เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 การแลกเปลี่ยน

บทที่ 230 การแลกเปลี่ยน

บทที่ 230 การแลกเปลี่ยน


ในห้องโถงที่กว้างใหญ่ หลังจากได้ยินคำพูดของอาเดียร์ เหล่าพ่อมดที่เท้จริงหลายคนก็หันไปมองหน้ากัน และต่างก็เห็นแววประหลาดใจในสายตาของกันและกัน

“น้ำแห่งชีวิต” ในโลกมรกตนั้น ไม่ได้ล้ำค่าเท่ากับในโลกพ่อมด

ในฐานะแหล่งกำเนิดของเอลฟ์ โลกมรกตถือเป็นแหล่งผลิตหลักของน้ำแห่งชีวิต แม้การผลิตจะลดลงหลังจากการล่มสลายของเอลฟ์โบราณ แต่น้ำแห่งชีวิตก็ยังคงมีอยู่บ้าง แม้จะหายาก แต่ก็ไม่ถึงกับล้ำค่าเท่ากับในเขตเมสัน

อย่างน้อยที่สุด ในเขตเมสัน น้ำแห่งชีวิตแทบจะหมดไปแล้ว ต่อให้ยังคงเหลืออยู่บ้าง ก็คงมีเพียงผู้นำของพวกพ่อมดดำที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดในเขตเมสันเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ครอบครอง

แต่ในโลกมรกต แม้น้ำแห่งชีวิตจะมีค่ามาก หากพ่อมดที่เท้จริงคนใดกล้าจ่ายในราคาสูง ก็ยังพอจะหามาได้

นี่คือความแตกต่างระหว่างสองโลก

“ถ้าหากมีน้ำแห่งชีวิตเพียงพอ เจ้าจะสามารถผลิตยาชำระล้างต่อได้หรือไม่ อาเดียร์?”

หลังจากแลกเปลี่ยนสายตากับอีกสองคน คูมูก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ข้ายังต้องการวัตถุดิบอื่น ๆ อีกเล็กน้อย แต่ที่สำคัญที่สุดก็ยังคือน้ำแห่งชีวิต”

อาเดียร์ตอบอย่างใจเย็นขณะมองไปยังทั้งสองคนตรงหน้า “แน่นอนว่าการปรุงยาชำระล้างนั้นยากมาก แม้แต่ในระดับของข้าเอง ก็ยังต้องใช้วัตถุดิบอย่างน้อยสิบห้าชุด ถึงจะสำเร็จหนึ่งขวด”

“วัตถุดิบสิบห้าชุดงั้นหรือ…”

เมื่อได้ยินตัวเลขนี้ คูมูก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา

แน่นอนว่าเขาพอจะเดาได้ว่าอาเดียร์ตั้งใจพูดตัวเลขให้สูงไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม ยาชำระล้างนั้นเป็นยาขั้นสูงที่สามารถเพิ่มความบริสุทธิ์ของพลังจิตวิญญาณได้ อัตราความสำเร็จในการปรุงยานั้นต่ำเป็นปกติอยู่แล้ว ผลิตได้หนึ่งขวดจากวัตถุดิบสิบชุดก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สมเหตุสมผล

“ถ้าอย่างนั้น สิบสามชุดต่อหนึ่งขวดล่ะ?”

คูมูมองหน้าอาเดียร์พลางลองต่อรองราคาดู

“สิบห้าชุด”

อาเดียร์ขยับราคาขึ้นโดยที่สีหน้ายังคงสงบนิ่ง ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย

“ตกลง!”

