บทที่ 230 การแลกเปลี่ยน
บทที่ 230 การแลกเปลี่ยน
ในห้องโถงที่กว้างใหญ่ หลังจากได้ยินคำพูดของอาเดียร์ เหล่าพ่อมดที่เท้จริงหลายคนก็หันไปมองหน้ากัน และต่างก็เห็นแววประหลาดใจในสายตาของกันและกัน
“น้ำแห่งชีวิต” ในโลกมรกตนั้น ไม่ได้ล้ำค่าเท่ากับในโลกพ่อมด
ในฐานะแหล่งกำเนิดของเอลฟ์ โลกมรกตถือเป็นแหล่งผลิตหลักของน้ำแห่งชีวิต แม้การผลิตจะลดลงหลังจากการล่มสลายของเอลฟ์โบราณ แต่น้ำแห่งชีวิตก็ยังคงมีอยู่บ้าง แม้จะหายาก แต่ก็ไม่ถึงกับล้ำค่าเท่ากับในเขตเมสัน
อย่างน้อยที่สุด ในเขตเมสัน น้ำแห่งชีวิตแทบจะหมดไปแล้ว ต่อให้ยังคงเหลืออยู่บ้าง ก็คงมีเพียงผู้นำของพวกพ่อมดดำที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดในเขตเมสันเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ครอบครอง
แต่ในโลกมรกต แม้น้ำแห่งชีวิตจะมีค่ามาก หากพ่อมดที่เท้จริงคนใดกล้าจ่ายในราคาสูง ก็ยังพอจะหามาได้
นี่คือความแตกต่างระหว่างสองโลก
“ถ้าหากมีน้ำแห่งชีวิตเพียงพอ เจ้าจะสามารถผลิตยาชำระล้างต่อได้หรือไม่ อาเดียร์?”
หลังจากแลกเปลี่ยนสายตากับอีกสองคน คูมูก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้ายังต้องการวัตถุดิบอื่น ๆ อีกเล็กน้อย แต่ที่สำคัญที่สุดก็ยังคือน้ำแห่งชีวิต”
อาเดียร์ตอบอย่างใจเย็นขณะมองไปยังทั้งสองคนตรงหน้า “แน่นอนว่าการปรุงยาชำระล้างนั้นยากมาก แม้แต่ในระดับของข้าเอง ก็ยังต้องใช้วัตถุดิบอย่างน้อยสิบห้าชุด ถึงจะสำเร็จหนึ่งขวด”
“วัตถุดิบสิบห้าชุดงั้นหรือ…”
เมื่อได้ยินตัวเลขนี้ คูมูก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา
แน่นอนว่าเขาพอจะเดาได้ว่าอาเดียร์ตั้งใจพูดตัวเลขให้สูงไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม ยาชำระล้างนั้นเป็นยาขั้นสูงที่สามารถเพิ่มความบริสุทธิ์ของพลังจิตวิญญาณได้ อัตราความสำเร็จในการปรุงยานั้นต่ำเป็นปกติอยู่แล้ว ผลิตได้หนึ่งขวดจากวัตถุดิบสิบชุดก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สมเหตุสมผล
“ถ้าอย่างนั้น สิบสามชุดต่อหนึ่งขวดล่ะ?”
คูมูมองหน้าอาเดียร์พลางลองต่อรองราคาดู
“สิบห้าชุด”
อาเดียร์ขยับราคาขึ้นโดยที่สีหน้ายังคงสงบนิ่ง ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
“ตกลง!”
