เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

8 - เด็กแสบ!!

8 - เด็กแสบ!!

8 - เด็กแสบ!!


หลิงจิ่วเจ๋อมองใบหน้ากลมปนเด็กนิด ๆ ของซูซี สีผิวขาวเนียนนุ่ม มีสีชมพูระเรื่อที่เริ่มจากโคนหู ไล่ไปทั่วเหมือนหมอกบางเจือแสงแดดยามเช้า ขาวอมชมพูดูสดใสน่ารักเหมือนเด็กมัธยมมากกว่านักศึกษา

อาจเพราะความรู้สึกเอ็นดูแบบผู้ใหญ่ เขาก็เลยลดท่าทีเย็นชา แล้วสั่งให้เดวิดถอยไป พลางพูดเสียงเรียบว่า “ตอนนี้ลงมาได้แล้ว”

ซูซีก็หันไปมองด้านหลังแวบนึง ก่อนจะทำเป็นใจเย็น ปล่อยมือแล้วกระโดดลงจากตัวเขา ทันทีที่เท้าแตะพื้น เธอก็รีบเดินไปยืนหลังหลิงจิ่วเจ๋อทันที แล้วเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตากับเจ้าหมาที่มองเธออยู่

ชายหนุ่มเหมือนจะหัวเราะเบา ๆ แล้วเดินไปหาเดวิด

ซูซีมองแผ่นหลังเขา พลันรู้ตัวว่าเมื่อครู่เธออยู่ใกล้หลิงจิ่วเจ๋อมาก ใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ เย็นสดชื่นของเขา กลิ่นเหมือนน้ำแร่ที่ไหลกระทบหินบนภูเขาหลังฝนในต้นฤดูใบไม้ผลิ เย็นจนขนลุก แต่กลิ่นติดปลายกลับมีความละมุนของไม้หอมเบา ๆ

หลิงจิ่วเจ๋อเดินไปลูบหัวเดวิดเบา ๆ แล้วพูดเสียงเรียบ “เดวิดปกติไม่ทำร้ายใคร”

ซูซีกลับได้ยินน้ำเสียงแปลก ๆ คล้ายจะสื่อว่า เธอน่ะไม่ใช่ ‘คนธรรมดา’ สินะ?

พอซูซีมองดี ๆ ก็เพิ่งเห็นว่ามันคือเยอรมันเชพเพิร์ดพันธุ์แท้ โตเต็มวัยและตัวใหญ่กว่าทั่วไปอีก ดูแล้วน่ากลัวสุด ๆ

ซูซีก้มหน้าลง แล้วตอบกลับด้วยท่าทีเรียบนิ่งเหมือนเขา “ฟังคุ้น ๆ นะ ประโยคนี้ในข่าวที่คนโดนหมากัดก็พูดกันทั้งนั้น”

หลิงจิ่วเจ๋อชะงักนิดหนึ่ง มองซูซีด้วยสายตาคมเข้ม แล้วหลุดหัวเราะเบา ๆ “เด็กอะไร ปากคมเป็นกรรไกร”

ซูซีกำลังจะเถียงต่อ จังหวะนั้นหลิงอีหนั่วก็วิ่งลงมาจากบันได ยิ้มแฉ่ง “ซูซี มาแล้วเหรอ!”

หลิงอีหนั่วแต่งหน้าอ่อน ๆ ดูน่ารักสดใส แล้วแนะนำอย่างร่าเริง “พ่อแม่ฉันไม่อยู่ บ้านเราก็ไม่ค่อยมีคนหรอก นี่คืออารองของฉันเอง เมื่อวานเธอก็เจอแล้ว เรียกว่าอารองก็พอ!”

ซูซีมองหลิงจิ่วเจ๋อด้วยสีหน้าเหมือนเพิ่งกลืนแมลงวันเข้าไป ซูซีเม้มปากเงียบ

หลิงจิ่วเจ๋อเหมือนยังแค้นที่ซูซีเถียงเขาเมื่อกี้ พูดขึ้นเสียงเรียบ “เจอผู้ใหญ่ไม่รู้จักไหว้เหรอ? มารยาทยังไม่มี ฉันชักไม่แน่ใจว่าเธอจะสอนได้รึเปล่า”

หลิงอีหนั่วเห็นท่าทางแบบนั้นก็ทำตาเลิ่กลั่กพยายามส่งสัญญาณให้เขาหยุด แต่หลิงจิ่วเจ๋อทำเป็นไม่เห็น

ซูซีสูดหายใจลึก คล้ายจะกัดฟันพูดว่า “อา...รอง!”

