- หน้าแรก
- โคตรจะเหลือเชื่อ เพิ่งเปลี่ยนอาชีพก็อัญเชิญพญามังกรฟ้าดับสูญโลกา
- บทที่ 952 - ราชาศพยักษ์ทมิฬ! ให้คำใบ้เต็มที่!
บทที่ 952 - ราชาศพยักษ์ทมิฬ! ให้คำใบ้เต็มที่!
บทที่ 952 - ราชาศพยักษ์ทมิฬ! ให้คำใบ้เต็มที่!
บทที่ 952 - ราชาศพยักษ์ทมิฬ! ให้คำใบ้เต็มที่!
"คิดไม่ถึงเลยว่าเฮอร์ริสคนนี้จะมีของดีอยู่เหมือนกันนะเนี่ย"
"ถึงกับสามารถสังหารผีสิงร่างพวกนั้นได้ในพริบตา แถมยังรับประกันได้ด้วยว่าเพื่อนร่วมทีมจะไม่ได้รับบาดเจ็บ"
"เนตรแสงศักดิ์สิทธิ์นี่มันร้ายกาจจริงๆ แฮะ"
หวังเฉินมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้า พร้อมกับเผยรอยยิ้มเรียบๆ ออกมา
ความจริงแล้วในสายตาของหวังเฉิน สถานการณ์ในตอนนี้ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเฮอร์ริสอุตส่าห์ได้รับการว่าจ้างจากองค์หญิงมาทั้งที ย่อมต้องมีฝีมืออยู่แล้ว ถ้าไม่มีฝีมือจะถูกจ้างมาได้อย่างไร?
เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าจะเก่งกาจถึงขั้นไหนก็เท่านั้น
"น่าเบื่อชะมัด"
"ถ้าได้เห็นเฮอร์ริสคนนี้ถูกฆ่าตายไปด้วยก็คงจะดี"
เฉินเสี่ยวอวี่กล่าวอย่างเรียบเฉย ทว่าน้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความเย็นชาอย่างไร้ขอบเขต เห็นได้ชัดว่าเฉินเสี่ยวอวี่เกลียดชังเฮอร์ริสคนนี้เป็นอย่างมาก
แต่นี่ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะก่อนหน้านี้เฮอร์ริสคนนี้ก็คอยตามตื๊อวอแวเธออยู่ตลอด
ดังนั้นในสายตาของเฉินเสี่ยวอวี่ เฮอร์ริสคนนี้จึงเป็นขยะแขยงมากๆ จนแทบอยากจะให้อีกฝ่ายรีบๆ ตายไปซะ
รุ่นพี่อลิซที่อยู่ข้างๆ เมื่อเห็นฉากนี้ เธอก็หันไปมองหวังเฉิน แล้วพูดว่า "หวังเฉิน เฮอร์ริสคนนี้ดูทรงแล้วร้ายกาจมากเลยนะ นายแน่ใจนะว่าทำแบบนี้แล้วมันจะดีกับพวกเราจริงๆ?"
"ยังไงซะตอนนี้เขาก็เกลียดนายเข้ากระดูกดำแล้ว ถ้าหากรอจนภารกิจแดนไกลสิ้นสุดลง เขาอาจจะไม่ยอมปล่อยนายไปง่ายๆ ก็ได้นะ"
เมื่อหวังเฉินได้ยินดังนั้น เขากลับยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "ถ้าหากเขาสามารถมีชีวิตรอดไปจนจบภารกิจได้ล่ะก็ ถึงเวลานั้นผมก็จะดวลกับเขาให้รู้แพ้รู้ชนะกันไปเลย"
"เพียงแต่ตอนนี้อย่าเห็นว่าเขาดูเก่งกาจนะ แต่จะทนอยู่รอดไปจนจบภารกิจได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ รุ่นพี่อลิซก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด
"รุ่นพี่อลิซ สิ่งที่หวังเฉินสื่อก็คือ คนบงการที่อยู่เบื้องหลังคงยังไม่ได้ทุ่มกำลังเต็มที่ในการส่งผีสิงร่างพวกนั้นมาหรอกค่ะ"
"รุ่นพี่รอดูต่อไปเถอะค่ะ"
"ไอหยินรอบๆ หนาแน่นรวมตัวกันหนาขนาดนี้ คนบงการที่อยู่เบื้องหลังไม่มีทางยอมรามือไปง่ายๆ หรอกค่ะ"
เฉินเสี่ยวอวี่กล่าว
ทว่าในขณะที่เฉินเสี่ยวอวี่เพิ่งจะพูดจบ
วิ้ง!!