เมื่อได้ยินราคาสุดท้ายจากอาเดียร์ คูมูก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาตอบตกลงทันที

ด้านหลังเขา พ่อมดที่แท้จริงอีกสองคนหันไปมองหน้ากัน แม้จะรู้สึกหนักใจอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็พยักหน้าเห็นด้วย

วัตถุดิบสิบห้าชุดต่อหนึ่งขวด แม้จากผลลัพธ์ที่อาเดียร์แสดงออกมาแล้วดูว่าราคานี้สูงไปหน่อย แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในขอบเขตที่รับได้

ท้ายที่สุด ตำหรับยาก็เป็นของฝ่ายตรงข้าม ผู้ปรุงยาก็เป็นเขาอีกเช่นกัน การที่อาเดียร์จะขอส่วนแบ่งจากวัตถุดิบเป็นค่าตอบแทนก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

เมื่อเรื่องนี้ตกลงกันได้ รอยยิ้มบนใบหน้าของคูมูก็ยังไม่หายไป เขาหยิบกล่องสีดำออกมาจากด้านข้าง วางลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าอาเดียร์ แล้วเปิดกล่องออกอย่างระมัดระวัง

ภายในกล่องไม้สีดำนั้น มีขวดแก้วจำนวนหลายสิบใบ บรรจุของเหลวสีทองที่ไหลวนอยู่ภายใน ของเหลวนั้นใสสะยาดราวกับน้ำ แต่มีประกายทองจางๆ ปะปนอยู่

“นี่มัน...”

เมื่อมองเห็นขวดแก้วในกล่องไม้ สีหน้าของอาเดียร์ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองคูมูทันที

“นี่คือของขวัญที่ข้าเตรียมมาให้เจ้า”

คูมูยิ้มออกมาบนใบหน้า“รวมทั้งหมด 50 ขวดน้ำแห่งชีวิต ข้าหวังว่าเจ้าจะพอใจ”

“ตามที่เราตกลงกันไว้ น้ำแห่งชีวิตจำนวนนี้เพียงพอสำหรับปรุงยาชำระล้างได้สามขวด ส่วนอีกห้าขวดที่เกินมา ก็ถือเป็นของขวัญส่วนตัวจากข้าให้กับเจ้า”

“ข้าพอใจมาก”

อาเดียร์มองคูมูอย่างลึกซึ้งก่อนจะเก็บกล่องไม้ตรงหน้าไว้ พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า

แต่ในใจของเขา เขากลับแอบหัวเราะเบาๆ ‘นี่สินะ รากฐานของอำนาจใหญ่ในโลกมรกต...พวกเขามอบน้ำแห่งชีวิตห้าสิบส่วนได้แบบไม่ลังเล สมแล้วที่ร่ำรวยและทรงพลังถึงขนาดนี้’

เมื่อเห็นรอยยิ้มของอาเดียร์ คูมูก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงพยักหน้าเบาๆ “ถ้าเจ้าต้องการวัตถุดิบเพิ่มเติมเมื่อไหร่ ก็มาหาข้าได้เสมอ”

เขาจ้องมองอาเดียร์อย่างมีนัย “ในเมืองมรกตของเรา ยังเก็บศพเอลฟ์โบราณไว้อีกมาก หากเจ้าต้องการเมื่อไหร่ ข้าจะจัดส่งศพเหล่านั้นให้ทันที”

“ตอนนี้ข้าไม่ต้องการวัตถุดิบเหล่านั้นแล้ว” อาเดียร์ส่ายหน้า

เหตุผลที่เขาซื้อศพเอลฟ์โบราณไว้มากมาย ก็เพราะต้องการสกัดสายเลือดเอลฟ์จันทราโบราณออกมา ซึ่งตอนนี้เขาก็บรรลุเป้าหมายนั้นแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องเสียเวลาไล่ตามหาวัตถุดิบพวกนั้นอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ยินคำพูดของคูมู สีหน้าของอาเดียร์ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า “อย่างไรก็ตาม แต่ว่า...ข้ากลับสนใจหินคริสตัลและยาตาวิเศษเสียมากกว่า”

เมื่ออาเดียร์เอ่ยถึงสองสิ่งนี้ สีหน้าของพ่อมดที่เท้จริงทั้งสามคนที่อยู่ตรงข้ามก็เปลี่ยนไปในทันที

หินคริสตัลกับยาตาวิเศษนั้น เป็นทรัพยากรสำคัญสองอย่างที่พ่อมดที่แท้จริงในโลกมรกตใช้เพื่อเพิ่มความบริสุทธิ์ของพลังจิตวิญญาณ ซึ่งมีค่ามากกว่าน้ำแห่งชีวิตหลายเท่า