เขาตอบรับแบบคนมีอำนาจ “อืม” แล้วก็จูงเดวิดไปนั่งที่โซฟา

ซูซีมองเขาด้วยหมั่นไส้ขึ้นมาทันที เชื่อเลยว่าครั้งหนึ่งหลิงจิ่วเจ๋อเคยเป็นนักเลงอันดับหนึ่งแห่งเจียงเฉิง!

“อีหังอยู่บนห้อง เดี๋ยวฉันพาเธอไปเจอเขานะ” หลิงอีหนั่วพูดพลางยิ้ม แล้วก็เดินนำซูซีขึ้นบันได

ขณะที่เดินขึ้นบันได ซูซีแอบมองลงไปข้างล่าง เห็นหลิงจิ่วเจ๋อกำลังลูบหัวเดวิดเบา ๆ อย่างสนิทสนม คนกับหมาดูเข้ากันดีเหลือเกิน

ซูซีกลับรู้สึกเจ็บแปลบในใจ เหมือนเจ็บแทนป๋าฉี ป๋าฉีน่ะไม่เคยลืมหลิงจิ่วเจ๋อเลย มันยังชอบนอนเฝ้าหน้าห้องหนังสือของเขาเหมือนรอให้เขากลับมา

แต่หลิงจิ่วเจ๋อ...มีหมาตัวใหม่แล้ว แถมลืมป๋าฉีไปสนิท!

พอเดินพ้นบันได หลิงอีหนั่วก็พูดเสียงเบาแบบรู้สึกผิด “ซูซี ขอโทษนะ มาเจอกันครั้งแรกก็ต้องเจอสถานการณ์แบบนี้ เธออาจจะยังไม่รู้จักนิสัยอารองของฉัน เขาน่ะปากร้ายก็จริง แต่ถ้าเขายอมให้เธอเรียกเขาว่าอารอง ต่อไปถ้าเธอมีปัญหา เขาต้องช่วยแน่ ๆ!”

ซูซีคิดในใจ ไม่มีทางจะไปขออะไรเขาหรอก!

แต่ปากก็ยังยิ้มสุภาพ “ขอบคุณนะอีหนั่ว”

“ไม่ต้องเกรงใจ เราอาจไม่เคยสนิทกันตอนอยู่มหาลัย แต่ฉันน่ะชื่นชมเธอมาตลอด อยากเป็นเพื่อนกับเธอมานานแล้ว”

ซูซียิ้มอ่อน ๆ “เราก็เป็นเพื่อนกันแล้วนี่ไง”

หลิงอีหนั่วยิ้มหวาน แล้วก็ยื่นมือมาจับมือซูซี ซูซีถึงจะเกร็งนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้หลบ จนมาถึงหน้าห้องของหลิงอีหัง หลิงอีหนั่วเคาะประตูเบา ๆ แล้วพูดว่า “อีหัง พี่เข้าไปนะ!”

ด้านในเงียบ ไม่มีเสียงตอบ หลิงอีหนั่วเลยเปิดประตูเข้าไปเลย

ด้านในเป็นห้องเล็ก ๆ มีห้องน้ำทางขวา ห้องนอนอยู่ทางซ้าย ตกแต่งสไตล์เด็กผู้ชาย มีทั้งโปสเตอร์การ์ตูน จักรวาล ปืนจำลอง มีทุกแนว แต่จัดเป็นระเบียบดี

เด็กชายราวสิบขวบนอนขดอยู่บนโซฟา กำลังถือแท็บเล็ตเล่นเกม พอมีคนเข้ามาก็ยังไม่เงยหน้าขึ้น

“อีหัง นี่คือครูสอนพิเศษคนใหม่ของเธอ เป็นเพื่อนพี่เอง ห้ามแกล้งเขานะ!” หลิงอีหนั่วทำเสียงเข้ม “ได้ยินมั้ย!”

