- หน้าแรก
- โคตรจะเหลือเชื่อ เพิ่งเปลี่ยนอาชีพก็อัญเชิญพญามังกรฟ้าดับสูญโลกา
- บทที่ 753 - หลายฝ่ายสอดมือ!
บทที่ 753 - หลายฝ่ายสอดมือ!
บทที่ 753 - หลายฝ่ายสอดมือ!
บทที่ 753 - หลายฝ่ายสอดมือ!
ส่วนสีหน้าของฟางซานกลับดูดุดันมากยิ่งขึ้น
เพราะว่า...
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังกึกก้อง ฟางซานซัดหมัดเข้าที่หัวของดัวย่า มังกรยักษ์คลุ้มคลั่งอย่างจัง
แน่นอนว่า...
ถึงแม้หมัดนี้จะมีอานุภาพมหาศาล แต่ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ ให้กับดัวย่าเลย
หวังเฉินที่ยืนดูอยู่ไกลๆ หรี่ตาลง ร่างมังกรของดัวย่าช่างแข็งแกร่งสมชื่อมังกรยักษ์คลุ้มคลั่งจริงๆ ขนาดโดนหมัดของฟางซานเข้าไปเต็มๆ ยังไม่ระคายผิวเลยสักนิด
"นี่ฟางซาน นายหมายความว่ายังไง?" ดัวย่าหน้าตึง จ้องมองฟางซานด้วยสายตาเย็นชา
ฟางซาน: "..."
ตอนนี้เขาอยากจะพูดแก้ตัวเหลือเกินว่าไม่ได้ตั้งใจ
แต่หมัดมันก็ชกออกไปแล้วนี่สิ
"กรงเล็บคลุ้มคลั่ง!"
บึ้ม!
ดัวย่าเองก็เหลืออดแล้ว เธอกางกรงเล็บทั้งห้าออก ราวกับจะฉีกกระชากห้วงมิติให้ขาดสะบั้น แล้วฟาดกรงเล็บนั้นลงบนหัวของฟางซาน
เห็นได้ชัดว่าการโจมตีของดัวย่านั้นรุนแรงกว่าฟางซานเสียอีก
เมื่อเห็นดัวย่าจู่โจมเข้าใส่อย่างไร้ความปรานี แววตาของฟางซานก็เยียบเย็นลง เขาร่ายสกิลออกมาตอบโต้เช่นกัน
คมดาบที่เปล่งประกายแสงสว่างวาบปรากฏขึ้น และพุ่งเข้าฟาดฟันกับกรงเล็บของดัวย่า
บึ้ม!
กรงเล็บอันแหลมคมปะทะเข้ากับคมดาบอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดคลื่นพลังทำลายล้างที่บ้าคลั่งระเบิดออก ส่งผลให้ทั้งสองต้องถอยร่นออกไปเป็นระยะทางหนึ่ง
"นี่... ทั้งสามคน จะตีกันก็ตีไป แต่อย่ามายืนขวางทางอยู่ตรงนี้ได้ไหม? พวกเราก็อยากจะเข้าไปเหมือนกันนะ" ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงหวานใสและนุ่มนวลดังมาจากด้านหลัง
เมื่อทุกคนหันไปมอง ก็พบเห็นกลุ่มคนชุดดำกำลังพุ่งทะยานมาจากแดนไกล
ผู้นำกลุ่มคือเด็กสาวในชุดกระโปรงสีดำ เธอมีท่าทางน่ารักสดใส แต่งหน้าอ่อนๆ กำลังยืนยิ้มมองหวังเฉิน, ดัวย่า และฟางซาน
"คนของตำหนักเงามืด" เมื่อเห็นเด็กสาวชุดดำและพรรคพวกที่โผล่มา บรรดาผู้เปลี่ยนอาชีพที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป
กองกำลังที่มักจะเก็บตัวเงียบๆ เหล่านี้ กลับพากันโผล่มาทีละกลุ่มๆ
ตอนแรกยังนึกว่าจะมีแค่กิลด์ดาบมนตรา, กิลด์เทวจุติ และกิลด์จันทราสวรรค์ซะอีก
สายตาที่เย็นชาของดัวย่าจับจ้องไปที่เด็กสาวชุดดำของตำหนักเงามืด แววตาลึกๆ แฝงไว้ด้วยความหวาดระแวงและดุดัน
แม้ดูเผินๆ เด็กสาวคนนี้จะดูธรรมดามาก แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับทำให้ดัวย่ารู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