เมื่อได้ยินราคาสุดท้ายจากอาเดียร์ คูมูก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาตอบตกลงทันที
ด้านหลังเขา พ่อมดที่แท้จริงอีกสองคนหันไปมองหน้ากัน แม้จะรู้สึกหนักใจอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็พยักหน้าเห็นด้วย
วัตถุดิบสิบห้าชุดต่อหนึ่งขวด แม้จากผลลัพธ์ที่อาเดียร์แสดงออกมาแล้วดูว่าราคานี้สูงไปหน่อย แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในขอบเขตที่รับได้
ท้ายที่สุด ตำหรับยาก็เป็นของฝ่ายตรงข้าม ผู้ปรุงยาก็เป็นเขาอีกเช่นกัน การที่อาเดียร์จะขอส่วนแบ่งจากวัตถุดิบเป็นค่าตอบแทนก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
เมื่อเรื่องนี้ตกลงกันได้ รอยยิ้มบนใบหน้าของคูมูก็ยังไม่หายไป เขาหยิบกล่องสีดำออกมาจากด้านข้าง วางลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าอาเดียร์ แล้วเปิดกล่องออกอย่างระมัดระวัง
ภายในกล่องไม้สีดำนั้น มีขวดแก้วจำนวนหลายสิบใบ บรรจุของเหลวสีทองที่ไหลวนอยู่ภายใน ของเหลวนั้นใสสะยาดราวกับน้ำ แต่มีประกายทองจางๆ ปะปนอยู่
“นี่มัน...”
เมื่อมองเห็นขวดแก้วในกล่องไม้ สีหน้าของอาเดียร์ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองคูมูทันที
“นี่คือของขวัญที่ข้าเตรียมมาให้เจ้า”
คูมูยิ้มออกมาบนใบหน้า“รวมทั้งหมด 50 ขวดน้ำแห่งชีวิต ข้าหวังว่าเจ้าจะพอใจ”
“ตามที่เราตกลงกันไว้ น้ำแห่งชีวิตจำนวนนี้เพียงพอสำหรับปรุงยาชำระล้างได้สามขวด ส่วนอีกห้าขวดที่เกินมา ก็ถือเป็นของขวัญส่วนตัวจากข้าให้กับเจ้า”
“ข้าพอใจมาก”
อาเดียร์มองคูมูอย่างลึกซึ้งก่อนจะเก็บกล่องไม้ตรงหน้าไว้ พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า
แต่ในใจของเขา เขากลับแอบหัวเราะเบาๆ ‘นี่สินะ รากฐานของอำนาจใหญ่ในโลกมรกต...พวกเขามอบน้ำแห่งชีวิตห้าสิบส่วนได้แบบไม่ลังเล สมแล้วที่ร่ำรวยและทรงพลังถึงขนาดนี้’
เมื่อเห็นรอยยิ้มของอาเดียร์ คูมูก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงพยักหน้าเบาๆ “ถ้าเจ้าต้องการวัตถุดิบเพิ่มเติมเมื่อไหร่ ก็มาหาข้าได้เสมอ”
เขาจ้องมองอาเดียร์อย่างมีนัย “ในเมืองมรกตของเรา ยังเก็บศพเอลฟ์โบราณไว้อีกมาก หากเจ้าต้องการเมื่อไหร่ ข้าจะจัดส่งศพเหล่านั้นให้ทันที”
“ตอนนี้ข้าไม่ต้องการวัตถุดิบเหล่านั้นแล้ว” อาเดียร์ส่ายหน้า
เหตุผลที่เขาซื้อศพเอลฟ์โบราณไว้มากมาย ก็เพราะต้องการสกัดสายเลือดเอลฟ์จันทราโบราณออกมา ซึ่งตอนนี้เขาก็บรรลุเป้าหมายนั้นแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องเสียเวลาไล่ตามหาวัตถุดิบพวกนั้นอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ยินคำพูดของคูมู สีหน้าของอาเดียร์ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า “อย่างไรก็ตาม แต่ว่า...ข้ากลับสนใจหินคริสตัลและยาตาวิเศษเสียมากกว่า”
เมื่ออาเดียร์เอ่ยถึงสองสิ่งนี้ สีหน้าของพ่อมดที่เท้จริงทั้งสามคนที่อยู่ตรงข้ามก็เปลี่ยนไปในทันที
หินคริสตัลกับยาตาวิเศษนั้น เป็นทรัพยากรสำคัญสองอย่างที่พ่อมดที่แท้จริงในโลกมรกตใช้เพื่อเพิ่มความบริสุทธิ์ของพลังจิตวิญญาณ ซึ่งมีค่ามากกว่าน้ำแห่งชีวิตหลายเท่า
เหตุผลที่อาเดียร์ต้องการสิ่งเหล่านี้นั้นง่ายมาก — เขาได้ใช้ยาชำระล้างมาแล้วหลายครั้งจนร่างกายของเขาเริ่มต้านทานผลของมัน ต่อให้ใช้อีกมากเพียงใดก็ไม่สามารถเพิ่มพลังได้อีก หากต้องการเสริมพลังอย่างรวดเร็ว เขาจึงต้องพึ่งพาทรัพยากรประเภทอื่นแทน
“ยาชำระล้างสองขวด แลกกับหินคริสตัลหรือยาตาวิเศษหนึ่งชิ้น”
หลังจากเงียบไปนาน คูมูก็เงยหน้าขึ้นมองอาเดียร์อย่างจริงจังพลางเอ่ยข้อเสนอ
อาเดียร์ตอบโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย “ตกลง!”