หลิงอีหังเงยหน้าขึ้นมามองแวบนึง แล้วตอบแบบขอไปที “อืม” ก่อนจะก้มหน้ากลับไปเล่นเกมเหมือนเดิม

หลิงอีหนั่วถอนหายใจยาว พยายามระงับอารมณ์ แล้วรีบหันมาพูดกับซูซี “น้องชายฉันนิสัยดื้อหน่อย แต่เธออย่าพึ่งถอดใจนะ!”

“ไม่ต้องห่วง!” ซูซีส่งสายตาให้หลิงอีหนั่วแบบสบายใจ

ในเมื่อเธอรับปากแล้ว ก็จะตั้งใจทำให้ดีที่สุด แม้ว่าหลิงจิ่วเจ๋อจะน่าหมั่นไส้ แต่หลิงอีหนั่วก็ดีกับเธอมากจริง ๆ

หลิงอีหนั่วถอยไปที่หน้าประตู แล้วแอบก้มลงขณะบันทึกเบอร์โทรของหลิงจิ่วเจ๋อไว้ในมือถือซูซี “ฉันนัดคนไว้ ต้องไปตอนนี้แล้ว เธออยู่กับอีหังลองปรับตัวกันไปก่อนนะ ถ้าเขาแกล้งเธอ ก็ไปหาอารองฉันเลย!”

ซูซีแอบคิดในใจ ต่อให้เธอถูกหลิงอีหังเตะออกจากบ้าน อารองเธอก็ไม่ช่วยหรอก!

หลังจากหลิงอีหนั่วออกไปแล้ว ซูซีเดินวนในห้องเล็กน้อย ก่อนจะไปหยุดที่โต๊ะหนังสือ เห็นการบ้านวางกองอยู่แต่ยังไม่ได้ทำแม้แต่หน้าเดียว

ซูซีกลับมานั่งข้างหลิงอีหังที่โซฟา เอ่ยเสียงเรียบ “เธอไม่ทำการบ้าน เอาแต่เล่นเกม โวยวายเสียงดังแบบนี้ คืออยากให้พ่อแม่สนใจใช่ไหม?”

ก็ใช่น่ะสิ พอพ่อแม่ไปไม่กี่วัน ครูสอนพิเศษก็ลาออก ซูซีดูออกว่าหลิงอีหังจงใจป่วน

หลิงอีหังหยุดมือที่กำลังเล่นเกม หันมามองซูซีด้วยสายตาแข็งกร้าวเกินวัย “อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน ไม่งั้นฉันจะทำให้คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้ทั้งวันแน่!”

แต่ซูซีไม่สะทกสะท้าน ยังคงพูดต่อ “คิดจะใช้ความดื้อดึงเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ มันก็แค่พฤติกรรมเด็กไม่โตเท่านั้นแหละ”

หลิงอีหังกำแท็บเล็ตแน่น สีหน้าเริ่มเครียดแต่ไม่พูดอะไร

ซูซีโน้มตัวมามองเขา “เล่นเกมเหรอ งั้นถ้าเธอทำการบ้านให้เสร็จ ฉันจะเล่นกับเธอสักตา?”

หลิงอีหังหัวเราะเยาะ “เมื่อกี้ยังบอกว่าผมยังเป็นเด็กอยู่เลย ตอนนี้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ใจดี จะหลอกล่อผมอีก พวกผู้ใหญ่ชอบสองมาตรฐานแบบนี้หรือไง?”

ซูซีขมวดคิ้ว “ใครบอกฉันเป็นผู้ใหญ่ ฉันก็ยังเป็นเด็กเหมือนกันนะ!”