ไอหยินรอบๆ ก็เริ่มกลับมาหนาแน่นขึ้นอีกครั้งจริงๆ
พร้อมกันนั้นก็เริ่มก่อตัวรวมกัน
"โฮก!!"
เสียงคำรามแหบพร่าดังขึ้น
ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักอึ้งและเชื่องช้า
ตึง!
ตึง!
ตึง!
ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่โตมโหฬารกำลังเดินออกมาจากหมอกสีดำนั้น
กลิ่นอายอันน่าขนลุกและน่าสะพรึงกลัวดุจดั่งพายุหมุน พัดโหมกระหน่ำแผ่กระจายออกไป
"มาแล้ว!"
"ไพ่ตายใบที่สองของคนบงการที่อยู่เบื้องหลัง"
เมื่อเฉินเสี่ยวอวี่เห็นฉากนี้ เธอก็สามารถประเมินสถานการณ์ได้แล้ว
หวังเฉินพยักหน้ารับ
ส่วนรุ่นพี่อลิซก็จ้องมองหมอกสีดำนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ในเวลานี้ เฮอร์ริสที่เพิ่งจะจัดการผีสิงร่างไปได้หมาดๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวที่ส่งมาจากฝั่งนี้ เขาก็หันไปมองเช่นกัน
"ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจหน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิ์มากำเริบเสิบสานต่อหน้าฉันทั้งนั้น!"
"เข้ามาเลย ให้ฉันดูหน่อยสิว่าแกยังมีลูกไม้อะไรอีกล่ะ"
เฮอร์ริสบินขึ้นไปกลางอากาศ จากนั้นก็สะบัดมือเบาๆ
ฟิ้ว!!
พายุลูกใหญ่พัดโหมกระหน่ำ
พัดพาหมอกสีดำจนแตกกระจาย พร้อมกับเผยให้เห็นร่างอันใหญ่โตมโหฬารนั้น
ทุกคนถึงได้เห็นว่ามีมอนสเตอร์ที่สูงถึงสิบกว่าเมตรปรากฏตัวขึ้น
ไม่สิ มอนสเตอร์ตัวนี้ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือซอมบี้ต่างหาก
แถมยังเป็นซอมบี้ที่ถูกเย็บปะติดปะต่อมาด้วย
มองเห็นเพียงซอมบี้ยักษ์ตัวนี้ ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยร่องรอยของการเย็บปะติดปะต่อ และบนร่างกายก็ยังมีอักขระเวทมนตร์สีดำสลักอยู่อย่างหนาแน่น
"ราชาศพยักษ์ทมิฬ"
"คนบงการที่อยู่เบื้องหลังนี่งัดเอาไม้ตายก้นหีบที่ค่อนข้างทรงพลังออกมาใช้เลยนะเนี่ย"
"ราชาศพยักษ์ทมิฬตัวนี้เลเวลปาเข้าไปตั้ง 3500 แล้วนะ"
"ซึ่งมันสูงกว่าของเฮอร์ริสคนนั้นซะอีก"
รุ่นพี่อลิซปรายตามองแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
"แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ราชาศพยักษ์ทมิฬตัวนี้ก็คงไม่ใช่คู่มือของเฮอร์ริสอย่างแน่นอน"
หวังเฉินกล่าวอย่างเรียบเฉย
"ทำไมนายถึงได้มั่นใจในตัวเฮอร์ริสขนาดนี้ล่ะ?"
รุ่นพี่อลิซถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ความจริงแล้ว ไม่ใช่ว่าผมมั่นใจในตัวเขาหรอกครับ แต่ผมแค่พูดความจริงเท่านั้นเอง"
"แม้ว่ามอนสเตอร์ตัวนี้จะแข็งแกร่งมาก แต่การจะฆ่าเฮอร์ริสให้ตายนั้น ก็ยังถือว่ายากมากอยู่ดี"
"คนบงการที่อยู่เบื้องหลังจะต้องมีไม้ตายอื่นซ่อนอยู่อีกแน่ๆ พวกเราแค่รอดูต่อไปก็พอแล้วครับ"
หวังเฉินกล่าวเสียงเบา
เขาทำตัวเหมือนนกขมิ้น
อย่างที่โบราณว่าไว้ ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นรออยู่เบื้องหลัง
รอให้เฮอร์ริสบีบให้คนบงการที่อยู่เบื้องหลังงัดไม้ตายสุดท้ายออกมา เมื่อนั้นก็จะเป็นเวลาที่หวังเฉินออกโรง
ตู้ม!!