เหตุผลที่อาเดียร์ต้องการสิ่งเหล่านี้นั้นง่ายมาก — เขาได้ใช้ยาชำระล้างมาแล้วหลายครั้งจนร่างกายของเขาเริ่มต้านทานผลของมัน ต่อให้ใช้อีกมากเพียงใดก็ไม่สามารถเพิ่มพลังได้อีก หากต้องการเสริมพลังอย่างรวดเร็ว เขาจึงต้องพึ่งพาทรัพยากรประเภทอื่นแทน

“ยาชำระล้างสองขวด แลกกับหินคริสตัลหรือยาตาวิเศษหนึ่งชิ้น”

หลังจากเงียบไปนาน คูมูก็เงยหน้าขึ้นมองอาเดียร์อย่างจริงจังพลางเอ่ยข้อเสนอ

อาเดียร์ตอบโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย “ตกลง!”

เมื่อเห็นอาเดียร์พยักหน้าตอบรับ พ่อมดทั้งสามก็หันไปมองกันเล็กน้อยก่อนพยักหน้าโดยไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม

พวกเขาจึงเริ่มตกลงรายละเอียดอื่น ๆ กันอีกเล็กน้อย ก่อนที่ไม่นานต่อมาจะขอลาและเดินออกไปจากคฤหาสน์ของอาเดียร์

ก่อนจะจากไป คูมูยังนำข่าวบางอย่างมาบอกกับอาเดียร์อีกด้วย

ในอีกสามวันข้างหน้า เมืองมรกตจะจัดการรวมทีมเพื่อสำรวจซากอารยธรรมโบราณที่เพิ่งถูกค้นพบ

เนื่องจากข้อตกลงที่มีร่วมกับอาเดียร์ ในครั้งนี้ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีอันตรายเกิดขึ้นในซากอารยธรรมนั้น ทางเมืองมรกตจึงเปิดโอกาสให้อาเดียร์เลือกว่าจะเข้าร่วมการสำรวจในครั้งนี้มั้ย

อาเดียร์ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยและปฏิเสธไปอย่างตรงไปตรงมา

หากเขายังไม่ได้รวบรวมสายเลือดเอลฟ์แห่งจันทรา บางทีเขาอาจจะรู้สึกลังเลและอยากลองเสี่ยงดูสักครั้ง แต่ตอนนี้เมื่อเขาบรรลุเป้าหมายแล้ว และด้วยนิสัยของเขา เขาไม่มีเหตุผลที่จะก่อปัญหาใดๆให้ตัวเองอีก

เขามียาชำระล้างอยู่ในมือ ซึ่งสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรที่เขาต้องการได้โดยไม่จำเป็นต้องเสี่ยงด้วยตัวเอง

หลังจากส่งคูมูและคนอื่น ๆ ออกไปแล้ว อาเดียร์ก็กลับเข้าไปในห้องของตนเอง ก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งและเริ่มอ่าน

นับตั้งแต่เขามาถึงโลกมรกต สิ่งที่เขาทำบ่อยที่สุดนอกจากการทดลองชำระล้างสายเลือด ก็คือการอ่านหนังสือนี่เอง

แตกต่างจากภูมิภาคเมสัน พ่อมดในโลกมรกตได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากเอลฟ์ ส่งผลให้ความรู้ของพวกเขาที่เชี่ยวชาญแตกต่างไปจากสิ่งที่อาเดียร์เคยเรียนรู้มาในอดีตอย่างชัดเจน

สำหรับพ่อมดแล้ว ความรู้คือสิ่งล้ำค่า ด้วยเหตุนี้ ในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในโลกมรกต อาเดียร์จึงคอยบันทึกและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ทำให้เขาได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล

ในบรรดาสิ่งที่เขาได้รับมาทั้งหมด ความรู้อันโดดเด่นที่สุดก็คือตำหรับยาลมหายใจน้ำเงินเข้มที่อยู่ในความทรงจำของเขานั่นเอง