หลิงอีหังมองหน้าซูซีที่พูดจริงจังแล้วหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ

ซูซีส่ายหน้ายิ้มนิด ๆ หยิบมือถือออกมา “เอาเหอะ ฉันไม่ได้มีดีพอจะสั่งสอนใครได้อยู่แล้ว มาที่นี่ถ้าไม่สอนก็ขอเล่นเกมสักตาแล้วจะไป”

หลิงอีหังมองซูซีอย่างระแวง

ซูซีเปิดเกมขึ้นมา ไม่แม้แต่จะมองเขา พูดเสียงเรียบ “ฉันพูดจริงนะ ฉันไม่ได้อยากมาเป็นครูสอนพิเศษให้เธอด้วยซ้ำ เด็กบ้านรวยน่ะ สอนไม่ง่ายเลย แต่พี่สาวเธอสงสารฉันถึงได้ลากฉันมา”

หลิงอีหังขมวดคิ้ว “สงสารอะไร?”

ซูซีเม้มปาก เสียงเริ่มเบา “ฉันไม่มีพ่อแม่ โตมากับคุณปู่ คุณปู่หาเงินจากทำไม้เลี้ยงฉันจนโต เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาไม่สบาย ฉันเลยอยากหาเงินให้เขาไปหาหมอ”

พูดถึงตรงนี้ซูซีแอบสะอื้นเบา ๆ

หลิงอีหังย่นคิ้วยิ่งกว่าเดิม หลังลังเลอยู่นิดก็วางแท็บเล็ตลง “แล้วถ้าให้คุณเป็นติวเตอร์ผม คุณจะได้เงินไปรักษาคุณปู่เหรอ?”

ในใจซูซีดีใจสุด ๆ คิดว่าแทงถูกทาง เด็กที่โตมากับตายายแบบเขาย่อมเข้าใจดีว่า “คุณปู่” สำคัญแค่ไหน

ซูซีหันมาสายตาใสวาว มีน้ำตาซ่อนลึก ๆ แต่ยังคงท่าทีจริงจัง “ใช่ค่ะ ติวให้เธอได้เงินเยอะกว่าสอนคนอื่น จะได้รีบพาคุณปู่ไปหาหมอ”

หลิงอีหังกลอกตาอย่างไม่เต็มใจ “ก็ได้ ผมจะยอมให้คุณอยู่...ก็เพราะคุณปู่ของคุณหรอกนะ”

ซูซีแทบหลุดหัวเราะ เจ้าหมอนี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปู่เธอเป็นใคร แต่ดันทำเหมือนรู้จักกันดี

ซูซีแกล้งทำหน้าเครียด “แค่ฉันอยู่ไม่พอ เธอต้องร่วมมือด้วย ต้องรีบทำการบ้าน ถ้าฉันดูไร้ประโยชน์เมื่อไหร่ อารองเธอต้องเตะฉันออกแน่ ๆ เงินของพวกเศรษฐีน่ะไม่ได้หาได้ง่าย ๆ หรอก!”

“โคตรวุ่นวาย!” หลิงอีหังโยนแท็บเล็ตแล้วเดินไปที่โต๊ะหนังสือ “งั้นรีบทำเลย! แล้วอย่าลืมที่พูดไว้ ทำเสร็จต้องเล่นกับผมด้วย!”

“รับทราบค่ะ ท่านนายทหาร!” ซูซีลุกขึ้นยิ้มกว้าง

……

หลิงจิ่วเจ๋อนั่งอยู่ข้างล่างได้ชั่วโมงหนึ่ง ก่อนจะเดินขึ้นมา พอเดินผ่านห้องของหลิงอีหัง ก็นึกอยากรู้ขึ้นมาว่าซูซีจะเอาอยู่ไหม

ประตูห้องแง้มอยู่ ยังไม่ทันเดินถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงซูซีตะโกนลั่น

“จะตายแล้วววว!”

“เธออยู่ไหน มาช่วยฉันเร็ววววว!”

เสียงหลิงอีหังตะโกนกลับมาอย่างหงุดหงิด “คุณมันกาก! ระเบิดทำไม นั่นผมนะ!”

“ห๊ะ!?”

หลิงจิ่วเจ๋อเปิดประตูเข้ามาพอดี เห็นซูซีเงยหน้าขึ้น สายตายังเหม่อลอยเหมือนยังไม่หลุดจากเกม

“พวกเธอกำลังทำอะไรกัน?” เขาถามเสียงนิ่ง สีหน้าเย็นเฉียบ

จบบทที่ 8 - เด็กแสบ!!

คัดลอกลิงก์แล้ว