวของเจ้าลิงไม่ต้องให้เขาสืบเลย เพราะเจ้าลิงเป็นคนเล่าออกมาเองจนหมดไส้หมดพุง
ส่วนเพื่อนร่วมห้องอีกสองคน คนนึงเป็นคนขาวอ้วน อีกคนเป็นชายหนุ่มผิวสีข้าวสาลี
ไม่นาน ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าลิง หวังตังก็สนิทสนมกับเพื่อนร่วมห้องอีกสองคนอย่างรวดเร็ว
คนที่ขาวอ้วนมีฉายาว่าเจ้าอ้วนหลัว ที่บ้านทำธุรกิจเหมืองแร่ เป็นลูกเศรษฐีเหมืองแร่รุ่นที่สอง
ส่วนชายหนุ่มผิวสีข้าวสาลีชื่อเฮยจี บ้านเกิดอยู่เมืองเล็กๆ ที่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก
พอเฮยจีพูดถึงเรื่องบ้านเกิดที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง ก็เริ่มถอนหายใจยาว
"ขาดอีกแค่ร้อยกว่ากิโลเมตร ฉันก็เกือบจะได้เป็นคนเมืองหลวงแท้ๆ แล้วเชียว"
เจ้าลิงกับเจ้าอ้วนหลัวต่างก็มองเฮยจีด้วยความเสียดาย
ถ้าไม่ใช่เพราะขาดระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตรนี้ เฮยจีก็อาจจะได้สิทธิเหมือนนักเรียนท้องถิ่นเมืองหลวง ได้พักห้องเดี่ยว ไม่ต้องมาเบียดเสียดอยู่ในห้องสี่คนกับพวกเขาสามคนหรอก
"สักวันหนึ่ง ฉันจะย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่เมืองหลวง เป็นคนเมืองหลวงให้ได้ ภักดีต่อจักรวรรดิ"
เฮยจีกำหมัดข้างหนึ่งแน่น แววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว
"ภักดีต่อจักรวรรดิ"
เจ้าลิงก็ทำหน้าขึงขัง เอากำปั้นชนกับเฮยจี
แม้แต่เจ้าอ้วนหลัวที่อยู่ข้างๆ ก็ยกกำปั้นขึ้นมาชนกับพวกเขาด้วย
"ภักดีต่อจักรวรรดิ"
จากนั้น ทั้งสามคนก็ส่งสายตาคาดหวังมาทางหวังตัง
หวังตังหันตัวกลับไป เปิดกระเป๋าเดินทางแกล้งทำเป็นจัดของ ไม่ได้เข้าร่วมการแสดงความจงรักภักดีแบบเด็กๆ นี้เลย
ภักดีต่อจักรวรรดิอะไร ภักดีต่อสหพันธรัฐอะไร เขาซื่อสัตย์ต่อตัวเองเท่านั้นแหละ
ถึงแม้เขาจะเกิดในเขตปกครองของจักรวรรดิ แต่หลายครั้งที่เขาเกือบจะอดตาย หรือเผชิญหน้ากับความยากลำบากในชีวิต ก็ไม่เห็นจักรวรรดิจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาเลยสักครั้ง
และเหตุผลที่เขาเลือกเรียนที่โรงเรียนทหาร ก็เป็นเพียงเพราะโรงเรียนทหารเปิดโอกาสให้เขาสัมผัสกับหุ่นรบได้ แถมยังไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน และมีเงินอุดหนุนให้ทุกเดือนอีกต่างหาก
เมื่อเห็นหวังตังนิ่งเฉย อีกสามคนก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก และเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรวดเร็ว
"พรุ่งนี้เช้าก็จะได้หุ่นรบที่โรงเรียนแจกให้แล้ว ฉันตื่นเต้นจังเลย"
สถานการณ์ของเฮยจีกับเจ้าลิงคล้ายกันมาก ทั้งสองคนจึงคุยกันอย่างออกรส
"ใช่แล้ว ฉันจะดูแลมันอย่างดีเลย"
เจ้าลิงประสานมืออธิษฐาน ท่าทางดูเลื่อมใสศรัทธามาก
พูดจบ เจ้าลิงก็นึกอะไรขึ้นมาได้ หันหน้าไปถามหวังตังกับเจ้าอ้วนหลัวด้วยความตื่นเต้น
"พี่ตังกับพี่อ้วนใหญ่คงไม่สนหุ่นรบที่โรงเรียนแจกให้หรอกมั้ง"
"ถึงตอนนั้น ถ้าพวกพี่ให้ช่างซ่อมสร้างหุ่นรบทำหุ่นรบแบบสั่งทำพิเศษให้ ต้องให้ฉันเปิดหูเปิดตาดูบ้างนะ"
เมื่อเข้าเรียนในโรงเรียนทหารแล้ว สถานะของทุกคนจะไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไป แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ และมีสิทธิ์ให้สั่งทำหุ่นรบเป็นของตัวเองได้
ดังนั้น นักเรียนที่มีฐานะส่วนใหญ่ เมื่อเข้ามาเรียนในโรงเรียนเตรียมทหารจักรวรรดิแล้ว มักจะไปขอให้สมาคมช่างซ่อมสร้างหุ่นรบออกแบบหุ่นรบเฉพาะตัวให้
"ฉันยื่นคำร้องกับสมาคมช่างซ่อมสร้างหุ่นรบไปแล้ว คาดว่าถ้าผ่านขั้นตอนเร็วสุดก็น่าจะใช้เวลาประมาณเดือนกว่าๆ"
เจ้าอ้วนหลัวมีรอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนใบหน้า
"ไม่รู้สิ รอดูก่อนละกัน"
ถึงแม้หวังตังจะไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าลิงถึงจัดเขาไปอยู่กลุ่มเดียวกับเจ้าอ้วนหลัว
แต่เขาก็ไม่พอใจแค่หุ่นรบสำหรับเด็กใหม่ที่โรงเรียนแจกให้เหมือนกัน เขากำลังจะได้เงินสองแสนสตาร์คอยน์ในไม่ช้า และตั้งใจจะใช้เงินก้อนนี้มาปรับปรุงหุ่นรบของตัวเอง
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ตอบปฏิเสธไปเสียทีเดียว
และคำตอบแบบขอไปทีนี้ ยิ่งทำให้เพื่อนร่วมห้องอีกสามคนปักใจเชื่อมั่นเข้าไปอีกว่า นี่คือการแสดงออกของคนที่รวยแต่ทำตัวติดดิน
ดูท่าทาง ผู้ชายที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งที่สุดในหอพัก 222 ก็คงหนีไม่พ้นหวังตังนี่แหละ