ราวกับว่าอีกฝ่ายมีพลังที่ข่มเธออยู่
ในตำหนักเงามืดทั้งหมด ดัวย่าไม่ได้เกรงกลัวเจ้าตำหนักเลย แต่กลับหวาดระแวงเด็กสาวชุดดำคนนี้เพียงคนเดียว
เพราะเด็กสาวชุดดำคนนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่ชอบมาพากลโดยสัญชาตญาณ
"มาจากไหน ก็ไสหัวกลับไปที่นั่นซะ" ดัวย่ามองอีกฝ่ายแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"คงจะไม่ได้หรอกนะ เพราะฉันเองก็อยากจะมาร่วมสนุกด้วยเหมือนกัน ฉันเองก็สนใจสมบัติในมิติลับขุมทรัพย์วิญญาณนี่อยู่ไม่น้อยเลยล่ะ" เด็กสาวชุดดำกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวดัวย่าเลยแม้แต่น้อย เธอยิ้มบางๆ
"แล้วก็ พ่อหนุ่มรูปหล่อคนนี้นี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ นะ ถึงขนาดทำให้ดัวย่าตามไล่ต้อนมาตลอดทางได้ ฉันไม่เคยเห็นเธอหมกมุ่นกับผู้ชายคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลย" เด็กสาวชุดดำหันมามองหวังเฉินแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
หวังเฉินไม่ได้ตอบกลับ เพียงแค่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบเฉย
จู่ๆ หวังเฉินก็ขมวดคิ้ว
เขามองเด็กสาวชุดดำด้วยสีหน้าเย็นชา "ฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเผ่าเทวมารจากตัวเธอ"
สิ้นคำพูดของเขา
ฮือ!!
ผู้เปลี่ยนอาชีพทุกคนในที่นั้นต่างตกใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ แม้แต่ดัวย่าเองก็ยังต้องหรี่ตาลง
เด็กสาวชุดดำจากตำหนักเงามืดคนนี้ มีกลิ่นอายของเผ่าเทวมารซ่อนอยู่งั้นเหรอ?
นี่มัน...
เรื่องจริงหรือเปล่าเนี่ย?
หรือว่าขุมกำลังของตำหนักเงามืดจะมีความเกี่ยวข้องกับเผ่าเทวมาร?
เมื่อเด็กสาวชุดดำเห็นว่าหวังเฉินจับจุดได้ว่าเธอมีกลิ่นอายของเผ่าเทวมารซ่อนอยู่ มุมปากของเธอก็ยกยิ้มขึ้นอย่างมีเลศนัย เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของหวังเฉิน จากนั้นก็กวาดสายตามองไปรอบๆ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "ทุกคน อย่าไปหลงเชื่อคำพูดไร้สาระของหวังเฉินคนนี้เลย เขาบอกว่าฉันมีกลิ่นอายของเผ่าเทวมาร แล้วฉันจะต้องมีจริงๆ งั้นเหรอ?"
"เขาจงใจพูดแบบนี้เพื่อให้พวกคุณหันมาร่วมมือกันต่อต้านตำหนักเงามืดของฉันต่างหาก"
"ต้องยอมรับเลยว่า ไอ้หนุ่มคนนี้ฉลาดเป็นกรดจริงๆ"
"แค่เปิดปากประโยคเดียว ก็ทำให้ตำหนักเงามืดของฉันตกเป็นรองซะแล้ว"
ความจริงแล้ว...
ลูอิซ่า เด็กสาวชุดดำกลับเพิ่มความระแวดระวังต่อหวังเฉินขึ้นอย่างมากในใจ
เพราะว่า...
ในตัวเธอมีความลับเกี่ยวกับเผ่าเทวมารซ่อนอยู่จริงๆ
ถึงแม้เธอจะเอ่ยปากแก้ตัวแล้วก็ตาม แต่...