เมื่อเห็นอาเดียร์พยักหน้าตอบรับ พ่อมดทั้งสามก็หันไปมองกันเล็กน้อยก่อนพยักหน้าโดยไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม
พวกเขาจึงเริ่มตกลงรายละเอียดอื่น ๆ กันอีกเล็กน้อย ก่อนที่ไม่นานต่อมาจะขอลาและเดินออกไปจากคฤหาสน์ของอาเดียร์
ก่อนจะจากไป คูมูยังนำข่าวบางอย่างมาบอกกับอาเดียร์อีกด้วย
ในอีกสามวันข้างหน้า เมืองมรกตจะจัดการรวมทีมเพื่อสำรวจซากอารยธรรมโบราณที่เพิ่งถูกค้นพบ
เนื่องจากข้อตกลงที่มีร่วมกับอาเดียร์ ในครั้งนี้ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีอันตรายเกิดขึ้นในซากอารยธรรมนั้น ทางเมืองมรกตจึงเปิดโอกาสให้อาเดียร์เลือกว่าจะเข้าร่วมการสำรวจในครั้งนี้มั้ย
อาเดียร์ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยและปฏิเสธไปอย่างตรงไปตรงมา
หากเขายังไม่ได้รวบรวมสายเลือดเอลฟ์แห่งจันทรา บางทีเขาอาจจะรู้สึกลังเลและอยากลองเสี่ยงดูสักครั้ง แต่ตอนนี้เมื่อเขาบรรลุเป้าหมายแล้ว และด้วยนิสัยของเขา เขาไม่มีเหตุผลที่จะก่อปัญหาใดๆให้ตัวเองอีก
เขามียาชำระล้างอยู่ในมือ ซึ่งสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรที่เขาต้องการได้โดยไม่จำเป็นต้องเสี่ยงด้วยตัวเอง
หลังจากส่งคูมูและคนอื่น ๆ ออกไปแล้ว อาเดียร์ก็กลับเข้าไปในห้องของตนเอง ก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งและเริ่มอ่าน
นับตั้งแต่เขามาถึงโลกมรกต สิ่งที่เขาทำบ่อยที่สุดนอกจากการทดลองชำระล้างสายเลือด ก็คือการอ่านหนังสือนี่เอง
แตกต่างจากภูมิภาคเมสัน พ่อมดในโลกมรกตได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากเอลฟ์ ส่งผลให้ความรู้ของพวกเขาที่เชี่ยวชาญแตกต่างไปจากสิ่งที่อาเดียร์เคยเรียนรู้มาในอดีตอย่างชัดเจน
สำหรับพ่อมดแล้ว ความรู้คือสิ่งล้ำค่า ด้วยเหตุนี้ ในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในโลกมรกต อาเดียร์จึงคอยบันทึกและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ทำให้เขาได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล
ในบรรดาสิ่งที่เขาได้รับมาทั้งหมด ความรู้อันโดดเด่นที่สุดก็คือตำหรับยาลมหายใจน้ำเงินเข้มที่อยู่ในความทรงจำของเขานั่นเอง
“ถึงแม้ข้ายังไม่แน่ใจนัก แต่จากสัญญาณในตอนนี้ ดูเหมือนว่ายาลมหายใจน้ำเงินเข้มจะมีความเกี่ยวข้องกับเอลฟ์โบราณ ความรู้หลายอย่างในนั้นสามารถพิสูจน์ได้ที่โลกมรกตแห่งนี้”
อาเดียร์พูดพึมพำกับตัวเอง ปิดหนังสือลง พลางหลับตาถูหน้าผากเบา ๆ ขณะยืนอยู่ในห้อง