“ถึงแม้ข้ายังไม่แน่ใจนัก แต่จากสัญญาณในตอนนี้ ดูเหมือนว่ายาลมหายใจน้ำเงินเข้มจะมีความเกี่ยวข้องกับเอลฟ์โบราณ ความรู้หลายอย่างในนั้นสามารถพิสูจน์ได้ที่โลกมรกตแห่งนี้”

อาเดียร์พูดพึมพำกับตัวเอง ปิดหนังสือลง พลางหลับตาถูหน้าผากเบา ๆ ขณะยืนอยู่ในห้อง

"ชิป การวิเคราะห์ยาลมหายใจน้ำเงินเข้มคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?" อาเดียร์เอ่ยถามชิป ภายในจิตวิญญาณของตน

[ยาลมหายใจน้ำเงินเข้ม อัตราการวิเคราะห์อยู่ที่ 75.8% เวลาที่เหลือไม่สามารถคำนวณได้] เสียงของชิป ดังขึ้นอย่างไร้อารมณ์ในหัวของเขา

"เหลือแค่นิดเดียวสินะ ดูท่าข้าคงต้องเร่งมือหน่อยแล้ว"

อาเดียร์ส่ายหน้าเบา ๆ "ยังเหลือเวลาอีกห้าเดือน ในเมื่อเป้าหมายในการสกัดสายเลือดสำเร็จแล้ว ข้าก็ควรเร่งเก็บเกี่ยวความรู้ระดับสูงให้เร็วขึ้น"

"แล้วยังมีข่าวคราวเกี่ยวกับหินแห่งโลกอีกด้วย"

เพียงชั่วพริบตา ความคิดหลากหลายก็แล่นผ่านหัวของอาเดียร์ไป

เมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคเมสัน แม้ว่าเอลฟ์โบราณในโลกมรกตจะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นไปในชั่วข้ามคืน แต่มรดกตกทอดของพวกเขายังคงหลงเหลืออยู่ แม้ว่ามรดกนั้นจะถูกทำลายไปบางส่วน แต่มันก็ยังดีกว่าที่ภูมิภาคเมสันมาก

อย่างน้อยที่สุด ความรู้ระดับสูงและคาถาล้ำค่าหลายอย่างที่สูญหายไปในภูมิภาคเมสัน ก็ยังคงมีอยู่ในโลกมรกต และบางส่วนก็ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางเสียด้วยซ้ำ

ความเป็นจริง ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา อาเดียร์ถึงกับได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับเทคนิคการทำสมาธิระดับสูง และแม้แต่หินแห่งโลกด้วยซ้ำ

ในโลกมรกต การมีอยู่ของเทคนิคสมาธิระดับสูงไม่ใช่ความลับ แต่กลับแพร่หลายอย่างมากจากการขุดค้นซากโบราณของเอลฟ์

สำหรับพ่อมดระดับฝึกหัด เรื่องพวกนี้อาจยังห่างไกลอยู่บ้าง แต่สำหรับพ่อมดที่แท้จริงขึ้นไป ทุกคนล้วนรู้จักเทคนิคการทำสมาธิระดับสูงเป็นอย่างดี

แน่นอน ถึงแม้จะมีคนรู้จักเทคนิคเหล่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถครอบครองมันได้

แม้แต่ในโลกมรกตเองก็ตาม มีเพียงผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของโลกมรกตเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ถือครองเทคนิคสมาธิระดับสูง

อย่างเช่น เมืองมรกหตที่อยู่เบื้องหน้าเขานี้ มีข่าวลือว่าครอบครองเทคนิคการทำสมาธิระดับสูงที่เรียกว่า “หัวใจมรกต” ซึ่งนั่นเองที่ทำให้พวกเขาสามารถปกครองภูมิภาคอันกว้างใหญ่นี้มาได้ยาวนาน

ส่วนอาณาจักรกอโลที่อาเดียร์เคยอาศัยอยู่ แม้จะกล่าวอ้างกันว่ามีสายเลือดของเอลฟ์จันทราไหลเวียนอยู่ แต่ก็ไม่มีเทคนิคทำสมาธิระดับสูงแพร่หลายในแถบนั้นเลย