สายตานับไม่ถ้วนรอบข้างกลับจ้องมองลูอิซ่าและพรรคพวกด้วยความหวาดระแวง
โดยเฉพาะกองกำลังขนาดเล็กหลายกลุ่ม พวกเขาส่งซิกกันทางสายตา และขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น ดูจากท่าทางแล้ว พวกเขาคงมองว่าตำหนักเงามืดคือศัตรูตัวฉกาจไปแล้ว
ดัวย่าเองก็ไม่นึกเลยว่าหวังเฉินคนนี้จะสามารถรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายมีกลิ่นอายของเผ่าเทวมารซ่อนอยู่
มิน่าล่ะ เธอถึงได้รู้สึกเกลียดขี้หน้าเด็กสาวชุดดำคนนี้หนักหนา
"คุณหนู สถานการณ์แบบนี้ ไอ้พวกนั้นคงมองพวกเราเป็นศัตรูร่วมกันไปแล้วแน่ๆ" ชายร่างกำยำข้างกายเด็กสาวชุดดำเอ่ยด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
"ไม่เป็นไรหรอก ยังไงซะสุดท้ายพวกมันก็ต้องตายกันหมดอยู่ดี" ลูอิซ่ายิ้มบางๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
"ก็จริง เตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้ว รอแค่ให้สมบัติใต้ทะเลสาบโผล่ขึ้นมาก็พอ" ชายร่างกำยำหัวเราะ
ลูอิซ่าได้ยินดังนั้น ก็ลูบคางพลางพึมพำ "รีบๆ เอาสมบัติออกมาเถอะ อุตส่าห์ลงแรงไปตั้งเยอะเพื่อสร้างค่ายกลขนาดใหญ่นี้"
"คุณหนู ความจริงแล้วผมลงไปเอาของใต้ทะเลสาบมาให้คุณหนูเองก็ได้นะ" ฉู่เจียง ชายร่างกำยำเอ่ยเสียงเข้ม "จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาแบบนี้!"
"ได้สิ" ลูอิซ่าพยักหน้าตอบ
สิ้นคำพูด
ฉู่เจียง ชายร่างกำยำก็บินพุ่งทะยานลงไปใต้ทะเลสาบทันที
ไม่มีใครขัดขวาง
หวังเฉิน, ดัวย่า และฟางซานรู้สึกว่าไม่มีความจำเป็น
ส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่มีปัญญาไปขัดขวาง
หวังเฉินยังคงเชื่อใจเฉินเสี่ยวอวี่อยู่มาก
เขาเชื่อว่าเฉินเสี่ยวอวี่จะต้องเอาสมบัติชิ้นสุดท้ายมาได้อย่างแน่นอน
ดัวย่ากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยช้าๆ "แล้วตอนนี้จะเอายังไง? จะสู้กันแบบตะลุมบอน? หรือพวกแกจะรุมฉันคนเดียว?"
น้ำเสียงช่างเย่อหยิ่งจริงๆ
"เดี๋ยวฉันจะส่งเธอลงนรกเอง วางใจเถอะ ดัวย่า" ลูอิซ่ายิ้มร่า
"เดี๋ยวก็รู้ว่าใครกันแน่ที่จะต้องตาย นังหนู" ดัวย่าเอ่ยเสียงเย็น
ตอนนี้เธออารมณ์เสียสุดๆ
ตอนแรกเธอกำลังจะได้สู้กับหวังเฉินอย่างเมามันอยู่แล้วแท้ๆ แต่ดันมีฟางซานกับลูอิซ่าโผล่มาแทรกกลางคันซะได้
ทำเอาตอนนี้เธอไม่กล้าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าเลย
ได้แต่ยืนจ้องกันไปมา
เพราะถ้าลงมือเมื่อไหร่ ก็อาจจะโดนอีกสองคนลอบโจมตีได้ง่ายๆ
ถึงแม้ดัวย่าจะไม่กลัว แต่นั่นก็ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เธออยากจะเห็น
"แอนนี่ ลงไปใต้ทะเลสาบ"
ในตอนนี้ ดัวย่าก็ออกคำสั่งกับสาวใช้ของตัวเองเช่นกัน
แอนนี่พยักหน้ารับ รีบหันหลังบินพุ่งลงไปใต้ทะเลสาบทันที โดยไม่มีใครกล้าขัดขวางเธอ
ตอนนี้
บรรยากาศเริ่มเงียบสงัดและดูแปลกประหลาดขึ้นมา
ทั้งสี่ฝ่ายในที่เกิดเหตุต่างกำลังรอดูสถานการณ์
รอคอยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใต้ทะเลสาบ เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดทิศทางต่อไป
และเมื่อผ่านไปครึ่งชั่วโมงเต็ม
บึ้ม!!
ในที่สุดก็มีเสียงระเบิดดังกึกก้องมาจากใต้ทะเลสาบ
"โฮก!!"
มอนสเตอร์จระเข้เสือดาวที่กำลังต่อสู้พัวพันอยู่กับจางชิงซาน ในวินาทีนี้ มันส่งเสียงคำรามดังก้องด้วยความโศกเศร้า
(จบแล้ว)