และในตอนนั้นเอง เฮอร์ริสก็เริ่มต่อสู้กับราชาศพยักษ์ทมิฬตนนั้นแล้ว
มองเห็นเพียงเฮอร์ริสใช้แสงศักดิ์สิทธิ์นับหมื่นสายจำแลงเป็นหอกยาว จากนั้นเขาก็ถือหอกยาวแห่งแสงสว่างพุ่งเข้าปะทะกับราชาศพยักษ์ทมิฬอย่างดุเดือดราวกับเทพสงคราม
การโจมตีแต่ละครั้งของเฮอร์ริส สามารถสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับร่างกายของราชาศพยักษ์ทมิฬได้ พร้อมกับทิ้งบาดแผลเป็นรูพรุนไว้บนร่างกายของมัน
ทว่าพลังการฟื้นฟูของราชาศพยักษ์ทมิฬก็แข็งแกร่งจนน่ากลัวเช่นกัน เมื่อการโจมตีแต่ละครั้งของเฮอร์ริสฟาดฟันลงบนร่างของมัน
วินาทีต่อมา
บาดแผลอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้น ก็กลับสมานตัวหายเป็นปกติในชั่วพริบตา
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้
เฮอร์ริสจึงต่อสู้กับราชาศพยักษ์ทมิฬได้อย่างสูสีกันมาก
เฮอร์ริสเน้นไปที่การโจมตีอย่างดุดัน
ส่วนราชาศพยักษ์ทมิฬ แม้จะโดนอัดอย่างหนักหน่วง แต่มันก็เน้นไปที่ความอึดถึกทน
ทำให้ทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในสภาวะชะงักงันชั่วขณะหนึ่ง
เมื่อหวังเฉินเห็นฉากนี้ เขาก็เผยรอยยิ้มออกมา
เฉินเสี่ยวอวี่ก็ยิ้มออกมาเช่นกัน
"ทำไมพวกเธอสองคนถึงได้ยิ้มอย่างมีเลศนัยแบบนี้ล่ะ หรือว่าพวกเธอค้นพบเคล็ดลับสำคัญอะไรแล้วงั้นเหรอ?"
รุ่นพี่อลิซที่อยู่ข้างๆ ก็กลอกตาบนอย่างน่ารักน่าชัง
สำหรับรอยยิ้มที่ราวกับว่าทั้งสองคนรู้ใจกันอย่างถ่องแท้แบบนี้ มันทำให้รุ่นพี่คนนี้รู้สึกพูดไม่ออกจริงๆ
"ความจริงแล้วเคล็ดลับสำคัญมันก็มีอยู่แล้วล่ะครับ"
"รุ่นพี่น่าจะสังเกตเห็นแล้วนะว่า การที่ราชาศพยักษ์ทมิฬจะฟื้นฟูบาดแผลแต่ละครั้ง ความจริงแล้วมันต้องใช้พลังงานนะ"
"แต่ปัญหาคือรุ่นพี่คิดว่า การที่ราชาศพยักษ์ทมิฬต้องใช้พลังงานในแต่ละครั้ง มันเอาพลังงานมาจากไหนเพื่อเติมเต็มล่ะครับ?"
หวังเฉินมองหน้ารุ่นพี่อลิซอย่างเรียบเฉย
"ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ?"
"ก็น่าจะเป็นไอหยินที่หนาแน่นรอบๆ นี้หรือเปล่า ที่คอยส่งพลังงานในการฟื้นฟูให้กับศพยักษ์ตนนี้อย่างต่อเนื่องน่ะ"
รุ่นพี่อลิซกล่าว
"ไม่ใช่หรอกครับ ไม่ใช่เลย"
"ดูเหมือนว่าจะเป็นไอหยินที่หนาแน่นรอบๆ ที่คอยให้พลังงานกับมัน แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย"
"รุ่นพี่น่าจะสังเกตเห็นแล้วนะ"
"ชาวเมืองในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ทุกคน ดูแปลกประหลาดมากเลยนะ พอพระอาทิตย์ตกดินปุ๊บ ก็กลับเข้าบ้านของตัวเองกันหมด"
"แล้วก็ไม่ยอมเปิดไฟด้วย เอาแต่นอนนิ่งๆ อยู่บนเตียง ราวกับว่าหลับลึกไปแล้วยังไงยังงั้น"
"รุ่นพี่ไม่คิดว่าปรากฏการณ์แบบนี้มันแปลกประหลาดมากๆ เลยเหรอครับ?"
หวังเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม เรียกได้ว่าให้คำใบ้มาอย่างเต็มที่แล้ว
(จบแล้ว)