เรื่องหินแห่งโลกเองก็เป็นเช่นเดียวกัน

ในตำราโบราณบางเล่มที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณในโลกมรกต ได้มีบันทึกเกี่ยวกับ “หินแห่งโลก” ไว้อย่างชัดเจน

มันเป็นสมบัติล้ำค่าเฉพาะตัว และแต่ละก้อนต้องใช้เวลานับหมื่นปีจึงจะก่อตัวขึ้นมาได้ การจะค้นพบหรือครอบครองมันนั้นถือว่ายากเย็นแสนเข็ญ

แม้แต่ในยุคโบราณ หินชนิดนี้ก็ถือเป็นสมบัติล้ำค่ามากที่สามารถจุดชนวนสงครามร้ายแรงได้

จุดประสงค์หลักของมัน คือใช้เป็นแหล่งพลังงานในการสร้าง “ประตูแห่งโลก” เพื่อเปิดทางให้สามารถเคลื่อนย้ายระหว่างโลกได้

หลังจากได้อ่านข้อมูลนี้ในตำราโบราณ อาเดียร์ก็เลิกหวังที่จะค้นหาหินแห่งโลกในโลกมรกตทันที

เพราะในโลกมรกตยุคปัจจุบัน สมบัติเช่นนี้ได้สูญหายไปนานแล้ว แม้ว่าจะยังคงมีหลงเหลืออยู่จริง มันก็ไม่ใช่สิ่งที่อาเดียร์จะมีปัญญาเอื้อมถึงอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม ด้วยความระมัดระวังและความหวังบางอย่าง อาเดียร์จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหินแห่งโลกไว้มากมายพอสมควร

อย่างน้อยในอนาคต หากเขาไปเจอสิ่งที่คล้ายกับหินแห่งโลกในโลกอื่น เขาจะสามารถจดจำมันได้

ในอีกด้านหนึ่ง

หลังจากออกจากคฤหาสน์ที่อาเดียร์อาศัยอยู่ พ่อมดที่แท้จริงทั้งสามกล่าวลาต่อกันเล็กน้อย แล้วแยกย้ายกันไปตามทางของตนเอง

คูมูมองดูเงาร่างทั้งสองที่ค่อย ๆ ห่างไกลออกไป แล้วเผยรอยยิ้มประหลาดบนใบหน้าก่อนจะก้าวขึ้นรถม้า

สารถีมองคูมูก้าวขึ้นรถโดยไม่ได้กล่าวอะไร เขาเพียงยกแส้ขึ้นโบกเบา ๆ แล้วขับรถม้าออกไป

ไม่นานนัก รถม้าก็มาหยุดอยู่ที่ลานโล่งอันเปลี่ยวแห่งหนึ่งนอกเมือง

“ผลเป็นยังไงบ้าง?”

เมื่อพวกเขามาถึงลานโล่ง สารถีจึงเงยหน้าขึ้นพูดเป็นคนแรก สีหน้าสงบนิ่งเช่นเดิม

“เขาตกลงที่จะปรุงยาตามที่เราขอไว้” เสียงของคูมูดังขึ้นมาจากภายใน

คูมูไม่ได้ลงจากรถ เขาเพียงนั่งเงียบ ๆ อยู่ภายในรถม้าที่กว้างขวาง หลับตาและไม่พูดอะไรอีก

วงแสงสีแดงวงหนึ่งปรากฏขึ้นบนร่างของคูมู อนุภาคธาตุไฟลอยวนรอบตัวเขาอย่างงดงาม

ความปั่นป่วนบางอย่างที่คลุมเครือค่อย ๆ แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา แพร่กระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ

หากมีพ่อมดที่แท้จริงคนอื่นมาเห็นภาพนี้ คงต้องตกตะลึงและประหลาดใจมากไม่น้อย

เพราะพลังจิตวิญญาณของคูมูนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าระดับพ่อมดที่แท้จริงทั่วไปไปมาก มันทะลุผ่านขอบเขตเข้าสู่ระดับพ่อมดแปรสภาพแล้ว และยังถือว่าอยู่ในระดับท็อปของพ่อมดแปรสภาพอีกด้วย

“แล้วทางซากโบราณล่ะ?”