"ชิป การวิเคราะห์ยาลมหายใจน้ำเงินเข้มคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?" อาเดียร์เอ่ยถามชิป ภายในจิตวิญญาณของตน
[ยาลมหายใจน้ำเงินเข้ม อัตราการวิเคราะห์อยู่ที่ 75.8% เวลาที่เหลือไม่สามารถคำนวณได้] เสียงของชิป ดังขึ้นอย่างไร้อารมณ์ในหัวของเขา
"เหลือแค่นิดเดียวสินะ ดูท่าข้าคงต้องเร่งมือหน่อยแล้ว"
อาเดียร์ส่ายหน้าเบา ๆ "ยังเหลือเวลาอีกห้าเดือน ในเมื่อเป้าหมายในการสกัดสายเลือดสำเร็จแล้ว ข้าก็ควรเร่งเก็บเกี่ยวความรู้ระดับสูงให้เร็วขึ้น"
"แล้วยังมีข่าวคราวเกี่ยวกับหินแห่งโลกอีกด้วย"
เพียงชั่วพริบตา ความคิดหลากหลายก็แล่นผ่านหัวของอาเดียร์ไป
เมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคเมสัน แม้ว่าเอลฟ์โบราณในโลกมรกตจะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นไปในชั่วข้ามคืน แต่มรดกตกทอดของพวกเขายังคงหลงเหลืออยู่ แม้ว่ามรดกนั้นจะถูกทำลายไปบางส่วน แต่มันก็ยังดีกว่าที่ภูมิภาคเมสันมาก
อย่างน้อยที่สุด ความรู้ระดับสูงและคาถาล้ำค่าหลายอย่างที่สูญหายไปในภูมิภาคเมสัน ก็ยังคงมีอยู่ในโลกมรกต และบางส่วนก็ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางเสียด้วยซ้ำ
ความเป็นจริง ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา อาเดียร์ถึงกับได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับเทคนิคการทำสมาธิระดับสูง และแม้แต่หินแห่งโลกด้วยซ้ำ
ในโลกมรกต การมีอยู่ของเทคนิคสมาธิระดับสูงไม่ใช่ความลับ แต่กลับแพร่หลายอย่างมากจากการขุดค้นซากโบราณของเอลฟ์
สำหรับพ่อมดระดับฝึกหัด เรื่องพวกนี้อาจยังห่างไกลอยู่บ้าง แต่สำหรับพ่อมดที่แท้จริงขึ้นไป ทุกคนล้วนรู้จักเทคนิคการทำสมาธิระดับสูงเป็นอย่างดี
แน่นอน ถึงแม้จะมีคนรู้จักเทคนิคเหล่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถครอบครองมันได้
แม้แต่ในโลกมรกตเองก็ตาม มีเพียงผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของโลกมรกตเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ถือครองเทคนิคสมาธิระดับสูง
อย่างเช่น เมืองมรกหตที่อยู่เบื้องหน้าเขานี้ มีข่าวลือว่าครอบครองเทคนิคการทำสมาธิระดับสูงที่เรียกว่า “หัวใจมรกต” ซึ่งนั่นเองที่ทำให้พวกเขาสามารถปกครองภูมิภาคอันกว้างใหญ่นี้มาได้ยาวนาน
ส่วนอาณาจักรกอโลที่อาเดียร์เคยอาศัยอยู่ แม้จะกล่าวอ้างกันว่ามีสายเลือดของเอลฟ์จันทราไหลเวียนอยู่ แต่ก็ไม่มีเทคนิคทำสมาธิระดับสูงแพร่หลายในแถบนั้นเลย
เรื่องหินแห่งโลกเองก็เป็นเช่นเดียวกัน
ในตำราโบราณบางเล่มที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณในโลกมรกต ได้มีบันทึกเกี่ยวกับ “หินแห่งโลก” ไว้อย่างชัดเจน
มันเป็นสมบัติล้ำค่าเฉพาะตัว และแต่ละก้อนต้องใช้เวลานับหมื่นปีจึงจะก่อตัวขึ้นมาได้ การจะค้นพบหรือครอบครองมันนั้นถือว่ายากเย็นแสนเข็ญ
แม้แต่ในยุคโบราณ หินชนิดนี้ก็ถือเป็นสมบัติล้ำค่ามากที่สามารถจุดชนวนสงครามร้ายแรงได้
จุดประสงค์หลักของมัน คือใช้เป็นแหล่งพลังงานในการสร้าง “ประตูแห่งโลก” เพื่อเปิดทางให้สามารถเคลื่อนย้ายระหว่างโลกได้
หลังจากได้อ่านข้อมูลนี้ในตำราโบราณ อาเดียร์ก็เลิกหวังที่จะค้นหาหินแห่งโลกในโลกมรกตทันที
เพราะในโลกมรกตยุคปัจจุบัน สมบัติเช่นนี้ได้สูญหายไปนานแล้ว แม้ว่าจะยังคงมีหลงเหลืออยู่จริง มันก็ไม่ใช่สิ่งที่อาเดียร์จะมีปัญญาเอื้อมถึงอยู่ดี
อย่างไรก็ตาม ด้วยความระมัดระวังและความหวังบางอย่าง อาเดียร์จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหินแห่งโลกไว้มากมายพอสมควร
อย่างน้อยในอนาคต หากเขาไปเจอสิ่งที่คล้ายกับหินแห่งโลกในโลกอื่น เขาจะสามารถจดจำมันได้
ในอีกด้านหนึ่ง
หลังจากออกจากคฤหาสน์ที่อาเดียร์อาศัยอยู่ พ่อมดที่แท้จริงทั้งสามกล่าวลาต่อกันเล็กน้อย แล้วแยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง
คูมูมองดูเงาร่างทั้งสองที่ค่อย ๆ ห่างไกลออกไป แล้วเผยรอยยิ้มประหลาดบนใบหน้าก่อนจะก้าวขึ้นรถม้า
สารถีมองคูมูก้าวขึ้นรถโดยไม่ได้กล่าวอะไร เขาเพียงยกแส้ขึ้นโบกเบา ๆ แล้วขับรถม้าออกไป
ไม่นานนัก รถม้าก็มาหยุดอยู่ที่ลานโล่งอันเปลี่ยวแห่งหนึ่งนอกเมือง
“ผลเป็นยังไงบ้าง?”
เมื่อพวกเขามาถึงลานโล่ง สารถีจึงเงยหน้าขึ้นพูดเป็นคนแรก สีหน้าสงบนิ่งเช่นเดิม
“เขาตกลงที่จะปรุงยาตามที่เราขอไว้” เสียงของคูมูดังขึ้นมาจากภายใน
คูมูไม่ได้ลงจากรถ เขาเพียงนั่งเงียบ ๆ อยู่ภายในรถม้าที่กว้างขวาง หลับตาและไม่พูดอะไรอีก
วงแสงสีแดงวงหนึ่งปรากฏขึ้นบนร่างของคูมู อนุภาคธาตุไฟลอยวนรอบตัวเขาอย่างงดงาม
ความปั่นป่วนบางอย่างที่คลุมเครือค่อย ๆ แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา แพร่กระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ
หากมีพ่อมดที่แท้จริงคนอื่นมาเห็นภาพนี้ คงต้องตกตะลึงและประหลาดใจมากไม่น้อย
เพราะพลังจิตวิญญาณของคูมูนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าระดับพ่อมดที่แท้จริงทั่วไปไปมาก มันทะลุผ่านขอบเขตเข้าสู่ระดับพ่อมดแปรสภาพแล้ว และยังถือว่าอยู่ในระดับท็อปของพ่อมดแปรสภาพอีกด้วย
“แล้วทางซากโบราณล่ะ?”
สารถีที่นั่งอยู่ด้านหน้ารถม้าพูดขึ้นอย่างสงบนิ่ง ราวกับไม่รู้สึกถึงพลังของคูมูที่อยู่ด้านหลังเขาเลยแม้แต่น้อย
“เขาไม่ตกลง”
คูมูยังคงหลับตา ตอบกลับมาเรียบ ๆ
“น่าเสียดายจริง ๆ”
สารถีพูดอย่างเสียดายเล็กน้อย “นักปรุงยาที่มีตำหรับยาชำระล้างอยู่ในมือแบบนี้ หาไม่ได้ง่าย ๆ หรอก
น่าเสียดายที่นี่คือเมืองมรกต ไม่งั้นล่ะก็ แค่พ่อมดที่แท้จริงคนหนึ่ง จะจับมาก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย”
สีหน้าเขาดูเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
“อย่าขยับอะไรทั้งนั้น”
คูมูลืมตาขึ้น “เจ้าเมืองมรกตไม่ใช่คนอ่อนแอ แถมเจ้าอาเดียร์ก็ถูกพวกตัวตนระดับสูงจับตามองอยู่หลายคน ตอนนี้ยังไม่เหมาะจะลงมือ
แต่รอสักพักค่อยว่ากันอีกที”
สารถีพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร แล้วถามต่อว่า “แล้วทางฝั่งซากโบราณล่ะ เตรียมตัวเรียบร้อยหรือยัง?”
“เกือบจะพร้อมแล้ว”
คูมูตอบเสียงเรียบ, “นอกจากปรมาจาร์ยนักปรุงยาคนนี้แล้ว ยังมีพ่อมดที่แท้จริงที่เข้าไปในซากโบราณอีกทั้งหมดสิบห้าคน รวมถึงพ่อมดแปรสภาพอีกสามคน จำนวนเท่านี้ พวกมันเพียงพอสำหรับการสังเวยโลหิตแน่นอน”
“แล้วทางฝั่งของเจ้าล่ะ เตรียมไว้ถึงไหนแล้ว?”
เขาถามต่อ “พ่อมดที่แท้จริงจำนวนมากขนาดนี้ ต่อให้จะล้มล้างจักรวรรดิก็ยังทำได้ ถ้าหากเราจัดการพวกเขาไม่ได้ล่ะก็...”
“ไม่ มันไม่มีทางพลาด”
สารถีตอบกลับอย่างเย็นชา “ซากโบราณสถานนั้นเดิมทีเป็นของพวกเราตั้งแต่แรก เราขุดมันอย่างลับ ๆ มานานหลายสิบปี สิ่งของที่จัดวางไว้ข้างใน ต่อให้ไม่ใช่แค่พ่อมดที่แท้จริง แต่ถึงแม้เจ้าเมืองมรกตจะมาด้วยตัวเขาเอง ก็ต้องบาดเจ็บสาหัสกลับไปแน่นอน”
“แล้วเจ้าอาเดียร์นั่น พูดอะไรไว้อีกบ้าง?”
เขาจ้องมองเข้าไปในรถม้า ราวกับสายตาทะลุผ่านผ้าม่านไปถึงคูมูที่นั่งอยู่ด้านใน
เมื่อคูมูได้ยินดังนั้น ก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า, “นอกเหนือจากการแลกเปลี่ยนวัสดุตามปกติ เขายังต้องการใช้ยาชำระล้างแลกเปลี่ยนกับหินคริสตัลและยาตาวิเศษ…”
“ให้เขาไป”
สารถีพูดโดยไม่ลังเลแม้แต่นิด ดวงตาไม่กระพริบเลยด้วยซ้ำ “หลังจากยาชำระล้างปรากฏขึ้น องค์กรของเราก็เริ่มจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิดแล้ว หลังจากจัดการเรื่องซากโบราณเสร็จ พวกเขาจะส่งคนไปชักชวนเขาโดยตรง”
“ในเวลานี้ หากอีกฝ่ายมีความต้องการใด ๆ ก็พยายามทำให้ได้”