สารถีที่นั่งอยู่ด้านหน้ารถม้าพูดขึ้นอย่างสงบนิ่ง ราวกับไม่รู้สึกถึงพลังของคูมูที่อยู่ด้านหลังเขาเลยแม้แต่น้อย

“เขาไม่ตกลง”

คูมูยังคงหลับตา ตอบกลับมาเรียบ ๆ

“น่าเสียดายจริง ๆ”

สารถีพูดอย่างเสียดายเล็กน้อย “นักปรุงยาที่มีตำหรับยาชำระล้างอยู่ในมือแบบนี้ หาไม่ได้ง่าย ๆ หรอก

น่าเสียดายที่นี่คือเมืองมรกต ไม่งั้นล่ะก็ แค่พ่อมดที่แท้จริงคนหนึ่ง จะจับมาก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย”

สีหน้าเขาดูเสียดายอย่างเห็นได้ชัด

“อย่าขยับอะไรทั้งนั้น”

คูมูลืมตาขึ้น “เจ้าเมืองมรกตไม่ใช่คนอ่อนแอ แถมเจ้าอาเดียร์ก็ถูกพวกตัวตนระดับสูงจับตามองอยู่หลายคน ตอนนี้ยังไม่เหมาะจะลงมือ

แต่รอสักพักค่อยว่ากันอีกที”

สารถีพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร แล้วถามต่อว่า “แล้วทางฝั่งซากโบราณล่ะ เตรียมตัวเรียบร้อยหรือยัง?”

“เกือบจะพร้อมแล้ว”

คูมูตอบเสียงเรียบ, “นอกจากปรมาจาร์ยนักปรุงยาคนนี้แล้ว ยังมีพ่อมดที่แท้จริงที่เข้าไปในซากโบราณอีกทั้งหมดสิบห้าคน รวมถึงพ่อมดแปรสภาพอีกสามคน จำนวนเท่านี้ พวกมันเพียงพอสำหรับการสังเวยโลหิตแน่นอน”

“แล้วทางฝั่งของเจ้าล่ะ เตรียมไว้ถึงไหนแล้ว?”

เขาถามต่อ “พ่อมดที่แท้จริงจำนวนมากขนาดนี้ ต่อให้จะล้มล้างจักรวรรดิก็ยังทำได้ ถ้าหากเราจัดการพวกเขาไม่ได้ล่ะก็...”

“ไม่ มันไม่มีทางพลาด”

สารถีตอบกลับอย่างเย็นชา “ซากโบราณสถานนั้นเดิมทีเป็นของพวกเราตั้งแต่แรก เราขุดมันอย่างลับ ๆ มานานหลายสิบปี สิ่งของที่จัดวางไว้ข้างใน ต่อให้ไม่ใช่แค่พ่อมดที่แท้จริง แต่ถึงแม้เจ้าเมืองมรกตจะมาด้วยตัวเขาเอง ก็ต้องบาดเจ็บสาหัสกลับไปแน่นอน”

“แล้วเจ้าอาเดียร์นั่น พูดอะไรไว้อีกบ้าง?”

เขาจ้องมองเข้าไปในรถม้า ราวกับสายตาทะลุผ่านผ้าม่านไปถึงคูมูที่นั่งอยู่ด้านใน

เมื่อคูมูได้ยินดังนั้น ก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า, “นอกเหนือจากการแลกเปลี่ยนวัสดุตามปกติ เขายังต้องการใช้ยาชำระล้างแลกเปลี่ยนกับหินคริสตัลและยาตาวิเศษ…”

“ให้เขาไป”

สารถีพูดโดยไม่ลังเลแม้แต่นิด ดวงตาไม่กระพริบเลยด้วยซ้ำ “หลังจากยาชำระล้างปรากฏขึ้น องค์กรของเราก็เริ่มจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิดแล้ว หลังจากจัดการเรื่องซากโบราณเสร็จ พวกเขาจะส่งคนไปชักชวนเขาโดยตรง”

“ในเวลานี้ หากอีกฝ่ายมีความต้องการใด ๆ ก็พยายามทำให้ได้”

จบบทที่ บทที่ 230 การแลกเปลี่ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว